การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 574 โชคชะตา
ในตอนนั้น ไอ้หมาถูกเด็กเจ้าเล่ห์ที่พวกมากกว่าสั่งรุมทำร้าย จนไอ้หมาเลือดตกยางออกทั้งเนื้อตัว จนลงจาก
เตียงมาไม่ได้ไปหลายวัน
แต่ปัญหาในวันนี้ดูนักหนากว่าวันนั้นมากนัก เพราะเขาไม่ได้เจ็บขนมกุ้ยฮวามาได้ แต่ได้มาจากการแย่งชิงซึ่งเป็น
ความผิดที่มิอาจให้อภัยได้ หากต้องตกไปอยู่ในนํ้ามือของลูกคนมีเงิน คงต้องถูกเล่นงานจนตายโดยไม่มีผู้ใดสงสารเหลียว
แล
เมื่อเห็นท่าทางของต้วนอวี้ที่จริงจังมากกว่าเด็กเจ้าเล่ห์เมื่อก่อน ไอ้หมาจึงคิดไม่ออกว่า ครั้งนี้ต้วนอวี้จะมาไม้ไหน
กับเขาอีก
ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันนั่นก็คือ คุณชายคนนี้มาเพียงลำพัง โดยไร้ผู้ติดสอยห้อยตามมาด้วย เช่นนั้น เขาควรที่จะเล่น
งานให้คุณชายคนนี้สลบไสลลงไปก่อน จากนั้นค่อยหาที่สงบให้กับท่านแม่
ไอ้หมาครุ่นคิดดู พลางถอยหลังอย่างระแวดระวังไปจนติดผนังกำแพง จากนั้นค่อยๆ หยิบไม้เท้าของท่านแม่ขึ้น
มา
ไม้เท้านี้ เขาเป็นคนขึ้นไปตัดไม้จากบนภูเขา โดยเลือกไม้เนื้อแข็งเป็นพิเศษ หากตีไปบนตัวของคุณชายคนนี้ต้อง
เลือดไหลอาบท่วมกาย ไม่ก็อาการร่อแร่
ใช่แล้ว เวลานี้เขาจะต้องใช้ไม้ตีคุณชายคนนั้นให้สลบไสล จากนั้นค่อยพาท่านแม่หนีเอาชีวิตรอด
เมื่อต้วนอวี้เห็นแววตาที่หมายจะเอาชีวิตของเด็กคนนี้ เขาจึงกัดกรามและถอดถอนลมหายใจออกมา
การเกิดในยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและมีฐานะยากจนเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยในการดำรงชีวิต เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่
ในชั้นล่างสุดของสังคม จึงใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอัตคัด เมื่อเห็นแววตาที่หมายเอาชีวิตนั้น ก็ทราบได้ทันทีว่าจะต้องถูก
รังแกจากคนอื่น และหิวโหยจนกล้าไปแย่งของกินมา
หากต้วนอวี้ให้ความช่วยเหลือเจ้าเด็กคนนี้ ในวันข้างหน้า เขาจะต้องเป็นแรงกำลังที่สำคัญไว้ใช้ได้อย่างแน่นอน
ต้วนอวี้ก้าวเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง เด็กคนนี้ก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันควัน มือของเด็กคนนี้กำไม้เท้าไว้จนแน่น
มือ พร้อมที่จะฟาดปลิดชีพต้วนอวี้ให้สิ้นใจในครั้งเดียว
ทว่า ต้วนอวี้กลับเดินอ้อมเข้าไปหาสตรีวัยกลางคน
ต้วนอวี้ไม่รู้สึกว่าสตรีวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้านั้นมีร่างกายที่สกปรกมอมแมม เขาจึงเอ่ยขึ้น “คุณปั้า กระผมชื่อ
ต้วนอวี้ เมื่อครู่เป็นคนให้ขนมกุ้ยฮวา… ลูกของคุณปั้าเดินเร็วจนกระผมเกือบตามไม่ทัน ดีที่ตามมาทันแล้วจึงอยากชวน
ลูกของคุณปั้าไปทำงานที่ร้าน หากลูกของคุณปั้าเต็มใจไปทำ กระผมจะหางานตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้เขาทำ”
เมื่อสตรีวัยกลางคนได้ยิน ใบหน้าของนางพลันเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา นางรีบควานหามือของต้วนอวี้ พูด
อย่างดีอกดีใจขึ้นว่า “เมื่อครู่พูดว่าอะไรนะ… ยินดีที่จะให้ไอ้หมาไปทำงานด้วยอย่างนั้นหรือ?”
