การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 557 บ่าวของต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้ฟังแล้วพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้น เขาก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ยกนํ้าชาที่เยวี่ยเจียเพิ่งจะเปลี่ยนมาให้ใหม่ขึ้น
มาจิบ
นอกเรือน มีเสียงของต้วนอวี้หรานร้องดังอย่างจงใจ “ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านอยู่ไหน ข้ามาเยี่ยมแล้ว”
ต้วนอวี้หรี่ตาเล็กน้อย เจ้าต้วนอวี้หรานหรือจะมาเยี่ยมต้วนชิงหมิงด้วยใจจริง เกรงว่านางคิดแผนชั่วทำร้ายต้วน
ชิงหมิงเสียมากกว่า
แม้ว่าต้วนชิงหมิงจะไม่กลัวแผนชั่วของต้วนอวี้หราน แต่ในใจของต้วนอวี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะระมัดระวัง
เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ในจวนต้วนแห่งนี้ ต้วนอวี้หรานสองแม่ลูกนี้และต้วนชิงหมิงสองพี่น้องนี้ต่างฝั่ายต่างไม่ถูกกัน
ก่อนหน้านี้ ต้วนอวี้เพิ่งไปเอาสินสอดตอนที่ฮูหยินติงโหรวแต่งเข้าจวนต้วนจากหลิวหรงมาได้ ตอนนี้ต้วนอวี้หรานก็มา
แสดงความเป็นมิตรกับต้วนชิงหมิง เรื่องนี้ทำให้เขาอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้แล้ว
เมื่อเห็นดวงตาของต้วนอวี้มองออกไปด้านนอก เยวี่ยเจียที่กำลังรินชาให้เขาก็กระซิบว่า “คุณชายใหญ่ไม่ต้อง
กังวล พี่ชิวหนิงสามารถทำให้คุณหนูรองกลับไปได้ โดยไม่สามารถเข้ามาในห้องของคุณหนูใหญ่ได้แน่นอนเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบเล็กน้อย
ในความเป็นจริง ต่อให้ต้วนอวี้หรานเข้ามาหรือไม่นั้น สำหรับต้วนอวี้ก็ไม่มีผลกระทบอะไร ตรงกันข้ามถ้าต้วนอวี้
หรานกล้าที่จะเข้ามา ต้วนอวี้ก็มีความสามารถที่จะทำให้นางร้องไห้ขี้มูกโปั่งออกไปได้เหมือนกัน
การมีเมตตาต่อศัตรูคือการโหดร้ายต่อตัวเอง ความผิดพลาดเช่นนี้ ต้วนอวี้ไม่มีทางทำแน่นอน
ทันใดนั้น ด้านนอกของเรือน ชิวหนิงยืนขวางอยู่ตรงประตู ต้วนอวี้เปิดม่านหน้าตาครึ่งหนึ่ง เห็นแต่รูปร่างชิวหนิง
ยืนตรงตรงนั้นเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่เหมาะเจาะในการบังสายตาต้วนอวี้หรานพอดี จากนั้นได้ยินเพียงเสียงของชิวหนิงดัง
มาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ด้วยความเคารพ “เรียนคุณหนูรอง คุณหนูใหญ่กำลังพักผ่อนอยู่ในเรือน ตอนนี้ไม่รับแขก เชิญคุณ
หนูรองกลับไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
คำพูดของชิวหนิงนี้ ถือว่าเป็นการไม่ไว้หน้าต้วนอวี้หรานแม้แต่น้อย ด้วยนิสัยที่ไม่โตเป็นผู้ใหญ่ของนาง มีหรือจะ
สามารถอดรนทนไหว
ต้วนอวี้หรี่ตาลง พร้อมกับเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
และแล้ว ต้วนอวี้หรานพูดด้วยความไม่พอใจว่า “ชิวหนิง เหตุผลเช่นเดียวกันนี้ เจ้าใช้มันหลายครั้งแล้ว ในครั้งนี้
เจ้ายังไม่ได้เข้าไปรายงานเลย รู้ได้อย่างไรว่าพี่หญิงไม่อยากพบข้า วันก่อนพี่หญิงออกจากเรือนไปทั้งวันทั้งคืน และกลับ
มาพร้อมกับบาดแผล แล้วน้องสาวอย่างข้าไม่ควรมาเยี่ยมเยือนสักนิดเลยหรือ?”
