การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 581 ปัญหาที่พึ่งของเชวียหนิงหราน (1)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 581 ปัญหาที่พึ่งของเชวียหนิงหราน (1)
รอถึงตอนนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะไม่ใช่สหายของต้วนชิงหมิงอีกต่อไป แต่จะกลับกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตเสียแทน
เพียงแต่ว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้จึงเดินขึ้นไปบังต้วนชิงหมิงอยู่ด้านหน้า… เชอะ! เจ้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่สมควรจะเป็นสหาย
กับต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้กล้ารับประกัน หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยกล้าแต่ต้องท่านพี่ของเขาแม้แต่ปลายเล็บ เขาจะทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
ไม่มีทางได้ผุดได้เกิดอีกเลย
ต้วนอวี้ยื่นมือออกไปดึงชายเสื้อของต้วนชิงหมิงอยู่สองสามที เมื่อนางหันหน้ากลับมาก็เห็นสายตาที่ซับซ้อนซ่อน
เงื่อนของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าพอดี
ต้วนชิงหมิงจึงเผยรอยยิ้มแสดงมิตรภาพ ทางเดินเข้าไปจับมือเนี่ยไฉ่เยวี่ย “ไฉ่เยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้ว่ากำลังถูกต้วนชิงหมิงมองมา หากหลบสายตาตอนนี้คงไม่ทันเสียแล้ว นางจึงมองต้วนชิงหมิง ยิ้ม
น้อยยิ้มใหญ่ออกมา “ไม่มีอะไรหรอก ข้ากำลังคิดว่าเสื้อผ้าที่ชิงหมิงใส่ในวันนี้ ช่างงดงามเหลือเกินนะสิ!”
ต้วนอวี้ยกมือขึ้นมาเกาจมูก พร้อมกับกระแอมออกมาเหมือนส่งสัญญาณ ว่าสิ่งที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดออกมาปกปิดเขา
ไม่ได้
ต้วนชิงหมิงก้มมองดูเสื้อผ้าของนาง พร้อมกับยิ้มมีเลศนัยออกมา เหมือนเข้าใจสิ่งที่ต้วนอวี้ทำ
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปจับมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยพร้อมให้นั่งลง ก่อนพูดขึ้น “ไฉ่เยวี่ย เจ้าชอบความสงบเงียบ ทำเอาทุก
คนต่างเกร็งไปหมด กลัวจะทำให้เจ้ารำคาญใจ จนไม่กล้าเข้ามาพูดคุยด้วย หากข้าได้พบหน้าท่านปั้า จะต้องบอกเสีย
หน่อยแล้ว อย่าให้เจ้าเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในจวน ต้องให้ออกมาเปิดหูเปิดตาโลกภายนอกบ้าง”
สายตาเนี่ยไฉ่เยวี่ยชะงักนิ่งลงไปครู่หนึ่ง จากนั้นเอ่ยเพียงว่า “ท่านแม่ไม่ได้ห้ามให้ข้าออกมาข้างนอกหรอก แต่ว่า
ท่านพ่อ……”
นางหยุดพูดลงไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยต่อไป “ท่านพ่อบอกว่า เป็นสตรีนั้นต้องอยู่แต่ในจวน อย่าได้เที่ยวเพ่นพ่านไป
ข้างนอก มิฉะนั้นผู้คนจะเอาไปติฉินนินทาเอาได้”
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจเสียงแผ่วเบาออกมา
ดูท่าแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ของเนี่ยไฉ่เยวี่ยในจวนคงไม่ดีเสียเท่าไหร่ แสดงว่าตำแหน่งภรรยาเอกของท่านแม่ของ
นางคงไม่ค่อยราบรื่น มิอย่างนั้น เรื่องเล็กน้อยอย่างเรื่องออกมานอกจวน ยังต้องให้สามีออกมาจัดการ
หลังจากต้วนชิงหมิงพินิจพิเคราะห์ในใจ ได้เอ่ยถามเสียงเบาๆ ขึ้นมา “พี่สาวลูกอนุกับน้องสาวลูกอนุสองคนนั้น
เป็นยังไงบ้าง?”
