การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 578 สหายเจ้าของโรงเตี๊ยม
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ธงนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่เป็นอย่างมาก รวมทั้งรู้สึกแปลกใจกับปั้ายหน้าร้านที่เขียน
ด้วยตัวอักษรใหญ่
ในปีนี้เป็นที่รับรู้กันว่าแต่ละร้านค้าต่างงัดกลวิธีมาใช้กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดรูปแบบอาหารเข้าชุดเพื่อดึงดูด
ลูกค้า หรือไม่ก็เป็นการลดราคา ทว่าไม่เคยมีใครนำหอยเปั๋าฮื้อและรังนกมาลดราคาพิเศษมากถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่ใช่สิ
ต้องบอกว่าไม่เคยมีใครกล้าคิดทำแบบนี้ต่างหาก
ต้วนชิงหมิงมองเห็นปั้ายอย่างชัดเจน จึงอดพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกักเสียมิได้ว่า “หอยเปั๋าฮื้อและรังนกราคาพิเศษ
เห็นทีราคาต้องเอื้อมไม่ถึงเป็นแน่?”
เพราะหอยเปั๋าฮื้ออยู่ในนํ้าทะเลที่ลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ฉะนั้นการได้มาแต่ละครั้งอาจต้องใช้ชีวิตไป
แลกมา เป็นสาเหตุที่หาได้ยากยิ่ง
ที่สำคัญของบำรุงพวกนี้เป็นสิ่งที่ลํ้าค่าราคาสูงลิบลิ่ว จึงมีแต่บรรดาผู้สูงศักดิ์ที่รํ่ารวยเงินทองมาซื้อไป การที่จะ
เหลือเข้าไปขายในตลาด ปกติแล้วจึงเป็นเรื่องลำบากเหลือเกิน ที่จะมีราคาพิเศษหลุดเข้ามาในตลาด ฉะนั้น เจ้าของร้าน
เป็นคนชาญฉลาดที่เลือกใช้คำพูดเหล่านี้ ดึงดูดให้คนเกิดสนใจมากกว่ารำคาญใจ
ต้วนชิงหมิงเริ่มมองโรงเตี๊ยมที่เปิดใหม่ด้วยสายตาด้วยความรู้สึกใหม่
โรงเตี๊ยมห้องใหญ่นี้ มีปั้ายตั้งอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง โดยรอบมีลูกค้าต่างยืนรอต่อแถวยาว รวมทั้งมีผู้คนมาเพิ่ม
อย่างไม่ขาดสาย ต้วนชิงหมิงก็เป็นคนทำการค้า จึงรู้ว่าการดึงดูดลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ต้วนชิงหมิงมองดูธงที่พริ้วไหวไปตามลม และหันกลับมาพูดกับต้วนอวี้ “ของเหล่านี้ดึงดูดสายตาของผู้คนไม่น้อย
คนที่คิดมาได้ช่างเก่งเสียจริง!”
มาถึงตรงนี้ นางก็ลูบไปที่ไหล่ของต้วนอวี้ พลางพูดต่อไปว่า “อวี้เอ๋อร์ เจ้าดูธงผืนนั้น คิดว่าทำได้เป็นยังไงบ้าง?”
ต้วนอวี้ตอบกลับด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ดีขอรับ ท่านพี่”
จากนั้น ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยว่า “ธงผืนนี้ไม่เลวเลย ปั้ายร้านก็ทำได้ดี เสียดายที่วิธีการ
อาจทำเยอะไปหน่อย”
ต้วนอวี้ที่นิ่งเงียบอยู่นานรีบถามต้วนชิงหมิงขึ้นมาว่า “ท่านพี่รู้สึกว่าการทำแบบนี้เป็นยังไงบ้าง?”
ต้วนชิงหมิงหลุดหัวเราะออกมา “อวี้เอ๋อร์ อย่าบอกนะว่าไม่รู้ถึงราคาที่สูงลิบลิ่วของหอยเปั๋าฮื้อกับรังนก ต่อให้
ปั้ายเขียนลดราคาพิเศษ แต่ชาวบ้านตาดำๆ ย่อมไม่กล้าคิดจะซื้อ ส่วนคนที่รํ่ารวยสมบัติย่อมทานจนเป็นวิสัย จึงไม่ได้
สนใจราคาว่าสูงหรือตํ่า ฉะนั้น พี่คิดว่าร้านนี้ใช้วิธีการที่ผิดพลาดไป”
“แต่ปั้ายของร้านนี้ทำได้ไม่เลว อวี้เอ๋อร์ดูสิ เรียกความสนใจจากลูกค้าได้ไม่น้อยเลยเชียว” ต้วนชิงหมิงพูดเสริม
ต้วนอวี้ยิ้มจางๆ “หรือว่าท่านพี่รู้สึกว่าลูกค้าพวกนี้ ถูกปั้ายดึงดูดมาที่นี่?”
