การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 533 ทางรอดหรือทางตาย
ชายชุดดำมองลงมาด้านล่าง ด้วยความเข้าใจว่าทำไมส่งคนลงมาหา จึงหาเป็นเวลานานสองนาน
นั่นเป็นหินที่ก้อนไม่ใหญ่ที่ยื่นออกมา ซึ่งน่าจะยืนได้แระมาณสามสี่คน ด้วยลักษณะรูปร่างของหินที่แปลกตา ดัง
นั้นพอคนมายืนตรงนี้ถึงทำให้มองไม่เห็นถํ้าน้อยๆ ด้านล่าง
เมื่อเขามองลงมาเห็นหินรูปร่างแปลกตาอยู่ด้านล่างโดยบังเอิญ จึงไม่ลังเลใจที่จะกระโดดลงมาจากหน้าผา
อีกทั้งรูปร่างของหินที่ยืนออกมาอย่างอัศจรรย์ ได้กำบังกายของคนที่จ้องมองมาจากบนหน้าผาให้ดูไม่ออก
ชายชุดดำจับเชือกค่อยๆ โรยตัวลงมา พร้อมกับมองซ้ายไปทีขวาไปที จากนั้นก็ชะงักในทันใด
เลือด… เลือดไหลนองมากมาย สาดกระเซ็นไปทั่วหินก้อนนี้ กลิ่นคาวได้ลอยคละคลุ้งไปทั่วในอากาศ จนชายชุด
ดำถึงจับขมวดคิ้วขึ้น
ในตอนที่ชายชุดดำเห็นต้วนชิงหมิงขึ้นไปด้านบน กระโปรงของนางมีร่องรอยของเลือดติดอยู่ ทว่ากลับไม่มี
บาดแผลที่ตัวแม้แต่น้อย
คนที่อยู่ด้วยกันกับต้วนชิงหมิง มีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้เดียว ในเมื่อเลือดเหล่านี้ไม่ใช่ของต้วนชิงหมิง เช่นนั้น ต้อง
เป็นของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างแน่นอน ดูทรงแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋คงได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ชายชุดดำยิ่งรู้สึกล้มเหลม… ลูกน้องของเขามีมากมายหลายคน แต่กลับมิอาจจับตัวเหยียนหลิ่งอ
วี๋ที่บาดเจ็บมาได้… มีหรือที่เขาจะยอมเลิกราโดยง่าย?
ด้วยความโมโหชายชุดดำยกมือตบไปที่หน้าผา
พอดึงมือกลับมา กลับพบว่ามือเปือนเลือดไปหมดแล้ว
เห็นที ตรงนี้เคยมีคนอยู่มาก่อนหน้านี้นานแล้ว มิเช่นนั้น เลือดคงแห้งติดหินที่หน้าผาไปนานแล้ว
ชายชุดดำค่อยๆ กำหมัดแน่นอย่างเชื่องช้า… ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋หนีเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้ นับจากนี้ต่อไป อย่าได้
คิดจะมีโอกาสทองแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง
ชายชุดดำหมดเงยหน้ามองไปรอบๆ เห็นเพียงท้องฟั้ามืดสนิท แสงจันทร์รำไรรอดผ่านกลุ่มเมฆาลงมาเล็กน้อย
หากไม่ตั้งใจดูให้ดี คงมองอะไรรอบข้างไม่ออกเลย
มิหนำซํ้าจุดนี้ไม่สามารถมองเห็นหน้าผาด้านบนได้
หากจะบอกชายชุดดำว่า เหยียนหลิ่งอวี๋ปีนขึ้นไปข้างบนหน้าผาแล้ว หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีทางเชื่อ
แต่ว่าในมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ตอนนี้ คงมีเชือกอยู่เส้นหนึ่งกระมัง ถ้าเขาไม่ปีนขึ้นไปด้านบน ทางเดียวที่เป็นไปได้
ก็คือโรยตัวลงไปด้านล่าง
ทันใดนั้นชายชุดดำจำขึ้นมาได้ว่า ตอนที่ต้วนชิงหมิงอยู่ด้านบนได้หย่อนเชือกลงมาเส้นหนึ่งเมื่อครู่นี้ เดิมทีชายชุด
ดำคิดว่าต้วนชิงหมิงคงตกใจจนลนลานทำอะไรไม่ถูก แต่เมื่อนำเรื่องมาปะติดปะต่อกัน จึงพบว่าต้วนชิงหมิงเสแสร้ง
แกล้งทำ
อันดับแรก นางหย่อนเชือกลงมาให้ที่เหยียนหลิ่งอวี๋ หลังจากนั้นก็แกล้งทำเป็นถ่วงเวลาให้ยืดยาว เพื่อจะได้มี
เวลาเพียงพอสำหรับให้เหยียนหลิ่งอวี๋วางแผนแก้ไขเฉพาะหน้า ยกตัวอย่างเช่น หาทางออกทางอื่น หรือไม่ก็หาที่มั่นคง
ผูกเชือกและโรยตัวลงไปด้านล่างเพื่อหนีเอาตัวรอด
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะกับประมาทศัตรูเกินไป เขาจึงโมโหโทโสเป็นที่สุด
จากนั้นตะโกนเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ “ค้น… ออกไปค้นให้ทั่ว ต่อให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ไหน จะต้องไปหาให้เจอ
ให้จงได้!”
