การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 547 คำแถลงองค์หญิงอวี้หลัว (7)
เดิมทีเชียนโม่อยากขึ้นไปบนรถมา แต่ว่าพอนางเห็นชายชรานั่งอยู่ตรงพี่คนขับรถมา นางจึงหยุดชะงักลงด้วย
ความสงสัย
เนื่องจากชายชราผู้นี้มีวรยุทธ์ที่สูงส่งเป็นอย่างมาก เชียนโม่ได้เห็นถึงกับยอมรับในฝีมือ
แม้ว่าชายฉลาดพรุ่งนี้ภายนอกจะดูทำธรรมดาสามัญ แต่กลับเป็นฝีมือระดับแถวหน้า ซึ่งเชียนโม่เทียบไม่ติด
แม้แต่ผุยผง
ในตอนนั้นที่ชายชรามอบเชียนโม่ให้ต้วนอวี้จัดการนั้น หากเชียนโม่เผลอไปทำเรื่องร้ายต้วนอวี้เข้า ชายชราคงไม่มี
ทางปล่อยให้นางมีชีวิตลอยหน้าลอยตามาจนถึงตรงนี้
อันที่จริงเชียนโม่นึกว่าตัวนางได้ตายไปแล้ว แต่นึกไม่ถึงต้วนอวี้นั้น ไม่เพียงปล่อยนางไว้ ยังอยากรั้งนางให้อยู่ข้าง
กายเขาด้วย
เชียนโม่เชื่อมั่นต้วนอวี้ เพียงแต่นางกลับไม่เชื่อใจชายชราคนนั้น
ดังนั้น พอนางได้เห็นชายชราใช้แววตาที่แหลมคมจ้องมองอย่างเย็นชา จึงรู้สึกใจเต้นระรัวขึ้นมา
ชายชราคนนั้นปรายตามองเชียนโม่อย่างแน่นิ่ง ก่อนจะหันมองไปทางต้วนอวี้
เดิมทีเขาเพียงแค่อยากล้อเล่นกลับศิษย์ที่ไม่ยอมก็เท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่าศิษย์คนนี้จะสามารถพิชิตใจของนักฆ่าที่
เพิ่งรู้จักกันเมื่อคืนได้ อีกอย่างต้วนอวี้ยังให้นักฆ่าพาตัวเขาวิ่งลงจากเขามาด้วย
เป็นที่รู้กันดีมากการจะโน้มน้าวนักฆ่าสักคนนั้นให้ยอมฟังและทำตาม ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่ายเลย
พอคิดถึงจุดนี้ขึ้นมา ชายชราเริ่มรู้สึกศิษย์คนนี้ต่างไปโดยสิ้นเชิง… ผู้คนมักพูดกันว่า คนโง่ก็มีความสุขแบบคนโง่
แต่เจ้าต้วนอวี้คนนี้ไม่เพียงเฉลียวฉลาด แต่ก็ไม่ถึงโง่เขลาเบาปัญญาเสียทีเดียว นับว่าเป็นโชคของชายชราที่ได้พบ!
พูดได้ว่าในสายตาของชายชรา ต้วนอวี้เป็นเหมือนดาบแหลมคมที่รอการลับมืออยู่ ครั้งที่เขาได้เจอศิษย์ผู้นี้ มักมี
เรื่องให้เขาประหลาดใจได้อยู่เสมอ… ในฐานะของอาจารย์ ไม่ว่าต้วนอวี้จะรับหรือไม่รับเขา แต่ชายชราจะไม่มีทาง
เปลี่ยนความคิดที่มีต่อศิษย์คนนี้
การตัดสินใจเลือกศิษย์ของชายชรานั้น ต้วนอวี้หาได้รับรู้แม้แต่น้อยไม่
การมาที่ภูเขาจิ่วฮว๋าแห่งนี้ เขามาเพื่อช่วยพี่สาวกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ส่วนเรื่องจะร่วมมือจับชายชรานั้น ต้วนอวี้ไม่
ได้คิดอีกต่อไปแล้ว ในตอนนี้เขาคิดเพียงจะกลับให้ถึงจวนต้วนก่อน
การมาในครั้งนี้ เขาถูกชายชราทิ้งเอาไว้อยู่ในถํ้าโดยที่ไม่คิดจะพาลงมาด้วย แต่โชคดีที่ของต้วนอวี้กลับมีเชียนโม่
อยู่ข้างกาย แต่หากครั้งหน้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ต้วนอวี้ไม่รู้เลยว่าชายชราจะเกิดขึ้นอกครึ้มใจอะไรขึ้นอีก อาจขังเขาไว้
ในกรงหรือไม่ก็โยนลงทะเล หากเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากการรอความตาย?
