การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 565 เรื่องเร่งด่วน
เดิมทีลั่วสุ่ยอยากจะเถียงคำพูดของต้วนอวี้ แต่เมื่อเขาชำเลืองไปเห็นสายตาเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มองมาจึงพูดมิออก
ในใจของลั่วสุ่ยนั้น ไม่ว่าต้วนอวี้คิดอย่างไรกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ขอเพียงรักษาเหยียนหลิ่งอวี๋ให้หายเป็นปกติ หรือ
ช่วยลดความทรมานร่างกายลงได้ ก็จะถือว่าเป็นคนมีพระคุณต่อเหยียนหลิ่งอวี๋และลั่วสุ่ย
คำอธิบายของต้วนอวี้ทำเอาทุกคนในที่นั้นต่างงงงวยไปตามๆ กัน ทว่าเขากลับเตรียมอุปกรณ์รักษาไว้อย่างครบ
ถ้วนเป็นที่เรียบร้อย
ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด การให้นํ้าเกลือถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป ก่อนที่จะย้อนเวลามาอยู่
ยุคโบราณ เขาเคยได้รับบาดเจ็บตอนไปปั่า ในตอนนั้น เขาเคยใช้นํ้ามะพร้าวมาให้นํ้าเกลือ เช่นเดียวกัน บัดนี้เขาก็จะใช้
วิธีนี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋
หมอหลวงหูยืนนิ่งโดยไม่พูดไม่จา เอาแต่จ้องมองต้วนอวี้ที่กำลังยุ่งกับการจัดแจงสิ่งของ หมอหลวงหูถลึงตาโต
เอ่ยขึ้น “ถ้าองค์ชายเป็นอะไรไปแล้วละก็ ต่อให้เจ้ามีสิบชีวิตก็ไม่พอชดใช้!”
ต้วนอวี้แอบเหลือบตามองหมอหลวงหู ก่อนพูดขึ้น “ท่านหมอหลวงวางใจได้ แม้ชดใช้ด้วยชีวิตกระผม หรือ
ประหารเก้าชั่วโคตรก็ไม่ได้เดือดร้อนถึงท่านหมอหลวงอย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นต้วนอวี้เริ่มยุ่งกับการเตรียมของรูปร่างแปลกประหลาด ต้วนชิงหมิงจึงเดินเข้าไปสอบถาม “อวี้เอ๋อร์กำลัง
ทำอะไรอยู่?”
ต้วนอวี้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นตอบ เขามัวแต่เอาเข็มเล่มเล็กสั้นและเข็มเล่มยาวเรียวโยนลงไปแช่ในนํ้า จากนั้นหยิบนํ้า
สะอาดผสมของบางอย่างลงไปด้วยความระมัดระวัง เขาหยิบผ้าขึ้นมาผูกปิดจมูก แล้วนำมือทั้งสองข้างล้างไปมาในนํ้า
อุ่น
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ต้วนอวี้ถึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มจางๆ “ท่านพี่ไม่มีอะไรมากหรอก อวี้เอ๋อร์กำลังช่วยเหยียนหลิ่ง
อวี๋เติมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย”
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปดูสิ่งของรูปร่างแปลกพิลึกเหล่านั้น ด้วยใบหน้าที่ฉงนงงงวย เมื่อนางกำลังะอ้าปากถาม ต้
วนอวี้กลับยื่นผ้าหนึ่งผืนให้นาง พูดขึ้น “ท่านพี่ ก็ใช้ผ้าผูกปิดครึ่งหน้าเถอะ… ที่นี่มีเชื้อโรคเต็มไปหมด”
ต้วนชิงหมิงไม่ทราบว่าอะไรคือเชื้อโรค ทว่านางกลับทำตามแต่โดยดี และเริ่มผันตัวเป็นผู้ช่วยของต้วนอวี้
ร่างกายเหยียนหลิ่งอวี๋ในเวลานี้อ่อนแอเป็นที่สุด เขานอนนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้พิงหลัง หลับตาลงอย่างเชื่องช้า
ราวกับไม่สนใจต้วนอวี้กำลังยุ่งกับสิ่งใดอยู่
ต้วนอวี้เป็นคนทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว ไม่นานนัก เขาก็จัดเตรียมสิ่งของทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นกวัก
