การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 544 คำแถลงองค์หญิงอวี้หลัว (4)
หากพูดถึงพละกำลังของชายชุดดำกับระยะทางการลงเขานั้น เขาต้องการเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
แต่ต้วนอวี้กับชายชุดดำต่างคาดเดาความคิดของกันและกันออก ชายชุดดำไม่มีทางพาต้วนอวี้ลงไปด้านล่างเขาได้
โดยง่ายดายแน่นอน
ผลลัพธ์อาจเกิดได้สองกรณี กรณีแรกคือ ชายชุดดำจะแบกศพของต้วนอวี้ลงจากภูเขา กรณีที่สองคือ ชายชุดดำ
วิ่งลงเขาไป ส่วนต้วนอวี้กลับถูกกักไว้ในถํ้า
หากผลลัพธ์เป็นเช่นนี้ ต้วนอวี้ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เมื่อดูท่าทางของต้วนอวี้ กลับไม่กังวลใจแม้แต่น้อย เขากลับหรี่ตาที่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย มองชายชุด
ดำตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดขึ้นหัวกลับไปกลับมา ก่อนส่ายหน้าพูดอย่างเอือมระอา “ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ได้คุยโวเกิน
ตัว!”
คำพูดของต้วนอวี้เป็นการหยามเหยียดชายชุดดำอย่างเห็นได้ชัด ในด้านพละกำลังความสามารถและศักดิ์ศรีใน
ตัว
เมื่อชายชุดดำเห็นแววตาของต้วนอวี้ที่มองมา เขาเดือดดาลจนพูดไม่ออก
เพราะสิ่งที่ชายชุดดำเจอชายชราเล่นงานในคํ่าคืนนี้ ล้วนเป็นการหยามเหยียดศักดิ์ศรีอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีเด็กปาก
ไม่สิ้นกลิ่นนํ้านม ดันมาหยามเกียรติศักดิ์ศรีของเขาขึ้นไปอีก
เขาจึงจ้องเขม็งไปที่ต้วนอวี้ด้วยความเดือดดาล จนลูกตาแทบกระเด็นออกมา จากนั้นได้กัดฟันพูดขึ้นว่า “วิชาตัว
เบาของข้า ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาชายชุดดำ”
วิชาตัวเบาถือเป็นความภูมิใจในกลุ่มของชายชุดดำ ทว่าบัดนี้ เขาถูกจับมัดเป็นนักโทษไปแล้ว เช่นนี้จะไม่ให้เขา
ยอมกลํ้ากลืนความโกรธนี้ไปได้อย่างไร
หลังจากที่ต้วนอวี้ฟังจบก็เกือบจะหลุดขำออกมา… ในสมัยโบราณนั้น วิชาตัวเบาไม่ได้ใช้สำหรับการหนีเอาชีวิต
รอดอย่างที่เขาเข้าใจอย่างนั้นหรือ แต่ด้วยการวิ่งที่รวดเร็วเกินไปของชายชุดดำ ทำให้ตกมาอยู่ในนํ้ามือของต้วนอวี้ที่วิ่ง
ช้ายิ่งกว่าเต่าอีก นั่นเท่ากับเป็นเรื่องเสียหน้าที่สุดในชีวิตของเขา
ต้วนอวี้ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ราวกับบุปผากำลังผลิดอกบานสะพรั่ง เขาเดินเข้าไปตบบ่าของชายชุดดำ ห้ามพูด
ด้วยความเสียดายว่า “พี่ชาย ข้าต้องขอบอกท่านหน่อย หากพูดเกินตัวจนทำไม่ได้ ก็ไม่ต่างกับคนเหม็นขี้ฟัน”
ทันใดนั้น ชายชุดดำก็เลือดขึ้นหน้าเรากลับสามารถกลืนกินต้วนอวี้ได้ทั้งตัว
ทว่าต้วนอวี้กลับไม่แยแสและเอาความกับเขา เพราะอย่างไรเสีย บาดแผลของต้วนชิงหมิงกับเหยียนหลิ่งอวี๋ย่อม
สำคัญกว่า ถึงแม้ชายชุดดำผู้นี้ต้องการทดสอบเขา แต่ต้วนอวี้กลับคิดขึ้นได้ว่ามิควรจะเสียเวลาต่อปากต่อคำกับชายชุด
ดำ
ต้วนอวี้กลั้นหัวเราะเอาไว้ จากนั้นหรี่ตาทั้งสองข้างลงมาครึ่งหนึ่ง หันไปทางชายชุดดำ พูดอมยิ้มเพียงว่า “ก็ได้
