การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 553 จิตใจว้าวุ่น
องค์หญิงอวี้หลัวครุ่นคิดก่อนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ชิงหมิง ถ้าได้เจอเหยียนหลิ่งอวี๋เมื่อไหร่ก็ช่วยส่งข่าวเขามาให้ด้วย
เพราะข้าอยากเจอเขา”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าไม่ว่าโน้มน้าวองค์หญิงอวี้หลัวอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ นางจึงถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “องค์
หญิง เรื่องนั้นถ้าชิงหมิงได้เจอเหยียนหลิ่งอวี๋จะบอกเขาให้ แต่ถ้าไม่เจอก็คงบอกให้ไม่ได้นะ”
องค์หญิงอวี้หลัวฟังแล้วหรี่ตายิ้มออกมา นางตบไปที่ไหล่ของต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าชิงหมิงจะ
ต้องช่วยข้าอย่างแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจออกมา พลางคิดในใจว่าถ้าช่วยได้ก็อยากจะช่วย แต่ปัญหาคือต้องดูกำลังว่าจะทำได้
หรือไม่ด้วย
เป็นที่รู้กันถึงใส่ใจคอของเหยียนหลิ่งอวี๋ ไม่มีใครรู้สามารถคอยชี้นำได้ โดยปกติแล้ว เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นเขาเมื่อ
ไหร่เป็นอันต้องหลบไปอีกทางหนึ่ง แต่บัดนี้เพื่อองค์หญิงอวี้หลัวแล้ว ต้วนชิงหมิงยอมที่จะไปพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋ให้…
เนื่องจากต้วนชิงหมิงรู้อยู่แก่ใจว่าการที่องค์หญิงอวี้หลัวจะหลงชอบใครสักคนเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัน
ไปชอบเหยียนหลิ่งอวี๋อีก ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องให้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ตัวด้วยเช่นกัน
เมื่อองค์หญิงอวี้หลัวเห็นต้วนชิงหมิงตอบรักที่จะช่วย จึงเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข
ในใจขององค์หญิงอวี้หลัวนั้น ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่รักษาคำพูด และคอยทำทุกอย่างให้สำเร็จตามที่เคยรับปาก
ใครไว้
บัดนี้ องค์หญิงอวี้หลัววางใจลงได้แล้ว
นางจึงวิ่งออกไปข้างนอกราวกับสายลมเหมือนตอนที่เข้ามา ในห้องจึงเหลือเพียงต้วนชิงหมิงนั่งงงงวยอยู่เพียงผู้
เดียว
เดิมทีอารมณ์ของต้วนชิงหมิงในวันนี้ค่อนข้างนิ่งเงียบ แต่ด้วยคำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้นางเกิดรู้สึกขัดเคือง
ขึ้นมาเล็กน้อย แม้แต่ต้วนชิงหมิงเองก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใด จิดใจของนางต้องลนลานไม่เป็นสุขขึ้นมาดู
ทางด้านเยวี่ยเจีย ทันทีที่เห็นองค์หญิงอวี้หลัวเดินออกไปแล้ว ได้แต่เบือนหน้าเบะปากแล้วพูดขึ้น “คุณหนูจะ
บอกเรื่องที่องค์หญิงอวี้หลัวชอบองค์ชายสามจริงๆ หรือเจ้าคะ?”
ทุกคนต่างมองออกเป็นสายตาเดียวกัน เหยียนหลิ่งอวี๋ชอบคุณหนูต้วนชิงหมิง แต่ไม่รู้ทำไมคุณหนูของนางมักจะ
ขับไสไล่ส่งองค์ชายสามอยู่เสมอ จนถึงตอนนี้กลับจะช่วยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้องค์หญิงอวี้หลัวอีก
เยวี่ยเจียรู้สึกไม่เป็นสุขและอึดอัดใจ ที่ต้วนชิงหมิงกับเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างไม่ยอมรับความรู้สึกในใจที่มีให้กัน
ต้วนชิงหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนตอบกลับ “ข้าต้องบอกเขาอยู่แล้ว… เยวี่ยเจียลองคิดดู ทั้งองค์หญิงอวี้หลัวกับ
เหยียนหลิ่งอวี๋ต่างฐานะที่พิเศษและสูงศักดิ์ เรื่องนี้เหยียนหลิ่งอวี๋เขาจำเป็นต้องรู้ มิเช่นนั้นหากถูกคนประสงค์ร้ายคิดนำ
เรื่องนี้มาโจมตี อาจสร้างความยากลำบากให้เขาไม่น้อย”
หลังจากเยวี่ยเจียได้ฝันก็รีเดินเข้ามาเบื้องหน้าต้วนชิงหมิง “แต่ถ้าองค์ชายสามไม่ชอบองค์หญิงอวี้หลัว หรือว่าใน
ใจขององค์ชายสามมีคนอื่นอยู่แล้ว จะทำยังไงเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ทว่าฝึนยิ้มออกมา “การชอบใครสักคนหนึ่งนั้น ไม่จำเป็นต้องให้อีกฝั่ายชอบ
กลับก็ได้ ขอเพียงอีกฝั่ายรับรู้ก็เพียงพอแล้ว… เฉกเช่น จุดจบที่งดงามมักอยู่ในตอนท้ายเรื่องเสมอ ส่วนจะได้อยู่ครองคู่
ด้วยกันหรือไม่นั้น ย่อมไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้จริงไหม?”