ต้วนอวี้ยังอยากมีชีวิตอยู่ และไม่คิดจะตายในเร็ววัน ดังนั้นเขาจะต้องสลัดชายชราคนนี้ให้ออกไป
เมื่อเห็นชายชรานั่งอยู่ตรงที่คนขับรถม้า ต้วนอวี้ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เขาจึงพูดโผงผางออกไป “เจ้า… ลงมา… ให้
เชียนโม่ขึ้นไปแทน”
ช่างเป็นอะไรที่น่าขันสิ้นดี ในการสั่งให้ให้ชายชราลงมา ไม่มีใครรู้ว่าชายชราจะขับรถม้าไปที่ไหน ฉะนั้นต้วนอวี้ถึง
ไม่อยากถูกหลอกเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว
เมื่อเห็นต้วนอวี้ยืนกรานหัวชนฝา ชายชราก็ทำได้เพียงลงจากรถม้าแต่โดยดี
ชายชราใช้มือไพล่หลังเดินตรงมาเบื้องหน้าต้วนอวี้ พร้อมกับมองลงก่อนจะพูดเหน็บแนมออกมา “เห้อ! ศิษย์เอ๋ย
เจ้าช่างร้ายกาจเสียเหลือเกินที่มาพูดแบบนี้”
ต้วนอวี้มองกลับอย่างดูแคลนไปที่ชายชรา จากนั้นส่ายหัวไปมา “ตาแก่เอ๋ย เจ้าคิดว่าถ้าเป็นเหมือนเจ้าอย่างนั้น
หรือ? ที่อยากสลัดใครก็ทำได้ตามอำเภอใจ?”
เชอะ เชอะ! ต้วนอวี้อยากจะสลัดชายชราที่ลอยไปลอยมาติดตามเขาอย่างเหนียวหนึบไปให้พ้นๆ ทาง
ในใจของต้วนอวี้ยังคงคิดไม่ออก เหตุใดชายชราถึงได้สนใจในตัวเขาและไม่ยอมไปไหนจนถึงเดี๋ยวนี้
ชายชราได้ฟังที่ต้วนอวี้พูด พลันหัวเราะเสียงดังลั่น “ใช่แล้ว ข้าชอบลอยไปลอยมาไปเรื่อย… แต่ศิษย์เอ๋ย เจ้ารู้
หรือไม่ การลอยไปลอยมานั้นต้องอาศัยความสามารถด้วย ไม่ใช่แค่อยากเพียงอย่างเดียว”
หน้าผากของต้วนอวี้ขมวดขึ้นทันใด
ชายชราคนนี้ทำไมถึงได้หัวดื้อแบบนี้ ขนาดพูดดียังไม่ฟังเลย อีกอย่างท่าทางแบบนี้มีหรือที่ต้วนอวี้จะตบปาก
รับคำเป็นศิษย์
เมื่อเห็นชายยิ้มอย่างได้ใจ ต้วนอวี้จึงหันไปพูดแรงๆ “อย่าฝันไปหน่อยเลย! เจ้าทิ้งข้าไว้ในถํ้าให้เป็นอาหารสุนัข
จิ้งจอก ตอนนี้กลับอยากได้ข้ามาเป็นศิษย์?”
เรื่องในครั้งนี้ชายชรายังกล้าทิ้งเขาไว้ในถํ้า ครั้งหน้าคงปล่อยเขาทิ้งไว้ที่รังของสุนัขจิ้งจอก หากต้องมีอาจารย์แบบ
นี้ที่ร้ายกาจยิ่งกว่างูสารพัดพิษ ต้วนอวี้ยอมที่จะไม่ตกหลุมพลางเสียใจดีกว่า
“อาจารย์อย่างข้าช่วยเจ้าแบกคนถึงสองคนลงมาจากถํ้าลงมาก่อนเท่านั้นเอง… ทำไมเจ้าไม่ดูตัวบ้าง ปล่อยให้
อาจารย์อย่างข้านั่งรอเจ้าอยู่นานสองนาน ในเมื่อเลือกรอแล้วก็ไม่มีทางทิ้งศิษย์อย่างเจ้าไว้… อาจารย์พูดตอนไหนหรือ
ว่าจะเอาเจ้าไปทิ้งในรังของสุนัขจิ้งจอก… หากเป็นจริงขึ้นมา นั่นหมายความว่าขาของเจ้ามันสั้นเกินไปนะสิ!” ชายชรา
พูดยิ้มๆ
คำพูดของชายชราทำเอาต้วนอวี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ… เจ้าขาสั้นต่างหาก!
