การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 522 ขอความช่วยเหลือ
ชิงตั๋วค่อยๆ ถอนหายใจอย่างช้าๆ ก่อนจะพูดอย่างเศร้าโศกออกมา “หากพูดจากใจจริงแล้ว กระผมรู้สึกอิจฉา
องค์ชายสามอยู่มิน้อย”
ชิงตั๋วพูดความรู้สึกจากใจจริงออกมา เขาอิจฉาเหยียนหลิ่งอวี๋เหลือเกิน ที่อย่างน้อยเขาสามารถเลือกที่จะชอบต้
วนชิงหมิงได้อย่างเปิดเผย
สายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมองชิงตั๋วด้วยความเป็นมิตรขึ้นมา เขายืนเก็กพิงเสาด้วยความรู้สึกเหนือกว่า จาก
นั้นจึงพูดกับชิงตั๋วเสียงนิ่ง “อันที่จริง กระผมก็รู้สึกอิจฉาความรักที่พี่ชายมีให้กับน้องสาวเหมือนกัน”
ในชีวิตของเรานั้น ความรักของพี่น้องทางสายเลือดเป็นสิ่งที่ลํ้าค่ามากและยากจะตัดให้ขาด ต่อให้เติบโตเป็น
ผู้ใหญ่ ความเป็นพี่น้องก็ยังคงต้องเป็นไป ตราบถึงวันสุดท้ายของชีวิต
ความรักที่มาจากสายเลือดเดียวกันเป็นสิ่งที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน สูงตํ่าดำขาว ความรักของพี่
น้องก็มิอาจตัดให้ขาดจากกันได้
สำหรับความรักความปรารถนาดี ที่องค์ชายพี่กับองค์หญิงน้องหวังดีต่อกัน ย่อมให้คนที่รับรู้ต้องอิจฉาไปตามๆ
กัน เพราะในใต้หล้าแห่งนี้ เต็มไปด้วยแผนการ การใส่ร้าย เรื่องชั่วร้าย รวมถึงการข้ามศพของพี่น้องเพื่อไต่เต้าไปหา
อำนาจ ฉะนั้น การเกิดในราชวงศ์เป็นองค์หญิงองค์ชาย ย่อมหาความรักที่บริสุทธิ์ระหว่างพี่น้องได้แสนยากเย็นยิ่งกว่างม
เข็มในมหาสมุทร
ความรักของพี่น้องอาจใช้ได้กับบางตำหนักในวังหลวง แต่สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋แล้ว ตั้งแต่สูญเสียท่านแม่ไปหลัง
จากอายุได้เพียงสามปี เขาก็หาคนที่รักเขาจริงในใต้หล้าไม่ได้อีกเลย เหลือเพียงคนแปลกหน้าที่ต้องใช้ชีวิตพบหน้าคาด
ตากัน
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยมีแต่ชิงตั๋วกลับมี ฉะนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงได้บอกว่าอิจฉาชิงตั๋ว เพราะสำหรับชิงตั๋วการ
มีน้องสาวที่น่ารักอย่างอค์หญิงอวี้หลัว เป็นความสุขอย่างหนึ่งในการมีชีวิตอยู่
คำชมของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำเอาสีหน้าของชิงตั๋วผ่อนคลายลง เขาจึงลากเยวี่ยเจียให้หาเรื่องพูดคุยกับองค์หญิงอวี้
หลัว
ในเวลานี้ สามคนนั้นต่างพูดคุยกับอย่างสนุกสนานออกรสออกชาติ
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดได้ถูกต้อง การที่มีน้องสาวอย่างอวี้หลัวทำให้ชิงตั๋วมีความสุขในชีวิตทุกๆ วัน แม้อาจต้อง
เหนื่อยล้ากับการสู้รบกับองค์ชายคนอื่น
ชั่วพริบตาเดียว จู่ๆ ชิงตั๋วกลับก้มหน้าลง ราวกับมีเรื่องในอดีตผุดขึ้นมา จนเขากำมือแน่นอย่างช้าๆ ก่อนจะพูด
เสียงเข้มขึ้น “ที่จริงแล้ว… กระผมก็รู้ว่าการมีน้องสาวอย่างอวี้หลัว เป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด อวี้หลัวกับกระผม แม้ไม่ได้
เกิดจากเสด็จแม่เดียวกัน ทว่าอี๋เฟยเป็นสตรีที่งดงาม ทั้งยังได้รับการโปรดปรานจากเสด็จพ่ออีกด้วย น่าเสียดาย ตอนที่อี๋
เฟยให้กำเนิดอวี้หลัวก็สิ้นใจไปหลังจากคลอด…
เนื่องจากอี๋เฟยที่เป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ และได้ให้กำเนิดองค์หญิงขึ้นมาก่อนจากไป พูดก็พูดเถอะ ตั้งแต่ที่
