การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 526 ภยันตรายรอบด้าน
เหยียนหลิ่งอวี๋หันมองต้วนชิงหมิงด้วยสีหน้าที่อยากหัวเราะเต็มประดา สายตานั้นกำลังเยาะเย้ยนาง “หนีต่อไปสิ
ทำไมไม่หนีแล้วละ?”
ต้วนชิงหมิงมองค้อนไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความอับอายผสมความโมโหลงไปด้วย
คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบองค์ชายนี้ ไม่มีทางจะลืมตอกตํ้าซํ้าเติมนางหรอก
ต้วนชิงหมิงอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเหยียนหลิ่งอวี๋ ส่วนสายตากลับมองไปรอบด้าน เพื่อหาวิธีหนีออกไปจากตรง
นี้ให้ได้
ที่แท้หินก้อนใหญ่ที่อยู่เหนือของพวกเขาค่อนข้างเอียง ประกอบกับหมู่เมฆที่ลอยสลับไปมาอยู่ตลอด ต้วนชิงหมิง
จึงรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบไปหมด
คนเหล่านั้นที่อยู่ข้างบนยังพยายามไม่หยุดหย่อน ในการสรรหาวิธีและคำพูดมาโน้มน้าว แต่พูดไปพูดมาก็ไม่พ้น
ให้เหยียนหลิ่งอวี๋ยอมจำนนและส่งส่งธนูชวนเยว่กง
ถึงแม้คนข้างบนจะหาไม่พบ แต่ต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกเบื่อหน่าย ที่ต้องทนทรมานกับบาดแผลที่เลือดไหลซิบออก
มา
นางพักสายตาโดยการหลับลงครู่หนึ่ง ดูเหมือนคนข้างบนไม่พบเขาทั้งสองคนคงจะไม่ยอมกลับไปโดยง่าย หาก
เป็นเช่นนั้น ไม่รู้ว่าต้องหลบซ่อนอยู่ระหว่างช่องตรงหน้าผาที่น่ากลัวน่าหวดเสียวจนถึงเมื่อไหร่
พอนึกได้ดังนี้ ต้วนชิงหมิงจึงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ธนูชวนเย่ว์กงนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋บอกตอนเอาไปว่าจะนำไปให้ฝั่าบาท แต่ไฉนจนถึงตอนนี้ยังมีคนตามหามันอีก?
อีกอย่าง ธนูชวนเย่ว์กงนั้น ต้วนชิงหมิงเคยพบมาในชาติที่แล้ว มาในชาตินี้ก็พบของชิ้นนี้อีก แต่นางยังไขปริศนา
ไม่ได้ว่า ทำไมทุกคนต่างมาแย่งชิงของชิ้นนี้กันด้วย
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะถามเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา ธนูชวนเย่ว์กงมีอะไรที่พิเศษด้วย ตอนที่เขาเอาไปนั้นได้ปกปิด
อะไรบางอย่างโดยไม่ได้บอกนาง มาถึงบัดนี ต้วนชิงหมิงจำต้องเค้นถามคำตอบจากเหยียนหลิ่งอวี๋ให้รู้จนได้
ทำไมธนูชวนเย่ว์กงนี้ สามารถนำภัยมาสู่ตัวได้มากมายเพียงนี้ด้วย?
