การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 535 เจ้าทำร้ายข้า ข้าชิงชังเจ้า
ไม่……ต้วนชิงหมิงไม่มีทางยอมรับได้ ไม่……ต้วนชิงหมิงไม่มีทางติดหนี้บุญคุณใคร… ทั้งความเคียดแค้น ทั้งความ
รักได้แผดเผาทุกอย่างจนหมดสิ้น
ต้วนชิงหมิงแบกรับเอาความเคียดแค้นมาด้วย นางจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นเหมือนชาติที่แล้ว
ดังนั้นต้วนชิงหมิงต้องการรู้เพียงว่าคนคนนั้นเป็นใคร จากนั้นนางจะได้เข้าไปพูดโน้มน้าว ให้ล้มเลิกความตั้งใจ
ทั้งหมดเสียเถอะ
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงกันหลังกลับไปพบหมอกควันขวางกางกั้น พร้อมกับใบหน้าที่เลือนลางปรากฏขึ้นมา ต้วนชิง
หมิงได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นทีละคำ “อย่าไป!”
คำพูดเพียง “อย่าไป!”
ได้ดังกึกก้องเข้าโสตประสาทของต้วนชิงหมิงในฉับพลัน จนนางเกิดความรู้สึกโศกเศร้าอาลัยในความรู้สึก สิ่งที่
นางคิดไว้เมื่อครู่ว่าจะพูดกลับลืมเลือนไปทั้งหมด ความทรมานและความเสียใจที่อัดอั้นอยู่ในหัวใจได้ปะทุพวยพุ่งขึ้นมา
หลังจากนั้นนํ้าตาของนางได้ไหลพรากดั่งสายฝนอันชุ่มฉํ่า
ได้ใจของนามีความสับสนและเลือนรางขึ้นมา… นางไปทำผิดกับใครไว้กันแน่
ต้วนชิงหมิงที่จิตใจเด็ดเดี่ยวได้พยักหน้าอย่างไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย พูดขึ้น “ได้ ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น”
คำพูดที่ว่า “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน
เงาที่เลือนลางของคนคนนั้นค่อยๆ มลายหายไป ทว่าเสียงของเขายังคงดังอยู่ทั่วนภาอากาศ “จำไว้ให้ดี ข้าไม่
อนุญาตให้เจ้าไปไหนทั้งสิ้น… เพราะเจ้าติดค้างเอาไว้”
เสียงนํ้าไม่ให้ต้วนชิงหมิงไปไหน เพราะนางไปติดค้างคนคนนั้นเอาไว้
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงหันหลังกลับไปมองได้พบต้วนอวี้ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับมองมาอย่างสงบนิ่ง เมื่อต้วนอวี้
เห็นนางหันหลังกลับมามอง จึงหัวเราะเจื่อนๆ พูดขึ้นว่า “พี่สาว ข้างล่างนี้หนาวเหน็บเหลือเกิน พี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนข้า
เมื่อไหร่?”
นางเห็นต้วนอวี้มีสีหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาด ถึงกับรู้สึกทุกข์ทรมานใจเป็นที่สุด นางรีบถามกลับทันควัน “พี่สาวคน
นี้ก็อยู่เป็นเพื่อนเจ้าทุกวันมิใช่หรือ? เจ้าไม่อยู่ที่จวน แอบมาทำอะไรที่นี่?”
ต้วนอวี้ประเดี๋ยวยิ้มแย้มประเดี๋ยวหน้านิ่ง เขาปล่อยมือที่จับชายเสื้อของต้วนชิงหมิงออก จากนั้นเดินถอยหลังไป
ทีละก้าวๆ จนกระทั่งต้วนชิงหมิงต้องเรียกให้หยุด จู่ๆ ต้วนอวี้กลับหัวเราะด้วยนํ้าเสียงบ้าคลั่งเหมือนคนสติขึ้นมา
“เหอะ เหอะ! พี่มาอยู่เป็นเพื่อนข้าทุกวันจริงหรือ… พี่ไม่สนใจข้าเลย เอาแต่สนใจเรื่องของตัวเองต่างหาก… อีก
อย่างพี่สาวที่รักของข้า พี่ลืมไปแล้วหรือว่า เป็นพี่นั่นแหละ ให้คนมาผลักข้าจมบ่อนํ้าหลังสวนดอกไม้ให้จมนํ้าตายทั้ง
เป็น……” ต้วนอวี้พูดขึ้น
ในใจของต้วนชิงหมิงราวกลับมีสายฟั้าผ่าลงมากลางหัวใจของนาง ทันใดนั้น นางกลับนึกเรื่องในอดีตขึ้นมาได้
เป็นเพราะนางแท้ๆ ที่วางแผนให้คนผลักต้วนอวี้ลงบ่อนํ้า เพื่อจะได้ดึงความสนใจจากต้วนเจิ้ง และถือโอกาสเปลี่ยนคน
ข้างกายของต้วนอวี้ใหม่ทั้งหมด
ไม่ผิดเลย! ต้วนชิงหมิงเป็นคนวางแผนเรื่องราวทั้งหมดเอง ถ้านางไม่ทำเช่นนี้ จุดจบในชาตินี้ของต้วนอวี้ย่อมมา
ถึงก่อนนางมากโข……
