การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 532 บทเรียนราคาแพง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงกินรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี หันไปตะโกนใส่หน้าชายชุดดำ “เจ้า… อยากเข้า
มานะ… หากเจ้าเข้ามาอีกก้าว ข้าจะกระโดดลงไป……”
ชายชุดดำได้ยินถึงกลับผงะเล็กน้อย… หากต้วนชิงหมิงผู้นี้กระโดดลงไปข้างล่างหน้าผา เขาจะใช้อะไรในการข่มขู่
เหยียนหลิ่งอวี๋
ความลังเลใจในชั่วพริบตาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำได้มองไปที่ต้วนชิงหมิง พบว่านางมีสีหน้าพี่อยากจะ
ร้องไห้เต็มที เขาจึงหัวเราะเยาะขึ้นมา “เชอะ! ถูกคนลากขึ้นมาครั้งหนึ่งยังไม่พออีกหรือ? ทำไมกัน เจ้ายังไม่อยากมีชีวิต
อยู่อย่างนั้น?”
ถึงแม้จะเป็นยามคํ่าคืนที่มัวสลัว ทว่าสายตาของชายชุดดำกลับเฉียบแหลม เขาสามารถมองเห็นต้วนชิงหมิงที่ยืน
อยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนทุกฝีก้าว
สำหรับชายชุดดำแล้ว คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ตรงหน้า อายุน่าจะประมาณสิบปีเห็นจะได้ นางมีใบหน้าที่ดูแล
ประทินโฉมมาอย่างดี แต่ผมเผ้ากลับยุ่งเหยิงไปหมด อีกทั้งเสื้อผ้าราคาสูงลิ่วยังเปือนเลือดสดๆ อยู่ไม่น้อย… ดูท่าแล้ว
นางก็เป็นเหมือนคุณหนูทั่วไปที่รักตัวกลัวตาย เฉกเช่นเดียวกับ มดตัวกระจิริดยังรักชีวิตของมัน แล้วนับประสาอะไรกับ
คนด้วยเล่า?
ฉะนั้น ชายชุดดำมั่นใจอย่างยิ่งยวด ต้วนชิงหมิงผู้นี้ต้องกลัวจนใกล้เสียสติ ถึงได้พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้ออกมา
โดยปกติแล้ว ชายชุดดำมากเห็นท่าทางที่เสแสร้งของบรรดาคุณหนูมากมายจนเคยชินไปเสียแล้ว ภายนอกแล้วดู
งดงามและสูงศักดิ์ แต่ที่จริงแล้ว จิตใจภายในของพวกนางก็เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น ไม่พ้นแม้แต่ต้วนชิงหมิง
ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เขาไม่ทันสังเกตเห็น ใบหน้าที่ซีดขาวของต้วนชิงหมิงอย่างละเอียด จึงมิทราบว่านางเป็นคนที่
พูดอะไรออกมาแล้ว ต้องทำให้ได้ตามนั้น
ต้วนชิงหมิงกำลังคำนวณจุดที่นางขึ้นมาเมื่อสักครู่ ในเวลานี้นางได้เดินกลับมาที่จุดเดิมที่องค์หญิงอวี้หลัวลากนาง
ขึ้นมา ชายกระโปรงของต้วนชิงหมิงได้ฉีกเป็นชิ้นเล็กติดอยู่กับหิน จึงพอมองได้เลือนลาง
ต้วนชิงหมิงแน่ใจว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ ยังคงอยู่ตรงหน้าผาที่นางปีนขึ้นมา
ถ้านางยังยืนหยัดจะอยู่ตรงนี้ คงไม่พ้นถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ถ้านางกระโดดจากตรงนี้ลงไป เหยียนหลิ่งอวี๋จะ
ต้องมีวิธีรับนางเอาไว้ได้เป็นแน่
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงกลับขบฟันขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อนางเห็นชายชุดดำกำลังเดินบีบนางเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า นางจึงอดพูดขึ้นมานี้ได้ว่า “เจ้าอย่าบีบข้านะ
ขืนเจ้ายังมีค่าอยู่แบบนี้ ข้าจะกระโดดลงไปจริงๆ แล้วนะ”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ช่วงแขนของชายชุดดำ พลันรู้ได้ทันทีว่าฝีมือของเขาคงรวดเร็วปานสายลม
เช่นนั้นก็หมายความว่า ต่อให้ต้วนชิงหมิงกระโดดลงไปในตอนนี้ ชายชุดดำก็สามารถพุ่งตัวเข้ามาหานางได้ในชั่ว
พริบตา สำหรับต้วนชิงหมิงแล้ว หากต้องการกระโดดลงจากหน้าผาไป คงต้องสงบสติอารมณ์ให้กับชายชุดดำก่อน
ชายชุดดำมองไปที่ใบหน้าซีดเซียวและสิ้นหวังของต้วนชิงหมิง เขาจึงหัวเราะสะใจออกมา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า… เจ้า
กระโดดลงไปเลย เจ้าวางใจได้ ถ้าไม่มีทางห้ามเจ้าไว้อย่างแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงกัดฟันขึ้นเล็กน้อย “ข้าจะกระโดดจริงๆ แล้ว”
ระหว่างที่นางพูดไปพลาง ก็ได้ใช้เท้าลองเหยียบทดสอบบริเวณขอบหน้าผา
ดินแถวขอบหน้าผานั้นไม่ได้แน่นหนึบ พอต้วนชิงหมิงเหยียบลงไปเท่านั้น ดินเหล่านี้ได้ร่วงหล่นลงไปข้างล่าง
นางรออยู่นานสองนานก็ไม่มีเสียงกระทบพื้น สะท้อนกลับขึ้นมาด้านบน นั่นหมายความว่าด้านล่างของหน้าผาจะ
ต้องลึกเป็นอย่างมาก หากนางกระโดดจากจุดนี้ลงไปแล้วก็ คงต้องจบชีวิตลงอย่างไม่ต้องสงสัย
ต้วนชิงหมิงเริ่มรู้สึกหวาดกลัวจนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “นี่… นี่มัน สูงขนาดนี้เลยหรือ?”
