การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 520 ปฏิเสธ
กำไลเงินวงนั้น ลวดสายและรูปแบบมีความแตกต่างกับธรรมาดาโดยทั่วไป ไม่ใช่กำไลที่เป็นรูปโค้งเว้ารูปคลื่น
และไม่ใช่ทรงกลมเฉยๆ แต่เป็นทรงครึ่งวงรีที่แบนเรียบเข้ากับข้อมือ และสิ่งที่เป็นลักษณะพิเศษอีกอย่างคือ กำไลมีจุด
เชื่อมที่สามารถเปิดเข้าเปิดออกได้ เมื่อกำไลเงินทรงพิเศษกับกำไลทองคำที่อยู่ในข้อมือเข้าใกล้กัน จะส่งแสงระยับ
สะท้อนไปมาซึ่งให้ความรู้สึกอัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก
ปกติแล้ว เครื่องประดับต่างมีรูปแบบตายตัวไปหมดแล้ว ไม่ค่อยมีรูปแบบใหม้ที่พิเศษออกมา แต่กำไลเงินวงนี้ ต้
วนชิงหมิงหยิบขึ้นมาแล้วก็รักจนวางไม่ลง
คำปฎิเสธที่ตั้งใจจะพูดบอกมา กลับมลายหายไปในพริบตา ต้วนชิงหมิงดูอย่างพินิจแล้ว สุดท้ายจึงตัดสินใจยื่น
กลับไป โดยพูดว่า “กำไลวงนี้ องค์หญิงใส่แล้วคงเหมาะสมกว่าชิงหมิงเพคะ”
อวี้หลัวกับชิงตั๋วต่างหันมามองและยิ้มให้กัน จากนั้นอวี้หลัวยิ้มจางๆ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ชิงหมิง เจ้าลองสวมดูก่อน
ถ้าเจ้าคิดว่าไม่เหมาะค่อยคืนข้ามาก็ยังไม่สาย!”
หรือกำไลวงนี้จะมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่?
ต้วนชิงหมิงรู้สึกประหลาดใจที่องค์หญิงอวี้หลัวแย่งกำไรจากมือของนางไป แล้วพยายามยัดใส่ข้อมือของต้วนชิงห
มิง จากนั้นหมุนไปมาและกดลงไปที่กำไล
ชั่วพริบตาเดียว มีเสียงดัง “แก๊ก” ดังขึ้นมา จากนั้นเข็มปลายแหลมยาวเล่มหนึ่งได้พุ่งออกจากกำไล ไปปักอยู่บน
กำแพงในฝังตรงข้าม เข็มเล่มนั้นเจาะลึกลงไปกว่าครึ่ง ปลายเข็มมีสีแดงปรากฏ ส่องแสงวิบวับอย่างประหลาดออกมา
ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงถึงกับหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ
แม้กระทั่งเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็ยังมีสีหน้าที่แน่นิ่ง
พูดได้ว่า เข็มปลายแหลมที่ทั้งว่องไวและทรงพลัง รวมถึงทิศทางการพุ่งโจมตีที่แม่นยำ ย่อมทำให้อีกฝั่ายไม่
สามารถตั้งรับได้ทัน
องค์หญิงอวี้หลัวเดินเข้าไปหยิบเข็มเล่มนั้นออกมา หันกลับมาพูดกับต้วนชิงหมิง “เป็นยังไงบ้าง? ของชิ้นนี้
สามารถช่วยชีวิตคนได้ อีกทั้งตัวเข็มยังยาชาอันทรงพลัง แม้จะโดนเข็มเฉียดๆ ก็สามารถทำให้สลบได้ ฉะนั้นไม่ว่าใครที่
อยากแอบทำร้ายเจ้า ก็อย่าได้คิดเลย”
สายตาของต้วนชิงหมิงเต็มไปด้วยความสงสัยขึ้นมาแวบหนึ่ง
ตอนนี้นางต้องการของสิ่งหนึ่งนั้นไม่ผิด แต่ปัญหาคือของชิ้นนี้ แม้ส่งให้ในนามขององค์หญิงอวี้หลัว แต่ชิงตั๋วก็อยู่
ในที่นี้ด้วย ต้วนชิงหมิงจึงกลัวว่าองค์หญิงอวี้หลัว อาจนำเรื่องนี้มาพูดในทางที่ไม่ดีได้ ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ พอเห็นของ
ชิ้นนี้ก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยไม่อยากให้ต้วนชิงหมิงรับของชิ้นนี้ไว้