ต่อให้ต้องเสียแรงขุดพสุธาลงไปถึงสามศอก ชายชุดดำคนนี้ก็ยอมเพื่อจะได้จัดการเหยียนหลิ่งอวี๋ และต้วนชิงหมิง
จอมมากอุบายให้รับรู้ถึงรสชาติของความตาย
นภากาศอันมืดสนิทค่อยๆ มืดมิดลงไปเรื่อยๆ บรรยากาศโดยรอบต่างเงียบสงัด เสียงตะโกนของชายชุดดำได้
กังวานไปทั่วบริเวณ จนกระทั่ง นกที่อยู่ใกล้เคียงกระพือปีกบินจากไปอย่างรวดเร็ว
บังเอิญกับมีนกน้อยตัวหนึ่งที่กำลังโบยบินอยู่ในอากาศ ได้ปัสสาวะเล็กลงมาหยดลงมือของชายชุดดำเต็มๆ
เขาอ้าปากขยับต่อว่าอย่างโมโห ในขณะเดียวกัน ชายชุดดำที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นว่า “” โถวเอ๋อร์ หาเจอแล้ว พบ
เจ้าดูเชือกตรงนั้นสิ………”
ชายชุดดำคนนั้นหันลงไปมอง เห็นต้วนชิงหมิงเพิ่งโยนเชือกลงไปข้างล่าง
พอเขาเห็นก็รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที… เขาไม่มีทางเชื่อว่า ตรงที่ที่มีเชือกอยู่จะไม่พบเหยียนหลิ่งอวี๋ เวลานี้เหยียน
หลิ่งอวี๋คงบาดเจ็บอย่างหนักและร่อแร่จวนตายเต็มที ขอเพียงเจอตัวเหยียนหลิ่งอวี๋เท่านั้น ชีวิตก็จะตกมาอยู่ในเอื้อมมือ
แบบคาดไม่ถึง
ระหว่างที่ชายชุดดำเตรียมกระโดดลงไปด้านล่าง คนที่อยู่ด้านข้างกลับรีบพูดทัดทานเอาไว้ “โถวเอ๋อร์ อย่า
กระโดดลงไป ตรงนี้ค่อข้างสูงเหลือเกิน”
เมื่อชายชุดดำเห็นว่า เชือกเส้นนั้นที่ห้อยอยู่ห่างจากเขาออกไปประมาณสิบจ้าง[1] ถึงแม้ชายชุดดำจะอยาก
กระโดดข้ามไปจับ ก็ไม่แน่ว่าจะเอื้อมถึงเชือกเส้นนั้น
เห็นได้ชัดว่าคนที่บาดเจ็บอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ทำได้ ทำไมคนที่ปกติสมบูรณ์อย่างเขาจะทำไม่ได้?
ชายชุดดำจึงตะคอกเสียงดัง “มันยังลงไปได้เลย ทำไมถ้าจะลงไปไม่ได้?”
ใช่แล้ว สิ่งนี้เหยียนหลิ่งอวี๋สามารถทำได้ ไฉนเลยชายชุดดำจะทำไม่ได้เล่า!