“อวี้เอ๋อร์อย่าบอกพี่นะ ผู้คนมาที่นี่เพราะตัวอักษรที่เขียนว่า หอยเปั๋าฮื้อกับรังนกราคาพิเศษ?”
ต้วนชิงหมิงพูดโดยไม่ได้คิดอะไร ทว่าต้วนอวี้กลับหลุดขำออกมา จากนั้นได้พูดอย่างใจเย็น “ท่านพี่ต้องรู้นะว่าใน
ใต้หล้าแห่งนี้ มีของแปลกใหม่เกิดขึ้นทุกเมื่อ อีกทั้งเรื่องที่ท่านพี่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่แน่ว่าอาจเกิดขึ้นจริงกับตัวท่านพี่ก็
เป็นได้… ท่านพี่ทำไมไม่อยากไปลองลิ้มรสหอยเปั๋าฮิ้อกับรังนกในราคาพิเศษบ้างหรือ?”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่ต้วนอวี้เอ่ยถามออกมา นางยังคงมองไปที่ปั้ายและธงที่ผู้คนหลั่งไหลเข้าไปล้อม
รอบ นางจึงพูดด้วยความรู้สึกแปลกใจ “ห๊ะ… นึกไม่ถึงว่าคนจะมาเยอะขนาดนี้!”
ไม่ว่าจะใช้วิธีการอย่างไรก็ตาม ต้วนชิงหมิงพบว่าหน้าโรงเตี๊ยมคึกคักไปด้วยลูกค้าที่พากันมาออ อีกทั้งยังมีเสี่ยว
เอ้อที่แต่งตัวประหลาดมายืนแจกใบปลิวหน้าร้าน
เมื่อลูกค้าที่อยู่ด้านหน้าได้รับใบปลิวไป คนที่อยู่ข้างหลังก็รีบแทรกตัวกันเข้ามาแย่งกัน
ผู้คนต่างพากันเดินออเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนเสี่ยวเอ้อต้องเอาปั้ายที่เขียนว่า “ที่นั่งเต็มแล้ว” ออกมาแขวน และ
โค้งขอโทษขอโพย ทำเอาบรรดาลูกค้าที่รออยู่ด้านนอก ต่างแยกย้ายกันกลับไปด้วยความไม่พอใจ
โดยปกติแล้ว บรรดาเจ้าของร้านมีแต่มีเรียกลูกค้าเข้าไปนั่งด้านใน ไม่เคยพบเห็นการปฏิเสธลูกค้าแบบนี้มาก่อน
เลย แต่ร้านนี้กลับทำได้ และยังทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากมาแย่งที่นั่งให้ได้
สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าทำให้ต้วนชิงหมิงยิ่งรู้สึกฉงนใจยิ่งนัก
เมื่อยิ่งเห็นต้วนชิงหมิงสอดสายตามองออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้วนอวี้จึงหัวเราะน้อยๆ ขึ้นมา “ทำไม
กัน ท่านพี่อยากไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงชี้ไปทางหน้าร้านแล้วเอ่ยว่า “อวี้เอ๋อร์ไม่เห็นหรือยังไงว่าที่นั่งเต็มหมดแล้ว?”
ต้วนอวี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างภาคภูมิ โดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด
ต้วนชิงหมิงยังคงพูดไม่หยุด ในขณะที่รถม้าหยุดลงแล้ว เนื่องจากทางข้างหน้าเต็มไปด้วยรถม้าและผู้คนจำนวน
มาก จึงไม่สามารถเข้าไปข้างในได้อีกแล้ว
ฉวนจื่อที่ขับรถม้าหันหน้ากลับมาถามขึ้น “คุณหนูใหญ่ พวกเราจะขับต่อไปข้างหน้าหรือว่าจะอ้อมไปดีขอรับ?”
หากขับรถมาไปข้างหน้ายังไงก็ต้องอ้อมทางอยู่ดี ดังนั้น ฉวนจื่อจำต้องถามเจ้านายทั้งสองคนให้ชัดเจน มิเช่นนั้น
หากยังขับตรงไป แล้วต้องถอยกลับออกมาจะเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้ เป็นการสื่อความหมายว่าร้านที่เป็นโรงเตี๊ยมของเจ้านั้น ต้องขับรถม้าตรงไปหรืออ้อม
ไปอีกทาง
ต้วนอวี้ยังคงอมยิ้ม จากนั้นได้จูงมือของต้วนชิงหมิง “ท่านพี่ พวกเรามาถึงแล้ว ลงรถม้ากันเถอะ”
ถึงที่หมายแล้วหรือ?