ถึงแม้ท่าทางของเหยียนหลิ่งอวี๋มิสามารถส่งผลต่อต้วนชิงหมิงได้ แต่สำหรับต้วนชิงหมิงแล้ว ของชิ้นนี้ไม่รับเสีย
จะดีกว่า
เนื่องจากของชิ้นนี้ไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป แต่เป็นของขวัญที่ตั้งใจทำมาเป็นพิเศษ บางทีรับของมาแล้ว หนี้บุญ
คุณยากจะตอบแทนจนหมด ดังนั้น ต้วนชิงหมิงจึงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับของชิ้นนี้ไว้
พอคิดได้เช่นนี้ ต้วนชิงหมิงจึงยิ้มจางๆ ออกมา และถอดกำไลวงนั้นออกอย่างระวังไปวางในมือขององค์หญิงอวี้
หลัวดังเดิม โดยกล่าวจากใจจริง “องค์หญิง… หม่อมฉันรู้ดีว่าองค์หญิงหวังดี เพียงแต่ในวังหลวงนั้นย่อมมีอันตรายรอบ
ด้านมากกว่านี้เป็นสิบเท่าร้อยเท่า ดังนั้นกำไลนี้องค์หญิงเก็บไว้ก่อนเถอะเพคะ”
ทันทีที่ถูกปฏิเสธ องค์หญิงอวี้หลัวก็แสดงท่าทางร้อนใจออกมา
ของชิ้นนี้เป็นของที่นางคัดสรรมาเป็นพิเศษกับมือ เพราะรู้สถานการณ์ที่ต้วนชิงหมิงต้องพบเจอเป็นอย่างดี จึง
ตั้งใจมอบให้กลับนึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะปฏิเสธ
พูดได้ว่าการตัดสินใจของต้วนชิงหมิง ทำให้องค์หญิงอวี้หลัวเสียใจอยู่บ้าง
ด้วยความรีบใจเป็นเหตุ องค์หญิงอวี้หลัวจึงพูดอย่างไม่ยั้งคิดออกมาแล้ว “ชิงหมิงเอ๋ยชิงหมิง… เจ้าฟังที่ข้าพูดนะ
ข้าได้ยินเรื่องของเข้ามาทุกอย่าง และก็รู้ว่าอี๋เหนียงและน้องสาวอนุของเจ้ามิเคยคิดหวังดีกับเจ้าเลย ข้ากลัวว่าเจ้าอาจ
เสียเปรียบพลาดพลั้งในสักวันหนึ่ง จึงคิดว่าของชิ้นนี้จะช่วยให้เจ้าไว้ใช้ปั้องกันตัวได้”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยๆ และส่ายหน้า “องค์หญิงเชื่อชิงหมิงเถอะ ชิงหมิงสามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีเพคะ”
หลังจากนั้นไม่นาน ต้วนชิงหมิงได้หยิบกำไลวงนั้น ใส่เข้าไปที่ข้อมือขององค์หญิงอวี้หลัว แล้วพูดอมยิ้มขึ้นมา
“องค์หญิงต่างหากที่ต้องปกปั้องตัวเองให้ดีเพคะ”
เป็นที่รู้ว่า องค์หญิงอวี้หลัวมีนิสัยตรงไปตรงมา จนบางทีไม่รู้ตัวว่าล่วงเกินใครไปบ้าง ฉะนั้นจำเป็นต้องปั้องกันตัว
เองให้มากขึ้นถึงจะถูกต้อง
ต้วนชิงหมิงเริ่มมององค์หญิงอวี้หลัวด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง ราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่งมองดูเด็กน้อยที่กำลังจะเติบใหญ่
ชีวิตของคนเราในชาติหนึ่ง ช่างสั้นยิ่งนัก ดังนั้นหากยังมีชีวิตอยู่ จงปกปั้องรักษาชีวิตให้ดี อย่าได้ให้ตัวเองต้องพบ
เจอกับเรื่องอันตรายใดๆ
ต้วนชิงหมิงปรายตามองไปที่ชายทั้งสองคน จนพวกเขาถึงกับชะงักไป
จู่ๆ พวกเขารับรู้ได้ว่า สาวน้อยอายุสิบปีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่เหมือนกับเด็กอายุสิบปี แต่เหมือนกับผู้ใหญ่ที่ผ่าน
ร้อนผ่านหนาวมามากมายแล้วต่างหาก
พอองค์หญิงอวี้หลัวต้วนชิงหมิงปฏิเสธไม่รับของขวัญ นางจึงรู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นยิ่งนัก พร้อมกับหันหน้าส่ง
