การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 548 ศิษย์กับอาจารย์
ต้วนอวี้มองหน้าชายชราด้วยความรู้สึกหงุดหงิด จึงพูดอย่างเย็นชาไปว่า “ตาแก่เอ๋ย พูดให้มันน้อยๆหน่อย ที่
พวกเรามาที่นี่ก็ได้พูดตกลงกันดิบแล้ว… เจ้าอยากให้ข้าคำนับเป็นอาจารย์ ข้าก็ยอมแล้ว แต่พวกเราต้องตั้งกฎสามข้อ
ออกมาก่อน… ข้อแรกคือ เจ้าห้ามเล่นงานข้า มีแต่ข้าเล่นงานเจ้าได้ ข้อสองคือ ห้ามรังแกข้า แต่ข้ารังแกเจ้าได้ ข้อสาม
คือ ห้ามบังคับข้า มีแต่ข้าที่บังคับเจ้าได้… ถ้าตาแก่อย่างเจ้าทำได้ ข้าก็พร้อมจะเป็นศิษย์เจ้า แต่ถ้าทำไม่ได้ก็รีบไสหัวไป
ตั้งแต่ตอนนี้ซะ”
เมื่อต้วนอวี้กล่าวจบ ก็ทำท่าสะบัดมือเพื่อให้ชายชราไสหัวไป หากทำไม่ได้ตามกฎที่ตั้งไว้ เพื่อรอดูท่าทีที่ไม่พอใจ
ของชายชรา
คำพูดของต้วนอวี้ทั้งรุนแรง เจ็บแสบและโอหัง โดยมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นคือต้องการบีบให้ชายชรา
จากไป
เพียงแต่คำพูดที่กล่าวออกมานั้น แม้แต่ตัวของต้วนอวี้เองก็ยังรู้สึกว่าพูดเกินไปหน่อย
อันที่จริง ต้วนอวี้เป็นคนรักเด็กน้อยและเคารพผู้ใหญ่ ไม่ชอบพูดโอหังวางมาดกับผู้ใหญ่ แต่เหตุผลที่เขาเลือกทำ
ไปมีเพียงเหตุผลเดียว นั่นก็คือตาแก่นั่นไม่เคยให้เกียรติต้วนอวี้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องให้เกียรติตาแก่เหมือนกัน
เดิมทีคิดว่าพอชายชราได้ฟังจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างบ้าคลั่ง กลับนึกไม่ถึงว่าชายชราไม่ได้โกรธเคือง อีก
ทั้งยังยิ้มออกมา ราวกับกำลังรอให้ต้วนอวี้พูดกฏเหล่านี้ออกมา
พอชายชราได้ฟังคำพูดของต้วนอวี้ เขาได้ยกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราไปมา และหัวเราะอย่างชอบใจ “หึ หึ หึ!
ศิษย์เอ๋ย… อาจารย์ก็นึกว่าเจ้ามีกฏที่ทำได้ยากกว่านี้เสียอีก ทั้งหมดที่เจ้าพูดมาเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายทั้งสิ้น…ข้อแรกคือ เจ้า
ห้ามเล่นงานข้า มีแต่ข้าเล่นงานเจ้าได้ ข้อสองคือ ห้ามรังแกข้า แต่ข้ารังแกเจ้าได้ ข้อสามคือ ห้ามบังคับข้า มีแต่ข้าที่
บังคับเจ้าได้… อาจารย์ขอตบปากรับคำ อย่างนั้นเจ้าพอใจหรือยัง?”
ทันใดนั้น ต้วนอวี้โกรธจนลมออกหูทั้งสองข้าง กับสิ่งที่ชายชรายอกย้อนกลับมา
เขาจ้องเขม็งไปที่ชายชรา พูดดุดันขึ้นมาว่า “ผิดแล้ว… นั่นเป็นคำพูดของข้า ฉะนั้นต้องเปลี่ยนสรรพนามว่าใคร
กระทำและถูกกระทำอย่างชัดเจน… เจ้าคุณพูดว่า ข้อแรกคือ ข้าไม่เล่นงานเจ้า ให้เจ้าเล่นงานข้าได้ ข้อสองคือ ข้าไม่
รังแกเจ้า มีแต่เจ้ารังแกข้าได้ ข้อสามคือ ข้าจะไม่บังคับเจ้า มีแต่เจ้าบังคับข้าได้”
พอชายชราได้จริงก็ร้องอย่างเข้าใจขึ้นมา “อ๋อ ถ้าเข้าใจแล้ว เปลี่ยนสรรพนามนิดหน่อย ให้ผู้กระทำกับบถูก
กระทำแบ่งแยกให้ชัด… พูดก็พูดเถอะ ไอพวกผู้กระทำกับถูกกระทำอะไรเนี่ย มันกินได้ไหม?”
