การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 54 นิสัยที่ไม่ดีของไปั๋หย่วนฮ่าว
ใช่แล้ววางแผนโดยให้หลิวยวนที่ไม่ค่อยฉลาดเฉลียวติดกับและตราบใดที่ต้วนอวี้มีส่วนเกี่ยวข้องต้วนชิงหมิงจะ
ต้องอยู่เฉยไม่ได้ แล้วมาขอความช่วยเหลือจากเขาอย่างแน่นอน
ถึงตอนนั้นต้วนชิงหมิงนางต้องเสร็จเขาเป็นแน่
พูดถึงตรงนี้ไปั๋หย่วนฮ่าวไม่มีเวลามาสนใจอะไรแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นทันที “น้องอวี้หรานรู้หรือไม่ว่าคุณลุงต้วนปกติ
ไม่ชอบอะไรเป็นที่สุด?” นางคิดอยู่ครู่หนึ่งตอบว่า
“เรื่องที่ทำลายชื่อเสียงและหน้าตาของจวนต้วน……” ละม้ายจมลงสู่ภวังค์นางไม่มีวันลืมเมื่อครั้งที่ทำให้จวนต้วน
ต้องเสียหน้าจนถูกดุเสียยกใหญ่ครั้งนั้น
เขาคิดชั่วครู่จึงเอ่ยยํ้าขึ้นมาอีกครั้ง “ใช่แล้ว……ถ้าหลิวยวนทำเรื่องที่ทำลายชื่อเสียงและขายหน้าให้กับจวนต้วน
เจ้าคิดว่าท่านลุงต้วนจะปล่อยเขาไว้หรือไม่?”
เขาหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อ “ถึงตอนนั้นคงจะไม่มีใครคอยสอนต้วนอวี้และเจ้าก็จะไม่ถูกรังแกอีกต่อไป”
เมื่อเห็นอีกฝั่ายทำท่าคล้ายกำลังดีใจเพียงครู่เดียวจึงพูดขึ้นมาอีกประโยค “และถ้าหลิวอี๋เหนียงรู้ว่าเจ้าฉลาด
เฉลียวจนสามารถวางแผนไล่หลิวยวนให้ออกไปจากจวนได้ นางจะต้องชื่นชมเจ้าเป็นแน่”
ประโยคนี้เองทำให้ต้วนอวี้หรานมีใจฮึกเหิมขึ้นมาหลิวหรงมักจะคิดว่านางไม่รู้จักวางแผน ทำให้ทุกเรื่องต้องเป็น
นางที่คอยวางแผนให้ ทว่าหากวันหนึ่งหลิวหรงรู้ว่านางสามารถทำได้ไม่รู้ว่านางจะดีใจขนาดไหน!
ใช่แล้ว!ต้วนชิงหมิงนางคนชั่วนั่น! ไม่มีแม้กระทั่งแม่คอยช่วย แล้วจะชนะนางได้อย่างไร? เทียบกับนางที่นอกจาก
จะมีท่านแม่ก็ยังมีไปั๋หย่วนฮ่าวที่คอยช่วยวางแผนให้อีก
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานคิดได้ตามที่เขาชี้นำแล้วจึงแสร้งคุยต่ออีกเพียงครู่เดียวแล้วจากไป ทิ้งไว้เพียงเด็กสาวที่กำลัง
ครุ่นคิดหาทางใส่ร้ายและไล่หลิวยวนออกจากจวน
…
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานออกจากศาลาไปไม่นานก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถือกรรไกรเดินออกมาจากอีกฝังของศาลา
ทำท่ามองซ้ายทีมองขวาทีครั้นเห็นไม่มีใครพลันทิ้งกรรไกรในมือล่วงลงสู่พื้นจากนั้นวิ่งไปทางเรือนของต้วนชิงหมิงทันที
เมื่อมาถึงหน้าประตูเรือนต้วนชิงหมิงนางกลับไม่เข้าไป ได้แต่มองซ้ายมองขวาจากที่ไกลๆ สายตาจับจ้องมองไปที่
ประตูตลอดเวลา ราวกับว่ากำลังรอใครบางคนออกมา
หากนางจำไม่ผิดเวลานี้เป็นเวลายกอาหารมาจัดโต๊ะและคนที่รับผิดชอบคือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดังนั้นตราบใดที่นางรอ
อย่างอดทนจะต้องได้เจอพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างแน่นอน
เพียงครู่เดียวก็เห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินออกมาเพื่อไปยกอาหารมาจัดโต๊ะให้ต้วนชิงหมิงทันทีเมื่อนางเหลือบไปเห็น
เด็กผู้หญิงคนนั้นจึงเดินรี่เข้าหาพลางลากมือนางเดินหลบไปอย่างเร็วคุยในที่ที่ไม่มีใครเห็น
“เสี่ยวจูมาได้อย่างไร มีใครเห็นเจ้าหรือไม่?”