อวี้หลัวลืมตาดูโลกก็กลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่ทุกคนต่างแย่งชิง ดังนั้น ทุกคนจึงอยากจะแย่งชิงสิทธิ์ในการดูแลอวี้หลัวมา
ให้ได้ หากได้มาก็เท่ากับได้สมบัติลํ้าค่ามาครอง ทุกคนจึงต่างพยายามสลับสับเปลี่ยนขอเข้าเฝั้าเสด็จพ่ออยู่ทุกเมื่อ…
สุดท้าย เสด็จพ่อเลือกเสด็จแม่ของกระผมที่อยู่ในตำแหน่งกุ้ยเหริน เพราะเสด็จแม่เป็นคนที่คิดถึงส่วนรวม จิตใจ
กว้างขวาง และที่สำคัญไม่เคยแก่งแย่งรักหักสวาท ต่อหน้าพูดอย่างลับหลังพูดอย่าง ฉะนั้น หลายปีมานี้ เสด็จแม่นอก
จากจะให้กำเนิดกระผมก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องมีลูกอีกเลย……”
หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชิงตั๋วยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้กับผู้อื่นฟัง ถึงแม้เรื่องของเขาจะไม่ได้สวยสดงดงามมาก
นัก แต่เขากลับมีความรู้สึกอยากบอกเล่าให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับรู้ พวกเขาทั้งสองคนมีชะตาชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ชิงตั๋วตั้งแต่เริ่มเล่าจนจบลง
เนื่องจากพวกเขาทั้งสองต่างรู้ดี การที่เกิดในราชวงศ์เป็นเหมือนละครโศกนาฏกรรมเรื่องหนึ่ง แม้คนภายนอกจะ
มองดูอย่างอิจฉาตาร้อนที่ได้เกิดเป็นองค์หญิงองค์ชาย เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง แต่ว่าคนเหล่านั้นกลับไม่รู้เลย ว่า
ชะตาชีวิตของคนที่เกิดในราชวงศ์นั้นต้องลำบากและเศร้าโศกเพียงใด เฉกเช่นเดียวกับชิงตั๋ว ถึงแม้เขาจะเล่าเรื่องในอดีต
ได้อย่างสงบนิ่ง ทว่าจิตใจของเขากลับพบเรื่องราวต่างๆ นานามามากมาย เกินกว่าที่คนเหล่านั้นจะรับรู้ได้
เห็นทีชะตาชีวิตของทั้งสองคนนี้ช่างเหมือนกันเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นฐานะการกำเนิดที่ตํ่าต้อย ไม่มีการ
สนับสนุนจากตระกูลที่แข็งแกร่ง ดังนั้นจึงมักถูกใช้เป็นหมากตัวหนึ่งในราชวงศ์ ไม่ก็เป็นหมากของบรรดาพี่น้ององค์ชาย
ที่พร้อมสละทิ้งได้ทุกเมื่อ
การได้เกิดอยู่ในราชวงศ์ทำให้พวกเขาต้องพยายามแข็งแกร่ง พึ่งตนเอง และยืนหยัดมากกว่าคนอื่น เพราะการที่
พวกเขาเกิดมาก็ไม่ได้มีความหวังใดในชีวิต การที่จะมีความหวังได้ ต้องมาจากการทุ่มเทและพยายามสั่งสมมาเรื่อยๆ
จนถึงทุกวันนี้ต่างหาก
มาถึงตรงนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ
ชิงตั๋วยังคงพูดต่อไป เชื่องช้า ลุ่มลึก ราวกับสายนํ้าที่ใสแจ๋วไหลอยู่ในลำธาร ทว่าไม่อาจมองเห็นก้นบึ้งที่ลึกที่สุด
ได้
ชิงตั๋วเล่าต่อไป “เพราะหน้าที่ที่ได้รับเลี้ยงอวี้หลัว เสด็จแม่จึงถูกแต่งตั้งเป็นพระสนม ทั้งอวี้หลัวและกระผมได้
เติบโตมาด้วยกัน จึงรู้นิสัยใจคอของนางเป็นอย่างดี นางไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่ในวังที่เต็มไปด้วยกฏระเบียบมากมาย
เพราะมักจะฝั่าฝืนอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าเสด็จพ่อก็โปรดปรานนางและไม่ถือโทษ ทำให้นางามีนิสัยไม่กลัวใครหน้าไหน
กระผมมักเตือนอวี้หลัวอยู่หลายครั้ง แต่นางก็ทำเป็นเข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา ตอนหลังกระผมก็เบื่อที่จะคอยพูดปากเปียก
ปากแฉะแล้ว จึงคิดแค่ปกปั้องนางอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว”
จู่ๆ ชิงตั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อว่า “อวี้หลัวรู้ว่าเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ ไม่รู้ว่าจะทำเรื่องอะไร