ต้วนชิงหมิงกวาดสายตามองไปข้างนอกโดยทั่ว
รถม้าได้หยุดจอดตรงโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่ทาด้วยสีเหลืองทอง เมื่อเดินไปอีกนิดหน่อยก็จะเป็นโรงเตี๊ยมหนิงที่กิน
พื้นที่ค่อนขว้างกว้าง พูดได้ว่า นอกจาก “โรงเตี๊ยมแผ่นดินจีน” ที่ตั้งอยู่ทำเลทองแล้ว พื้นที่ทำเลทองส่วนอื่นล้วนเป็น
ของสองโรงเตี๊ยม
ต้วนชิงหมิงพยายามยืดคอมองไปรอบๆ กลับไม่พบโรงเตี๊ยมที่ต้วนอวี้พูดถึงเลย
หลังจากที่ต้วนอวี้บอกให้คนขับรถมาหยุดรถลง เขาก็จับมือต้วนชิงหมิงวิ่งลงมาจากรถม้า
ต้วนอวี้ใช้มือข้างหนึ่งแหวกผู้คน อีกมือจับมือของต้วนชิงหมิงเดินไปทาง “โรงเตี๊ยมแผ่นดินจีน”
ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงอยากพูดขึ้น ผู้คนที่อยู่โดยรอบกลับจอแจจนต้วนอวี้ไม่ได้ยิน นางจึงได้แต่เดินตามไปข้าง
หน้า โดยมีต้วนอวี้พูดขอทาง
ต้วนอวี้พยายามเดินตรงแทรกตัวไปข้างหน้าจนถึงหน้าโรงเตี๊ยม เขายังคงก้มหน้าก้มตาพยายามเดินฝั่าเข้าไปใน
ด้านใน
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้กำลังจะเดินฝั่าเข้าไป ถึงได้ตำหนิขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์ ดูสิปั้านหน้าร้านเขียนว่าที่นั่งเต็ม
หมดแล้ว ทำไมยังจะฝั่าเข้าไปอีกเล่า?”
พอลูกค้าที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับ ได้เห็นต้วนอวี้หมายจะบุกเข้าไป ต่างระงมด้วยความไม่พอใจขึ้นมา “พวก
เรารออยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วยังไม่ได้โต๊ะนั่ง ทำไมเขาถึงเข้าไปได้โดยที่ไม่มีบัตร?”
เมื่อมีลูกค้าคนหนึ่งพูดขึ้นมา บรรดาลูกค้าที่อยู่ด้านหลังจึงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เจ้าของร้าน
จัดการยังไงเนี่ย? พวกเรามารอที่นี่ตั้งนานบอกว่าไม่มีที่นั่งแล้ว ทำไมเด็กนี่ถึงสามารถเข้าไปได้?”
เสี่ยวเอ้อรูปร่างสูงผอม ใบหน้าเรียวยาวรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้าที่แดงกํ่า เนื่องจากได้พูดปฏิเสธ
ลูกค้าไปเป็นจำนวนมากจนเหนื่อยล้า แต่เมื่อเสี่ยวเอ้อคนนี้เห็นต้วนอวี้ก็อยากจะยกมือประสานทำความเคารพ แต่เดชะ
บุญที่ต้วนอวี้ใช้หางตามอง เขาจึงรีบเดินอ้อมด้านหลังต้วนอวี้ออกไปประตูหน้าร้าน “ทุกท่านอย่าได้เจ้าใจผิดไป… ท่านนี้
เป็นสหายของ……”
เดิมที เสี่ยวเอ้อกำลังจะพูดคำว่า “เจ้าของร้าน” ทว่าต้วนอวี้กลับปรายตามอง เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดในทันใด
ต้วนอวี้จับมือต้วนชิงหมิงเดินตรงเข้าไปในร้านจนถึงบันได แต่ว่าต้วนชิงหมิงกลับดึงมือออก และยืนอยู่ตรงมุม
บันได พูดเสียงแผ่วเบา “อวี้เอ๋อร์เป็นสหายกับเจ้าของโรงเตี๊ยมอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้รีบยกมือปฏิเสธ “เหอะ! สหายอะไรกันเล่า… ท่านพี่อย่าลืมนะว่าอวี้เอ๋อร์เคยร่วมมือกับเหยียนหลิ่งอวี๋เปิด
โรงเตี๊ยมด้วยกันมาก่อน!”