การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 580 จิตใจสตรีอย่าคิดคาดเดา
ความไม่สบายใจของต้วนอวี้มาจากสายตาเรื่องไม่เป็นเรื่องของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต่อให้ต้วนอวี้0ปฏิพัทธ์ต่อหลิวยวน แค่จะทำอะไรได้?
ตามธรรมเนียมปฏิบัตินั้น “คำสั่งของพ่อแม่” และ “คำพูดของแม่สื่อ” ล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การที่สตรี
สักคน แอบปฏิพัทธ์ต่อบุรุษใดจนออกหน้าออกตา หากมองผิวเผินอาจดูเป็นเรื่องขำขัน แต่ถ้ามองให้ร้ายแรงหน่อย ก็
เหมือนกับหน้าด้านไร้ยางอาย
สิ่งที่สำคัญคือ ต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนรู้จักและมีความสนิทสนมกันมานานแล้ว
ความรักมักทำให้คนตาบอด แต่หากตามืดบอดกับการมองไม่ยอมรับความจริง เช่นนั้นย่อมเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี
ตอนนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยในสายตาของต้วนอวี้ ช่างทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่น่าขันสิ้นดี
เพราะว่า นางมืดบอดในหัวใจ จนลืมสถานะของตัวนางไป
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกรักใคร่หลิวยวนตั้งแต่แรกพานพบ แต่นางลืมไปว่าการที่ได้รู้จักหลิวยวนนั้น เพราะต้วนชิงหมิง
เป็นทำแนะนำให้รู้จักต่างหาก
ส่วนเนี่ยไฉ่เยวี่ยเพียงแค่หลงใหลได้ปลื้มรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา และตระกูลที่ชื่อเสียงอำนาจของหลิวยวนเพียง
เท่านั้น แต่ต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนนั้น เคยมีบุญคุณในการช่วยชีวิตมาก่อน ดังนั้นต้วนชิงหมิงย่อมไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อ
หลิวยวนในทางชู้สาวแต่อย่างใด ต่อให้มีขึ้นมาจริงก็ไม่ใช่เรื่องที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะสอดเข้ามายุ่งย่ามได้
ดังนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยถือดีอะไรมาให้ต้วนชิงหมิงลดตัวลงด้วย? นางถือดีอะไรที่ทำแบบนี้กับต้วนชิงหมิง?
ต้วนอวี้มิยอมเห็นต้วนชิงหมิงอยู่อย่างไม่รับความเป็นธรรม เขาจึงมองตาขวางไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนอวี้มีความสูงไม่มาก ประกอบกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง แต่สายตาพิฆาตที่เขามองไปยังเนี่ยไฉ่เยวี่ย ทำให้นางรู้สึก
หวาดหวั่นขึ้นมา… นี่เป็นครั้งแรกที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพบว่า เด็กน้อยที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสา กลับมีพลังบางอย่างที่พร้อมจะกด
นางลงได้ทุกเมื่อ
ต้วนอวี้กุมมือของต้วนชิงหมิงเอาไว้แนบแน่น ก่อนจะพูดยืนกรานว่า “ข้าไม่ ข้าจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด… ข้าจะ
