การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 558 มิต้องการ
ต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาในเรือนที่มีแสงสลัวอยู่ นางมองเห็นสิ่งของต่างๆ ภายในห้องได้ไม่ชัดเจน จึงยืนอยู่ตรงนั้น
ชั่วขณะ โดยไม่รู้ว่าจะเดินไปที่ไหน
ภายในเรือน มีเสียงของต้วนอวี้ดังขึ้นมาเบาๆ “พี่รองยืนอยู่ที่ประตูทำอะไร ทำไมไม่เข้ามาละ?”
ต้วนอวี้หรานเงยหน้าขึ้น เห็นต้วนอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง แต่เดิมมันเป็นเพียงเงาที่ค่อนข้างคลุมเครือ แต่ต้วนอวี้เป็น
เหมือนร่างที่ส่องสว่างขึ้นมา ไม่ว่าตัวเขาจะอยู่ที่ไหน ใบหน้าที่ยิ้มที่เย็นชานั้น ได้แยงตามากเป็นพิเศษ
รูม่านตาของต้วนอวี้หรานจึงหดตัวลงไปเล็กน้อย
ต้วนอวี้มองต้วนอวี้หราน ด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเขา เพียงแต่ว่าเวลาเขายิ้มออกมา ดวงตากลับไม่ยิ้ม
ตามไปด้วย เขานั่งอยู่ที่นั่นโดยยกมือโบกให้ต้วนอวี้หราน “พี่รองไม่เจอกันนานเลยนะ
ต้วนอวี้หรานไม่สนใจต้วนอวี้ นางกวาดสายตามองเข้าไปข้างในอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่ากลับมองไม่เห็นต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้หรานอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “แล้วท่านพี่อยู่ไหนละ?”
ต้วนอวี้ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “พี่รองฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือ?”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” ต้วนอวี้หรานกล่าวอย่างโกรธแค้น
ต้วนอวี้กล่าวอย่างไร้เดียงสา “ข้าทักทายพี่รอง พี่รองกลับไม่สนใจ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าพี่รองฟังภาษาคนไม่เข้าใจเสีย
อีก
ต้วนอวี้หรานโกรธเคืองต้วนอวี้มากจนเกือบผรุสวาทกลับไป นางอุตส่าห์อดทนอดกลั้นด้วยความสงบนิ่งมาได้ตั้ง
นาน จึงกัดฟันกดเสียงตํ่าว่า “ข้ามาเยี่ยมท่านพี่ไม่ใช่มาเยี่ยมเจ้าสักหน่อย”
ต้วนอวี้มองต้วนอวี้หราน กระพริบตาปริบๆ แล้วพูดว่า “พี่รองหมายความว่า ในสายตาของพี่รอง มีเพียงพี่ใหญ่
มองไม่เห็นข้าอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้หรานอดทนแล้วอดทนอีก ในที่สุดก็กัดฟันพูดทีละคำ “นั่นคงเป็นสิ่งที่เจ้าเข้าใจคนเดียวสิน่ะ!”
ต้วนอวี้ยิ้ม “หึ หึ” พูดว่า “ข้าเข้าใจความหมายของพี่รองแล้ว พี่รองไม่เพียงแต่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง อีกทั้งยัง
เป็นคนตาถั่วอีกด้วย”
ต้วนอวี้หรานถูกต้วนอวี้แกล้งจนโมโห นางจึงชักสีหน้าตะคอกอย่างโกรธแค้น “ต้วนอวี้
ต้วนอวี้กระพริบตาปริบๆ อีกครั้ง เอ่ยขึ้น “พี่รองว่าจะมาเยี่ยมพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่นี่เสียหน่อย ข้าตัวตั้งใหญ่
โตอยู่ตรงนี้ พี่รองมองไม่เห็น ถ้าไม่ได้ตาถั่วแล้วมันคืออะไร?”
ต้วนอวี้หรานแทบอยากจะเป็นบ้าคลั่งออกมาแล้ว
นางพูดอย่างโกรธแค้นว่า “ข้าไม่คุยกับเจ้า!”
ต้วนอวี้ยักไหล่ขึ้นลง ยิ้มเยาะเย้ย “พี่รองไม่ใช่คนจึงฟังภาษาคนไม่เข้าใจ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องพูดกับข้า
ทางด้านเยวี่ยเจียที่อยู่ด้านหนึ่งได้พยายามอดทนอดกลั้นมานานแล้ว จนสุดท้ายนางกลับยิ้มออกมา เพราะ
คุณชายใหญ่พูดตลกเกินไปแล้ว ไม่ว่าคุณหนูรองจะโต้กลับเท่าไรก็ตาม คำที่ว่า “ไม่ใช่คน” และ “ตาถั่ว” ได้เวียนวนอยู่
ในหัวของต้วนอวี้หราน
ต้วนอวี้หรานแสร้งทำเป็นกุลสตรีเรียบร้อยต่อหน้าต้วนชิงหมิงเสมอ และบางครั้งแม้ว่านางจะโกรธ นางก็ต้อง
อดทนไม่แสดงอารมณ์โกรธออกมา ในเวลานี้ เยวี่ยเจียอยากดูว่า ต้วนอวี้หรานสามารถทนได้นานแค่ไหน
ในขณะนี้ ต้วนอวี้หรานโกรธมากจนแทบกระอักเป็นเลือดออกมา ทำให้ความหยิ่งยโสที่ติดฝังมาตั้งแต่เล็กได้ฟืน
กลับมาอีกครั้ง
ต้วนอวี้หรานไม่ได้สนใจอะไรต่อไปแล้ว นางจึงเดินไปที่เบื้องหน้าของต้วนอวี้ ยกมือขวาขึ้นง้างหมายตบไปทาง
ใบหน้าจิ้มลิ้มของต้วนอวี้
สายตาของต้วนอวี้เปลี่ยนไปในทันที
เดิมทีการหยอกเย้าที่ไม่ได้ถือสาเอาความกลับมลายหายสิ้นไป ถูกแทนที่ด้วยท่าทางที่เย็นชา แข็งกร้าว โหดร้าย
กระทั่งสายตาที่หยิ่งยโส
สายตาเช่นนี้ เป็นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มีความแค้นที่ต้องชำระต่อกัน
เพียงแวบเดียว มือของต้วนอวี้หรานกลับชะงักไปชั่วขณะ
ต้วนอวี้ใช้สายตาแบบนั้นมองไปที่ต้วนอวี้หราน จากนั้นเขาก็ค่อยๆ พูดอย่างเชื่องช้าว่า “พี่รองลองคิดดูดีๆ ถ้า
ฝั่ามือได้ตบลงบนหน้าของข้า ผลที่ตามมาก็ไม่ใช่สิ่งที่พี่รองจะรับไหว!”
ทันใดนั้น ต้วนอวี้หรานมองไปที่ต้วนอวี้ ด้วยอาการจุกคอจนพูดไม่ออก
และแล้วต้วนอวี้ก็ไม่ได้แยแสต้วนอวี้หรานอีกต่อไป เขาค่อยๆ ยืนขึ้น เดินไปข้างหลังของต้วนอวี้หราน กระซิบ
อย่างเลือดเย็นและชินชาว่า “พี่รอง ถ้าข้าเป็นท่าน ตบนี้จะไม่ลังเลที่จะตบลงบนใบหน้าตัวพี่รองเอง”
มือของต้วนอวี้หราน อ่อนแรงลงทันที
เสียงของต้วนอวี้ดังขึ้นอย่างช้าๆ จากด้านหลังต้วนอวี้หราน “เพราะว่าเจ้าโง่ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ”
ต้วนอวี้หรานทนไม่ไหวแล้ว นางพูดกดเสียงตํ่าออกมา “ต้วนอวี้ ข้าไว้ชีวิตเจ้าไม่ได้
ต้วนอวี้ยิ้มอย่างเย็นชา แต่ไม่หยุดเดินไปข้างหน้า
คนอย่างต้วนอวี้หราน ไม่สมควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาเลย ถึงแม้ประจบประแจง ต้วนอวี้รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้อง
เสียพลังงานไปกับนาง
เมื่อเห็นว่าต้วนอวี้จากไป สีหน้าของต้วนอวี้หรานดูภูมิใจเป็นอย่างมาก
นางกำมือทั้งสองข้างแนบแน่น โดยไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อครู่ นางถึงฟาดมือลงไปบนหน้าของต้วนอวี้
เป็นไปได้ไหมว่า นางตกใจสายตาที่จับจ้องมาของต้วนอวี้?
แต่เขาเป็นเพียงเด็กอายุหกปีเท่านั้น หากเกิดเรื่องที่ตกใจจนคาดไม่ถึงขึ้น คงต้องหวาดกลัวไม่มากก็น้อย แต่ช่วง
ขณะนั้น ดวงตาของต้วนอวี้กลับแข็งทื่อราวกับเป็นนักฆ่า ที่สามารถปลิดชีพของต้วนอวี้หรานลงไปในชั่วพริบตา
ข้างหลังเขามีเสียงอ่อนโยนของต้วนชิงหมิงดังขึ้น “อวี้เอ๋อร์ เจ้าซนอีกแล้วใช่ไหม?”
เสียงของต้วนอวี้ ดังขึ้นด้านหลังของต้วนอวี้หราน ด้วยนํ้าเสียงออดอ้อนและสดใสของความเป็นเด็กน้อยอายุ
เพียงหกเจ็ดปี เขายิ้ม “แหะ แหะ” ออกมา “พี่ชิงหมิง ชุดของท่านพี่สวยงามมากเลย”
สิ่งที่ต้วนอวี้ทำนั้นทำเอาต้วนชิงหมิงพูดไม่ออก นางลูบมือของต้วนอวี้เบาๆ พูดว่า “อวี้เอ๋อร์ เจ้าซนเกินไปแล้ว
ต้วนอวี้ยังคงหัวเราะ “แหะ แหะ” และในเสียงหัวเราะนั้นมีความไร้เดียงสาที่บอกไม่ถูก “ข้าซนที่ไหนกัน ท่านพี่
วันนี้ท่านสวยมากจริงๆ”
ต้วนชิงหมิงจับมือของต้วนอวี้ จากนั้นหันหลังกลับไป พูดกับต้วนอวี้หรานเสียงเรียบ “น้องอวี้หรานมาแล้วหรือ?
มีอะไรหรือเปล่า?”
เพียงครู่เดียว ต้วนอวี้หรานก็เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของต้วนชิงหมิงหายไป แต่กลับกลายเป็นความห่าง
เหินและการระวังตัวแทนที่ ราวกับว่าต้วนอวี้หรานนั้นไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของนาง แต่เป็นคู่ต่อสู้ที่มีความแค้นกันมานาน
เป็นพันๆ ปี
ในใจของต้วนอวี้หราน เกิดความขมขื่นและความเศร้าสลดที่ไม่สามารถอธิบายได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางกับต้วนชิงหมิงต่างฝั่ายต่างสู้รบปรบมือกัน จนมองต้วนชิงหมิงเป็นศัตรูแล้ว ตลอดเวลา
ที่ผ่านมา ขอเพียงต้วนชิงหมิงมีหรืออยากได้ นางจะแย่งมันมาให้ได้ในครอบครองถึงจะพึงพอใจ
ต้วนอวี้หรานสามารถแย่งสิ่งของทุกอย่างของต้วนชิงหมิง แต่ว่าสิ่งเดียวที่นางไม่สามารถพรากไปได้คือความจริง
ใจของต้วนชิงหมิง
เช่นเดียวกับตอนนี้ ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้แล้วยิ้มเบาๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าความสุขทั้งหมดในโลกทั้งใบ
นี้อยู่ในดวงตา อยู่ในใจของพวกเขา นั่นคือความรัก นั่นคือความจริงใจทั้งหมดที่อยู่ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้
เรื่องแบบนั้นเป็นสิ่งที่ต้วนอวี้หรานกลับไม่เคยมีมาก่อน และยังเป็นสิ่งที่ต้วนอวี้หรานพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ไม่
สามารถแย่งชิงมาได้
ต้วนอวี้หรานมองไปที่ต้วนอวี้และต้วนชิงหมิง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่า แม้นางจะแย่งทุกอย่างที่เป็นของต้วนชิงหมิง แต่
ก็ไม่มีทางที่จะแย่งหัวใจที่จริงใจของนาง และรอยยิ้มที่จริงใจได้
ต้วนอวี้หรานไม่มีทางที่จะได้รับความจริงใจของต้วนชิงหมิงได้ แม้แต่การจับมือที่จริงใจจากนางdHvpjkwfhs;y’
งอริมฝีปากเล็กน้อย สายตาของต้วนอวี้หรานค่อย ๆ สูงขึ้นไปเล็กน้อย แล้วสูงขึ้นเล็กน้อยอีก ต้วนวี้หรานปราย
ตามองด้วยความวางมาดถือตัว
ไม่ นางไม่ต้องการความจริงใจของต้วนชิงหมิง นางไม่ต้องการความอ่อนโยนของต้วนชิงหมิง เช่นเดียวกับที่นาง
เกิดมาเพื่อเล่นงานต้วนชิงหมิง ไม่ว่าสิ่งขของใดที่เป็นของต้วนชิงหมิง นางจะหาทางแย่งมาให้ได้ทุกสิ่งอย่างแน่นนอน
ไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด เพียงเพราะต้วนชิงหมิงแย่งเอาสิ่งที่ควรจะเป็นของนางไปทุกสิ่งทุกอย่าง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จิตใจที่อ่อนแอของต้วนอวี้หรานก็แข็งกระด้างทีละเล็กทีละน้อย นางยืนอยู่ตรงนั้นมองไปที่ต้วนชิง
หมิงแสยะยิ้ม “โอ้โห ไม่มีอะไรมากหรอก เพียงแค่คิดถึงท่านพี่ขึ้นมาก็เท่านั้น จึงอยากมาดูเสียหน่อย”
เมื่อพูดคำเหล่านี้หัวใจของต้วนอวี้หราน ไม่สบอารมณ์อีกต่อไป นางมองไปที่ต้วนชิงหมิง ด้วยสายตาที่ทั้งสดใส
และเศ้ราสร้อยราวกับดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่เพิ่งบานนอกหน้าต่าง
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้หราน ยิ้มอย่างฉับพลันและพูดว่า “น้องอวี้หรานลำบากเจ้าแล้ว……ตอนนี้ที่กำลังจะ
ออกไปแล้ว น้องอวี้หรานค่อยมาวันหลังแล้วกัน”
หลังจากต้วนชิงหมิงพูดจบ ก็พาต้วนอวี้เดินจากไป ฝีเท้าของนางนั้นก้าวย่างอย่างมั่นคง ไม่ได้มองแม้แต่ใบหน้าที่
ผิดหวัง และใบหน้าที่วางมาดของต้วนอวี้หรานแม้แต่น้อย