ในระหว่างที่ต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับไปมอง นางถึงกับตกใจจนไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
นางเข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมถึงยังอยู่ระหว่างหน้าผาได้ โดยที่ไม่ร่วงลงไปด้านล่าง
เดิมทีช่องหินก้อนใหญ่ที่เอียงออกมาไม่สามารถรั้งให้คนหยุดอยู่ได้ แต่ที่ทั้งสองคนยังอยู่ได้โดยไม่เป็นไรเป็น
เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋นี่เอง
เหยียนหลิ่งอวี๋ดันตัวไปติดกับหินก้อนใหญ่ตรงหน้าผา จากนั้นใช้มือบีบหินที่ยื่นออกมาด้วยแรงมหาศาลจน
กระทั่งเส้นเลือดที่ข้อมือขึ้นปูดโปนขึ้นมาเด่นชัด
ยิ่งไปกว่านั้น มือทั้งสองข้างของเขายังมีเลือดไหลไม่หยุด เลือดแดงสดไหลหยดไปที่หินจนลาดเป็นทางยาวลงไป
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะแสดงอาการตกใจหนักขนาดนั้น นางรีบกลับตัวพยายามจะดูแผลของเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่
พอนางขยับเท่านั้น มือซ้ายที่รับนํ้าหนักนางของเหยียนหลิ่งอวี๋เริ่มสั่นสะเทิ้มไปมา จนเห็นได้ชัดว่า เขามิอาจทนรับแรง
จากการขยับของนางได้อีกแล้ว ต้วนชิงหมิงรู้สึกใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ก่อนจะยอมแน่นิ่งอยู่ในอ้อมอกอันอบอุ่นของเหยียน
หลิ่งอวี๋โดยไม่ขยับเขยื้อนอีก
ในอ้อมอกของเหยียนหลิ่งอวี๋มีผมที่อ่อนนุ่มเข้ามาซบ ทำให้เขาหัวใจเต้นรัวขึ้นมา ไม่อยากขยับตัวไปไหนและ
อยากให้เวลาหยุดลงเพียงเท่านี้
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้าส่งสายตาลงมาหาต้วนชิงหมิงที่อยู่ในอ้อมอก ส่วนต้วนชิงหมิงก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา นางรู้
ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการให้หยิบของบางอย่างในเสื้อของเขาออกมา ต้วนชิงหมิงจึงพยายามขยับตัวในท่าที่ไม่ส่งผลให้อีก
ฝั่ายบาดเจ็บ จากนั้นนางพยายามยื่นมือล้วงเข้าไปในอ้อมของเหยียนหลิ่งอวี๋ คลำไปคลำมาจนพบของแข็งชิ้นหนึ่งเข้า
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าเป็นนัยว่าเป็นของสิ่งนี้แหละ
ต้วนชิงหมิงจึงพยายามคลำอีกครั้งและดึงออกมา สิ่งนั้นก็คือมีดสั้น
มีดสั้นนั้นเย็นเฉียบราวกับนํ้าแข็ง เมื่อต้วนชิงหมิงสัมฟัสกับมัน ก็รับรู้ถึงความอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมา
ต้วนชิงหมิงส่งสายตาไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาอยากทำ จากนั้นอีกฝั่ายหลับตาลงอย่างช้า
โดยไม่พูดอะไรออกมาอีก
ต้วนชิงหมิงหยิบมีดสั้นนั้นใช้แรงเสียบเข้าไปในหินอย่างง่ายดาย ราวกับเป็นเต้าหู้อันอ่อนนุ่ม
สิ่งนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงงงจนอ้าปากค้างไปเลย
หรือว่ามีดสั้นเล่มนี้ สามารถตัดเหล็กให้ขาดสะบั้นได้อย่างง่ายดาย?
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงก็เข้าใจสิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการสื่อ เขาต้องการให้นางใช้มีดสั้นเล่มนี้ตัดหินให้เป็นหลุม
เล็กๆ
แต่ท่าทางที่เก้งก้างของต้วนชิงหมิง ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
เขารู้ว่าต้วนชิงหมิงเป็นคนที่เฉียวฉลาดไหวพริบไวคนหนึ่ง ขอเพียงนางเข้าใจในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าเรื่องอะไรเกิดขึ้น
นางย่อมสามารถเอาตัวรอดไปได้ไม่ยาก
ในระหว่างนั้นทั้งคู่ต่างขะมักเขม้นในสิ่งที่ทำอยู่โดยไม่พูดจา ต้วนชิงหมิงใช้มีดสั้นตัดหินไปเรื่อยๆ ส่วนเหยียนหลิ่ง
อวี๋พยายามรวบรวมเก็บแรงเฮือกสุดท้ายอยู่
เหล่านั้นก็ตะโกนใกล้เข้ามาทุกที “ใคร… ใครอยู่ตรงนั้น?”