เสด็จแม่และกระผมมักปกปั้องอยู่เสมอ จึงทำให้นางมีนิสัยที่ยโสโอหังและไม่เห็นหัวใคร พูดได้ว่าในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ อ
วี้หลัวมีความอดทนให้เพียงเสด็จพ่อ เสด็จแม่และกระผมเท่านั้น ส่วนคนอื่นนางจะไม่แยแสสนใจแม้แต่จะชายตามอง
แต่ว่าหลังจากที่นางได้พบต้วนชิงหมิง กลับรู้สึกเหมือนได้พบสหายเก่าคนสนิท นับจากนั้นเป็นต้ยมาวันๆ จึงเอาแต่มาหา
ต้วนชิงหมิงอยู่อย่างนี้”
เมื่อเห็นสายตาชิงตั๋วที่มององค์หญิงอวี้หลัวด้วยความอ่อนโยน ราวกับของลํ้าค่าที่สุดในชีวิต มีหรือที่ชิงตั๋วจะกล้า
ต่อว่า
ความรักของเสด็จพ่อ เสด็จแม่และชิงตั๋วที่มากเกิน ทำให้องค์หญิงอวี้หลัวมีนิสัยเช่นนี้ และการที่มีพี่ชายอย่างชิง
ตั๋วจึงนับเป็นโชคของอวี้หลัว อย่างน้อยที่สุด พี่ชายของนางยอมก้มหัวให้คนอื่นเพื่อขอร้องแทนน้องสาว
เหยียนหลิ่งอวี๋ฟังที่ชิงตั๋วเล่าก็พลอยยิ้มชื่นชมอยู่เล็กน้อย
สิ่งที่ชิงตั๋วต้องการสื่อคือ น้องสาวของนางยังไม่ประสีประสาอะไรมากนัก จึงอยากขอให้เหยียนหลิ่งอวี๋ช่วยยก
โทษให้นางด้วย
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ชิงตั๋วทราบมาว่า องค์หญิงอวี้หลัวได้ยื่นมือเข้าช่วยต้วนชิงหมิงที่เข้าวังหลวง แต่ชิงตั๋วกลับชาญ
ฉลาดไม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ด้วยรู้ว่าคนอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ชอบวิธีการแลกเปลี่ยนเช่นนี้ และการข่มขู่จากใคร ดังนั้น
ชิงตั๋วจึงเริ่มเรื่องโดยการเล่าภูมิหลังขององค์หญิงอวี้หลัวเป็นการปูทาง จากนั้นค่อยพูดความรู้สึกที่มีต่อต้วนชิงหมิง เพื่อ
เป็นการหยั่งเชิงทดสอบเหยียนหลิ่งอวี๋… ชิงตั๋วหวังเป็นที่สุด ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะเห็นแก่ที่องค์หญิงอวี้หลัวช่วยต้วนชิงห
มิง จากนี้หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับองค์หญิงอวี้หลัว หวังว่าเหยียนหลิ่งอวี๋คงยื่นมือช่วยน้องสาวของเขาด้วยเหมือนกัน
ชิงตั๋วมีภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ บางครั้งอาจไม่มีเวลาอยู่ข้างกายองค์หญิงอวี้หลัวตลอดเวลา หากนางต้องพบ
กับอันตรายอะไรขึ้นมา ในฐานะพี่ชายคงไม่มีทางให้อภัยตัวเขาเองได้
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มอ่อนๆ กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ขององค์หญิงอวี้หลัวกับชิงหมิงช่างดีเหลือเกิน”
ที่จริงแล้ว เรื่องที่องค์หญิงอวี้หลัวช่วยต้วนชิงหมิงในวังหลวง เหยียนหลิ่งอวี๋ทราบดี เขากำลังจะบอกชิงตั๋วว่าเห็น
แก่ที่ช่วยต้วนชิงหมิง เขาจะปกปั้องดูแลองค์หญิงอวี้หลัวอย่างสุดกำลังเช่นกัน
หลังจากได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋รับปาก ชิงตั๋วก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ในใต้หล้าที่กว้างใหญ่เช่นนี้ มักมีคนอยู่ประเภทหนึ่ง ถ้าเขาไม่อยากรับปากก็จะไม่ทำ ถ้าเขารับปากแล้วก็จะทำ
อย่างสุดความสามารถ… เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้เป็นคนประเภทหลัง
อันที่จริง ชิงตั๋วรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่คิดไม่ฝันว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะรับปากโดยง่าย