ชายชุดดำหัวเราะอย่างชอบใจ… เจ้าเป็นคนหวาดกลัวความตายเป็นที่สุด เหตุใดต้องเสแสร้งทำเป็นแข็งแกร่ง
ด้วย?
สาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ นางไม่แตกต่างกับคุณหนูทั้งหลาย ที่ล้วนกลัวความตายกันทั้งนั้น แต่นางยังแสร้ง
แกล้งทำเป็นแข็งแกร่งให้ใครดูกัน?
ชายชุดดำรู้เป็นอย่างดีว่า เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้รสนิยมสูง ยากจะมีสตรีเข้าสายตาของเขา ทว่านึกไม่ถึง เหยียนหลิ่งอ
วี๋กลับคว้าเพียงคุณหนูต้วนชิงหมิง
ชายชุดดำยิ่งคิดก็ยิ่งหัวเราะเย้ยหยันดังออกมา พลางมองลงไปด้านล่างหน้าผา “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าเห็นหรือยัง?
ผู้หญิงของเจ้ากลัวตัวสั่น จนไม่กล้ากระโดดลงไปแล้ว เจ้ายังต้องการให้ช่วยส่งนางลงไปเป็นเพื่อนข้างล่างดัไหม?”
ด้านล่างหน้าผากลับมีเสียงเหยียนหลิ่งอวี๋ดังขึ้นมา “เจ้าอย่าทำให้นางตกใจก็พอ แต่ไหนแต่ไรมา นางก็ขี้ขลาด
ตาขาวจะตายอยู่แล้ว”
คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ช่วยยืนยัน ความขี้ขลาดของต้วนชิงหมิงหนักแน่นขึ้น ชายชุดดำเยาะเย้ยอย่างได้ใจ
“ได้ยินเต็มสองรูหูหรือยัง? เหยียนหลิ่งอวี๋พูดกับปากว่าเจ้าไม่กล้ากระโดด… หรือไม่ข้าจะให้โอกาสกับเจ้าเพื่อพิสูจน์ตัว
เอง หากเจ้ากล้ากระโดดลงไปด้านล่าง ข้าจะไม่เข้าไปห้ามเลย ตกลงไหม?”
ทันใดนั้น สาวน้อยที่หน้าซีดขาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ปรายตามองไปทางชายชุดดำ พูดว่า “ตกลงตาม
นั้น”
ชายชุดดำถึงกลับตะลึงในคำตอบ จนแทบไม่อยากจะเชื่อกับหูเลย
สายตาที่เฉียบแหลมราวกับดาบที่แหลมคมของสาวน้อย ได้ปรากฏออกมาจนชายชุดดำ แทบไม่อยากจะเชื่อ
สายตาว่าทำไมนางจึงเปลี่ยนได้ฉับพลันเช่นนี้
หรือว่ามีตรงไหนที่เขาทำไม่ถูกกันแน่?
ชายชุดดำที่กำลังตกตะลึงหมายจะเดินเข้าไปคว้านางเอาไว้ แต่จู่ๆ ต้วนชิงหมิงกลับถอยหลัง และโรยตัวโบยบิน
ลงไปในความเคว้งคว้างด้านล่าง
กระโปรงสีอ่อนลอยปลิวไสว ราวกับดอกบุปผาคอยซ้อนรับร่างนางอย่างงดงาม จากนั้นบนหน้าผาก็เหลือเพียง
ชายชุดดำเพียงผู้เดียว
ชายชุดดำรู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก… ทำไมแค่แวบเดียว นางกลับกล้าตัดสินใจในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้?
หางตาของเขาเหลือบไปเห็นเศษชายกระโปรงที่ติดอยู่ตรงหิน ชายชุดดำจึงถึงบางอ้อ ได้สติขึ้นมา… ที่แท้ เขาถูก
ต้มจนเปือยแล้วนี่เอง!