เมื่อชายชราเห็นต้วนอวี้หน้าแดงกํ่าขึ้นมาด้วยความโกรธ เขาจึงเดินเข้าไปตบไหล่ต้วนอวี้อย่างเบาๆ “ศิษย์เอ๋ย
พวกเราต้องไปแล้ว… เจ้าต้องรู้ว่า พี่สาวของเจ้ากับเจ้าเด็กหนุ่มนั่นหิวโหยมาหลายวันแล้ว ทั้งยังมีบาดแผลเต็มตัวอีก
หากไม่ได้รักษาอย่างทันท่วงทีอาจสิ้นใจได้ทุกเมื่อ”
พอต้วนอวี้ได้ยินพลันตระหนกขึ้นมา เขารีบกระโดดขึ้นบนรถม้าจากนั้นให้เชียนโม่เริ่มออกเดินทาง
ระหว่างที่เดินทางลงเขามานั้น ต้วนอวี้ได้ถามเชียนโม่ว่าทำอะไรเป็นบ้าง เขาจึงใช้นางได้ตามที่รู้
ทันทีที่เชียนโม่ได้ฟังคำพูดของชายชราถึงกับกระโดดตัวโหยง
นางรีบดึงบังเหียนม้าเพื่อให้รถม้าออกเดินทาง
เมื่อเห็นรถมาไปแล้ว ชายชราที่ขาสั้นบางคนกลับวิ่งตามออกมาจากข้างหลัง พร้อมกับตะโกนเสียงดังไล่ตามมา
“เห้ย! ศิษย์ของข้า รอข้าด้วย ข้ายังอยู่ตรงนี้อยู่เลย……”
ต้วนอวี้หันมองไปข้างหลังรถม้าพลางแสยะยิ้มออกมา “ท่านอาจารย์ ประเดี๋ยวข้าจะไปรออยู่ข้างหน้า ท่านวิ่ง
ข้ามเขาสักสองลูก แล้วค่อยพบกับกัน”
เมื่อกล่าวจบ ต้วนอวี้กำชับให้เชียนโม่บังคับม้าโดยให้ดึงบังเหียนม้าอีกครั้ง เพื่อให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นกว่า
เมื่อรถม้าไปถึงทางเลี้ยว ต้วนอวี้หนังกลับไปมองก็ไม่พบชายชราแล้ว เขาจึงงงงวยอยู่ครู่หนึ่ง
หากดูจากฝีมือวรยุทธ์ของชายชราแล้วไม่น่าจะถูกทิ้งไว้ตรงนั้น? แต่นี่เวลากลับผ่านไปเนิ่นนาน ทำไมยังไม่เห็น
ชายชราวิ่งไล่ตามรถม้ามาอีก?
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง
แต่บนหนทางยังคงว่างเปล่า ไร้เงาของชายชราคนงาม
ในตอนนี้ ต้วนอวี้เริ่มแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย หรือว่าชายชราไม่อยากขึ้นรถม้ามาด้วยกัน จึงรีบสาวเท้าวิ่งกลับไป
แล้ว เพราะว่าจากที่นี่ไปถึงเมืองหลวงระยะทางค่อนข้างยาวไกล อย่างน้อยที่สุดหากเดินกลับไปต้องใช้เวลาหนึ่งวันขึ้นไป
ด้วยเหตุนี้ต้วนอวี้ ไม่มีทางเชื่อว่าชายชราจะยอมเดินกลับแต่โดยดี
เมื่อเขาหันหน้ากลับไป พบชายชรานั่งสบายอกสบายใจอยู่บนหลังคารถม้า ชายชรากระพริบตาปริบๆ พร้อมกับ
ฉีกยิ้มออกมา “เห้อ! ศิษย์เอ๋ย อาจารย์รู้ว่าเจ้ามิอาจตัดใจทิ้งอาจารย์ไว้ตรงนั้นได้หรอก อาจารย์ก็ตัดใจจากเจ้ามิได้เช่น
กัน ดังนั้นจึงได้ตามเจ้ามาถึงที่นี่ ยังไงเล่า”
บัดนี้ ต้วนอวี้เดือดดาลจนพูดไม่พูดออกบอกไม่ถูก
ตาแก่คนนี้ ช่างมีแผนการมากมายเสียเหลือเกิน!
ต้วนอวี้จึวทำได้แต่ผินหน้ามองฟั้าอย่างไร้ความหวัง จากนั้นก็ด่าตาแก่อย่างเจ็บแสบในใจ “แม่งเอ้ย! ทำไมไม่
ตายๆ ไปซะ!”
ชายชราผู้หญิงเป็นคนพิลึกพิลั่นอย่างที่ต้วนอวี้ไม่เคยพบเจอมาก่อน
เขาเริ่มจากปล่อยต้วนอวี้ทิ้งไว้ในถํ้าบนเขา ส่วนชายชรานักวิ่งลงเขาไป จากนั้นก็หาเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นมาสาธยาย
จนต้วนอวี้พูดไม่ออก บัดนี้ เป็นโอกาสดีที่หายากในการจัดทิ้งชายชรา แต่นึกไม่ถึงว่าเขากลับวิ่งไล่ตามได้อย่างรวดเร็ว
เพียงนี้