ข้าเชื่อว่าเจ้าน่าจะทำได้”
ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะพาข้าลงไปด้านล่างภูเขา ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วยามได้ แต่ข้ากลับไม่ค่อยมั่นใจว่าเจ้าจะแบก
ข้าลงไปแบบมีชีวิตหรือว่าแบกลงไปในฐานะร่างอันไร้วิญญาณ
หลายครั้งที่ต้วนอวี้ขี้เกียจและไม่อยากใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของเขาเล่นงานใคร หากอีกฝั่ายตั้งใจมาลํ้าเส้น
เขาก็พร้อมไม่ไว้หน้าสู้จนตายไปข้าง แต่หากอีกฝั่ายเลือกเล่นงานก่อน ก็จงเตรียมตัวรับเคราะห์อย่างมหันต์ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ต้วนอวี้ขอใช้ชีวิตของเขารับประกัน หากชายชุดดำคิดลงมือกับเขาจะต้องตายจนวิญญาณกระเซ็น
แตกซ่าน
ต้วนอวี้ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลแม้แต่น้อย หากชายชุดดำคิดไม่ซื่อกับเขา เขากลับยินดีให้แสดงแผนการออกมาให้เต็ม
ที่ได้ทั้งหมด
เหตุใดต้วนอวี้ถึงใจกล้าเช่นนี้?
เพราะชายชุดดำยิ่งทำตัวไม่ซื่อตรง ต้วนอวี้ก็ยิ่งยินดีขึ้นไปอีก เขาจะได้หาวิธีในการเล่นงานกลับ
ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ได้ว่า ต้วนอวี้กำลังเตรียมเรื่องสนุกๆ ให้กับคนที่คิดจะเล่นงานเขา
ในถํ้าที่เต็มไปด้วยความมืดมิด ชายชุดดำมีแผนการร้ายขึ้นมาในใจ ในขณะที่ต้วนอวี้ก็กำลังรออย่างระมัดระวัง
ทั้งสองคนต่างกัดฟันแน่น เพื่อคอยลุ้นว่าวินาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
ยิ่งใบหน้าของต้วนอวี้เปือนไปด้วยรอยยิ้ม ชายชุดดำคนนั้นกลับยิ่งกัดฟันด้วยความชิงชังขึ้นไปอีก… รอดูไปอีก
ประเดี๋ยวก็แล้วกัน ขอเพียงปล่อยชายชุดดำสามารถคลายจุดที่พันธนาการอยู่ออกได้ ต้วนอวี้ก็จะไม่มีทางยิ้มอีกต่อไป
ชายชุดดำขบฟันหันไปมองทางต้วนอวี้ เอ่ยขึ้นว่า “เจ้ายังไม่รีบปล่อยข้าอีก?”
ต้วนอวี้ยู่ปากเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้จมูก และพูดอย่างอดเสียมิได้ “ที่จริงข้าก็อยากจะช่วยเจ้า แต่
ปัญหาคือ ข้าไม่เคยฝึกวรยุทธ์มาก่อนเลย”
คนที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างต้วนอวี้ มีหรือจะสู้วรยุทธ์ของคนในยุคโบราณได้ เขาพยายามเสาะแสวงหา
อาจารย์เพื่อเรียนรู้ แต่ไม่ว่าจะฝึกวรยุทธ์อย่างไรก็ทำไม่ได้
ดังนั้น หากชายชุดดำคนนี้มีวรยุทธ์ที่เพียงพอ มีหรือจะเสียท่าถูกชายชราคนนั้นกดจุดไม่ให้ขยับตัวได้
ทันทีที่ชายชุดดำได้ยินที่ต้วนอวี้พูดออกมา เขาแทบจะเป็นลมลงไปในฉับพลัน… พูดมาเสียเนิ่นนาน เจ้าเด็กเมื่อ
วานซืนคนนี้ เป็นแค่เด็กขี้ขลาดหางจุกตูดคนหนึ่งที่มาหลอกเขา
“เจ้าว่าอะไรนะ?” ชายชุดดำพูดพรวดออกมาด้วยความเดือดดาล
ต้วนอวี้ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มองกลับไปที่ชายชุดดำพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา “เจ้าฟังไม่ชัดเจนรึ?
ข้ากดคลายจุดให้ไม่เป็น ได้ยินชัดเจนสองรูหูแล้วใช่ไหม?”
