การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 569 คลื่นใต้นํ้าใกล้เข้ามา
หมอหลวงหูรู้สึกว่าคำพูดของต้วนอวี้มีเหตุมีผล
เมื่อรวมกับเรื่องที่เด็กน้อยอย่างต้วนอวี้ทำได้ แต่คนที่เป็นหมอหลวงมากว่าครึ่งชีวิตอย่างเขากลับทำไม่ได้ ย่อม
เป็นความอับอายอดสูให้กับเขาอย่างยิ่งยวด ตอนนี้ หมอหลวงหูคิดอยู่เพียงเรื่องเดียว หากได้วิธีการให้นํ้าเกลือมา เขาจะ
ค้นคว้าและทดสอบอย่างจริงจัง เพื่อจะได้กลายเป็นหมอหลวงที่คิดค้นในสิ่งที่ผู้อื่นยังไม่เคยทำมาก่อน ถึงเเวลานั้น ชื่อ
เสียงของเขาต้องขจรขจายแผ่ไปทั่วทุกสารทิศ
หมอหลวงหูตื่นเต้นดีใจกับความคิดของเขา หากวันหนึ่งวันใด เขามีชื่อเสียงไปทั่วสารทิศ ผู้คนต้องชื่นชมและยินดี
ร่วมไปกับเขา
เมื่อหมอหลวงหูคิดได้เช่นนี้ พลันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองต้วนอวี้ พลางยื่นมือไปตบไหล่ของต้วนอวี้อย่างเบามือ แสร้ง
ทำเป็นสนิทสนม “อย่างนั้น ต้วนอวี้น้อยจำคำพูดในวันนี้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ……”
หมอหลวงหูเข้าใจขึ้นมาเรื่องหนึ่งก็คือ เขาสามารถดูถูกเด็กน้อยอย่างต้วนอวี้ได้ แต่ห้ามดูถูก “ชายชรา” ที่ต้วนอ
วี้พูดถึงอย่างเด็ดขาด เพื่อหมายจะล่วงรู้วิธีการให้ยาทางสายเลือด หมอหลวงหูจึงต้องแสดงเสแสร้งทำเป็นใจดีและมี
เมตตา ส่วนภายในใจหลับฝันหวานถึงชื่อเสียงที่จะได้รับในวันข้างหน้า
ต้วนอวี้ปรายตามองหมอหลวงหูด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง… เขาคิดภายในใจ เรื่องที่หมอหลวงหูแม้จะเสแสร้งแกล้งทำ
ดี แต่กลับมองออกได้โดยไม่ยาก ไม่รู้เลยว่าหมอหลวงหูทำแบบนั้นให้ใครดูกัน
“เอาล่ะ ท่านหมอหลวงวางใจได้ เรื่องที่กระผมรับปากต้องทำได้ตามที่พูด” ต้วนอวี้กล่าวขึ้น
ถึงแม้หมอหลวงหูจะไม่ชอบท่าทางคำพูดที่ต้วนอวี้แสดงออก ทว่ากลับไม่ได้น่าสนใจมากกว่าฝันที่เขาจะได้ค้นพบ
สื่งใหม่ในใต้หล้า จากนั้นต้วนอวี้จึงได้เอ่ยขึ้น “ถ้าท่านหมอหลวงมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็ช่วยรีบรักษาเหยียนหลิ่งอวี๋ให้หาย
ปั่วยโดยเร็วแล้วกัน”
หมอหลวงหูได้ยินที่ต้วนอวี้พูด จึงนึกถึงเปั้าหมายที่เดินเข้ามาให้น้องนี้ขึ้นมาได้ เขารีบเดินตรงเข้าจับจับชีพจรให้
เหยียนหลิ่งอวี๋แล้ว
นํ้าเกลือในกานํ้าหมดเป็นเวลานานแล้ว ต้วนอวี้จึงดึงเข็มแหลมที่เสียบอยู่ออก จากนั้นเก็บสายและกานํ้าออก ส่ง
ให้ลั่วสุ่ย เขาหันหน้ากลับไปพูดกับต้วนชิงหมิงว่า “ท่านพี่ คราวนี้เหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่ท้องหิวแล้ว”
อันที่จริง ไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องของท้องหิวเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยที่สุด ปริมาณนํ้าที่ร่างกายเหยียนหลิ่งอวี๋
ต้องการนับว่าเพียงพอแล้ว วันอีกหลายวันข้างหน้า เขาอาจไม่เจอกับปัญหาขาดนํ้าเป็นการชั่วคราว
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้ที่กำลังกดเลือดที่กำลังไหลหยดจากข้อมือเหยียนหลิ่งอวี๋ นางถามเสียงอ่อยขึ้น “พิษใน
ร่างกายของเขา ยังไม่ได้ถูกขับออกมาแม้แต่น้อยใช่ไหม?”