สายตาไปขอความช่วยเหลือจากชิงตั๋ว
องค์หญิงอวี้หลัวนั้นหวังว่าพี่ชายสามของนาง จะเดินเข้ามาโน้มน้าวให้ต้วนชิงหมิงเปลี่ยนความคิใหม่ แต่นึกไม่ถึง
หลังจากที่ชิงตั๋วเดินขึ้นมาสองก้าว จู่ๆ กลับหันหน้ามายิ้มให้กับอวี้หลัวและเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ อวี้หลัว ในเมื่อต้วนชิงหมิงไม่
ต้องการ เจ้าก็เก็บกลับไปเสียเถอะ”
องค์หญิงอวี้หลัวนํ้าตาไหลคลอออกมา ก่อนจะกระทืบเท้าดึงตังด้วยความโมโห “พี่ชายสาม……”
องค์หญิงอวี้หลัวทราบดีว่าต้นชิงหมิงไม่ชอบของที่หรูหราราคาแพง ดังนั้น นางจึงคิดหาวิธีร้อยแปดเพื่อเลือกหา
ของขวัญที่พิเศษมอบให้แทนพี่ชายชิงตั๋ว เดิมทีคิดมาแล้ว ต้วนชิงหมิงคงไม่มีทางปฏิเสธ ทว่าทุกอย่างผิดแผนไปหมด
แล้ว
องค์หญิงอวี้หลัวเดินไปหาชิงตั๋ว พร้อมกับยู่ปากด้วยความเสียใจ “พี่ชายสาม ทำไมไม่ช่วยโน้มน้าวชิงหมิงด้ว
ยกัน?”
ชิงตั๋วยื่นมือออกไปลูบหัวของน้องสาว จากนั้นยิ้มน้อยๆ ให้ “การจะส่งของขวัญให้ใครนั้น ต้องเลือกเวลาให้
เหมาะสม ที่ทำจะอยู่นั้นเป็นอะไรที่ผู้รับตั้งตัวไม่ทัน”
หลังจากองค์หญิงอวี้หลัวได้ฟัง ใบหน้าได้บิดเบี้ยวขึ้นมา ไม่ยอมพูดไม่ยอมจา
ชิงตั๋วเห็นว่าน้องสาวไม่ร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา ทันใดนั้นเขาก้มหน้า
ไปกระซิบข้างหูอวี้หลัวเบาๆ เพียงประโยคเดียว แค่ประโยคเดียวที่พูดไปนั้น ทำให้อวี้หลัวยิ้มแย้มออกมาด้วยความเบิก
บานใจ แววตาเป็นประกาย นางคว้าชายเสื้อของชิงตั๋วมาจับและถามขึ้นว่า “ที่พี่ชายสามพูดมานั้นเป็นจริงหรือไม่? ห้าม
หลอกอวี้หลัวนะ!”
ชิงตั๋วปล่อยให้องค์หญิงอวี้หลัวดึงชายเสื้อตามใจชอบ ก่อนจะตอบยิ้มๆ “พี่ชายสามคนนี้เคยหลอกอวี้หลัวตั้งแต่
เมื่อไหร่กัน… เรื่องนี้เจ้าวางใจได้”
ด้านต้วนชิงหมิงมองไปยิ้มไปกับความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ ในระหว่างนั้นเอง เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ยืนพิงประตูอยู่
ตลอด ได้เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว “พวกเจ้าไม่ใช่บอกว่าจะไปเที่ยวชมนกชมไม้ไม่ใช่หรือ? ขืนยังมัวชักช้าอยู่แบบนี้ มี
หวังฟั้ามืดก่อนพอดี!”
ทันใดนั้น องค์หญิงอวี้หลัวเหมือนนึกขึ้นมาได้ ถึงเปั้าหมายในการมาหาต้วนชิงหมิงในวันนี้ จึงเดินเข้าไปจับมือต้
วนชิงหมิงด้วยสายตาออดอ้อน “ชิงหมิง เจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วพวกเราค่อยไปเที่ยวชมนกชมไม้กัน”
ต้วนชิงหมิงตบไปที่มือขององค์หญิงอวี้หลัวอย่างเบามือ ตอบกลับไปว่า “ได้ อย่างนั้น ทุกคนรออยู่ตรงนี้
ประเดี๋ยวหนึ่ง”
อันที่จริง ต้วนชิงหมิงไม่ได้ออกจากจวนไปไหนเลย เพียงแต่นางเพิ่งจะปฏิเสธของขวัญจากองค์หญิงอวี้หลัว หาก
ยังขืนปฏิเสธคำเชิญอีก มีหวังคงไม่เป็นผลดีกับนางแน่
เมื่อพูดจบก็กวักมือเรียกชิวหนิง ให้มาช่วยนางแต่งตัว