เป็นที่รู้ว่าหลังจากที่เกิดภัยพิบัติหิมะตกหนักในปีที่แล้ว มีผู้คนจำนวกน้อยเพียงใดที่พลัดที่นาคาที่อยู่ ถึงแม้ไอ้
หมารับปากจะหางานทำและเลี้ยงดูมารดาที่ตาฝั้าฟาง แต่ด้วยอายุที่เยาว์วัยจึงไม่มีผู้ใด อยากรับเด็กน้อยอย่างเขากับแม่
เข้าไปอยู่ในจวนพร้อมกันถึงสองคน
ต้วนอวี้พยักหน้าเป็นการเห็นด้วย
จากนั้น ด้านหลังมีเสียงไม้เท้าหลุดจากมือของไอ้หมาตกลงบนพื้นดัง “ปัง”
เขามองไปที่ต้วนอวี้แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินกับหู เขารีบยกนิ้วชี้มาที่ใบหน้าของตัวเอง พูดอย่างตะกุกตะกักว่า
“เจ้า… ว่าอะไรนะ? เต็มใจรับข้าไปทำงานด้วย?”
สตรีวัยกลางคนเมื่อได้ยินที่ไอ้หมาพูจึงรีบตำหนิทันควัน “ไอ้หมา พูดกับคนที่ว่าจ้างจะใช้ ข้าๆ เจ้าๆ ไม่ได้… ให้
เรียกว่า คุณชาย!”
สตรีวัยกลางคนแม้ว่าดวงตาฝั้าฟาง แต่สัมผัสทางการได้ยินช่างรวดเร็วยิ่ง นางฟังออกว่าต้วนอวี้เป็นเพียงเด็กน้อย
คนหนึ่ง จึงให้ไอ้หมาเรียกเขาว่า “คุณชาย” ในทันที
ต้วนอวี้เผยยิ้มออกมา พร้อมกับยื่นมือไปให้ไอ้หมา “ข้าชื่อต้วนอวี้”
พอไอ้หมาเห็นมือที่ขาวเรียบเนียนของต้วนอวี้ยื่นมาตรงหน้า เขาก็รีบก้มมองมือที่สกปรกดำปีของเขา ก่อนจะเช็ด
ถูไปกับเสื้อ พูดตะกุกตะกักว่า “เออ… กระผมชื่อไอ้หมา”
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อก่อนคนที่ยากจนมักตั้งชื่อเล่นให้กลับลูกๆ ให้เรียกง่ายและดูฐานะตกตํ่า เพื่อจะ
ได้เป็นคนเลี้ยงง่าย เห็นทีชื่อนี้คงเป็นชื่อเล่นของเขากระมัง
ต้วนอวี้ถามเสียงเบาขึ้น “ไอ้หมา ชื่อแซ่จริงๆ ของเจ้าคืออะไร?”
ไอ้หมาหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา โดยไม่เอ่ยวาจา
สตรีวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังจึงตอบแทนว่า “ปั้าเก็บไอ้หมามาจากกำแพงเมือง ตอนนั้น ตาของปั้ายังไม่ได้ผ้า
ฟางถึงขนาดนี้ เห็นเจ้าเด็กน้อยแย่งอาหารกับหมาเร่ร่อนตัวหนึ่ง จึงตั้งชื่อหลังจากเก็บมาว่า ‘ไอ้หมา’ ให้”
ที่แท้ นางก็ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา
ต้วนอวี้สายตามองไอ้หมาด้วยความตกใจ จากนั้นเขายกนิ้วโปั้งชูขึ้นมา พูดขึ้นว่า “ไอ้หมา บุญคุณที่เลี้ยงดูมาจะ
ต้องทดแทน เจ้าเป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ”
ใบหน้าของไอ้หมาแดงระเรื่อขึ้นไปอีก
ตั้งแต่ที่เขาจำความได้ ไม่เคยมีใครออกปากชมเขามาก่อน คำชมของต้วนอวี้ถือเป็นคำชมแรกในชีวิตของเขา
ไอ้หมาก้มหน้าลง บิดชายเสื้อไปมา ไม่พูดไม่จา ทางด้านสตรีวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังกลับเล่าขึ้นแทนมา “ใช่
แล้ว สามีของปั้าด่วนจากไปเร็ว จึงมีเพียงไอ้หมาคอยเป็นที่พึ่งในชีวิต แต่หลังจากภัยพิบัติหิมะในปีที่แล้ว บ้านที่อาศัยอยู่
ได้พังลงมาจึงไร้ที่ซุกหัวนอน… ไอ้หมาบอกว่าอยากเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง แต่จวนต่างๆ ที่สูงศักดิ์ย่อมไม่อยากได้
เด็กที่ไม่ประสีประสา นานวันเข้า ไอ้หมาก็ออกไปขอทานหาอาหารจากคนที่มีเมตตา อดมื้อกินมือไปตามประสา……”
ต้วนอวี้ยิ่งมองหน้าไอ้หมาก็ยิ่งรู้สึกถูกใจยิ่งนัก เจ้าเด็กคนนี้ มีใจกตัญูรู้คุณคน ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา อีก
อย่างฝีเท้าในการวิ่งช่างรวดเร็วปานสายลม คนแบบนี้หากได้มาอยู่ข้างกาย ย่อมเป็นกำลังเสริมให้อย่างมาก
“ไอ้หมา ในเมื่อเจ้าไม่มีชื่อแซ่ ข้าจะช่วยเจ้าคิดให้เอาไหม? ต่อไปจะได้ไม่ต้องให้คนมาเรียกเจ้า ไอ้หมาๆๆ อีกแล้ว
ข้าฟังทีไรรู้สึกไม่รื่นหูเอาเลย!” ต้วนอวี้ถามขึ้น
ทันทีที่ไอ้หมาได้ฟังรีบตอบกลับทันควัน “ไม่เปลี่ยน ชื่อนี้ท่านแม่เป็นคนตั้งให้ข้า!”