ต้วนอวี้หรานหรือจะมาเยี่ยมต้วนชิงหมิงเพียงอย่างเดียว?
เห็นได้ชัดว่านางกำลังมาเพิ่มปัญหาให้ต่างหาก การพูดว่าต้วนชิงหมิงออกจากจวนไปหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงกลับมา
ถ้าคำพูดเหล่านี้หลุดออกไปแล้วล่ะก็ มันไม่ใช่การบอกโลกให้รู้หรอกหรือ ว่าคุณหนูใหญ่ของจวนต้วนไม่ทำตามกฏ ถึง
ยามคํ่าคืนไม่ยอมกลับเรือน!
ชิวหนิงกล่าวว่า “คุณหนูรองพูดอะไรเช่นนี้ คุณหนูของบ่าวแค่ออกไปจุดธูปไหว้พระที่วัด บังเอิญม้าเกิดเตลิด
ตกใจ ทำให้เท้าได้รับบาดเจ็บถึงได้เพิ่งจะกลับจาพักค้างคืนด้านนอก คุณหนูรองไม่ใช่รู้เรื่องนี้ดีหรอกหรือ ทำไมยังกล้า
พูดไร้สาระเช่นนี้ต่อหน้าบ่าวอีก คนในจวนนอกจวน คนที่รู้เรื่องคงคิดว่าคุณหนูรองเป็นห่วงคุณหนูของบ่าว หากคนที่ไม่รู้
เรื่อง คงคิดว่าคุณหนูรองใจแคบ ใส่ร้ายหวังทำลายชื่อเสียงของพี่สาวตนเสียอีก!”
คำพูดของชิวหนิงทำเอาต้วนอวี้หรานเกือบหายใจไม่ออก นางโกรธมากจนแทบอยากจะกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ
แต่นางต้องพยายามรักษาภาพพจน์ที่แสร้งทำเป็นกุลสตรีเอาไว้ จึงได้เพียงแต่ฝืนทำสีหน้ายิ้มแย้ม จนจะกระอักเลือดอยู่
ข้างในเสียแล้ว
ต้วนอวี้หรานหรี่ตามองชิวหนิง กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ชิวหนิง เจ้าเห็นเจ้านายแล้วยังกล้าต่อฝีปากกับข้าอยู่อีก นี่
ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำลายชื่อเสียงและหน้าตาของพี่หญิงข้าหรอก หรือว่านี่คือสิ่งที่พี่หญิงอบรมสั่งสอนเจ้ามา?”
ชิวหนิงก้มหน้าลง พูดขึ้น “บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ……เพียงแต่ว่าเจ้านายสอนบ่าว ให้แสวงหาความจริงจากข้อเท็จจริง
ห้ามหลอกลวงพูดในสิ่งที่ไม่เป็นจริง บ่าวขอเตือนคุณหนูรอง เพื่อชื่อเสียงของคุณหนูรองเอง หากว่าคำพูดเหล่านั้นของ
คุณหนูรองถูกผู้อื่นได้ยินเข้า ก็เท่ากับทำลายชื่อเสียงของคุณหนูรองเสียเอง หากคุณหนูรองคิดลงโทษ ชิวหนิงก็ยินยอม
รับโทษเจ้าค่ะ”
คำพูดเหล่านี้ของชิวหนิงทำให้ต้วนอวี้หรานพูดไม่ออกอีกต่อไป นางยืนอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าโกรธเคือง จะเข้าไปก็ไม่
ได้ที จะถอยก็เสียชั้นเชิง ทำอย่างไรก็ดูจะเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง
ภายในเรือน ต้วนอวี้ได้ฟังก็ถึงกับสำลักนํ้าชาพุ่งออกมา และไอเป็นวรรคเป็นเวรขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทางด้านเยวี่ยเจียที่รีบก้าวไปข้างหน้า เพื่อเช็ดชาที่ต้วนอวี้พ่นออกมา เยวี่ยเจียกล่าวว่า “คุณชายใหญ่ก็จริงๆ เลย