คนที่อยู่ข้างกายของชายชุดดำ พูดตื่นขึ้นมาว่า “โถวเอ๋อร์ เชือกเส้นนั้นดูเหมือนว่าถูกโยนลงไปห้อยโตงเตงอยู่
ตรงนั้น……”
พอชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าจ้องมองไปที่เชือก กลับต้องหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาอีกครั้ง
นึกไม่ถึงว่า เชือกเส้นนั้นจะผูกติดกับต้นไม้เล็กต้นหนึ่งด้วยเงื่อนที่แน่นหนา ฉะนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องไม่ได้หนีเอา
ตัวรอดไปทางนั้น……
ชายชุดดำกำลังสงบสติอารมณ์ให้ผ่อนคลายลงโดยเร็ว
จากนั้นเขามองไปโดยรอบ ถึงกลับต้องกัดฟันกรอดๆ ออกมาด้วยความเจ็บใจ “ค้น… ไปค้นให้ข้าทุกซอกทุกมุม
ต้องหาสองคนนั้นจนพบให้ได้”
หากหาตัวเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงไม่เจอแล้วละก็ เขาคงต้องกระอักเลือดด้วยความเดือดดาล
เมื่อชายชุดดำพูดเสร็จรีบคว้าเชื่อโรยตัวลงไปจากหน้าผาด้านบน เขาสั่งให้ลูกน้องทุกคนหาเหยียนหลิ่งอวี๋ให้พบ
มิเช่นนั้นก็อย่าได้คิดว่าจะได้พัก
แน่นอนว่า ระหว่างที่ชายชุดดำกำลังหัวเสียกับการสั่งให้ค้นหาเหยียนหลิ่งอวี๋ ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงก็
แอบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในถํ้าน้อยที่พวกเราสร้างขึ้นมา
แรกเริ่มนั้น ต้วนชิงหมิงได้หย่อนเชือกลงจากหน้าผาด้านบน จากนั้นหาวิธีทุกอย่างพี่ทำได้ในการถ่วงเวลาให้ช้าลง
ต้วนชิงหมิงคาดเดาแล้ว ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องใช้ประโยชน์จากเชือกเส้นนี้ จึงคิดหาวิธีที่สมบูรณ์แบบออกมาได้
โดยที่นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ตัดสินใจกระโดดจากหน้าผาลงมา
ไม่ว่าจะเป็นชาติที่แล้วหรือว่าชาตินี้ นับเป็นครั้งแรก ที่ต้วนชิงหมิงได้สัมผัสรสชาติของการโบยบิน หัวใจนางเต้น
แรงจนแทบหลุดออกมา จู่ๆ มีเสียงลมพัดผ่านเข้าหูมา ราวกับมีคนกำลังตะโกนส่งเสียงดังขึ้น
เพียงแต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่ได้ยินสิ่งใดเข้าหูทั้งสอง เพราะนางมัวแต่คิดอยากกลับเข้าไปที่อ้อมอกเหยียนหลิ่งอวี๋
ตามเดิม ถึงจะรู้สึกสบายอกสบายใจ
เดิมที ต้วนชิงหมิงคิดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องเข้ามารับนางเอาไว้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่นางนึกคิดไม่ถึงก็คือ ทั้ง
สองคนกลับจับมือกันวิ่งเข้าไปในถํ้าที่ลึกด้านใน
แม้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ใช่คนที่ชอบเสี่ยงอันตราย แต่เนื้อตัวของเขากลับยังคงผูกติดกับเชือกอยู่
ต้วนชิงหมิงสวมกอดเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้แน่น ไม่กล้าลืมตาขึ้นมามอง กลัวเหลือเกินว่าหากไม่ระวัง อาจตกจาก
หน้าผาจนร่างแหลกไปกับพื้น
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางยอมให้ต้วนชิงหมิงร่างแหลกไปกับพื้นเป็นอันขาด เพราะไม่ว่าเขาจะทำเรื่องใด หากไม่
เตรียมตัวหาทางหนีทีไล่มาเป็นอย่างดี ก็จะพุ่งตัวเข้าหาเปั้าหมายที่ตั้งไว้โดยตรง
ตอนนี้ มีต้วนชิงหมิงอยู่ข้างกายด้วย เขาจึงไม่กล้าทำตัวเสี่ยงอันตราย
ต้วนชิงหมิงบีบแขนเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้แนบแน่น พร้อมกับสวมกอดเหยียนหลิ่งอวี๋จนหายใจแทบไม่ออก สายลมพัด
ผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นคาวเลือดโชยไปทั่ว ขณะเดียวกันความอบอุ่นในร่างกายได้ค่อยๆ หายไป และแทนที่ด้วย
ความเหน็บหนาวเป็นที่สุด
ต้วนชิงหมิงหมายจะเอ่ยปากถามบางอย่างขึ้น ทว่าลมได้พัดแรงเข้าตาจนนํ้าหูนํ้าตาไหลออกมา
นี่นับเป็นการร่วมเป็นร่วมตายหรือไม่?
เหยียนหลิ่งอวี๋… หรือว่าเจ้าจะต้องมีชะตาชีวิตเหมือนในชาติที่แล้ว?
แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ ชาติที่แล้ว เขาสิ้นใจจากนํ้ามือของพี่น้อง มาในชาตินี้ เขาจะสิ้นใจในอ้อมอกของนาง
อย่างนั้นหรือ?
ในขณะที่ต้วนชิงหมิงกำลังเศร้าใจอยู่นั้น จู่ๆ ร่างของทั้งสองคนกลับห้อนโตงเตงอยู่ในอากาศ เหมือนว่าวที่ยังไม่
ขาดจากสายปั่าน
พอต้วนชิงหมิงลืมตาขึ้นมา ด้วยความมึนหัวกับสิ่งที่เห็นไปหมด
นางเห็นเพียงท้องฟั้ายามราตรีที่มืดมิด กับความเคว้งคว้างมืดสนิทของด้านล่าง
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดเสียงแหบแห้ง “หลับตาลง ปล่อยใจให้สบาย ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น!”
จิตใต้สำนึกของต้วนชิงหมิงสั่งให้นางบีบมือของเขาให้แน่นจนสะบัดไม่หลุด
[1] จ้าง มาตรวัดความยาว โดย 1 จ้าง ยาวประมาณ 3.33 เมตร