การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 521 ลอบโจมตี
ต้วนชิงหมิงเดินจากไปแล้ว ชิวหนิงก็เดินตามไปติดๆ ในห้องโถงรับรองส่วนกลาง จึงเหลือเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ ชิง
ตั๋วกับองค์หญิงจิ่นซิ่วเพียงสามคนเท่านั้น ส่วนเยวี่ยเจียกำลังยืนรับคอยรับใช้องค์ชายทั้งสองคนอย่างระมัดระวัง
องค์หญิงอวี้หลัวผู้ไร้เดียงสายังไม่รู้ว่าตอนนี้ ความคุกรุ่นระหว่างชิงตั๋วกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ในเรื่องต้วนชิงหมิงกำลัง
จะปะทุขึ้นมา
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงกำลังจะไปเปลี่ยนชุด สีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ยังยิ้มจางๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “องค์
ชายชิงตั๋วเดินทางมาไกลกว่าจะมาถึงเมืองหลวงแห่งนี้ คงจะต้องประสบพบเจออะไรมามากสินะ?”
ชิงตั๋วมองกลับไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ใช่แล้ว”
“อย่างนั้น องค์ชายชิงตั๋วเห็นว่าเมืองหลวงแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย?” เหยียนหลิ่งอวี๋ถามขึ้น
ชิงตั๋วครุ่นคิดก่อนตอบกลับไป “ต้าเซี่ยพื้นที่กว้างใหญ่ วัฒนธรรมหลากหลาย ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข ชิงตั๋วเห็นว่าไม่
เลวเลยทีเดียว”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ถามต่อไปว่า “เช่นนั้น องค์ชายชิงตั๋วคิดว่าต้าเซี่ยยิ่งใหญ่ หรือที่ราบทุ่งหญ้ายิ่งใหญ่กว่ากัน?”
สายตาของชิงตั๋วกำลังแน่นิ่งไป แต่ไม่นานเขาก็พูดออกมา “ต้าเซี่ยยิ่งใหญ่กว่าทุ่งหญ้า เหมือนกับเหมันต์ต้องดอก
เหมย คิมหันต์ต้องกล้วยไม้ ต่างงดงามไปคนละแบบ”
ทันใดนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะแห้งขึ้นมา และพูดจี้ใจดำกลับไป “ได้ยินมาหลังจากที่ราชาอิงเลี่ยสวรรคตไปได้
เพียงปีเดียว ทุ่งหญ้านั้นได้เกิดการเปลี่ยนการปกครองครั้งใหญ่ แต่คล้อยหลังได่เพียงปีเดียว องค์ชายชิงตั๋วก็อยากจะ
แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับต้าเซี่ย เพื่อต้องการใช้อำนาจของต้าเซี่ย เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใช่ไหม?”
ใบหน้าที่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่ของชิงตั๋วกลับมลายหายไปในพริบตา เขาตอบด้วยเสียงตํ่า “องค์ชายสามช่างรู้เรื่อง
การปกครองที่ทุ่งหญ้าดีเหลือเกิน?”
“ขออภัยด้วย ปกติก็ไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้หรอก แต่ว่าเรื่องไม่ดีย่อมดังไกลกว่าเรื่องดีเป็นพันลี้มิใช่หรอกหรือ?
องค์ชายชิงตั๋วมาที่ก็เพื่อมาหาคู่อภิเษกกลับไป ดังนั้นบางเรื่องที่ไม่อยากรู้ ย่อมมีคนนำมาบอกกล่าวให้รู้จนได้” เหยียน
หลิ่งอวี๋ตอบยิ้มๆ
ใบหน้าของชิงตั๋วฉีดในฉับพลัน เขาจ้องไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ กดเสียงตํ่าพูดออกมา “กระผมเข้าใจความหมายที่องค์
ชายสามสื่อเป็นอย่างดีแล้ว”
ประโยคที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดว่า เขาไม่อยากรู้เรื่องหรอก แต่ดันมีคนชอบเอาเรื่องมาบอกให้รู้จนได้ มีนัยยะที่ผิว
เผินและลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน ในมุมมองผิวเผินนั้น มีคนที่กลัวได้รับผลกระทบจึงมาหาเหยียนหลิ่งอวี๋ เพื่อต้องการให้
ยับยั้งเรื่องนี้ ในมุมมองที่ลึกซึ้งนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋กำลังเตือนสติชิงตั๋ว อย่าได้ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง
ชิงตั๋วจ้องไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ ด้วยสายตาที่มีนัยแฝงไว้ ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ก็จ้องมองกลับด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง
ไม่มีความดุดันใดๆ แต่ดูแล้วเต็มไปกับดักที่รอคอยให้เหยื่อตกลงมา
ชายรูปงามทั้งสองต่างจ้องตากัน ภายใต้แสงรํ่าไรของตะวันที่สาดส่องมา
สุดท้ายเป็นชิงตั๋วที่ละสายตาไปทางอื่น เขายิ้มจางๆ พูดขึ้น “คำเตือนขององค์ชายสาม กระผมจะจดจำเอาไว้!”
ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋กลับไม่ยิ้มแย้ม เขาหันไปจับเยวี่ยเจียเดินเข้าไปนู้นถามนี่กับองค์หญิงอวี้หลัว “น้องอวี้หลัวน่า
รักขนาดนี้ ช่างเป็นบุญขององค์ชิงตั่วเสียจริง”
คำพูดประโยคนี้ทำให้ชิงตั๋วต้องกัดฟันกรอดๆ พูดกดเสียงตํ่า “อวี้หลัวอายุยังน้อย หวังว่าองคฺ์ชายสามจะยกโทษ
ให้นางที่ทำอะไรบุ่มบ่ามไปบ้าง”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันไปเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของชิงตั่วจึงแสยะยิ้มออกมา “องค์ชายชิงตั๋วเข้าใจผิดแล้ว… ไม่ใช่
กระผมหรอก แต่เป็นคนอื่นต่างหาก”
ทันใดนั้น สายตาของชิงตั๋วก็ชะงักลงไปพริบตา
เหยียนหลิ่งอวี๋กำลังบอกเขาว่า ในราชสำนักมีคนเล็งองค์หญิงอวี้หลัวเอาไว้แล้ว เป็นใครกันที่วางแผนเช่นนี้?
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูด เหมือนเป็นการเตือนสติชิงตั๋วให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น
ชิงตั๋วขบฟันแน่น หันไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋ “ชิงตั๋ว ขอบคุณองค์ชายสามที่เตือนสติ”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับไปโดยไม่มองชิงตั๋ว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “องค์ชายชิงตั๋วก็ดูแลน้องสาวให้ดีๆ ก็เพียงพอแล้ว
อย่าได้ห่วงใยคนที่ไม่ควรห่วงใยเลย เอาเวลาไปดูแลตัวเองกับน้องสาวจะดีเสียกว่า”
สีหน้าของชิงตั๋วกลับชะงักขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ทำเอาเขาพูดอะไรไม่ออก
การเดินทางมาที่ต้าเซี่ยในครานี้ เขารู้ล่วงหน้ามาแล้วจะต้องพบเจออันตราบรอบด้าน ทว่าคิดไม่ถึงว่า อีกฝั่ายจะ
ยื่นมือเข้ามาราชสำนักต้าเซี่ยก่อนแล้ว
การเตือนของเหยียนหลิ่งอวี๋ แม้จะแอบแฝงบางอย่างอยู่ แต่ชิงตั๋วก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดอยู่เต็มอกแล้ว
แท้จริงแล้ว ความหมายที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการสื่อ ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ข้อแรกคือ ในฐานะที่เป็นองค์
ชาย ชิงตั๋วไม่ควรเอาเวลามาให้กับต้วนชิงหมิงที่ไม่มีแม้แต่อำนาจบารมีใดๆ ต่อให้มีความคิดนี้อยู่ในหัว เหยียนหลิ่งอวี๋
ย่อมมีวิธีที่จะไม่ให้เกิดขึ้น ข้อสองคือ การเดินทางมาในครั้งนี้ของชิงตั่ว ต้องอย่าลืมภารกิจที่ต้องทำ ใครควรระวัง ใคร
ควรเข้ามาต้องดูให้ดี
ส่วนข้อสามคือ ต้องดูแลองค์หญิงอวี้หลัวให้ดี
องค์หญิงอวี้หลัวอายุยังน้อย จึงควรติดตามชิงตั๋วเพื่อเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ให้มากขึ้น เพียงแต่มีบางคนที่
มือยื่นมือยาว คอยจับจ้องจะใช้การอภิเษกขององค์หญิงอวี้หลัวเป็นเครื่องมือ
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงยอมบอกให้ชิงตั๋วรู้เรื่องอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้มีคนเล็งเปั้ามาที่องค์หญิงอวี้หลัวแล้ว และไม่