ทำไมถึงได้สำลักได้เล่าเจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หยิบผ้าในมือของเยวี่ยเจีย มาเช็ดไปพร้อมกับพูดว่า “ข้าถูกคำพูดของชิวหนิงทำเอาตกใจนะสิ”
เยวี่ยเจียฟังแล้ว อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และพูดเสียงแผ่วเบา “คุณหนูของพวกบ่าวกล่าวว่า คุณหนูรองอยาก
แสร้งเป็นคนมีคุณธรรม พวกบ่าวก็ต้องให้โอกาสคุณหนูรอง ขอเพียงพูดด้วยเหตุผล อย่าหักล้างและแสดงความเคารพก็
เพียงพอ ส่วนเรื่องอื่นแล้วแต่คุณหนูรองเลยเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้ฟังแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าไม่เคยคิดว่า ดูภายนอกชิวหนิงออกซื่อๆ พอพูดเหตุพูดผลมา ก็ดูเป็น
เรื่องเป็นราวดีนี่!”
ไม่เพียงแต่พูดออกมาเป็นชุดๆ แต่ยังทำให้อีกฝั่ายถึงกับสะอึกและชาไปทั้งตัวก็มิปาน
เยวี่ยเจียอมยิ้มและพูดว่า “คุณชายใหญ่ บ่าวบอกท่านแล้วกัน ในบรรดาบ่าวไม่กี่คนนี้ ฝีปากของชิวหนิงถือว่าเก่ง
กล้าเป็นที่สุด อีกทั้งทำให้อีกฝั่ายสามารถอึ้งกิมกี่จนไปต่อไม่ถูกมามากต่อมากแล้ว อันที่จริงพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ฝีปากกล้า
เก่งไม่แพ้กัน แต่นางไม่ได้เหมือนพี่ชิวหนิงที่พูดแทงใจดำตั้งแต่ประโยคแรกเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ฟังแล้ว ทั้งไอและทั้งหัวเราะไปด้วย “เยวี่ยเจีย ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว บ่าวในเรือนของพี่สาว ไม่เป็นสองรอง
ใคร ต่อไปข้าต้องให้บ่าวในเรือนข้าเรียนรู้ไว้บ้างแล้ว ในวันข้างหน้าถ้ามีคนมาหาเรื่องจะได้ไม่ต้องกลัวเสียเปรียบอีก”
เยวี่ยเจียฟังแล้ว ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาและพูดว่า “คุณชายใหญ่ ท่านคงไม่ได้ดูบ่าวใช้รุ่นน้องอย่างจริงจังสิท่า พวก
นางแต่ละคนร้ายไม่เบาไปกว่าพวกบ่าวเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ฟังแล้วยิ้มว่า “ก็ใช่นะ พี่สาวช่วยข้าเลือกเองกับมือนี่หน่า มันจะพลาดได้อย่างไร……พอดูพวกเจ้า ข้าก็
สามารถมองเห็นต่อไปได้แล้ว ว่าในเรือนของข้าจะเป็นเช่นไร”
เยวี่ยเจียและต้วนอวี้ต่างก็สนิทกันมานานแล้ว นางได้ฟังคำพูดของต้วนอวี้ ก็พูดยิ้มๆ ออกมา “คุณชายใหญ่
หมายถึงพวกบ่าว ถ้าต่อไปไปเรือนคุณชายใหญ่แล้วล่ะก็คงต้องระวังตัวหน่อยแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หัวเราะคึกคักขึ้นมา พร้อมกับโบกมือพูดว่า “เอาล่ะ เอาล่ะเยวี่ยเจีย เจ้าเพิ่งบอกว่าชิวหนิงฝีปากเก่ง ข้าดู
แล้ว ฝีปากของเจ้าเทียบกับปากของชิวหนิงแล้ว คงเก่งกว่ามาก!”
เยวี่ยเจียกล่าวด้วยความอายว่า “ขอบคุณสำหรับคำชมของคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ แต่ว่าพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับพี่ชิวหนิง
ต่างพูดว่า ฝีปากของบ่าวนี้ เด่นเรื่องการพูดไม่หยุดสักที แต่พอมีเรื่องสำคัญ ก็ดันพูดไม่ตรงจุดเสียอีก
คำพูดเหล่านี้ ทำให้ต้วนอวี้หัวเราะชอบใจขึ้นมาอีกครั้ง
นอกเรือน ต้วนอวี้หรานได้ยินเสียงของต้วนอวี้ จึงพูดอย่างโมโหว่า “ชิวหนิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เจ้าบอกไม่ใช่หรือ
ว่าท่านพี่กำลังพักผ่อนอยู่ ทำไมอวี้เอ๋อร์ยังหัวเราะเสียงดังอยู่อีกด้วยเล่า?”
ชิวหนิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่างทันใดนั้น ภายในห้องก็มีเสียงเรียบนิ่ง ของต้วนอวี้ดังมา “เอาล่ะ ชิวหนิง ปล่อย
ให้พี่รองเข้ามาเถอะ……ข้าไม่ได้เจอพี่รองมานานแล้ว รู้สึกคิดถึงนางแล้วด้วย
เสียงของต้วนอวี้เรียบนิ่ง และนุ่มนวลมากเป็นพิเศษ แต่ว่าเมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินแล้ว กลับรู้สึกขนลุกจนไม่
สามารถอธิบายความรู้สึกได้ถูก
บอกไม่ถูกว่าทำไม เมื่อใดที่ต้วนอวี้หรานเห็นต้วนอวี้ มักมีความกลัวอย่างหนึ่งที่ผุดขึ้นมาภายในใจของเขา ส่วน
ด้วยเหตุผลอะไรนั้น ต้วนอวี้หรานก็พูดไม่ถูกเช่นกัน
ตอนนี้ ในห้องมีเพียงเสียงของต้วนอวี้ดึงขึ้นเท่านั้น อีกทั้งต้วนอวี้ก็ยอมให้นางเข้าไปได้ ดังนั้น นางควรเข้าไปหรือ
ถอยหลังกลับดีกว่า? ข้าจะเข้าไปหรือจะหันหลังกลับไปดี
ทันใดนั้น ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าประตู กลับมีภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ชิวหนิงได้ยินคำพูดของต้วนอวี้ ก็รีบตอบกลับไปด้านในห้องอย่างรวดเร็ว “เจ้าค่ะ”
จากนั้น นางก็ขยับไปด้านหน้า พร้อมพูดกับต้วนอวี้หรานว่า “คุณหนูรอง คุณชายใหญ่เชิญท่านเข้าไปเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานกัดฟันเล็กน้อย จากนั้นก้าวไปข้างหน้าเดินตรงเข้าไปยังในเรือน นี่เป็นเรือนของต้วนชิงหมิง ไม่ว่าต้
วนอวี้อยากจะทำอะไร คงไม่กล้าที่จะอวดดีที่นี่หรอก
ยิ่งกว่านั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนางที่นี่ ต้วนเจิ้งก็คงจะไม่ปล่อยเขาไปเช่นกัน
ต้วนอวี้หรานมัวแต่กังวล จนนางกลับลืมคนๆ หนึ่งไป หากอยากลงโทษอย่างรุนแรงกับบางคนแล้วล่ะก็ ไม่จำเป็น
ต้องพูดมาก เพียงแค่สายตา ก็สามารถทำให้ฝั่ายตรงข้ามละอายได้แล้ว
แต่ต้วนอวี้ ถ้าเขาต้องการทำอะไรกับต้วนอวี้หรานจริง ๆ กลัวว่าแม้ว่าต้วนอวี้หรานอยากร้องไห้ ก็ไม่สามารถ
ร้องไห้ออกมาได้ อีกทั้ง ไม่มีที่ให้กล่าวหาได้อย่างแน่นอน