สีหน้าของต้วนอวี้ถึงกับถอดสีไม่รับแขก
“เจ้าตาแก่คนนี้ตั้งใจพูดยั่วเย้าเขาใช่ไหม?” ต้วนอวี้พูดอย่างโมโห
แม้ว่ารูปร่างและส่วนสูงของต้วนอวี้จะเตี้ยไปหน่อย แต่เขากลับมีท่าทางและมาดที่ดูมากประสบการณ์ มากกว่า
ชายชราเสียอีก
ชายชรารีบตอบกลับอย่างลนลาน “อาจารย์รู้แล้ว อาจารย์รู้แล้ว ศิษย์ที่น่ารักของข้ากำลังจะบอกว่าผู้กระทำกับ
ผู้ถูกกระทำมันต่างกันใช่ไหม? อย่างนั้นก็ดี อย่างนั้นก็ดี พวกเราตกลงตามที่เจ้าว่ามาแล้วกัน อย่างนี้ดีไหม? เจ้าพอใจ
แล้วหรือยัง?”
ต้วนอวี้กระพริบตาปริบๆ ราวกับคิดว่าเขาได้ฟังผิดไป
ดูๆ แล้ว ชายชราผู้นี้ไม่น่าจะเป็นคนอารมณ์ดีอย่างที่เห็น!
ครั้งแรกที่เจอกันในวัดร้าง ชายชราไม่ได้แยแสองครักษ์ลับข้างกายเหยียนหลิ่งอวี๋ ครั้งที่สองที่เจอหน้ากันนั้น พอ
เขาบอกชื่อออกไปเท่านั้น บรรดานักฆ่าชายชุดดำก็รีบกลับไปโดยไม่รอช้า ครั้งที่สามที่ในถํ้าเมื่อครู่นี้ ชายชราสามารถใช้
ฝั่ามือเดียวกดจุดเล่นงานเชียนโม่ได้อย่างง่ายดาย… เห็นพี่ชายชราคนนี้ ภายนอกแม้จะดูไม่ได้เรื่องไม่ได้ความ แต่เขา
กลับโอหังถือตัว โดยไม่สนใจอยู่ในสายตาแม้แต่คนเดียว
คิดไม่ถึงว่าความโอหังถือตัวของชายชรา กลับยอมลดตัวก้มหัวให้กับเขา
คราวนี้ พูดได้ว่าต้วนอวี้เริ่มยกมือเกาหัวขึ้นแล้ว
ต้วนอวี้กรอกตามองชายชรากลับไปกลับมา อยู่ๆ เขาก็พรวดหัวเราะขึ้นมา “แน่นอนว่าข้าต้องพอใจอยู่แล้ว…
เพียงแต่ว่าหากใช้เวลาภายในหนึ่งปี แล้วข้าไม่สามารถฝึกฝนจนเป็นที่พอใจ เจ้าก็ห้ามบอกคนภายนอกว่าเป็นอาจารย์
ของข้า พอจะเข้าใจไหม?”
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ เพราะมันไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย” ชายชราตบอกพูดอย่างรีบร้อน
ตอนนี้กลับถึงตาที่ต้วนอวี้ต้องมึนงงบ้างแล้ว
เพราะสิ่งที่เขาในฐานะศิษย์ต้องการนั้น เป็นสิ่งที่บรรดาอาจารย์ในใต้หล้าไม่มีผู้ใดจะยอมรับได้ แต่ชายชราผู้นี้
กลับตกปากรับคำอย่างง่ายดาย
ต้วนอวี้มองไปที่ชายชราและถามด้วยความสงสัย “เจ้าต้องการปดข้าอย่างนั้นใช่ไหม?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าขาดจะปดหรือไม่ปดเจ้ากันแน่ สิ่งที่เจ้าต้องการกระเปั๋าตกลงไปแล้วนี่หน่า? ตอนนี้ถึงเวลาที่
เจ้าจะมาเป็นศิษย์ของข้าแล้ว?” ชายชราหัวเราะเสียงดังลั่น
ต้วนอวี้เบะปากพูดขึ้นว่า “เชอะ! อยู่กับคนดีย่อมได้เรียนรู้สิ่งที่ดี อยู่กับคนไม่ดีอาจเรียนรู้อะไรมิได้เลย… เจ้ายังมี
ของดีอะไรที่ข้ายังไม่รู้อีกไหม ถึงได้กล้ามาเป็นอาจารย์ของข้า… หึ หึ หึ! การเป็นศิษย์อาจารย์นั้นเป็นกันทั้งชีวิต ตาแก่
เอ๋ย เจ้ารอเตรียมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งหมดไว้ได้เลย”
หลังจากได้ฟังชายชราได้ฉีกยิ้มกว้างขึ้นไป ในเวลานี้ เขายืนเท้าสะเอว ผินหน้ามองฟั้า “ศิษย์เอ๋ย เจ้าวางใจได้ ถ้า
ไม่ใช่อาจารย์ที่ดีและก็ไม่ใช่คนไม่ดี อีกอย่างของดีของอาจารย์ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ต่อไปเจ้าติดตามอาจารย์และจงตั้งใจเล่า
เรียนฝึกฝนให้ดีก็พอแล้ว!”