มือเรียกลั่วสุ่ยให้เข้ามาแล้วกำชับไปว่า “ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทั้งหมด”
ลั่วสุ่ยมองไปถ้วนทั่วห้อง ที่ห้องนี้นอกจากเหยียนหลิ่งอวี๋และเขาแล้ว ก็มีเพียงต้วนอวี้ ต้วนชิงหมิง หมอหลวงหู
และองครักษ์ชุดดำอีกสองนายเท่านั้น
บัดนี้ ต้วนอวี้สั่งให้เชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน ลั่วสุ่ยจึงสั่งให้องครักษ์ชุดดำทั้งสองคนออกไปโดยไม่ต้องคิด
หลังจากนั้นค่อยเชิญให้หมอหลวงหูออกเป็นลำดับต่อไป
หมอหลวงหูโกรธจนหนวดเคราชูชันขึ้นมา “ข้าไม่ออกไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่ดูที่นี่ ไม่ให้องค์ชายต้องเกิดเรื่อง
ขึ้น……”
น่าขันสิ้นดี เขาเป็นถึงหัวหน้าสำนักหมอหลวง รับหน้าที่มารักษาเหยียนหลิ่งอวี๋โดยเฉพาะ เด็กปากไม่สิ้นกลิ่น
นํ้านมคนนี้ ถือดีอะไรมาให้เขาออกไป?
เมื่อเห็นหมอหลวงหูตาลุกเป็นไฟโชติช่วง ต้วนอวี้จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา “หมอหลวงหูวางใจได้ หากวิธีนี้
ใช้รักษาได้ดี กระผมจะบอกท่านหมอหลวงทีหลัง เพราะอย่างไรเสีย ท่านหมอหลวงเป็นหมอรักษาเหยียนหลิ่งอวี๋โดย
เฉพาะอยู่แล้วมิใช่หรือ?”
หมอหลวงหูยิ่งโมโหเดือดดาลมากขึ้น “เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นนํ้านมอย่างเจ้า จะไปรู้เรื่องการแพทย์ได้ยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดเสียงเรียบทั้งๆ ที่ปิดตาอยู่ “หมอหลวงหู ท่านช่วยออกไปรอที่หน้าประตูก่อนเถิด”
พอเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนเอ่ยขึ้น หมอหลวงหูกลับไม่กล้ายืนกรานจะอยู่ในห้องนี้อีกต่อไป เขาจึงสะบัดหน้าเดิน
ออกไปด้วยความแค้นเคืองต้วนอวี้ ด้วยความคุกรุ่นภายในจิตใจ
หลังจากที่ต้วนอวี้เห็นหมอหลวงหูกำลังเดินออกไปข้างนอก ไม่ลืมที่พูดเอาคืน “รบกวนท่านหมอหลวงช่วยปิด
ประตูให้สนิทด้วย”
หมอหลวงหูหันมองตาขวางอย่างเคืองแค้น และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้สนิท
ภายในห้องตอนนี้จึงเหลือเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ ลั่วสุ่ย ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ เพียงสี่คนเท่านั้น
ต้วนอวี้กำชับลั่วสุ่ยให้ใช้ผ้าปิดครึ่งหน้าเหมือนเขา แล้วค่อยเดินเข้าไปเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ใช้ผ้าผูกแขนช่วง
บนเหยียนหลิ่งอวี๋จนแน่น จากนั้นใช้ผ้าขาวบางชุบนํ้าเกลือ บิดหมาดๆ เช็ดตรงบริเวณท่อนแขนช่วงบน ก่อนจะหยิบเข็ม
เรียวยาวออกมา เจาะไปที่แขนของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างไม่ปราณี
เวลานี้ ผ้าที่ผูกแน่นบนท่อนเเขนของเหยียนหลิ่งอวี๋ถูกแกะออก… นํ้าเลือดได้ไหลทะลักออกมาจากแขนของเขา ต้
วนอวี้ได้กำชับให้ลั่วสุ่ยนำกานํ้ายกไปแขวนบนเก้าอี้พิงหลัง ที่ปรับให้ราบไปกับพื้น หลังจากนั้น ของเหลวสีใสได้ไหลหยด
ติ๋งๆ ลงไปในเข็มเข้าสู่หลอดเลือดของเหยียนหลิ่งอวี๋
เข็มที่เจาะผิวหนังเข้าไปจนเลือดทะลักไหลออกมานั้น ถูกแทนที่ด้วยของเหลวสีใสเข้าไปเส้นเลือดของเหยียนหลิ่ง
อวี๋แทน
ต้วนอวี้ก้มๆ เงยๆ ตรวจสอบอยู่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “ได้แล้ว!”
