การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 556 โดนวางยา
ต้วนอวี้ไม่ได้พูดถึงความหนักหนาของอันตราย แต่ต้วนชิงหมิงก็สามารถคาดเดาได้
นางอดถามขึ้นมาไม่ได้ “สรุปแล้วเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอะไรกันแน่?”
แต่ไหนแต่ไรมาเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่เก่งกาจมาตลอด เขาไม่มีทางรับฟังหรือให้ความคิดเห็นของใครมามี
อำนาจบังคับได้ ไม่ว่าเขาอยากไปไหนก็จะไม่มีใครกล้าขัด
แต่ต้วนอวี้กลับพูดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อยู่แล้ว หรือว่ามีอันตรายเกิดขึ้นกับเขา
จากนิสัยและฝีมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ ย่อมไม่มีใครสามารถทำร้ายเขาได้โดยง่าย
ต้วนอวี้เหลือบตามองต้วนชิงหมิง และครุ่นคิดอยู่ว่าควรจะเล่าเรื่องของเหยียนหลิ่งอวี๋ให้นางฟังดีไหม
ด้านต้วนชิงหมิงรู้สึกว่าต้วนอวี้นิ่งเงียบลงอย่างผิดสังเกต
ปกติแล้วต้วนอวี้และ455มักไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ต้วนอวี้ย่อมรู้ดีกว่านางมากนัก แต่เวลา
นี้ต้วนอวี้กลับเลือกจะปกปิดไม่ให้นางรู้อย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงเอ่ยถามขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์ พี่หวังว่าเจ้าจะพูดความจริงกับพี่นะ”
“ก็ได้ อวี้เอ๋อร์บอกพี่ก็สิ้นเรื่อง… ที่จริงแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ถูกยาพิษไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัว…
ผิดที่เขาโดนนั้นยากที่จะรักษา หมอหลวงกำชับให้เขานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเช้านี้กลับไม่พบเขา
แล้ว” ต้วนอวี้เล่า
ต้วนชิงหมิงได้แต่กัดริมฝีปากเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมา
ต้วนอวี้เห็นสีหน้าของต้วนชิงหมิงจึงเล่าต่อไปอย่างระมัดระวัง “พี่สาว ถ้าอวี้เอ๋อร์เดาไม่ผิดล่ะก็ วันนี้เหยียนหลิ่ง
อวี๋ต้องมาหาพี่ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ประเดี๋ยว ก่อนตอบกลับไปว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋มาที่นี่หรือเปล่าพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ประเด็นคือ
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ปกติมักทำอะไรอย่างระมัดระวัง เหตุใดถึงไปถูกยาพิษเข้า มีคนตั้งใจทำร้ายเขา หรือว่าด้วยสาเหตุอะไร
กันแน่?”
ต้วนอวี้ส่ายหน้าไปมา “เรื่องนั้น อวี้เอ๋อร์ก็มิทราบเหมือนกัน พี่สาวก็รู้นี่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนโอหังวางมาด
เรื่องบางเรื่องถ้าเขาไม่เต็มใจพูดออกมา คนอื่นก็ไม่มีใครกล้าเค้นถาม”
ต้วนชิงหมิงถึงกับชะงักนิ่งไปจนพูดอะไรไม่ออก
ต้วนอวี้จึงเล่าต่อไปว่า “พี่สาว ถ้าครั้งหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋มาหาพี่ ช่วยโน้มน้าวให้เขากลับไปขับพิษออกให้หายดี
เสียก่อน”
เมื่อต้วนอวี้นึกถึงท่าทางที่จนปัญญาของบรรดาหมอหลวง เขาจึงส่ายหน้าพูดขึ้น “อย่าหาว่าอวี้เอ๋อร์ปากมากเลย
เหยียนหลิ่งอวี๋คนนี้มองชีวิตของเขาไร้ค่าทันที หลังจากที่ทราบว่าไม่มียาถอนพิษได้……”
มาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้กลับรู้สึกว่าพูดมากจนเกินไปแล้ว จึงรีบยกมือขึ้นมาปิดปากไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ
แม้จะเป็นเพียงประโยคที่ยังพูดไม่จบ ก็เพียงพอให้ต้วนชิงหมิงตระหนกขึ้นมาแล้ว นางมองไปที่ต้วนอวี้ด้วยสีหน้า
ที่ซีดขาว ถามขึ้น “อวี้เอ๋อร์พูดว่าอะไรนะ? พิษในกายของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มียาถอนพิษ?”