ชายชุดดำมองมาอย่างสิ้นหวัง
พูดมาตั้งนานสองนาน ที่แท้ต้วนอวี้ก็แค่เด็กไร้ความสามารถคนหนึ่งที่ไม่เป็นวรยุทธ ชั้นไหนเลยจะสามารถกด
คลายจุดให้กับคนมีวรยุทธ์สูงอย่างเขา เห็นที การต่อรองที่ยืดยาวเมื่อครู่นี้ เท่ากับสูญเปล่าไปในพริบตา
ชายชุดดำพูดกับต้วนอวี้ด้วยความท้อแท้ใจ “เจ้าคงไม่คิดรอให้จุดที่ถูกกดนั้นคลายออกเอง แล้วข้าจะแบกเจ้าลง
ไปด้านล่างภูเขากระมัง?”
ถึงตอนนั้น หากเขายังมีเรี่ยวแรงและกำลัง สิ่งแรกที่จะทำนั้น ไม่ใช่พาต้วนอวี้ลงไปด้านล่างภูเขา แต่กลับเป็นการ
ปลิดชีพน้อยๆ ของเขาแทน
คิดไม่ถึงว่า อยู่ๆ ต้วนอวี้จะหัวเราะใส่หน้าชายชุดดำ “เรื่องในใจของเจ้านั้น ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ดี”
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะรอให้จุดที่เจ้าถูกกดคลายออกเอง?ข้าบอกกับเจ้าเพียงว่าข้าไม่เป็นวรยุทธ์ แต่ไม่ได้บอกว่า
ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าได้นี่หน่า?
ทันทีที่ชายชุดดำได้ฟัง เขาก็ยิ่งงวยงงว่าต้วนอวี้กำลังพูดอะไรอยู่ หลังจากนั้นครูหนึ่ง เขากลับถามขึ้นอย่างกระ
ท่อนกระแท่นว่า “เจ้ากำลังบอกข้าว่า… เจ้ามีวิธีอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าก็ไม่แหกตาดูเลยหรือว่า ข้าคนนี้เป็นใครกัน?” ต้วนอวี้เบะปาก
ชายชุดดำกลับคิดในใจว่า… ก็แค่คนที่จะตายคนหนึ่งก็เท่านั้น!
จากนั้นต้วนอวี้พูดต่อไปว่า “เรื่องวรยุทธ์นั้น ถ้าไม่เป็นจริงๆ แต่การกดคลายจุดก็ไม่จำเป็นต้องใช้วรยุทธ์มิใช่
หรอกหรือ? ขอเพียงคิดหาวิธีการจะต้องสามารถคิดออกอย่างแน่นอน เจ้าว่าจริงไหม?”
ต้วนอวี้พูดไปพลางพร้อมกับจับหินที่อยู่ด้านหลังขึ้นมา จากนั้นพูดอย่างไม่แยแสชายชุดดำ “ถึงแม้ข้าจะไม่มีวร
ยุทธ์ แต่ก็สามารถหาวิธีช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน”
ทันทีที่ต้วนอวี้พูดจบลง เขาเอาหินที่อยู่ในมือทุบลงไปท้ายทอยของชายชุดดำ
ชายชุดดำรีบหันหน้ากลับมาด้วยความเดือดดาล พร้อมกับด่าทอต้วนอวี้ “เจ้า……”
ต้วนอวี้ใช้หินทุบลงไปที่ท้ายทอยของชายชุดดำอย่าง
ความเจ็บปวดวิ่งไปทั่วสรรพางค์กายของเขา จนเกือบเป็นลมสลบไป
ต้วนอวี้โยนหินที่อยู่ในมือทิ้งลง พร้อมกับมองยิ้มด้วยความดีใจให้กับชายชุดดำ
โชคดีที่ ชายชุดดำฝึกวรยุทธ์มาก่อน ความเจ็บปวดเมื่อครู่นี้ ทำได้เพียงให้เขาเกือบหมดสติก็เท่านั้น
ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขากลับลุกพรวดขึ้นมา ชี้หน้าเดินตรงเข้าไปหาต้วนอวี้ “เจ้าเด็กสมควรตาย เอา
ก้อนหินมาทุบข้าทำไม?”
จากนั้น ชายชุดดำตะลึงกับมือที่ขยับไปมาได้ดังเดิม ต้วนอวี้กลับมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “คนลืมบุญคุณคนจะ
ต้องไม่ตายดี!”