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในหัวจิตหัวใจเป็นที่สุด
ต้องโทษนางที่วางแผนไม่รอบคอบ ต้องโทษนางที่มิได้นัดแนะกับต้วนอวี้ก่อน เมื่อต้วนอวี้ที่ร่างกายอ่อนแอได้ถูก
ผลักตกลงไปบ่อนํ้าลึกเช่นนั้น ย่อมทรมานและบาดเจ็บอยู่มาก
ต้วนชิงหมิงยื่นมือออกไปด้วยความรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ อยากเข้าไปดูใบหน้าของต้วนอวี้ นางพูดละลํ่าละลักออกมา
“อวี้เอ๋อร์… พี่ผิดไปแล้ว แต่ทั้งหมดพี่ทำไปด้วยความหวังดี… เจ้าก็รู้มิใช่หรือ หากไม่ได้รับความสนใจจากท่านพ่อ อวี้เอ๋
อร์กับพี่ย่อมมีจุดจบไม่ต่างจากชาติที่แล้ว… พี่สาวคนโตมีฐานะเทียบเท่าแม่คนหนึ่ง เจ้าเชื่อพี่นะ พี่ไม่มีทางคิดร้ายและให้
ร้ายกับเจ้าเป็นอันขาด”
จุดจบที่อเนจอนาถของต้วนอวี้ในชาติที่แล้ว เกิดขึ้นหลังจากพี่ต้วนชิงหมิงได้มีโอกาสกลับชาติมาเกิด ทุกครั้งที่
นางหวนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา มักจุกอกจนหายใจแทบมิออก ดังนั้น นางผิดไปแล้วสำหรับความคิดที่ขาดการไตร่ตรองอย่าง
รอบคอบ!
ต้วนชิงหมิงคิดว่าต้วนอวี้จะต้องเข้าใจนางผิดเป็นแน่… อย่างไรเสีย ความผิดของนางเกิดจากความใจเร็วด่วนได้
แต่นางก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้เกิดขึ้นนี่หน่า ต้วนอวี้ยังคงมีชีวิตอยู่เป็นอย่างดี ฉะนั้นนางยังมีโอกาสชดใช้ให้
กับเขา
หลังจากสิ้นเสียงของต้วนชิงหมิงลง ต้วนอวี้หลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา เสียงแหลมนั้นได้ทิ่มแทงเข้าไปใน
หัวใจของนาง ต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้ร้องไห้ออกมาทั้งนํ้าตา โดยที่ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว
เสียงของต้วนอวี้ดังขึ้นมาจากในความมืด “พี่สาวที่รักของข้า… พี่คิดจริงๆ หรือว่าพี่สาวคนโตมีฐานะเท่ากับแม่
คนหนึ่ง… หึ หึ! พี่รู้หรือไม่ ด้วยฐานะพี่สาวคนโตเทียบเท่าแม่คนหนึ่ง… พี่ได้พรากเอาชีวิตของข้าไปแล้ว”
คำพูดของต้วนอวี้เต็มเปียมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ปะทุออกมาอย่างมิขาดสาย ราวกับกำลังตกอยู่ในนรกทั้ง
เป็น
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงรู้สึกปวดใจจนหายใจแอบไม่ออก
ต้วนอวี้กำลังพูดอะไรอยู่?
ต้วนอวี้พูดว่านางเป็นคนทำร้ายเขา?
แต่เอาเข้าจริงแล้ว หลังจากที่ต้วนอวี้ตกลงไปในบ่อนํ้ากลับขึ้นมา เขาก็มีนิสัยเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมี
ความเฉลียวฉลาด และสติปัญญาที่เกินกว่าวัย… เช่นนี้ ต้วนอวี้จะหาว่านางทำร้ายเขาได้ยังไงกัน?
ต้วนอวี้ใช้ดวงตาที่แดงกํ่าด้วยเลือดสดจ้องเขม็งมาที่นาง ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับเงียบไป
ดูเหมือนต้วนอวี้สามารถอ่านความคิดของนางจนทะลุปรุโปร่ง ทำให้ต้วนชิงหมิงหัวใจเต้น “ตึกตัก ตึกตัก” ไม่
เป็นจังหวะขึ้นมา
นางกลับมาครุ่นคิดแล้วว่า นางได้มองข้ามอะไรบางอย่างไปแล้ว
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงจำขึ้นมาได้ ไม่ว่าต้วนอวี้ในชาติที่แล้วหรือว่าในชาตินี้ ล้วนมีสิ่งเหมือนกันคืออ่อนแอและขี้
ขลาด ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใคร แต่หลังจากที่เขาตกบ่อนํ้าขึ้นมา ต้วนอวี้ได้เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เพียง
เฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีความจำเป็นเลิศ
ต้วนชิงหมิงยังคงรู้สึกว่าเขายังเป็นน้องชายของนางอยู่ เหตุใดต้วนอวี้ถึงพูดยํ้าแล้วยํ้าเล่าว่านางทำร้ายเขา?