ต้วนอวี้ยู่ปากออกมา ด้วยรู้ว่าเรื่องนี้ปิดต่อไปก็ไม่มิดแล้ว
เขาถอนหายใจออกมาก่อน จากนั้นเล่าต่อว่า “ยาพิษที่เหยียนหลิ่งอวี๋โดนนั้นเป็นพิษร้ายแรงที่ชื่อหุ่ยเทียนเมี่ยตี้
ได้ยินว่าเป็นยาพิษที่ไม่มียาถอนพิษ”
ต้วนอวี้ครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยว คิดว่าคำพูดของเขาอาจพูดรุนแรงเกินไป เขาจึงเล่าเสริมขึ้น “เพียงแต่บรรดาหมอ
หลวงกำลังช่วยคิดค้นสูตรยาถอนพิษอยู่ ไม่แน่อาจหายาถอนพิษพบก็เป็นได้”
โอกาสกับความหวังดูริบหรี่ห่างไกลตัวออกไป ส่วนความเป็นความตายกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
สีหน้าของต้วนชิงหมิงซีดขาวเป็นไก่ต้ม โดยไม่มีคำพูดใดจะเอ่ย
นึกไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะถูกยาพิษร้ายแรง อย่างนั้นชีวิตของเขา คงใกล้เดินไปถึงทางสิ้นสุดแล้วอย่างนั้นหรือ?
ยาพิษที่ชื่อ “หุ่ยเทียนเมี่ยตี้” นั้น ต้วนชิงหมิงเคยได้ยินมาบ้าง ยาพิษนี้ส่วนใหญ่มักใช้กับคนที่เกลียดเข้า
กระดูกดำ เพราะยาพิษตำรับนี้ไม่มียาถอนพิษ หากใครถูกพิษเข้า อันดับแรกจะรู้สึกไร้เรี่ยวแรง จากนั้นจะเจ็บปวดรวด
ร้าวไปทั่วทั้งกายวันละครั้ง ความเจ็บปวดนั้นยากที่ใครจะทนรับไว้ได้
สุดท้ายเลือดในตัวจะเปลี่ยนเป็นสีดำ และทุกครั้งที่ยาพิษออกฤทธิ์สีของเลือดก็จะเข้มๆ ทีละหน่อย จนกลายเป็น
สีดำสนิท พร้อมกับชีวิตที่สิ้นลงตามไปด้วย
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า
เหตุใดเหยียนหลิ่งอวี๋จึงถูกยาพิษร้ายแรงชนิดนี้ได้?
ตามหลักแล้วระยะเวลาที่ยาพิษออกฤทธิ์มักใช้เวลาไม่นาน ปกติพิษมักกำเริบหลังจากถูกไปแล้วยี่สิบสี่ชั่วยาม นั่น
แสดงว่ายี่สิบสี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ไปที่ไหนมาบ้าง ไปพบเจอใครมาบ้าง?
พอต้วนชิงหมิงคิดมาได้ถึงตรงนี้ นางก็ปรายตามองไปที่ต้วนอวี้
ต้วนอวี้ได้แต่ยู่ปากพร้อมกับโบกมือปฏิเสธ “พี่อย่ามองอวี้เอ๋อร์เลย อวี้เอ๋อร์ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยสัจจริง”
ต้วนชิงหมิงมองอยู่อย่างนั้น โดยไม่เอ่ยสิ่งใด
องครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างเป็นคนที่มีความสามารถกันทั้งนั้น เรื่องนี้เชื่อได้ว่าองครักษ์เหล่านี้จะต้องสืบหา
ต้นสายปลายเหตุออกมาได้ แต่ปัญหาในตอนนี้คือ ต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถถอนพิษในร่างของเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมา
ได้
แม้ว่าหลังจากที่ถูกยาพิษแล้ว ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรงจนกลายเป็นคนที่สูญเสียวรยุทธ์จนหมดสิ้น แต่ขอเพียง
สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ย่อมมีค่ามากกว่าเป็นที่สุดแล้ว
ไม่รู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ที่วางมาด โอหังและถือตัวจะยอมรับกับโชคชะตาที่เล่นตลกแบบนี้ได้หรือไม่?
หรือว่านี่จะเป็นเหตุผลที่ทำไมเหยียนหลิ่งอวี๋มาถึงที่นี่แล้ว กลับไม่ยอมมาหานางถึงในห้อง?
ด้วยเหตุใดก็มิทราบ จู่ๆ ต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในใจจนชาไปทั่วสรรพางค์กาย นางกำมือ
ผ้าเช็ดหน้าในมือจนแน่น กัดริมฝีปากจนเจ็บ
ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงอยากพบหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋เหลือเกิน
ต้วนชิงหมิงเอ่ยเสียงตํ่าขึ้น “เวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ที่ไหนกัน?”
โดยปกติแล้ว บรรดาองค์หญิงและองค์ชายที่ถูกยาพิษ มักกลับไปรักษาตัวในวังหลวงมิใช่หรือ? เหยียนหลิ่งอวี๋ใน
เวลานี้ เขาคงอยู่ในตำหนักใดตำหนักหนึ่งเพื่อรักษาตัวเป็นการชั่วคราว?