เข็มยาวเล่มนั้นที่ปักอยู่ในแขนของเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาได้ตามหาร้านช่างฝีมือหลายแห่งกว่าจะทำได้ตามต้องการ
โดยที่ช่างฝีมือทำ ด้านหนึ่งเป็นปลายเข็มที่เรียวยาวและแหลมคม ส่วนอีกด้านหนึ่งถูกครอบด้วยสายยาว ที่รับ
ของเหลวจากกานํ้า
ลั่วสุ่ยมองดูสิ่งที่ต้วนอวี้ทำอย่างแปลกใจยิ่งนัก เขาอดถามขึ้นมาไม่ได้ “นี่มันคืออะไรขอรับ?”
“นี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเพิ่มนํ้าในร่างกายให้เหยียนหลิ่งอวี๋” ต้วนอวี้ตอบ
นี่เป็นเพียงการช่วยเติมนํ้าในร่างกายให้เขา ไม่ได้เติมสารอาหารเข้าไป เนื่องด้วยต้วนอวี้มองไปจนทั่วพบเพียง
เกลือและนํ้าตาล ส่วนสิ่งอื่นเขาไม่กล้าให้ผ่านทางหลอดเลือด ฉะนั้นเขาจึงให้นํ้าเกลือเข้าไปในร่างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋
เป็นอันดับแรก
ต้วนชิงหมิงมองดูเข็มยาวที่เจาะอยู่ตรงแขนอย่างมั่นคง จึงเอ่ยถามขึ้น “อวี้เอ๋อร์ ขอเหล่านี้ช่วยถอนพิษได้หรือ?”
ต้วนอวี้ส่ายหัวไปมา “ยังไม่ได้หรอก นี่เป็นเพียงนํ้าเกลือธรรมดา ไม่สามารถที่จะถอนพิษได้ อย่างมากก็แค่ช่วย
ให้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่หิวตายเท่านั้นเอง”
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดอยู่อีกประเดี๋ยวก่อนเอ่ยถามขึ้นอีก “อย่างนั้น ต้องเสียบเข็มแบบนี้ทุกวัน?”
“ถูกต้องแล้ว อวี้เอ๋อร์จะคิดหาวิธีช่วยเพิ่มสารอาหารให้เหยียนหลิ่งอวี๋อีกทาง และก่อนที่จะถอนพิษและทาน
อาหารได้ดังเดิม ต้องเสียบเข็มทุกวัน” ต้วนอวี้ตอบกลับ
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วสีหน้าพลันเต็มไปด้วยความกังวล “แต่ถ้ายังไม่ได้ถอนพิษนี้ออกมา ก็ยังไม่มีวิธีทางอื่นสิน่ะ”
ต้วนอวี้ได้แต่พายมือด้วยความจนปัญญา พูดขึ้นว่า “ขอโทษด้วยท่านพี่ อวี้เอ๋อร์ถอนพิษไม่เป็น เต็มที่ก็ช่วยได้
เพียงเท่านี้”
ต้วนอวี้ไม่ได้เข้าใจการรักษาทางการแพทย์ จึงไม่รู้เกี่ยวกับพิษสงของยาพิษชนิดนี้แม้แต่น้อยนิด เต็มที่เขาก็ทำได้
เพียงช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนให้พอประทังไปได้เท่านั้น
ลั่วสุ่ยรู้ว่าสิ่งที่ต้วนอวี้เอ่ยออกมานั้นเป็นความจริงทั้งสิ้น เขาจึงพูดขึ้น “หมอหลวงหูกำลังคิดหาวิธี ช่วยขับพิษ
ออกจากร่างกายขององค์ชายอย่างเร่งรีบอยู่”
“เจ้าคิดหรือว่าตาแก่ทึมทื่อคนนั้นจะช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ได้จริง?” ต้วนอวี้หัวเราะเยาะ
ลั่วสุ่ยพลันแปลกใจกับสิ่งที่ต้วนอวี้เอ่ยขึ้น เขาจึงถือโอกาสซักถาม “คุณชายต้วนทราบได้อย่างไร ว่าฝีมือของหมอ
หลวงหูใช้ไม่ได้?”