เด็กผู้หญิงหัวเราะ “หึๆ”
“พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วางใจได้ ข้ารับรองว่าไม่มีใครเห็น” เมื่อพูดจบ เสี่ยวจูทำท่ากระซิบข้างหูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เล่าเรื่องที่
ไปั๋หย่วนฮ่าวกับต้วนอวี้หรานคุยกันในศาลาให้ฟังทั้งหมด
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังพยักหน้ารับพลันย่นหัวคิ้วเข้าหากันทีละน้อยๆสีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธออกมา! เล่า
จบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ล้วงมือเข้าไปในเสื้อหยิบถุงเงินให้เสี่ยวจูและให้รีบจากไป
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดนางไม่สนใจที่จะไปยกอาหารกลับรีบวิ่งเข้าไปในเรือนและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ต้วนชิงห
มิงฟัง
นางคิดว่าพอต้วนชิงหมิงได้ฟังเรื่องนี้จะต้องโมโหเดือดดาลเพราะตอนนี้ไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นคู่หมั้นหมายของนางแต่
กลับไปสมรู้ร่วมคิดกับต้วนอวี้หรานทำเรื่องไม่ดี คิดไม่ถึงว่าเมื่อต้วนชิงหมิงได้ฟัง กลับเพียงแค่หัวเราะออกมาเบาๆทว่า
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเป็นห่วงที่สุดกลับเป็นต้วนอวี้ นางหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อท้าย
“ปล่อยไปเถอะ อย่างไรเสียพวกนั้นก็ทำอะไรคุณชายหลิวไม่ได้!” พูดเสร็จก็ก้มหน้าลงทำสิ่งที่ค้างอยู่ ไม่เอื้อนเอ่ย
วาจาต่อ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดไปหมดพูดอะไรไม่ออกได้แต่ย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ พลางหมุนตัว
กลับรีบไปจัดการเรื่องอาหารต่อ
แม่นมหนิงเข้ามาในห้องนานเท่าไรก็สุดรู้เมื่อผู้เป็นนายกำลังอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ นางจึงเลือกยืนอยู่มุมหนึ่ง
ภายในห้องครั้นเด็กสาวเหลือบเห็นผู้มาใหม่ยืนอยู่นานจึงวางหนังสือในมือลงพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“แม่นมอย่ายืนอยู่ตรงนั้นเลย มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาได้”
แม่นมหนิงก้าวขึ้นไปสองก้าวพูดอย่างตั้งใจ
“บ่าวไม่เข้าใจว่า เรื่องคุณชายไปั๋คุณหนูใหญ่คิดเห็นอย่างไรเจ้าค่ะ?” เป็นไปตามที่แม่นมหนิงคาดไว้ไปั๋หย่วนฮ่าว
เป็นคู่หมั้นหมายของคุณหนูใหญ่แต่ตอนนี้คุณหนูใหญ่คล้ายจะให้ต้วนอวี้หรานสมหวังกับเขา
นางยิ้มน้อยๆเอ่ยตอบเสียงเรียบดุจเดิม “แล้ว……แม่นมเห็นว่าไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นอย่างไรบ้าง?”
นางหยุดไตร่ตรองครู่หนึ่งจึงพูดว่า “คุณชายไปั๋สง่างาม ฐานะก็เหมาะสมสิ่งสำคัญคือตอนฮูหยินยังอยู่วางแผนให้
คุณหนูแต่งกับเขาเจ้าค่ะ”
อีกฝั่ายยังถามต่ออีกประโยค “เช่นนั้นนิสัยใจคอเล่า เป็นอย่างไรบ้าง?”