เดินตามทางที่อยากเดิน โดยไม่สนคำพูดของใครทั้งสิ้น”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย โดยไม่เอ่ยวาจาใด
นางเข้าใจสิ่งที่ผู้เป็นน้องชายกล่าวออกมา เพียงแต่ว่านางจะไม่เข้าไปช่วยพูดสำทับ
ทางด้าน ต้วนชิงหมิงต่อให้ไม่ได้มีใจให้กลับหลิวยวน ก็ควรปล่อยให้หลิวยวนมีชีวิตที่ดีขึ้น อีกอย่าง ถึงแม้
เนี่ยไฉ่เยวี่ยดูจะไม่เหมาะสมกับหลิวยวนเสียจริง แต่ด้วยฐานะบุตรสาวลูกภรรยาเอกอย่างนาง รวมกับพี่สาวผู้เป็นลูกพี่
ลูกน้องได้รับการโปรดปรานตั้งแต่เข้าวังหลวงไป แม้จะได้พบหน้าคาดตาหลิวยวนไม่บ่อย แต่หากได้เขามาย่อมเป็นแรง
ช่วยอีกแรงหนึ่งได้ดัทีเดียว
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงไม่ได้มีสหายมากนะ แม้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะมีจิตใจคับแคบไปบ้าง
ทว่าต้วนชิงหมิงกลับมองนางเป็นสหายคนสนิท หากสามารถช่วยเหลือสหายคนสนิทได้ นางย่อมช่วยอย่างสุดกำลัง
ทางด้านเชวียหนิงหรานปรายตามองไปที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ก็ปกติดี แต่เมื่อปรายตามองไปที่ใบหน้าแดงกํ่า
ของเนี่ยไฉ่เยวี่ย เชวียหนิงหรานย่อมคิดแผนไว้ในใจได้แล้ว
เชวียหนิงหรานแม้ดูเป็นคนโผงผาง ทว่านางก็ฉลาดเป็นกรดไม่เบา ยามนี้ อายุของนางถึงวัยออกเรือนแล้ว ต้วน
ชิงหมิงจึงอยากช่วยเหลือให้มิตรภาพของทั้งสองยังคงมิสะบั้นลง
เชวียหนิงหรานก้าวขึ้นมาจับมือของต้วนชิงหมิง พูดอย่างตั้งใจออกมา “ชิงหมิงเป็นอะไรไป? ในตอนนั้น เจ้ายื่น
มือเข้าไปช่วยหลิวยวนให้พ้นจากความทุกข์ยาก จากนั้นอวี้เอ๋อร์กับหลิวยวนก็ตกลงเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือ? ข้าดูแล้วว่า
ความรักใคร่ของเจ้ากับน้องชายดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ เหตุใดตอนนี้ถึงต้องพูดหนักหนาแบบนี้ด้วย?”
ต้วนชิงหมิงซาบซึ้งใจกับการช่วยพูดของเชวียหนิงหราน ที่ว่า “เพราะอวี้เอ๋อร์ตกลงเป็นพี่น้องกับหลิวยวนแล้ว”
ทันใดนั้นจู่ๆ ต้วนชิงหมิงได้เอ่ยขึ้น “หนิงหรานพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก… ในตอนนั้น จวนต้วนค่อนข้างเข้มงวดยิ่ง เพื่ออ
วี้เอ๋อร์แล้ว ข้ายอมทำทุกอย่างที่อีกฝั่ายต้องการ ขอเพียงให้หลิวยวนอยู่ต่อ”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ ต้วนชิงหมิงก็ชะงักลงไปเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ในตอนนั้น หลิวยวนเพิ่งจะเข้ามาเมือง
หลวงเพื่อสืบเสาะตามหาพ่อ จึงไม่ได้สนใจคำเรียกขานชื่อว่าใครจะเรียกอย่างใด แต่ฐานะที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้
ชัด มีหรือที่จะกล้าเรียกชื่อเหมือนเมื่อก่อนได้?”