ต้วนอวี้ยักไหล่ผายมือออก “ท่านพี่… อวี้เอ๋อร์บอกแล้วว่าช่วยได้เพียงเพิ่มนํ้าให้แก่ร่างกาย ส่วนเรื่องถอนพิษควร
ไปถามหมอหลวงหูถึงจะถูก……”
ต้วนอวี้ผายมือไปทางหมอหลวงหูเป็นการบอก
ต้วนชิงหมิงจึงหันไปมองหมอหลวงหู และเอ่ยขึ้น “ท่านหมอหลวงรู้จักวิธีถอนพิษใช่หรือไม่?”
เป็นที่รู้ว่ายาพิษในสมัยโบราณนั้นยากยิ่งที่จะถอน ต้วนชิงหมิงย่อมไม่เชื่อว่าหมอหลวงหูผู้มีชื่อเสียงจะสามารถ
ถอนพิษได้อย่างง่ายดาบ
ต้วนอวี้ตอบด้วยเสียงเรียบ “ท่านหมอหลวงทำไม่ได้”
หากหมอหลวงหูมีความสามารถในการถอนพิษจริง ต่อไปคงไม่ควรเรียกเขาว่า “หมอหลวงหู” ควรเรียกว่า
“หมอเทวดาหู” ต่างหาก
เสียดายตรงที่หมอหลวงหูเป็นหมอหลวงธรรมดา หาใช่เทพเทวดาไม่ ดังนั้นเขาคงมิอาจถอนพิษนี้ได้
ต้วนชิงหมิงปรายตามองไปที่หมอหลวงหูด้วยแววตาที่เป็นกังวล
ต้วนอวี้จับมือต้วนชิงหมิง พลางเอ่ยด้วยเสียงตํ่า “ท่านพี่กำลังเป็นห่วงเหยียนหลิ่งอวี๋ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว คนอย่างเขาไม่ควรมีอายุสั้นแบบนี้”
ถึงแม้ในชาติที่แล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋จะเสียชีวิตตอนเป็นวัยรุ่น แต่ในสายตาของต้วนชิงหมิง ในชาตินี้เหยียนหลิ่งอวี๋
ไม่ควรมีจุดจบในชีวิตเหมือนในชาติที่แล้ว
ต้วนอวี้เบะปากพลางอมยิ้มน้อยๆ “เอาล่ะ คนร้ายๆ อย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมอายุยืนยาว ไม่ด่วนจากไปง่ายๆ
หรอก……”
ต้วนอวี้พูดด้วยนํ้าเสียงที่ดังจนลั่วสุ่ยและหมอหลวงหูที่อยู่ในห้องอ่างได้ยินจนสิ้น ลั่วสุ่ยถลึงตาจ้องเขม็งไปที่เขา
ส่วนหมอหลวงหูกลับมองด้วยสายตาตำหนิ ไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูง
“อวี้เอ๋อร์จะพูดไปเรื่อยแบบนี้ไม่ได้นะ……” ต้วนชิงหมิงรีบลากต้วนอวี้มาพูดด้วย
“ก็ได้ ต่อไปจะไม่พูดอีกแล้ว” ต้วนอวี้ตอบด้วยเสียงเรียบ
เมื่อพูดจบ เขาก็พูดตะกุกตะกักเสียงเบา “ท่านพี่ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อวี้เอ๋อร์ยังไม่ค่อยกระจ่าง… หมอหลวงหูคนนี้
มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้มีความสามารถอะไร อีกทั้งจิตใจยังทะเยอทะยานเกินตัว แต่เหตุใดเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงได้ให้เขา
ช่วยหาทางถอนพิษให้ด้วย?”
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะผงะกับสิ่งที่ต้วนอวี้ได้เอ่ยมา
ใช่แล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋มิใช่คนเบาปัญญา เขาย่อมรู้ดีว่าหมอหลวงคนนี้สามารถทำให้โรคธรรมดามีอาการหนักได้
ส่วนโรคหนักก็รักษาไปให้มากขึ้น ทำไมเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงยอมให้หมอหลวงไร้ความสามารถที่แท้จริง มาช่วยถอนพิษใน
ร่างกายด้วย
เมื่อต้วนชิงหมิงสังเกตสายตาที่ลั่วสุ่ยมองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ ร่วมกับเงาคนที่วิ่งแวบไปแวบมานอกหน้าต่างไม่
หยุด ก็ทำให้นางเข้าใจขึ้นมาได้ในฉับพลันทันใด
นางจึงจับมือลากต้วนอวี้เข้ามา กระซิบกระซาบขึ้นว่า “หมอหลวงหูคนนี้ต้องเป็นคนที่อีกฝั่ายส่งมาอย่างแน่นอน
เพราะมีบางคนไม่อยากให้เหยียนหลิ่งอวี๋หายเป็นปกติ จึงส่งหมอหลวงที่ไร้ความสามารถมาให้ โดยที่หมอหลวงก็ไม่คิด
รักษาให้หายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
ต้วนอวี้กะพริบตาอยู่หลายครั้ง ราวกับยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ต้วนชิงหมิงกำลังบอกกล่าว
ต้วนชิงหมิงจึงพูดต่อไปอีกว่า “อวี้เอ๋อร์ เจ้ามองออกหรือยังว่าพิษในร่างของเหยียนหลิ่งอวี๋ จะพึ่งหมอหลวงคนนี้