ต้วนอวี้ตอบอ่อมแอ่ม “เหยียนหลิ่งอวี๋พักอยู่ที่คฤหาสน์นอกวัง โดยมีลั่วสุ่ยคอยเฝั้าอยู่ที่นั่น”
สำหรับต้วนอวี้ที่ไปมาหาสู่กับเหยียนหลิ่งอวี๋บ่อยๆ จึงรู้สึกไม่แปลกหน้ากับองครักษ์ข้างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋
ไม่เพียงต้วนอวี้เท่านั้น ต่อให้เป็นต้วนชิงหมิงก็รู้ฝีมือทางการแพทย์หอลั่วสุ่ยเป็นอย่างดี
“พี่อยากไปพบเขาหน่อย” ต้วนชิงหมิงเอ่ยขึ้น
ต้วนอวี้กลับส่ายหน้าปฏิเสธ “พี่อย่าไปตอนนี้เลยเสียดีกว่า เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋บอกมาแล้ว ต่อให้เป็นพี่ไป ข้าว
ก็ไม่ยอมพบหน้าอยู่ดี”
เหยียนหลิ่งอวี๋กล้าหาญชาญชัยที่ไม่ออกมาพบหน้าต้วนชิงหมิง?
“ทำไมละ?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างฉงนใจ
คนอย่างต้วนชิงหมิงไม่เคยติดค้างเหยียนหลิ่งอวี๋… เหตุใดเขาถึงไม่กล้าพบหน้านางด้วย
ต้วนอวี้กลับเข้าใจหัวอกของเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาจึงก้มหน้าลงและเอ่ยขึ้น “เขาคงไม่อยากให้พี่ได้เห็นสภาพที่
อเนจอนาถของเขากระมัง”
ต้วนชิงหมิงอึ้งกิมกี่จนไปต่อไม่ถูก
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่วางมาดและโอหังมีหรือจะยอมให้คนอื่นเห็นสภาพที่อเนจอนาถของเขา ในเวลานี้ เกรงว่าไม่
เพียงต้วนชิงหมิง แม้แต่คนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหยียนหลิ่งอวี๋ก็คงไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขา
อย่างน้อยที่สุด ก่อนที่เขาจะหายดีคงไม่มีกระจิตกระใจพบหน้าใครอย่างแน่นอน
ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้คิดปกปิดเรื่องนี้กับต้วนชิงหมิง อย่างน้อยต้วนอวี้ก็สามารถเข้านอกออกในไปหาเหยียน
หลิ่งอวี๋ได้สบาย อย่างน้อยต้วนอวี้ยังสามารถบอกอาการของเหยียนหลิ่งอวี๋ให้นางรู้
จากนั้นต้วนอวี้ได้ลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “เอาล่ะ พี่ชิงหมิงอยากรู้หรืออยากถามอะไรเกี่ยวกับเหยียนหลิ่งอวี๋ สามารถ
ฝากอวี้เอ๋อร์ไปได้… ส่วนเรื่องไปพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงเจ็บแปลบในใจขึ้นอีกครั้ง… ไว้ทีหลังไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่กัน?
ต้องรอให้ดวงตาทั้งสองข้างของเหยียนหลิ่งอวี๋มองไม่เห็นจนมืดบอด หรือรอให้ยาพิษออกฤทธิ์จนสิ้นใจไปก่อน?
พอคิดถึงสิ่งเหล่านี้ ในใจของต้วนชิงหมิงเหมือนมีมีดร้อยเล่มพันเล่มเสียบเข้ามากลางใจจนทุรนทุรายไปหมด จู่ๆ
นางได้ลุดขึ้นยืนพูดอย่างแข็งกร้าว “ไม่ พี่จะต้องไปเจอเหยียนหลิ่งอวี๋ประเดี๋ยวนี้ให้ได้!”
ต้วนอวี้รู้สึกลังเลใจขึ้นมา ก่อนตอบกลับ “อย่างนั้นก็ได้ เพียงแต่รอให้อวี้เอ๋อร์ไปถามความยินยอมของเหยียน
หลิ่งอวี๋เสียก่อน”
เดิมที ต้วนอวี้ไม่อยากเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่เมื่อเห็นสายตาที่ยืนหยัดของต้วนชิงหมิง พร้อมกับ
เสียงที่แข็งกร้าว เขาจึงคิดได้ฉับพลันทันใดขึ้นมา บางทีการที่ต้วนชิงหมิงไปพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋อาจเป็นเรื่องที่ดี
สำหรับเขาก็เป็นได้
ต้วนอวี้พยักหน้ารับ “ก็ได้ เดี๋ยวพี่ตามอวี้เอ๋อร์มาแล้วกัน”
ส่วนเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องอธิบายหรือแก้ตัวนั้น ต้วนอวี้จะปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนคุยกันเอง
ในที่สุด ต้วนชิงหมิงได้ถอนหายใจออกมา จากนั้นได้ผายมือเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ประเดี๋ยวเจ้าไปเปลี่ยนชุดให้ข้าหน่อย”
เมื่อกล่าวจบลง ต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับไปกำชับต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์รออยู่ที่นี่ก่อน อย่าพึ่งออกไปที่ไหนทั้งนั้น”