เชวียหนิงหรานนึกถึงเรื่องในจวนหลิวขึ้นมา โดยที่หลิวยวนนั้นถูกจับจ้องจากน้องสาวต่างมารดา กับองค์หญิงจิ่น
ซิ่วอีก เมื่อนึกถึงความยากลำบากที่ต้วนชิงหมิงต้องพบเจอล้วนแล้วมาจากองค์หญิงจิ่นซิ่วทั้งนั้น เชวียหนิงหรานจึงอด
มิได้ที่จะพูดออกมา “ชิงหมิงเจ้าทำได้ถูกต้อง พวกเราอายุมากขึ้นในทุกๆ วัน การกระทำย่อมมิสามารถทำตามอำเภอใจ
ได้ อีกอย่างอายุหลิวยวนถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้ว การที่สตรีที่ยังมิได้ออกเรือน ไปมาหาสู่ใกล้ชิดกันมาก อาจทำให้ผู้อื่น
ทำใจผิดขึ้นมาได้”
เชวียหนิงหรานตั้งใจให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ยินด้วย ด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยชอบใจยิ่งที่เชวียหนิงหรานพูดเช่นนั้นออกมา
ทำเอาใบหน้าของนางพลันแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความขวยเขิน
ที่แท้ ต้วนชิงหมิงอยากรักษารักษห่างกับหลิวยวนนี่เอง
แต่ว่าความรู้สึกของหลิวยวนนั้น เหมือนคิดเห็นต่างจากต้วนชิงหมิงโดยสิ้นเชิง เดิมที เหตุผลที่นางตั้งใจช่วยเหลือ
หลิวยวนยามตกทุกข์ได้ยาก เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่เคยได้รับทราบมาก่อน บัดนี้ได้ฟังจิตใจที่หึงหวงพลันวางลงได้แล้ว
ในสมัยโบราณนั้น การช่วยเหลือชีวิตนับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เทียมฟั้า ในเมื่อต้วนชิงหมิงช่วยชีวิตของหลิวยวนไว้
อย่างนั้น หลิวยวนปฏิบัติต่อต้วนชิงหมิงดีเป็นพิเศษก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร
เพียงแต่ว่าชีวิตของต้วนชิงหมิงช่างดีอะไรเช่นนี้ ที่ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยอิจฉาริษยา ในจวนต้วน นางยังสามารถ
เหยียบอนุภรรยาและลูกอนุของท่านพ่อให้อยู่ใต้บาทา ทั้งได้รับความสำคัญจากต้วนเจิ้งอีก และนํ้าใสใจจริงจากเชวีย
หนิงหราน
ที่สำคัญต้วนชิงหมิงยังมีเหยียนหลิ่งอวี๋คอยปกปั้องคุ้มครอง มีต้วนอวี้คอยเป็นกำลังเสริมอยู่ข้างๆ รวมถึงพี่น้อง
ตระกูลเชวียที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่มีท่าทางที่เคารพนับถือในตัวต้วนชิงหมิง
คนอย่างต้วนชิงหมิงเหมือนสามารถเนรมิตและสมหวังในทุกสิ่งได้เสมอ ต่อให้จะเป็นเรื่องยาก นางก็สามารถเอา
พิชิตได้อย่างไม่ยากเย็น
ต้วนชิงหมิงเป็นเหมือนจุดรวมแสงที่ได้รับความสนใจและความรักจากผู้คนมากมาย ต่อให้เมื่อก่อนนางจะถูกท่าน
พ่อละเลยเพิกเฉย ถูกอนุภรรยาและลูกสาวลูกอนุกลั่นแกล้ง รวมถึงคู่หมั้นหมายกลับมีใจให้กับน้องสาวลูกอนุก็ตาม……
เรื่องทั้งหมดทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกโกรธเกลียดต้วนชิงหมิงมากขึ้นไปอีก จนบางครั้ง เนี่ยไฉ่เยวี่ย
เจ็บปวดหัวใจที่ไม่ได้เกิดในแซ่ต้วน มิอย่างนั้น นางคงได้รับความสนใจจากทุกคนรอบข้างไปแล้ว
ต้วนชิงหมิงจับไปที่มือเชวียหนิงหรานพลางหัวเราะชอบใจ “หนิงหรานเข้าใจชิงหมิงที่สุด ไม่ว่าสิ่งใดที่ชิงหมิงคิด
หริงหรานได้พูดออกมาจนหมดสิ้นแล้ว”
เชวียหนิงซวนกับเชวียจื่อซวนเดินเข้ามาหา โดยที่เชวียหนิงซวนได้ถามขึ้นอย่างแปลกใจ “เฮ้อ! พวกเจ้ากำลังพูด
อะไรกันอยู่? ทำไมข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่?”
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงหน้าแดงกํ่าขึ้นมา
เชวียหนิงหรานจึงหันไป ‘ชูๆๆๆ’ เสียงยาว “ออกไปๆ อย่ามายืนตรงนี้นะ เรื่องของลูกผู้หญิงจะคุยกัน พวกเจ้า
ทั้งสองอย่าได้คิดทายให้ถูกเสียให้ยาก”
เชวียจื่อซวนจึงได้แต่ยกมือขึ้นตบไหล่ของเชวียหนิงซวนอย่างเบามือ โดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ทางด้านหนิงเปั่าจวี่และหนิงจ้งจวี่ได้เดินเข้ามาผสมโรงทีหลัง หนิงเปั่าจวี่เป็นคนที่พูดอะไรตรงๆ เมื่อเขาเห็นต้วน
ชิงหมิงจึงพูดขึ้น “น้องสาว หากมีใครกล้ามารังแกเจ้า ให้บอกพี่ชายมาเลย ไม่ว่าเป็นหลิวยวนหรือใครก็แล้วแต่ พี่จะ
ซ้อมให้ลุกไม่ขึ้นเลย”
ใบหน้าของต้วนชิงหมิงแดงกํ่าขึ้นไปอีก นางพูดเสียงอ่อนนุ่ม “พี่หนิงวางใจได้ ไม่มีใครกลั่นแกล้งชิงหมิง
หรอก……”
เมื่อคิดดูแล้วว่าคำพูดของนางอาจไม่เมาะสมเท่าที่ควร ต้วนชิงหมิงจึงพูดเสริม “อีกอย่าง หากมีคนมากลั่นแกล้ง
ชิงหมิงแล้วละก็ ชิงหมิงจะต้องบอกพี่ทั้งสองอย่างแน่นอน”
สายตาที่ผิดหวังของหนิงเปั่าจวี่ กลับประกายด้วยความหวังขึ้นมา เขาชูกำปันขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยว่า “ใครหน้า
ไหนกล้ามาแกล้งน้องสาวของพวกพี่ พี่จะซ้อมให้เดินไม่ได้เลยเชียว!”
ทางด้านหนิงจ้งจวี่พยักหน้าเห็นด้วยกับหนิงเปั่าจวี่
ตามนิสัยของต้วนชิงหมิงแล้ว ไม่มีทางยอมให้ใครมากลั่นแกล้งได้หรอก ต่อให้มีจริง นางก็จะไม่มาขอความช่วย
เหลือจากพี่น้องตระกูลหนิง เพราะต้วนชิงหมิงไม่รู้จะให้เริ่มช่วยเหลืออะไรดี
แต่ว่าไม่กี่วันหลังจากนั้น สิ่งที่หนิงจ้งจวี่คาดคิดไม่ถึงคือ ต้วนชิงหมิงมาขอความช่วยเหลือจากพี่น้องตระกูลหนิง
จริงๆ และยังเป็นเรื่องที่ค่นข้างใหญ่เสียด้วย
แน่นอนว่า นั่นเป็นเรื่องที่ใกล้จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านาน
ผู้คนในห้องซูโจวต่างพูดคุยพาทีกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ต้วนอวี้กลับตั้งใจจ้องมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นระยะอย่างไม่
คาดสายตา
ต้วนอวี้พบว่าสายตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยจับจ้องไปที่ต้วนชิงหมิงตลอดเวลา สายตานั้นเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนเป็น
อย่างยิ่ง มีทั้งความอิจฉา ริษยา ยินดี และความเศร้าโศกระคนกันอย่างบอกไม่ถูก
เพียงต้วนอวี้ปรายตามองก็ล่วงรู้ความคิด ความรู้สึกของเนี่ยไฉ่เยวี่ยจนหมดสิ้น ไม่รู้ว่าความคลั่งในจิตใจของนาง
ที่พยายามปกปิดให้มิดชิด จะปะทุออกมาเมื่อใด