สาวน้อยคนนั้นแสร้งทำเป็นกลัวความตายจนหัวหด ทว่านางใช้โอกาสนั้น ในการหาทางเอาตัวรอดนี่เอง… เศษผ้า
ชิ้นนี้เป็นสีเดียวกับที่นางใส่พอดีพอดี อย่างนั้น สาวน้อยกำลังค้นหาที่ใดอยู่ หรือว่านางกำลังหาที่ที่นางเพิ่งปีนขึ้นมา?
ถ้ากระโดดลงไปจากตรงนี้แล้วล่ะก็ คงพอดีกลับอ้อมกอดของเหยียนหลิ่งอวี๋ เช่นนั้นนางก็จะไม่ได้รับอันตราย?
ความโกรธที่ถูกหลอกทำให้ชายชุดดำกระทืบเท้าอยู่หลายครั้ง เขารีบกวักมืออย่างรีบร้อน จากนั้นหันไปมองด้าน
หลังพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น “ยิงธนู ยิงให้หมด……”
ชายชุดดำที่ยืนเข้าแถวเรียงราย รีบวิ่งมาอย่างว่องไว จากนั้นเล็งธนูยิงไปตรงที่ต้วนชิงหมิงกระโดดลงไป
ชั่วพริบตาเดียว ลูกธนูถูกยิงสาดมาราวกลับห่าฝนที่บ้าคลั่ง จนบริเวณหน้าผามีเสียงระงมไปหมด
เพียงแต่ ไม่ได้ยินเสียงของลูกธนูเปียกเข้ากับเนื้อของคนดังออกมา
ทางด้านชายชุดดำที่ยืนมองอยู่ได้แต่ยืนแน่นิ่งจนทำอะไรไม่ถูก… หรือว่า ต้วนชิงหมิงจะกระโดดลงไปด้านล่าง
แล้วจริงๆ?
ชายชุดดำไม่อยากเชื่อ เขายังคงไม่ปักใจเชื่อ
ชายชุดดำยกมือขึ้นเป็นการบอกให้หยุดการยิงธนูลงได้ จากนั้นมีคนหยิบเชือกเข้ามา โรยตัวลงไปด้านหน้า
เขาไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาด เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ได้รับบาดเจ็บ จะพาต้วนชิงหมิงที่ไร้เรี่ยวแรงหนีไปไหนได้ไกล
พอนึกถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา ชายชุดดำรีบกัดฟันกรอดๆ ด้วยความเครียดแค้น… หญิงชั่วคนนั้น เจ้าเล่ห์เพทุบาย
เช่นเดียวกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ครั้งหน้า หากตกมาอยู่ในกำมือของข้าอีกจะให้พวกมัน ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็นอีก……
เวลาล่วงเลยไปได้ไม่นาน ด้านล่างมีเสียงตะโกนกลับขึ้นมา “ไม่มีใครอยู่แถวนี้”
ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว?
อย่างนั้น สองคนไหนจะไปไหนได้?
ชายชุดดำถึงกับงงงวยด้วยความสงสัย เหตุใดต้วนชิงหมิงที่เพิ่งกระโดดลงไปเมื่อครู่ กลับหายวับไปอย่างไร้ร่อง
รอย พร้อมกับเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ตอบกวนประสาคนนั้น
พวกนั้นแอบหนีไปทางไหนกัน? คนทั้งคนจะหายวับไปกับอากาศได้ยังไง?
“รีบไปค้นให้ทั่วเดี๋ยวนี้……” ชายชุดดำเดาพูดอย่างเดือดดาล
ผ่านไปพักใหญ่ๆ คนด้านล่างได้หันขึ้นมาพูดกับชายชุดดำคนนั้นว่า “โถวเอ๋อร์ไม่พบตัว”
ยังคงไม่พบตัวงั้นรึ?
ชายชุดดำจึงขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย… เขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะโบยบินไปได้
ในตอนนี้เอง ชายชุดดำที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ายังคงเงียบอยู่ จึงพูดเตือนด้วยความหวังดี
“โถวเอ๋อร์ พี่น้องที่ลงไปดูข้างล่าง ต่างบอกว่าไม่เจอตัวเลย”
ทันทีที่ชายชุดดำได้ฟังแล้ว เขาเอี้ยวมือไปตบหน้าของชายชุดดำที่อยู่ด้านหลัง พร้อมกับด่าเสียงดัง “ไสหัวออกไป
ข้าจะลงไปดูด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้……”
เขาไม่มีทางเชื่อได้อย่างสนิทใจว่า เหยียนหลิ่งอวี๋จะกลายร่างเป็นเศษหินเศษทรายไปได้
ไม่นานนัก ชายชุดดำได้จับเชือกโรยตัวลงไปด้านล่าง พอดีกับเขาได้เหยียบลงบนก้อนหินใหญ่ โดยที่เป็นที่ซ่อนตัว
ของเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิง