การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 566 ให้ยาต้องถูกโรค
ลั่วสุ่ยเห็นสายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋หนักอึ้ง เขาจึงพูดเสียงอ้อยว่า “ข้าน้อยไม่ขอปิดบังองค์ชายและคุณชายต้วน
อีกต่อไปแล้ว เมื่อสามวันก่อน จิ้งสุ่ยได้ไปที่หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อันที่จริง หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งด้วยเส้นทางลับ ทว่าจิ้งสุ่ยเห็นว่าต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้เป็นคนกันเอง จึงยอมพูดให้
ได้ยินได้ฟังพร้อมกัน
ต้วนอวี้ยังไม่รู้ว่าหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งมีลักษณะเป็นอย่างไร เขาจึงกระพริบตาปริบๆ มองไปยังลั่วสุ่ย
ถึงแม้ต้วนอวี้ไม่รู้เส้นทางแห่งนี้ ทว่าต้วนชิงหมิงกลับรู้จักเป็นอย่างดี นางจึงทราบว่าหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งจะไม่
ปล่อยให้คนนอกเข้าไป
“หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งนั้น… เป็นถึงสถานที่ที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป?”
ลั่วสุ่ยพูดอย่างยืดอก “เพื่อชีวิตขององค์ชายแล้ว หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย ต่อให้บุกนํ้าลุยไฟ
พวกข้าน้อยยินดีที่จะบุกปั่าฝั่าดงเข้าไปทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกตกใจขึ้นมาไม่น้อย กับสิ่งที่ลั่วสุ่ยพูดออกมา
ความหมายของลั่วสุ่ยคือ การไปหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งของจิ้งสุ่ยในครานี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้กลับมา?
ต้วนชิงหมิงปรายตามองลั่วสุ่ย ในขณะที่อีกฝั่ายกำลังมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยสายตาที่แน่นิ่ง สายตานั้นบ่งบอกให้
รู้ว่า ทุกคนต่างเป็นห่วงเป็นใยเหยียนหลิ่งอวี๋ และไม่ยอมที่จะให้เขาสินใจไปโดยง่าย
ถูกต้องแล้ว ในสายตาของลั่วสุ่ยและบรรดาองครักษ์ เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่พวกเขามิสามารถขาดได้
ต้วนชิงหมิงพูดขึ้นเสียงตํ่า “เหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องไม่เป็นอะไรอยากแน่นอน”
ลั่วสุ่ยตอบด้วยนํ้าเสียงละห้อยหา “หวังเพียงว่าจิ้งสุ่ยจะกลับมาได้ทันเวลาขอรับ”
การกลับมาได้ทันเวลาของลั่วสุ่ย หมายความว่า ก่อนที่เหยียนหลิ่งอวี๋จะสิ้นใจจากไปนั่นเอง
เพียงแต่ว่าหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้ง ไม่ใช่ที่ที่อยากจะไปก็ไป อยากจะกลับก็กลับได้
เป็นที่เล่าลือกันว่า คนที่บุกเข้าไปในหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา มีไม่ถึงสามคน อีกทั้งสาม
คนนี้บ้างก็ตาย บ้างก็เข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกมาอีก นอกจากสามคนนี้แล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไปสถานที่ลึกลับแห่งนั้นอีก
เลย
หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งห่างไกลจากเมืองหลวงมากกว่าร้อยลี้ ที่นั่นเป็นที่อาศัยของมีคนรุ่นหลังที่สืบทอดการถอนพิษ
จากหลู่หนิง ที่มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วใต้หล้า แต่น่าเสียดายตรงก็คือ คนผู้นี้ยากที่เชิญออกมาจากหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้ง
ทันทีที่จิ้งสุ่ยทราบเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋ถูกวางยาพิษ เขารีบรุดหน้าไปที่หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้ง โดยหวังเพียงว่าทุกอย่างคง
ไม่สายเกินไป
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจด้วย จากนั้นได้พูดเสียงเเผ่วเบา “หมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งมีวิธีถอนพิษได้จริงหรือ?”
ลั่วสุ่ยส่ายหน้าครุ่นคิด ไม่นานเขาเอ่ยขึ้นว่า “แต่ยาพิษชนิดนี้ สืบทอดมากว่าร้อยปี บัดนี้กลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าต้องเกี่ยวโยงกับหมู่บ้านภูเขาฟั่านจิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น องครักษ์อย่างพวกเขามีหน้าที่ต้องสืบให้
แน่ชัดว่าเป็นฝีมือใครกันขอรับ”
ต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงต่างหันหน้าสบตากันเหมือนรู้ความคิดของกันและกัน โดยไม่เปล่งวาจาออกมา
ต้วนอวี้คอยมองดูอาการของเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ตลอดไม่คลาดสายตา เขาช่วยจับดูชีพจร สังเกตสีหน้า รวมไปถึง
หยิบเข็มเงินฝังลงไปที่ข้อมือของเหยียนหลิ่งอวี๋
เอาเข้าจริง วิธีการให้นํ้าเกลือของคนยุคปัจจุบันที่ใช้รักษานั้น ต้วนอวี้ยังไม่เคยได้ลองมาก่อน แต่ด้วยความคับขัน
บีบบังคับ เขาจึงต้องให้เหยียนหลิ่งอวี๋มาเป็นหนูทดลองโดยเลี่ยงไม่ได้
ต้วนอวี้หวังเพียงว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ฉะนั้น เขาจึงทุ่มเทความรู้ความสามารถ และกำลังกาย
กำลังใจทั้งหมดที่มี ในการช่วยชีวิตเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้ให้จงได้ วิธีใดที่ต้วนอวี้คิดออกล้วนแล้วนำมาใช้ทั้งสิ้น
นํ้าเกลือค่อยๆ หยุดเข้าสู่หลอดเลือดของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างต่อเนื่อง เขายังคงนอนหลับตาพักผ่อนด้วยความ
อิดโรย สรุปแล้ว ไม่ว่าต้วนอวี้จะใช้วิธีใดในการรักษา เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไร้เรี่ยวแรงที่แม้แต่จะลืมเปลือกตาขึ้น
ต้วนอวี้ยังคงคอยสังเกตอาการของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างเป็นห่วงกังวล เขากลัวว่าหากทำอะไรผิดพลาดแม้แต่น้อย
เหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องทรมานมากขึ้นไปอีก หรือนํ้าเกลือที่ให้ผ่านหลอดเลือดเกิดแปรเปลี่ยนเป็นพิษขึ้นมาละก็ ร่างกาย
ของเหยียนหลิ่งอวี๋คงมิสามารถกลับมาเป็นดังเดิมได้
ทว่ายังคงหยดเข้าสู่ร่างกายอย่างสมํ่าเสมอ ระหว่างนั้นเอง ชีพจรและร่างกายของเขากลับมาสู่ภาวะปกติดังเดิม
ร่างกายภายในไม่ได้เปลี่ยนนํ้าเกลือให้เป็นพิษ
นํ้าเกลือในกานํ้าได้ใช้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว พอเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เป็นอะไร ต้วนอวี้ถึงได้ลุกยืนขึ้น หันไปพูด
อย่างโล่งอกกับลั่วสุ่ยเสียงเบา “เอาล่ะ ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋พ้นขีดอันตรายแล้ว”
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ขาดนํ้าอย่างรุนแรงได้รับนํ้าเกลือเข้าไป และเริ่มหลับใหลลึกแล้ว ต้วนอวี้จึงพูดเสียงเบา
ออกมา “ดูท่า วิธีนี้ได้ผลแล้ว”
ลั่วสุ่ยคอยยืนอยู่ข้างกายเหยียนหลิ่งอวี๋ พอได้ยินที่ต้วนอวี้กล่าวขึ้นเช่นนั้น ก็โล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่งเพียงเท่านั้น
ด้วยกลัวหากประมาทขึ้นมานิดเดียว อาจเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดกับเหยียนหลิ่งอวี๋ก็เป็นได้
อย่างไรเสีย การให้นํ้าเกลือถือเป็นครั้งแรกที่มีการทำ ฉะนั้น ต่อให้ต้วนอวี้น่าเชื่อถือมากเพียงใด ลั่วสุ่ยก็ยังไม่
ค่อยมั่นใจเต็มร้อย
เพราะว่าพิษในร่างของเหยียนหลิ่งอวี๋ บรรดาองครักษ์ต่างถูกส่งออกไปทั้งหมด เหลือเพียงลั่วสุ่ยที่วิ่งวุ่นจัดการ
เรื่องต่างๆ ทั้งหมดแทนเหยียนหลิ่งอวี๋ ทั้งยั้งคอยอยู่ข้างกาย ดังนั้น หน้าที่ของลั่วสุ่ยแบกรับทั้งเรื่ององครักษ์และการ
ดูแลเหยียนหลิ่งอวี๋ ไม่ว่ามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาจะรู้สึกตระหนกเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นลั่วสุ่ยมีท่าทางตระหนกอยู่ตลอด ต้วนอวี้จึงเอ่ยขึ้น “เจ้าวางใจได้ เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องไม่เป็นอะไรอย่าง
แน่นอน!”
ลั่วสุ่ยขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉงนใจ
โดยปกติแล้ว คนใต้บังคับบัญชาของเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างเรียกเขาว่า “องค์ชาย” หรือไม่ก็ “นายท่าน” แต่คนนอก
จะเรียกเหยียนหลิ่งอวี๋ว่า “องค์ชายสาม”
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่ทำอะไรจริงจังขึงขัง ไม่แยแสสายตาคนอื่นที่มองมา ยกเว้นต้วนอวี้ที่การกระทำและวาจา
มักจะไม่ทำไปโดยไม่สนใจกาลเทศะหรือฟั้าสูงแผ่นดินตํ่าแม้แต่น้อย
เดิมที การโอนอ่อนผ่อนปรนที่เหยียนหลิ่งอวี๋มีต่อต้วนอวี้นั้น ลั่วสุ่ย มิกล้าก้าวล่วงทั้งยังเกินหน้าที่ที่เขาเข้าไป
ก้าวก่ายได้ ในเวลานี้ ต้วนอวี้กลับเรียกชื่อของเหยียนหลิ่งอวี๋โดยตรงต่อหน้า ทำเอาลั่วสุ่ยรู้สึกว่าต้วนอวี้ไม่ค่อยให้ความ
เคารพเหยียนหลิ่งอวี๋มากเท่าที่ควร
ลั่วสุ่ยมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยแววตาที่เคารพเทิดทูน มีหรือที่เขาจะยอมให้คนนอกมากล่าววาจาที่ไม่เป็นการ
เคารพองค์ชายของเขา
ลั่วสุ่ยจึงสูดหายใจเข้าไปลึกๆ พร้อมกับคิดหาวิธีที่จะโน้มน้าวเหยียนหลิ่งอวี๋ให้เพิกเฉยต่อต้วนอวี้ ทันใดนั้นต้วน
ชิงหมิงจู่ๆ เอ่ยถามขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์ วิธีนี้สามารถช่วยชีวิตเหยียนหลิ่งอวี๋ได้จริงหรือ?”
ในคราวนี้ ลั่วสุ่ยยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก… ไม่เพียงต้วนอวี้เด็กน้อยที่เรียกชื่อของเหยียนหลิ่งอวี๋โดยตรง
ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงก็พลอยเรียกชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋โดยตรงตามน้องชายนางไปอีกคน?
ลั่วสุ่ยยังสับสนคิดหาวิธีมิออก สรุปแล้ว เขาควรห้ามปรามต้วนอวี้ดี หรือห้ามปราบต้วนชิงหมิงดี
ต้วนอวี้ไม่ได้ใส่ใจในความคิดของลั่วสุ่ยที่มีต่อเขา เพราะอาการของเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาคงที่แล้ว นับเป็นสิ่งที่ต้
วนอวี้ดีใจจนอธิบายไม่ถูก
ไม่ว่ายาพิษนี้สามารถทำลายเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ ทว่าหากใช้วิธีนี้ย่อมช่วยไม่ให้เขาต้องสิ้นใจจากไปด้วยความโหยหิว
เป็นไหนๆ
บัดนี้ ชีวิตของเหยียนหลิ่งอวี๋สามารถ “รักษาไว้ได้ชั่วคราว” แล้ว ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่หากเพิ่ม
เวลาได้อีกวัน ก็เท่ากับมีโอกาสรักษาเพิ่มได้อีกวัน นับเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่ง
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นยิ้มแห้งๆ ให้กับต้วนชิงหมิง “ท่านพี่ดูสิ วิธีของอวี้เอ๋อร์สามารถช่วยให้นํ้าเกลือที่เข้าสู่ร่างกาย
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่แปรเปลี่ยนเป็นยาพิษ ทั้งยังสามารถเพิ่มสารอาหารที่ต้องการให้กับเขาอย่างมั่นใจ ส่วนเรื่องขาดนํ้าหรือ
อาหารจนตายย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น”
ต้วนอวี้พูดคำก็ตายสองคำก็ตาย ทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข นางขมวดคิ้วหันมองไปร่างของเหยียนหลิ่งอ
วี๋ที่หลับใหล แล้วจับมือต้วนอวี้ดินเข้าไปข้างเหยียนหลิ่งอวี๋ “อวี้เอ๋อร์ ยาพิษในร่างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋ ไม่มีทางรักษา
ได้จริงๆ เหรอ?”
เมื่อเห็นต้วนอวี้ให้นํ้าเกลือช่วยชีวิตเหยียนหลิ่งอวี๋เรื่องอาหารการกินได้แล้ว ต้วนชิงหมิงจึงอยากสอบถามต้วนอวี้
ถึงวิธีอื่นๆ ในการช่วยยื้อชีวิตของเหยียนหลิ่งอวี๋
ต้วนอวี้ดึงสายเสื้อของต้วนชิงหมิง จากนั้นพูดเสียงเด็กน้อยขึ้นมา “ท่านพี่ ไม่ว่าพิษอะไรย่อมหาวิธีรักษาได้ แต่
ต้องให้ยาถูกอาการกับโรค อย่างน้อยที่สุด ท่านพี่ต้องรู้ให้ได้ว่ายาพิษหุ่ยเทียนเมี่ยตี้นี้ มีส่วนผสมของอะไรบ้าง