นางถึงกับชะงักอึ้งกับคำถามนี้เพราะนิสัยใจคอเป็นเรื่องที่พูดยาก แม่นมคิดอยู่ประเดี๋ยวก็ตอบกลับไป “ฮูหยินไปั๋
เป็นคนจิตใจกว้างขวาง ส่วนนายท่านไปั๋เป็นคนซื่อตรงเพราะฉะนั้นลูกชายของพวกเขาก็คงใช้ได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะอยู่ในใจแววตาคล้ายหวนรำลึก ฮูหยินไปั๋เป็นคนดีแต่น่าเสียดายที่มีลูกอย่างไปั๋หย่วนฮ่าว ส่วน
นายท่านไปั๋มีอี๋เหนียงมากมาย พูดยากว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี
เมื่อชาติที่แล้วหลังจากที่ต้วนชิงหมิงแต่งไปกับไปั๋หย่วนฮ่าวอีกหลายปีต่อมาถึงรู้ว่าเขาเป็นเพียงลูกอนุคนหนึ่งทว่า
ฮูหยินรับเขาเป็นบุตรชายของนางเอง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ดีนักแต่งเข้าจวนไปั๋ได้ไม่นานฮูหยินไปั๋ก็มีท่าที
อยากดึงนางมาเป็นพวกด้วยน่าเสียดายที่นางรักไปั๋หย่วนฮ่าวอย่างแท้จริงและอยากใช้ชีวิตกับเขาจึงไม่ได้ฟังที่ฮูหยินไปั๋
ชักชวนจากนั้นไม่นานก็ค่อยๆ เหินห่างกันไป จนสุดท้ายที่ต้วนอวี้หรานคิดทำร้ายนางทว่าฮูหยินไปั๋กลับลืมตาข้างหลับตา
ข้างเสียอย่างนั้น!
ด้วยเหตุนี้นางจึงต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนั้นเห็นได้ชัดว่า ‘ผู้หญิง’เพื่อฐานะและตำแหน่งไม่ว่าเรื่องใดก็
สามารถทำได้ทั้งสิ้น
ต้วนชิงหมิงที่เมื่อครู่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอ้าปากพูดขึ้นในฉับพลัน
“หากแม่นมตัดเรื่องความเหมาะสมทั้งฐานะและหน้าตาออกไปสิ่งสำคัญที่สุดของคนคนหนึ่งก็คือนิสัยใจคอใช่
หรือไม่เล่าไปั๋หย่วนฮ่าวผู้นั้นเป็นถึงคู่หมั้นหมายของข้าแต่กลับไปสมคบคิดกับน้องสาวลูกอนุอย่างเปิดเผย เช่นนั้นแม่นม
คิดว่า……คนประเภทนี้เป็นคนที่ดีสำหรับข้าอย่างนั้นหรือ?”
ได้ยินเพียงเสียงถอนลมหายใจออกมาทว่าอีกฝั่ายก็ยังพูดต่อ “ข้ารู้ว่าแม่นมหวังดีแต่สำหรับคนบางคน เรื่องบาง
เรื่องก็ไม่ควรค่าต่อการใส่ใจแม้สักนิด”
นางสูดอากาศเข้าไปลึกๆอีกเฮือกหนึ่งไม่เอื้อนเอ่ยวาจาต่อ ไม่นานก็ขอตัวออกไป
เด็กสาวก็ไม่มีอารมณ์ที่จะหยิบหนังสือในมือขึ้นมาอ่านอีกเช่นกันถอนหายใจขยับลุกยืนพลางยกมือขึ้นนวดขมับ
เบาๆพลันเห็นบ่าวรับใช้ใหม่ผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงาน
“คุณหนูใหญ่ จางอี๋เหนียงมาขอพบเจ้าค่ะ”
จางอี๋เหนียงมาหรือ? ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อยกล่าวเสียงเรียบ “เชิญนางเข้ามา”
ครู่หนึ่งจางอี๋เหนียงก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงนางจึงก้มหน้าทำความเคารพ
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วผลิยิ้มขึ้นพูดว่า “อี๋เหนียงไม่ต้องมากพิธีหากพูดกันตามจริงแล้ว ข้าต่างหากต้องขอบคุณอี๋
เหนียงที่คอยดูแลต้วนอวี้มาโดยตลอด”
ตอนนี้รู้ชัดแล้วว่านางอยู่ฝังไหน แต่ไม่รู้ว่าวันนี้มาด้วยเรื่องอันใด?
รอยยิ้มบนใบหน้าเด็กสาวเบื้องหน้าช่างไม่เหมือนกับวันก่อนที่ดูเหินห่างในใจจางอี๋เหนียงพลันตื่นเต้นขึ้นมาอย่าง
บอกไม่ถูก หลังจากที่ได้พูดคุยถึงสองครั้งนางเข้าใจแล้วว่าคุณหนูใหญ่เฉลียวฉลาดเสียจริงคำพูดแม้ประโยคเดียวก็
สามารถตีความได้ถึงสองชั้นส่วนวันนี้ที่นางมามีคำพูดเพียงแค่สองสามประโยคอยากจะเอื้อนเอ่ย
ทว่าสิ่งที่อยากจะพูดกลับพูดไม่ออก ต้วนชิงหมิงยังคงยกยิ้มดุจเก่า กล่าวเสียงเรียบ “อี้หนียงวางใจได้ เซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ไม่ใช่คนพูดมาก”
คำพูดต้วนชิงหมิงต้องการสื่อให้จางอี๋เหนียงรู้ว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นคนของนาง ให้พูดออกมาได้อย่างวางใจ