ต้วนชิงหมิงมือสั่นคลอนไปหมด จนไม่กล้าขยับตัวตัดหินต่อไปแล้ว นางจึงหันหลับมาซบอกอันกำยำของเหยียน
หลิ่งอวี๋ด้วยความหวาดกลัว
คนเหล่านั้นที่อยู่ข้างบน ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายเหลือเกิน นึกว่าไม่ส่งเสียงตะโกนก็คงกลับไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ไหน
ได้ยังคงรอตะครุบเหยื่ออย่างต้วนชิงหมิงและเหยียนหลิ่งอวี๋
เดิมทีชายคนนั้นรับผิดชอบเดินตรวจตราแถวนี้ เดินวนไปวนมามากว่าสิบรอบแล้วก็ไม่พบอะไร เขาจึงเตรียมตัว
เดินไปหาที่หน้าผาถัดไป แต่ยังไม่ทันได้ไปกลับได้ยินเสียงเศษหินร่วงหล่นจนเกิดเสียงดัง
คนเหล่านั้นจึงเข้าใจได้ทันที หากเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการหลบซ่อนตัวในบริเวณใกล้เคียง ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถ
ทำได้
ชายคนนั้นยังคงสาละวนเดินไปมาอยู่แถวหน้าผาอยู่หลายรอบ พร้อมกับเหยียบเศษหินเศษกรวดให้มีเสียง เพื่อ
จะให้แน่ใจ่าเป็นเพราะตัวเขาเองที่เผลอเหยียบเศษหินจนเกิดเสียงขึ้นเอง ไม่ใช่ว่ายังคนแอบอยู่ด้านล่างหน้าผา?
แม้ยังคงเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่อย่างนี้ก็ยังไม่พบอะไรผิดสังเกต และด้วยความโมโหที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ชาย
คนนั้นจึงชักดาบออกมาฟันอย่างบ้าคลั่งที่หน้าผาหิน
เศษหินและเศษกรวดจำนวนมากจึงร่วงหล่นไปด้านล่างเต็มไปหมด บ้างก็ตกมาโดนหน้าโดนตัวต้วนชิงหมิง แต่
นางไม่กล้าปริปากร้อง ด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้
ชายคนนั้นยังด่าสาดเสียเทเสียออกมาพร้อมกับฟันดาบลงไปที่หิน คิดไม่ถึงว่าหนูปั่าตกใจจนรีบวิ่งจากตรงนั้นไป
อีกฝังของหน้าผา เขาได้เห็นจึงรีบสาวเท้าวิ่งไล่ตามไป
ที่แท้ เสียงเศษหินที่ร่วงหล่น เป็นฝีมือของเจ้าหนูปั่าอย่างนั้นรึ?
ชายคนนั้นที่จ้องตามหาตัวพวกเขาจึงพูดอย่างเบาใจออกมา ก่อนหยุดพูดแล้วพึมพำขึ้นมา “เห้อ ที่แท้ก็เป็นหนู
ปั่านี่เอง… ทำให้ข้าตกใจซะแทบแย่” พอพูดจบก็ทำท่าเดินไปอีกทาง
ด้านต้วนชิงหมิงที่ซบอยู่ในอ้อมอกของเหยียนหลิ่งอวี๋ ทำให้นางมองไม่เห็นสภาพข้างบน เมื่อได้ยินเพียงเสียง
ฝีเท้าก้าวเดินห่างออกไป ต้วนชิงหมิงถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งไปที แต่เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีธนูจำนวนมากถูกยิง
สาดมาเสมือนห่าฝนที่พรั่งพรูลงมาทางต้วนชิงหมิง
ด้วยความตระหนกต้วนชิงหมิงจึงคิดไม่ทันการ นางได้แต่ธนูสามดอกกำลังพุ่งตรงเข้ามาที่กลางหัวใจของนาง
ต้วนชิงหมิงเลิกลั่กตาโตขึ้นมา คนที่ไม่เคยเรียนวรยุทธ์อย่างจึงไม่รู้ควรรับมือยังไง นางทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองลูก
ธนูเหล่านั้น กำลังพวยพุ่งเข้ามาหาตัว
ทันใดนั้น ในหัวสมองของนางกลับมีความคิดประหลาดแวบขึ้นมา… หรือว่าจะต้องตายอยู่ตรงนี้?ไม่รู้นี่เป็นโชคดี
หรือโชคร้ายกันแน่?
ความคิดประหลาดนี้ เกิดขึ้นตอนที่ชีวิตอยู่ระหว่างความเป็นความตาย
ต้วนชิงหมิงกลับมึนตึบด้วยไม่รู้จะตอบคำถามของตัวเองได้อย่างไร
จังหวะนั้นเอง มีมือข้างหนึ่งได้ยื่นมาอย่างรวดเร็ว ดึงนางเข้ามาหลบอยู่ข้างใน
ธนูเหล่านั้นจึงพุ่งตรงเข้ากับหินที่หน้าผาและกระเด็นกระดอนผิดทิศผิดทางไป