ระหว่างที่พูดไปพลาง เขาก็ขยับตัวเข้าไปหาแม่ พูดด้วยสีหน้าที่ขึงขังจริงจัง
ต้วนอวี้จึงพูดเสียงอ่อย “ข้ารู้ว่าชื่อไอ้หมาของเจ้าไพเราะ ฉะนั้นเอาให้ท่านแม่ของเจ้าเรียกเพียงผู้เดียว ส่วนพวก
เรามาตั้งชื่อใหม่ให้คนข้างนอกเรียกไม่เหมือนกัน ดีไหม?”
ไอ้หมาได้ฟังถึงกับงงงวยไปดูหนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้น “คุณชายก็เรียกชื่อนี้ได้เหมือนกัน”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ท่านปั้า สามีของท่านแซ่อะไรหรือ?”
“คุณชายเรียกว่าปั้าเฉยก็พอ ไม่ต้องเติมท่านไว้ข้างหน้าหรอก ปั้าแซ่เกิ่ง เรียกว่าปั้าเกิ่งก็พอแล้ว ส่วนสามีของปั้า
แซ่พาน… ไอ้หมา เจ้ายังไม่รีบขอบคุณคุณชายที่จะช่วยตั้งชื่อให้อีกหรือ?” สตรีวัยกลางคนพูด
ระหว่างที่ไอ้หมากำลังจะขอบคุณ ต้วนอวี้คิดไปด้วยพูดไปด้วย “ในเมื่อเจ้า ‘แซ่พาน’ เช่นนั้น ชื่อ ‘หรง’ ความ
หมายคือให้ครอบครัวของเจ้าสงบร่วมเย็น เต็มเปียมด้วยความเบิกบาน เจ้าว่าดีไหม?”
ไอ้หมาไม่รู้จริงๆ วัดชื่อเป็นมงคลหรือไม่เป็นมงคล เขาจึงมองไปที่ท่านแม่ด้วยใบหน้าที่ฉงนงงงวย
ทางด้านปั้าเกิ่งชอบอกชอบใจกลับชื่อนี้เป็นอย่างมาก
ชื่อที่ต้วนอวี้ตั้งให้ไอ้หมาใหม่จึงเป็น “พานหรง” โดยหวังว่าให้ครอบครัวเต็มเปียมไปด้วยความสุขและเบิกบานใจ
ไปตลอด
“คุณชายเมตตาไอ้หมามันมากเลย ปั้าชอบชื่อ ‘หรง’ เหลือเกิน ต่อไป คนอื่นจะได้เรียกมันว่า ‘พานหรง’” ปั้า
เกิ่งขอบคุณต้วนอวี้จากใจจริง
ทางด้านไอ้หมาไม่ได้รู้สึกอะไรกับชื่อใหม่ แต่เมื่อเห็นท่านแม่ดีใจ เขาก็พลันดีใจขึ้นมาด้วย ไอ้หมาจึงเดินมาขอบ
คุณต้วนอวี้ตรงหน้า “ขอบคุณคุณชายที่ตั้งชื่อให้กระผม นับจากนี้ไป ผมจะมีชื่อใหม่ว่าพานหรง”
ต้วนอวี้พูดค่อไปว่า “วันข้างหน้า ข้าจะสอนเจ้าเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ เจ้าจะได้ตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่
เลี้ยงเจ้ามา”
พานหรงพยักหน้ารับขึ้นลงอยู่หลายต่อหลายครั้ง
“ปั้าเกิ่งอ่านหนังสือออกไหม?” ต้วนอวี้เอ่ยถามขึ้น
“สามีของปั้าเป็นลูกอนุ หลังจากที่แต่งไปก็พอได้รู้จักตัวหนังสือมาบ้างนิดหน่อย” ปั้าเกิ่งตอบ