เยวี่ยเจียรับรู้ว่าต้วนชิงหมิงพูดออกมาความรู้สึกระคนความเสียใจ นางจึงไม่กล้าปริปากตอบคำถาม
เพียงแต่ว่าเยวี่ยเจียรู้อยู่แก่ใจดี คุณหนูของนางกับองค์ชายสามเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด ส่วนองค์หญิงอวี้หลัวที่
โผล่ออกมากลางคันนั้น ไม่มีความอ่อนโยนเป็นกุลสตรี แถมยังไม่ได้เฉลียวฉลาดเหมือนคุณหนูของนาง แน่นอนว่าองค์
ชายสามจะต้องไม่ชอบองค์หญิงอวี้หลัวอย่างแน่นอน
จากนั้นต้วนชิงหมิงได้ลุกยืนขึ้นมาเดินออกไปด้านนอก
พอเยวี่ยเจียได้เห็นก็รีบซอยเท้าตามไปติดๆ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบคว้ามือเยวี่ยเจียเอาไว้ พูดเสียง
แผ่วเบาว่า “เยวี่ยเจีย… ทำไมเจ้าทำให้คุณหนูไม่มีความสุขอีกแล้ว?”
เยวี่ยเจียรีบตอบกลับด้วยความไม่เป็นธรรม “ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เพราะองค์หญิงอวี้หลัวเป็นสาเหตุอย่าง
แน่นอน……”
ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ภายในห้องมีเสียงส่งมาอย่างเรียบนิ่ง “เยวี่ยเจีย”
ทันทีที่เยวี่ยเจียได้ยิน รีบนำมือขึ้นมาปิดปาก มิกล้าเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีก
ต้วนชิงหมิงไม่ชอบบ่าวใช้ที่ปากมาก ฉะนั้นบ่าวใช้ของต้วนชิงหมิง จึงไม่มีใครกล้านำเรื่องในเรือนออกไปเล่า
ภายนอก วันนี้เยวี่ยเจียกลับรู้สึกว่าคุณหนูไม่เป็นธรรม ทำให้อยากระบายเรื่องนี้ให้กับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟัง
บ่าวใช้ในเรือนต่างรู้เป็นอย่างดี หากต้วนชิงหมิงไอกระแห่มออกมาเป็นสัญญาณ แสดงว่าต้องมีคนละเมิดกฎ
เหล็กแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นว่าเยวี่ยเจียกำลังจะถูกอบรมขนานใหญ่ จึงไม่กล้าถามต่อไปว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางได้แต่ส่ง
สายตาเห็นใจให้กับเยวี่ยเจีย จากนั้นก็เดินออกไปทำงานอื่น ทิ้งให้เยวี่ยเจียมองตามอย่างละห้อยหา
เมื่อทำผิดแล้วจะต้องได้รับโทษ เช่นเดียวกับเยวี่ยเจีย หากนางยอมรับอาจลงโทษในสถานเบา แต่หากต้องให้ต้วน
ชิงหมิงสาธยายความผิด นั่นก็จะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา
แต่ไหนแต่ไรมา ต้วนชิงหมิงไม่เคยลงโทษบ่าวใช้เลย แต่หากมีใครทำผิดกฎเหล็กขึ้นมา นางก็จะไม่ละเว้นทุกกรณี
บรรดาบ่าวใช้ที่รู้จักนิสัยของต้วนชิงหมิงดีนั้น เมื่อทำความผิด แต่ละคนจะรีบเข้ามาสารภาพความผิดกับต้วนชิงห
มิงก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องรับโทษ
แสงตะวันที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องเริ่มลดน้อยถอยลง จนมองเห็นสิ่งของในห้องเลือนราง
ต้วนชิงหมิงนั่งอยู่ตรงมุมห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดหน้าออกมา พอเห็นเยวี่ยเจียเดินหน้าเศร้า
กลับมา ต้วนชิงหมิงจึงพูดเสียงนิ่ง “เติมนํ้าชาให้ข้าหน่อย!”
