การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 53 ไปั๋หย่วนฮ่าวคิดบัญชี
ไปั๋หย่วนฮ่าวไล่มองไปที่นางเห็นเพียงใบหน้าขาวใสซีดราวกับหยกแต่งแต้มด้วยผงสีขาวทำให้ไม่ชวนพิศ
การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงที่ไม่เข้ากับรูปร่างของเด็กสาวเบื้องหน้าพลันในหัวกลับปรากฏภาพเด็กสาวอีกคนที่
สวมชุดขาวเรียบง่ายชวนมองของต้วนชิงหมิงและภาพใบหน้าเย็นชาที่เพิ่งเดินจากไปใจของเขาตอนนี้คิดเพียง ทำอย่างไร
ถึงจะแย่งต้วนชิงหมิงมาจากหลิวยวนได้
ต้วนอวี้หรานที่ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนเช่นนี้จากไปั๋หย่วนฮ่าวพูดเสียงอ่อนหวาน “พี่ไปั๋เดิมที่น้องมาหาพี่เพื่อ
จะถามว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือบ้าง… เมื่อครู่ไปที่เรือนบ่าวรับใช้บอกว่าพี่ไม่อยู่ น้องจึงเดินตามหาตลอดทาง”
นางยิ้มอ่อนหวานทำท่าเดินไปข้างหน้าเผลอไปโดนไหล่ของเขาโดยไม่ตั้งใจ ร้องออกมาเบาๆ “อุ้ย”
“พี่ไปั๋ดูนั่นสิ สวนดอกไม้พวกนี้ไม่รู้ว่าบานสะพรั่งตั้งแต่เมื่อไร”
เรื่องเมื่อวันก่อนนางมาถึงช้าจึงไม่รู้เรื่องที่ไปั๋หย่วนฮ่าวช่วยต้วนอวี้แต่เมื่อกลับถึงจวนกลับถูกกักบริเวณพร้อมกับ
หลิวหรงด้วยความวุ่นวายจึงละเลยเรื่องนี้ไป
ส่วนวันนี้นางใช้ข้ออ้างในการเลือกบ่าวรับใช้ใหม่ออกมาจากเรือนและตรงมาหาไปั๋หย่วนฮ่าว โดยไม่รู้เรื่องราวที่
เกิดขึ้นหรือแม้นางจะรู้เรื่องก็คงโทษต้วนชิงหมิงที่คอยยั่วยวนไปั๋หย่วนฮ่าวอยู่ดี
ครั้นเมื่อเด็กสาวเอนกายมาทางเขาคล้ายได้กลิ่นแปั้งฉุนเข้าจมูกจนรู้สึกอยากอาเจียนด้วยทั้งตัวของต้วนอวี้หราน
ผลัดแปั้งหนา หวนให้คิดถึงใบหน้าของเด็กสาวอีกคนที่ไม่ค่อยผลัดแปั้งเพราะมีอยู่หลายครั้งที่เขาพยายามเข้าไปใกล้ได้
เพียงกลิ่นกายของนางคล้ายดอกกล้วยไม้ไปั๋หย่วนฮ่าวจึงกล้าฟันธงว่านางจะต้องไม่ใช้แปั้ง!
ต้วนชิงหมิง!
เมื่อคิดถึงภาพนางเดินจากไปเขาก็ยิ่งมีความคิดอยากจะแต่งงานกับนางเสียให้ได้ถ้าแต่งแล้วเขาจะเย็นชาและ
ทรมานนางให้ถึงที่สุด
คิดไปพลางนั่งลงที่เก้าอี้หินพูดนิ่งๆ “น้องอวี้หรานไม่ได้ออกมาจากห้อง จึงไม่มีคนมาเดินเล่นกับพี่อึดอัดไป
หมด!”
เดิมทีนางกังวลเรื่องที่ถูกกักบริเวณกลัวว่าพี่สาวต่างมารดาจะฉวยโอกาสเอาใจไปั๋หย่วนฮ่าวไปทว่าตอนนี้ได้รู้ว่า
สองคนนี้ยังไม่ได้เจอหน้ากัน จึงพูดขึ้นว่า
“เรื่องทั้งหมดก็เพราะนางคนเดียว ต้วนชิงหมิง!…”
พอคิดว่าทั้งหมดเป็นแผนการที่ต้วนชิงหมิงวางไว้จนทำให้นางและผู้เป็นมารดาถูกกักบริเวณพลันโกรธขึ้นมา ข้า
จะไม่ยอมปล่อยเจ้าไว้แน่ต้วนชิงหมิง!