นานอีกฝั่ายคงลงมือดำเนินการแล้ว
ชิงตั๋วไม่ปรารถนาจะกลายเป็นศัตรูกับองค์ชายสามต้าเซี่ยที่ชื่อเสียงน่าหวาดกลัวผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เขาชื่น
ชมต้วนชิงหมิงมากเพียงใด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลให้เขาแต่งงานด้วย
เพราะว่าเขายังไม่ลืมเปั้าหมายที่มาต้าเซี่ยในครานี้ เพื่อมาหาคนที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ หาใช่หามาความรักไม่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมองค์หญิงอวี้หลัวพยายามผูกมิตรแทนเขาไปเรื่อย แต่สุดท้ายแล้วคงไม่มีประโยชน์อันใด
ชิงตั๋วรู้อยู่เต็มอก เหยียนหลิ่งอวี๋กำลังรอคำตอบจากปากเขาอยู่ เพราะคำตอบของเขาย่อมส่งผลต่อทีท่าของเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ และความสัมพันธ์ขององค์ชายทั้งสองคนนับจากนี้ต่อไป
ไม่รู้ว่าจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู?
ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของชิงตั๋ว ที่มีต่อต้วนชิงหมิง
ในชั่วไม่กี่อึดใจ สมองของชิงตั๋วครุ่นคิดเรื่องนี้ไปมาจนนับไม่ถ้วน
จนสุดท้าย ชิงตั๋วทอดสายตาไปห้องที่ต้วนชิงหมิงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นํ้าเสียงของเขาเรียบนิ่งจนอาจจะเดาความ
หมายได้ “คุณหนูต้วนเป็นหญิงที่หาได้ยากมากคนหนึ่ง กระผมชื่นชมในตัวนาง… เพียงแต่กระผมเข้าใจว่าการมาที่ต้าเซี่
ยมีภารกิจที่หนักอึ้งรออยู่… เรื่องใหญ่ของชาติบ้านเมือง ย่อมมาก่อนความรักความชอบส่วนตัว… องค์ชายสามวางใจได้
กระผมรู้ว่าควรทำอะไร”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มด้วยความพออกพอใจ ราวกับทั่วทุกที่ในใต้หล้าเต็มไปด้วยมวลบุปผาที่ผลิบาน ยิ่งไปกว่านั้น
รอยยิ้มของเขายังเปล่งประกายแสงไปทั่วทุกสารทิศ แม้แต่สุริยันต์ยังต้องหลบแสงนั้นไปชั่วขณะ
รอยยิ้มในครั้งนี้แสดงออกมาจากส่วนลึกที่สุดในหัวใจ
ชิงตั๋วงงงวยกับสีหน้าเปือนยิ้มของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่น้อย… ชายรูปงามอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ กลับยิ้มออกมาจนไม่
เหลือความน่าหวาดกลัวหลงเหลือแม้แต่น้อย
ในตอนนั้นเอง ชิงตั๋วได้แอบยิ้มน้อยๆ ออกมา พร้อมกับถามตัวเขาเองว่า กำลังอิจฉาเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มีรูปงาม
หรือว่าอิจฉาที่เขาสามารถทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจได้กัน?
อย่างไรเสีย แม้ว่าฟั้าดินจะยุติธรรม แต่ก็ไม่ใช่กับมนุษย์ทุกผู้คนในใต้หล้านี้
ชิงตั๋วรับรู้เรื่องในอดีตขององค์ชายสามลึกไปถึงขั้นว่า ในวัยเยาว์ต้องใช้ชีวิตอย่างอเนจอนาถ แต่พอเติบใหญ๋ขึ้น
มา กลับยืนหยัดต่อสู้จนมายืนอยู่แถวหน้าจนได้