“ใช้ไม่ได้ก็คือใช้ไม่ได้ ฝีมือการรักษาของหมอหลวงหูใช้ไม่ได้จริงๆ” ต้วนอวี้ตอบกลับ
ลั่วสุ่ยเม้มปากลงเล็กน้อย ราวกับไม่เห็นด้วยกับความคิดต้วนอวี้
เป็นที่รู้กันโดยทั่ว ในสำนักหมอหลวงนั้น หมอหลวงหูเป็นยอดฝีมือในการรักษามากที่สุด ไม่ว่าจะมีระยะเวลาใน
การรักษาคนไข้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังค้นหาทดลองเกี่ยวกับยาพิษต่างๆ จนรู้อย่างกว้างขวาง ทว่าในเวลานี้ ทำไมต้วนอ
วี้จึงยืนกรานปฏิเสธความสามารถของหมอหลวงหูด้วย?
ต้วนอวี้สำทับเพิ่มไปอีก “การรักษาเหยียนหลิ่งอวี๋ให้หายดีหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือการรักษาเพียงอย่าง
เดียว… หมอหลวงหูท่านนั้น รักษาผู้คนด้วยความระมัดระวังเป็นยิ่งนัก ไม่กล้าลองลองนี่ ไม่กล้าทำนี่ทำนั่น… ดูท่าแล้ว
คงอยากปล่อยให้เหยียนหลิ่งอวี๋หิวโหยจนสิ้นใจเสียมากกว่า”
ลั่วสุ่ยพึมพำไปด้วย หันไปมองเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่พูดไม่จา เอาแต่นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้พิงหลัง
ต้วนชิงหมิงพูดปรามขึ้น “อวี้เอ๋อร์… อย่าได้พูดทำลายชื่อเสียงของหมอหลวงหูเลย”
ต้วนอวี้ยิ้มจางๆ “ท่านพี่… อวี้เอ๋อร์พูดแต่ความจริงทั้งนั้น”
จากนั้นต้วนชิงหมิงได้ปราดตามองเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ดูเหมือนกำลังหลับใหลอยู่ โดยขี้เกียจต่อความยาวสาวความ
ยืดอีกแล้ว
เนื่องจากปลายเข็มที่ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นนํ้าเกลือจึงหยดไหลลงมาอย่างเร็วรวด
สีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ในเวลานี้ดูเจ็บปวดเพียงน้อยนิด ต้วนอวี้ลุกยืนขึ้นมา พร้อมกับเข้าไปใช้นิ้วดีดสายที่
ครอบปลายเข็มอย่างเบามือ แล้วใช้ผ้าผูกสายให้แน่นขึ้นหน่อย
ในตอนนี้ สายครอบปลายเข็มที่นํ้าเกลือไหลผ่าน ได้ไหลค่อนข้างช้าลง
ต้วนอวี้มองดูนํ้าเกลือในกานํ้า ที่ไหลผ่านสายที่ละหยด เข้าสู่หลอดเลือดของเหยียนหลิ่งอวี๋มีปริมาณน้อย เขาจึง
หน้าไปสั่งลั่วสุ่ยว่า “ลั่วสุ่ย เจ้าไปหาเสาะหาหมอที่มีฝีมือดีใหม่เสียเถอะ… ยาพิษหุ่ยเทียนเมี่ยตี้นี้ ยาที่ถอนออกจาก
ร่างกาย”