เขามองไปที่อีกฝั่ายนิ่งเอ่ยถาม “เจ้าสองคนพี่น้องไม่ได้สนิทสนมกันอย่างนั้นหรือ?”
ใช่แล้ว…หากเปรียบเทียบสองคนนี้ ต้วนชิงหมิงที่ภายนอกดูยอมแต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยแผนการขอเพียงรู้จุด
อ่อนของต้วนอวี้หราน นางไม่ปล่อยทิ้งไว้แน่!ส่วนต้วนอวี้หรานแม้ภายนอกจะดูหยิ่งยโสอวดดี แต่ภายในไม่กลับมี
แผนการใดต้องให้หลิวหรงผู้เป็นมารดาช่วยวางแผนรับมือไม่เช่นนั้นจะถูกอีกฝั่ายเล่นงานเอา
ครั้นได้ยินคำพูดของไปั๋หย่วนฮ่าวนางแทบกระโดดขึ้น “สนิทสนม……จะไปสนิทสนมกับมันทำไม!”
นางหยุดเว้นจังหวะพูดอย่างไม่ปกปิดความชิงชังที่มีต่ออีกฝั่าย “นางไม่เพียงทำให้แม่ของนางตาย ยังสั่งให้แม่นม
กลับมารังแกท่านแม่ของข้า……ต้องมีสักวันที่นางได้รับผลการกระทำ!”
เด็กหนุ่มร้อง “อ๋อ” ขึ้นเบาๆ กล่าวต่อ “แต่ระหว่างพี่สาวน้องสาว ก็ควรจะต้องสนิทสนมรักกันไว้!” นางได้ฟังถึง
กับหน้าถอดสี “พี่ไปั๋กำลังช่วยต้วนชิงหมิงรังแกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ไปั๋หย่วนฮ่าวถึงกับตกใจละลํ่าละลักรีบพูดขึ้น “เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นเล่า?”
เด็กสาวตอบกลับ “ถ้าพี่ไม่ได้ช่วยต้วนชิงหมิงมารังแกข้า งั้นเหตุใดถึงต้องพูดแก้ต่างให้นางด้วยเล่า?”
เขาถึงกับหัวเราะเยาะอยู่ในใจแต่พูดออกเพียง “ได้ๆ พวกเราจะไม่พูดถึงนาง……ข้าได้ยินมาว่าต้วนอวี้เฉลียว
ฉลาดมากไม่รู้ว่าเกี่ยวกับคนที่ช่วยสอนหนังสือหรือไม่?”
พลันเห็นแววตาของนางเปล่งประกายละม้ายฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้เมื่อได้ยินเขาพูดจบ “ใช่แล้วครั้งนี้ที่ท่านแม่
ถูกกับบริเวณต้องเกี่ยวข้องกับต้วนอวี้เป็นแน่แต่ว่าทำไมเจ้าเด็กนั่น……ถึงได้ฉลาดแบบนี้?”
ใจจริงนางอยากเรียกว่า ‘เด็กบ้า’ เสียด้วยซํ้าเมื่อเห็นอีกฝั่ายพูดถึงต้วนอวี้พลางมองไปยังไปั๋หย่วนฮ่าวด้วยจิตใจ
พะว้าพะวังไม่รู้ว่าอีกฝั่ายกำลังคิดอะไรอยู่
เขามีท่าทีนิ่งๆคล้ายรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ
“ที่จริงเรื่องนี้ ถ้าไม่เกี่ยวกับน้องอวี้หราน ข้าคงจะไม่สนใจ! ซูถง[1]นั่นก็แค่เคยช่วยชีวิตต้วนอวี้เอาไว้”
นางได้ฟังถึงกับโกรธยกใหญ่ “ช่วยอะไรกันล่ะ! ที่จริงต้วนอวี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยแค่หลิวยวนบังเอิญเจอ
พอดี!” เมื่อพูดจบสีหน้านางละม้ายเข้าใจความหมายขึ้นมาร้องด้วยความตกใจ
“น้องรู้แล้ว จะต้องเป็นการวางแผนของต้วนชิงหมิงโดยให้หลิวยวนมาอยู่ข้างกายและสอนให้ต้วนอวี้ฉลาดขึ้น
เป็นแน่!”