เยวี่ยเจียรีบลุกลี้ลุกลนเดินเข้ามารินนํ้าชาต้วนชิงหมิงอย่างว่องไว จากนั้นยืนรอรับใช้อยู่ด้านข้าง โดยไม่เปล่งเสียง
ออกมา
ต้วนชิงหมิงยกถ้วยนํ้าชาขึ้นมาดื่มเงียบๆ ส่วนเยวี่ยเจียสั่นกลัวจนทำตัวไม่ถูกอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนจะพูด
ตะกุกตะกักออกมา “คุณหนู… เรื่องเมื่อครู่นี้… บ่าว……”
ด้วยความตื่นเต้น เยวี่ยเจียจึงพูดไม่เป็นประโยค
เดิมที นางอยากบอกว่าได้ทำผิดไปแล้ว อยากให้ต้วนชิงหมิงลงโทษ แต่พอนางได้เห็นใบหน้าที่จะยิ้มก็ไม่ยิ้มของต้
วนชิงหมิง ทำเอานางจุกปากจนพูดมิออก
ต้วนชิงหมิงดื่มนํ้าชาเข้าไปสองสามอึก ปรายตามองเยวี่ยเจีย เอ่ยเสียงเรียบเฉย “เจ้าเป็นอะไรไป… เรื่องเมื่อครู่นี้
ข้าลืมไปหมดแล้ว เราก็ลืมไปด้วยแล้วกัน”
เยวี่ยเจียตะลึงงันแทบไม่อยากจะเชื่อกับหู ว่าต้วนชิงหมิงจะพูดคำเหล่านี้ออกมา
ต้วนชิงหมิงจับถ้วยนํ้าชาบิดมองดูซ้ายทีขวาที ด้วยสายตาที่แน่นิ่ง มองไม่ออกว่ากำลังคิดเรื่องใด ทำเอาเยวี่ยเจีย
ไม่รู้ว่าจะเอามือวางไว้ที่ไหนดี
ในเวลานี้ดูเหมือนว่าต้วนชิงหมิงรู้สึกอ่อนเพลีย จึงเอ่ยกับเยวี่ยเจียขึ้น “เอาล่ะ เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าอยากพัก
ผ่อนสักครู่”
เยวี่ยเจียตอบรับและเดินออกไปด้วยความมึนงง เมื่อนางเดินไปถึงประตูของเรือน อยู่ๆ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ช่วย
รินชาในถ้วยให้กับต้วนชิงหมิงอีกรอบ
อันที่จริง เยวี่ยเจียอยากเดินเข้าไปในห้องอีกครั้ง แต่ในตอนนั้น มีเงาดำแวบผ่านตรงหน้าต่างไป ด้วยความตกใจ
จึงอยากตะโกนออกมา แต่นางเห็นใบหน้านั้นคลับคล้ายคลับคลาเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋
เยวี่ยเจียจึงรู้สึกวางใจลงมาได้ ที่แท้ผู้ชายสามต้องการมาหาคุณหนูนี่เอง สงสัยเจ้านายสองคนคงมีธุระที่ต้อง
ปรึกษาหารือกันแน่เลย
เยวี่ยเจียค่อยๆ แง้มปิดประตูลง จากนั้นยืนตัวตรงเฝั้าที่หน้าประตู… เยวี่ยเจียตัดสินใจแน่วแน่ ต้องช่วยคุณหนู
เฝั้าประตูไม่ให้คนนอกเข้าไปรบกวนได้
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ภายในห้องมีเสียงต้วนชิงหมิงกำลังเรียกหาเยวี่ยเจีย
เยวี่ยเจียรีบตอบรับจะกำลังจะผลักประตูเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นเยวี่ยเจียเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ อาจ
เป็นการไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปทันที หากเข้าไปในห้องขณะที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยังอยู่ก็เท่ากับทำให้ต้วนชิงหมิงเสียหน้าเป็น
อย่างมาก
ด้านเยวี่ยเจียได้แง้มประตูก้าวเท้าเข้าไปแล้วข้างหนึ่ง แต่ตอนนี้นางไม่รู้ควรจะก้าวเข้าไปดี หรือว่าชักเท้าออกจาก
ห้องดี? เรื่องนี้เยวี่ยเจียยังตัดสินใจไม่ถูก
ต้วนชิงหมิงกำลังนั่งอ่านหนังสือโดยหันหลังให้หน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง โดยมีแสงตะวันเย็นสบายตาสาด
ส่องเข้ามาทำเอาภายในห้องสว่างขึ้นมา
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นเยวี่ยเจียตอบรับแต่ทำท่าทำทางแปลกๆ นางจึงเอ่ยถามขึ้น “ทำไมเจ้าไม่เข้ามา? ยืนอยู่ตรง
นั้นทำอะไร?”
ทันใดนั้น เยวี่ยเจียรู้สึกโล่งใจแล้ว ในเมื่อคุณหนูพูดแบบนี้ออกมา นั่นหมายความว่าองค์ชายสามจะต้องออกไป
แล้วอยากได้เรา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เยวี่ยเจียเพิ่งเปิดประตูรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนใบชา เติมนํ้าร้อนให้ใหม่ จากนั้นไปยืนรอด้านข้างรอ
รับคำสั่ง
ต้วนชิงหมิงเห็นเยวี่ยเจียสอดส่องสายตาซ้ายทีขวาทีไปทั่วทั้งห้อง จึงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างแปลกใจขึ้นมา “เยวี่ย
เจีย… เจ้ากำลังมองหาอะไรหรือ?”