ต้วนชิงหมิงลืมตากว้างขึ้นมาอยากถามคำตอบให้ชัดเจน ทว่าต้วนอวี้กลับไม่แยแสนางอีกแล้ว เขากลับตัวกำลัง
จะเดินเข้าไปในความมืดมิด พลางเอ่ยขึ้นว่า “พี่สาว ข้านึกเสียว่าพี่มีสติปัญญาเฉียบแหลม แต่ดูแล้วกลับโง่เขลาเบา
ปัญญามากกว่า”
ชั่วพริบตาเดียว ต้วนชิงหมิงมีความคิดอยากวิ่งพุ่งเข้าไปหา แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี นางยังคงยืนแน่นิ่งพราง
มองร่างน้อยๆ ของต้วนอวี้เดินกลับเข้าไปในความมืด โดยไม่พูดไม่จาอะไรออกมาสักคำเดียว
อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรกันแน่?
หรือว่าพี่สาวคนนี้ได้ทำผิดต่อเจ้าขึ้นมาจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
เห็นได้ว่าปัญหานี้ ต้วนชิงหมิงไม่รู้จะตอบตัวนางเองอย่างไร
ในเวลานี้ เงาของต้วนอวี้กำลังจะค่อยๆ เลือนหายไป ความหวาดกลัวในใจของต้วนชิงหมิงกลับมีลางสังหรณ์
ปรากฏขึ้นมา… หากต้วนอวี้เดินจากไปตอนนี้ นับจากนี้ไปนางคงไม่มีทางได้เจอเขาอีก
ต้วนชิงหมิงจึงพุ่งตัวออกไปสองก้าว พร้อมกับขวามือของต้วนอวี้พูดด้วยเสียงอ่อนระทวย “อวี้เอ๋อร์… อย่าไป
อย่าทิ้งพี่เอาไว้ที่นี่……”
ต้วนชิงหมิงใช้มือคว้าหมายจับมือของต้วนอวี้ ทว่ามือของนางกลับผ่านมือของต้วนอวี้ไปอย่างหน้าตาเฉย ราวกับ
มือนั้นไม่มีอยู่จริง
ต้วนชิงหมิงชะงักงันกับสิ่งที่นางได้พบเจอตรงหน้า
นางใช้สายตาที่อํ้าอึ้งมองไปที่น้องชายที่ตรงหน้า ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนเป็น
คนแปลกหน้า… นั่นเป็นน้องชายในสองชาติภพของนาง แต่ทำไมนางกลับมิสามารถจับมือไว้ได้?
ต้วนอวี้ฝืนยิ้มออกมาให้กับต้วนชิงหมิง รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความเสียใจ ผสมความรู้สึกเยาะเย้ยตัวเขาเอง จาก
นั้น เขาตอบเสียงเรียบนิ่งกลับมา “พี่สาวเห็นหรือยัง ตอนนี้พี่ไม่สามารถจับตัวข้าได้อีกแล้ว……”
ดูเหมือนต้วนชิงหมิงคิดอะไรบางอย่างออกแล้ว นางจึงตัวสั่นสะเทิ้มไปทั้งตัว
ในเวลานี้เอง ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้น แววตาที่สดใสของเขากลับเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
เขาพูดเสียงเบาออกมา “พี่สาว… ตอนนี้เข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงเข้าใจเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว ทว่านางยังไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เพิ่งรับรู้
นางยังคงยื่นแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น พร้อมกับนํ้าตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง… อวี้เอ๋อร์ ที่แท้ พี่คนนี้เป็นคนทำร้าย
เจ้าจริงๆ
ต้วนอวี้เป็นเพียงแค่วิญญาณดวงหนึ่งไปแล้ว นั่นหมายความว่า เขาได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว ฉะนั้นเป็นใครกัน
ที่เข้ามาอยู่ในร่างของต้วนอวี้แทน?
พอคิดมาถึงจุดนี้ ต้วนชิงหมิงต้องหลับตาลงด้วยความทรมาน นางขอร้องจากใจจริงออกมา “อวี้เอ๋อร์ อย่าจากพี่
ไปเลยจะได้ไหม… อย่าไปไหนเลย พี่ขอร้องล่ะ”
ต้วนชิงหมิงสะอึกสะอื้นและวิงวอนร้องขออย่างเสียใจ จนเกือบล้มทั้งยืน