ไปั๋หย่วนฮ่าวคิดตามอยู่ในใจหากบอกเหตุผลอื่นเขาคงจะเชื่อแต่ถ้าบอกว่าต้วนชิงหมิงวางแผนให้ต้วนอวี้ตกนํ้า
นางคงไม่ทำเช่นนั้นแน่เพราะเขาเห็นมากับตาแล้วว่านางรักผู้เป็นน้องชายมากขนาดไหนเช่นนั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้
ต่อให้เป็นเรื่องบังเอิญแล้วจะทำอย่างไรได้? หลิวยวนช่วยต้วนอวี้ ทั้งยังสอนให้เขาได้ดีเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้นและ
ตอนนี้ถึงจะโทษต้วนชิงหมิงเอาชีวิตน้องชายมาล้อเล่นเช่นนั้นหลิวยวนก็คงต้องเกี่ยวพันกับเรื่องนี้เป็นแน่
ต้วนอวี้หรานขยับตัวลุกขึ้นกำลังจะเดินไปด้านนอกเมื่อฟังจบ เขาเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าไว้พูดว่า
“น้องอวี้หรานจะไปไหน?” นางดึงแขนเสื้อเลิกขึ้นพูดอย่างโกรธไม่น้อย
“น้องจะไปบอกท่านพ่อว่าต้วนชิงหมิงวางแผนทำร้ายน้องชายตัวเองเพื่อที่จะให้หลิวยวนมาอยู่ในจวนต้วนและ
สอนหนังสือต้วนอวี้ รวมถึงหลอกท่านพ่อด้วย!”
ถือว่านางยังพอฉลาดอยู่บ้างที่ตอนจบบอกว่าหลอกต้วนเจิ้งไม่ได้พูดไปว่าต่อกรกับหลิวหรงและนาง
ทว่าสิ่งที่ต้วนอวี้หรานแสดงออกมาก็รู้ได้ทันทีว่านางเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาเขาอุตส่าห์พูดชัดเจนหมดสิ้นแล้ว
แต่นางก็ยังไม่เข้าใจถ้าเป็นต้วนชิงหมิงคงจะเข้าใจไปแล้ว
เขาอดเปรียบเทียบเด็กสาวตรงหน้ากับต้วนชิงหมิงไม่ได้เมื่อย้อนนึกถึงเรื่องที่นางจัดการโดยไม่เปลืองแรงและยัง
จัดการได้เป็นอย่างดีเขาจึงยืนหยัดหนักแน่นว่าจะต้องแต่งกับนางให้ได้
ส่วนต้วนอวี้หรานนั้นอย่างมากก็ใช้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเพราะต้วนชิงหมิงเฉลียวฉลาดกว่ามากทว่าหน้าตาและ
ท่าทางของเด็กสาวตรงหน้ากลับพอใช้ได้ถ้าได้กลับไปด้วยทำไมจะไม่ดีเล่า!
คิดไปพลางพยักหน้าไม่หยุดต้วนอวี้หรานที่ไม่เข้าใจจึงถามว่า “หรือว่าพี่ไปั๋คิดว่าน้องไม่ควรบอกท่านพ่อแต่พี่ต้อง
ไม่รู้แน่ว่าต้วนชิงหมิงเสแสร้งมากแค่ไหน ปกตินาง……”
ไม่ทันที่นางจะพูดจบประโยคไปั๋หย่วนฮ่าวก็พูดแทรกขึ้น
“ข้าทำเพื่อเจ้าต่างหาก ลองคิดดูตอนนี้เจ้าถูกกักบริเวณอยู่ ถ้าจู่ๆ ไปหาท่านลุง ข้าเกรงว่า……อย่างไรเจ้าก็จะถูก
ลงโทษก่อนอยู่ดี”
ต้วนอวี้หรานชะงักนิ่งกับสิ่งที่ได้ยิน “เช่นนั้น พี่ไปั๋ว่าน้องควรทำอย่างไรเล่า?”
เด็กหนุ่มรู้สึกพอใจกับคำถามนั้นทว่าเขากลับเสียดาย ถ้าเป็นต้วนชิงหมิงใช้นํ้าเสียงแบบนี้ขอร้องเขาจะดีขนาด
ไหนเชียว
ใช่แล้ววางแผนเช่นนี้ไปก่อน จากนั้นค่อยรอให้นางมาขอร้องเขา!
[1]ซูถง คือคนที่คอยรับใช้นายหรือคนที่เป็นเพื่อนช่วยในการเรียน