ไม่ได้ แต่ต้องพึ่งลั่วสุ่ยต่างหาก”
ต้วนอวี้ยังคงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงงงวย
ทันใดนั้นเขาก็ถึงบางอ้อ ที่แท้บทสนทนาเมื่อครู่นี้ ลั่วสุ่ยได้พูดปัญหาเกี่ยวกับการถอนพิษเป็นอย่างมาก พูดได้ว่า
เป็นสิ่งที่หมอหลวงจะต้องรู้อยู่แล้ว หากเป็นคนที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับยาพิษ จะต้องสามารถอธิบายได้อย่างเป็นฉาก
เป็นตอนโดยไม่ต้องคิด
ความรู้ความสามารถในด้านการรักษาของลั่วสุ่ย ย่อมไม่ใช่องครักษ์ธรรมดานายหนึ่งจะทำได้ แต่เป็นหมอที่มี
ความเชี่ยวชาญสูงต่างหาก
เพียงแต่ในระหว่างที่หมอหลวงกำลังจับชีพจรให้เหยียนหลิ่งอวี๋ เขาเอาแต่นิ่งเงียบปิดวาจา ตั้งใจมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งหมด โดยทำตัวราวกับไม่รู้ไม่เข้าใจ ทว่าแท้ที่จริงกลับรู้ดีกว่าใครทั้งหมด
ต้วนชิงหมิงพูดเสียงแผ่วเบาต่อไป “อวี้เอ๋อร์ เพราะฉะนั้นหมอหลวงคนนี้ไม่ใช่คนของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่คิดมาช่วย
ถอนพิษจริงๆ”
ในที่สุด ต้วนอวี้เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้แล้ว
ตั้งแต่ที่ก้าวเท้าย่างเข้ามาในตำหนักนอกวังของเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนอวี้เห็นหน้าเพียงลั่วสุ่ยที่คุ้นเคย ส่วนบรรดา
องครักษ์คนอื่นกลับดูแปลกตาไปหมดทุกคน
อีกทั้ง ภายในตำหนักยังให้ความรู้สึกบางอย่างที่ผิดแปลกอย่างบอกไม่ถูก แม้ภายนอกองครักษ์ต่างทำหน้าที่ของ
ตน ไม่ก้าวก่ายกัน แต่ต้วนอวี้ที่เข้าออกอยู่เป็นประจำทุกเชื่อวัน ย่อมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึมและอึดอัดจนแทบ
หายใจมิออก
ดูจากสถานการณ์แล้ว แม้ภายนอกผิวเผินดูสงบนิ่ง แต่ภายในกลับร้อนรุ่ม หากคนนอกมองมายังไงก็ไม่เข้าใจ แต่
แม้ลมที่พัดผ่านเข้ามาในตำหนักทุกทระลอก ย่อมมิอาจปิดบังสายตาแหลมคมของผู้เฝั้าสังเกตไปได้
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ต้วนอวี้เอาแต่ถอดถอนใจด้วยความละเหี่ย “ท่านพี่… อวี้เอ๋อร์เข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว”
แม้ภายนอกผิวเผินดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ลับหลังได้เตรียมแผนการไว้เป็นอย่างดี สุดท้าย ลั่วสุ่ยที่คอยยืนอยู่ข้างกาย
เหยียนหลิ่งอวี๋ ต่อให้จะทึมทื่อไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นคนที่หวังดีกับเหยียนหลิ่งอวี๋จากใจจริง
กล่าวได้ว่า นี่ต่างหากที่เป็นแผนการชั่วร้ายที่เหยียนหลิ่งอวี๋วางไว้เรียบร้อยแล้ว… ต่อให้เขาต้องตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดเพียงใด แต่เขากลับไม่ลืมเตรียมทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย เพื่อรอให้ปลามาติดกับ
ต้วนอวี้เชื่อว่า จากนิสัยที่คุ้นเคยกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้คนที่คิดทำร้ายเขาให้ลอยนวลไปได้ ดัง
นั้น องครักษ์ลับส่วนหนึ่งถูกส่งไปตามหายาถอนพิษจริง อีกส่วนหนึ่งกำลังสืบหาตัวคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แม้ว่า
คนร้ายจะมีวรยุทธ์สูงส่งเพียงใด ย่อมต้องหลงเหลือหลักฐานบางอย่างทิ้งเอาไว้ จึงอย่าได้คิดว่าจะรอดการไล่ตามสืบจาก
เหยียนหลิ่งอวี๋ไปได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ยิ้มมุมปากขึ้นมาเพียงเล็กน้อย “ครั้งนี้ ใครกันที่ไม่ดูตาม้าตาเรือนให้ดี บังอาจแอบคิด
ลอบทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ เห็นทีฝั่ายนั้นคงต้องไปยมโบกในอีกไม่ช้านี้แล้ว……”