พอเห็นท่าทางที่ได้ใจของชายชรา ต้วนอวี้กลับรู้สึกช่างฉงนใจขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ให้ความกับคำพูดของคนเสียสติ จึง
หลับตาพักผ่อนกายา
อย่างไรเสีย เหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงก็อยู่ในรถม้า ทั้งยังได้ทานยาที่ชายชราทำขึ้นมา ดังนั้นต้วนอวี้ถึงไม่ได้
เป็นห่วงอาการของทั้งสองคนมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ต้วนอวี้อย่างชัดเจนแล้ว หากชายชราผู้นี้สามารถกระโดดขึ้นรถมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ย่อมแสดงว่ามี
วรยุทธ์ที่ใช้ได้ หากเขาต้องคำนับชายชราเป็นอาจารย์ ก็ถือเสียว่าเป็นการหาความบันเทิงให้กับชีวิต สำหรับต้วนอวี้แล้ว
มีแต่ข้อดี ไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด
ส่วนความคิดของชายชรานั้น ต้วนอวี้ไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย เพราะว่าสิ่งที่ต้วนอวี้ต้องการทำ ไม่มีเรื่องใด
ทำไม่สำเร็จมาก่อน นี่ยังไม่รวมถึงเวลาว่างที่เหลือ ที่ต้วนอวี้จะเอามาเล่นงานชายชรา
เพียงแต่ว่าเขายังมิทราบชื่อเสียงเรียงนาม และที่มาที่ไปของชายชราผู้นี้แม้แต่น้อย ครั้งแรกที่พบกันในวัดร้าง เขา
ก็ไม่ได้บอกชื่อแซ่ ครั้งที่สองเจอกันในถํ้าหิมะนํ้าแข็ง เขาบอกชื่อด้วยเสียงอันแผ่วเบา จนต้วนอวี้ที่อยู่ไกลได้ยินไม่ชัดเจน
จนภายหลังต้วนอวี้จึงเรียกเขาว่า “ชายชรา” หรือไม่ก็ “ตาแก่” ไปโดยปริยาย
เมื่อต้วนอวี้คิดมาถึงตรงนี้ เขาพรวดลืมตาขึ้นมาและถามขึ้นทันที “เห้ย ตาแก่ สรุปแล้วเจ้าชื่ออะไรกันแน่? จนถึง
ตอนนี้ถ้ายังไม่รู้ชื่อ และที่มาที่ไปของเจ้าเลย… ถ้าคนอื่นถามขึ้นมา ถ้าจะตอบยังไง?”
สิ่งที่ต้วนอวี้เป็นกังวลนั้น ชายชราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ถ้ามีคนถามขึ้นมาแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นมีคน
มาทวงหนี้อาจารย์ ลูกศิษย์อย่างต้วนอวี้ก็คงวุ่นวายอยู่ไม่น้อย
ชายชราจู่ๆ ได้นิ่งชะงักไป ก่อนจะพูดยิ้มแย้มออกมา “เจ้าก็ตอบคนอื่นไปว่า ชื่อว่า ‘ชายชรา’ หรือไม่ก็ ‘ตาแก่’
ก็พอแล้ว ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครถ้ามาหาเรื่องกับเจ้า……”
เมื่อต้วนอวี้ได้ฟังก็รีบเบือนปากทันควัน “อายุมากถึงปูน คนอื่นจะรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์ของข้าเป็นตาแก่ที่ไหน
กัน?”
ชายชราเมื่อได้ยินถึงกับหัวเราะชอบอกชอบใจ จนรถม้าโครลงเคลงไปมา จากนั้นชายชราได้ยกมือขึ้นไปตบไหล่
ของต้วนอวี้อย่างเบามือ และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำออกมาว่า “ในใต้หล้าแห่งนี้ไม่ว่าจะมีชายชรามากมายเพียงใด แต่ชื่อ
ชายชราที่เจ้าจะบอกกับคนอื่นนั้น ย่อมหมายถึงอาจารย์ของเจ้าคนนี้เพียงผู้เดียว”
นํ้าเสียงของชายชราพูดออกมาอย่างมีพลัง ในชั่วพริบตานั้น ต้วนอวี้แอบเห็นแววตานักล่าของชายชราปรากฏขึ้น
มา แววตาส่องสว่างราวกับหยกอัญมณีอันลํ้าค่าในใต้หล้าทั้งปวง