“ก็ปกติดี… พวกนางไม่ได้สร้างเรื่องให้ลำบากใจเสียเท่าไหร่” เนี่ยไฉ่เยวี่ยตอบกลับ
จากนั้น นางได้พูดเสริมขึ้นมาอีก “พวกนางทั้งสองคนวันๆ เอาแต่ล้อมหน้าล้อมหลังท่านพ่อ อีกอย่างใกล้ถึงวัน
ฉลองวันคล้ายวันเกิดของท่านย่าแล้ว พวกนางจึงคิดหาของขวัญเอาใจท่านย่า จึงไม่มีกระจิตกระใจมาสนใจข้าหรอก”
ต้วนชิงหมิงเคยได้ยินเชวียหนิงหรานเล่าให้ฟังว่า ท่านย่าเป็นคนมีอำนาจและไหวพริบเป็นเลิศ แม้แต่ท่านปูั่ยัง
ต้องให้ความยำเกรงนางเช่นกัน
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่อยู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นในทันใด “ไฉ่เยวี่ย ท่านย่าชอบสิ่งใดมากที่สุดเหรอ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยายามคิดไปคิดมาและตอบกลับว่า “ท่านย่าชอบสวดมนต์ไหว้พระ… ทุกวันจะต้องปิดประตูสวด
มนต์อยู่นานสองนาน”
ต้วนชิงหมิงหันหน้าไปอีกทาง ไม่รู้ว่ากำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่
นางจำได้ว่า เชวียหนิงหรานเล่าว่าท่านย่าจวนเนี่ยนั้นอยู่ในตระกูลขุนนางที่สูงศักดิ์มาก่อน และเปั้นบุตรสาวท่าน
แม่ทัพอีกด้วย ครึ่งค่อนชีวิตของนางติดตามท่านทวดออกรบออกศึกมานับไม่ถ้วน ทว่าบั้นปลายมีหรือที่นางจะชอบสวด
มนต์ไหว้พระจริงๆ
ต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปากออกมา ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ใช่แล้ว ไฉ่เยวี่ย งานวันคล้ายวันเกิดของท่านย่า เจ้าสามารถเชิญ
ข้ากับหนิงหรานไปร่วมงานได้ไหม?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกอึดอัดจนบอกไม่ถูก นางพูดตะกุกตะกักเสียงขาดๆ หายๆ “ชิงหมิง เจ้าก็รู้นี่หน่า ข้ายินดีมากที่จะ
ต้อนรับ เพียงแต่……”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับแดงระเรื่อขึ้นมา พูดเสียงแผ่วเบา “แต่ท่านย่าเป็นคนชอบความ
สงบ และมักบอกว่าสุขภาพไม่ค่อยดี มีโรคมากตั้งแต่อายุยังน้อย ปกติมักไม่ค่อยให้ใครเข้าใกล้ท่าน”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านย่ามักบอกว่าท่านแม่ของเจ้ามีธุระในจวนที่ต้องจัดการดูแลมากมาย ไหนจะต้องดูแลสุขภาพ
ของเจ้าอีก ฉะนั้น ท่านย่าจึงไม่ต้องการให้มีคนคอยรับใช้ใช่หรือไม่?” ต้วนชิงหมิงถาม
“ชิงหมิง เจ้ารู้ได้ยังไง?” เนี่ยไฉ่เยวี่ยฟังแล้ว ถามขึ้นอย่างตกใจ
เป็นที่รู้ว่า ถึงแม้ฮูหยินเนี่ยจะมีหน้าที่ดูแลจวน แต่ในความเป็นจริงคนที่มีอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือ กลับเป็นท่าน
ย่าเสียแทน หากภรรยาเอกไม่ได้รับการดูแลจากท่านย่าแล้ว เชื่อได้ว่าชีวิตของฮูหยินเนี่ยก็คงไม่ได้ดีเสียเท่าไหร่หรอก
ต้วนชิงหมิงไม่ตอบแต่เลือกถามกลับไปแทน “อย่างนั้น ท่านแม่ของเจ้ากับเจ้านั้นไม่เป็นที่ถูกใจของท่านย่าเสีย
เท่าไหร่ และไม่อยากมีเรื่องมีราว เพราะฉะนั้น หากไม่มีธุระอันใดจะไม่ไปรบกวนท่านย่าโดยเด็ด ใช่ไหม?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกทำตัวไม่ถูกจนต้องบิดตัวไปมา ก่อนจะตอบกลับ “ในเมื่อท่านย่าไม่ชอบข้า ข้าจะเสนอหน้าไป
ทำไม… ยิ่งไปกว่านั้น ท่านย่ามีฉวนอี๋เหนียงคอยพะเน้าพะนออยู่ตลอด แล้วข้าจะสาระแนไปทำไม?”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจโดยไม่รู้จะพูดอะไร
ดูท่าแล้ว ฉวนอี๋เหนียงมีมารยาเอาใจท่านย่าได้อยู่หมัด
ต้วนชิงหมิงจึงถามต่อไปว่า “ฉวนอี๋เหนียงเป็นอี๋เหนียงที่โปรดปรานที่สุดของท่านย่า?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยส่ายหน้าปฏิเสธ “ท่านพ่อของข้ามีอี๋เหนียงทั้งหมดสามคน และสนมอีกห้าคน โดยที่ฉวนอี๋เหนียงเป็น
หลานสาวของท่านย่า ดังนั้นจึงรับใช้ใกล้ชิดท่านย่าได้ แต่อี๋เหนียยงที่ได้รับการโปรดปรานที่สุดคือ ฟูั่อี๋เหนียง”
ต้วนชิงหมิงตบมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “ไหนเจ้าลองเล่าเรื่องในจวนเนี่ย ให้ข้าฟังอย่างละเอียดเสีย
หน่อยแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงจับมือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยออกมานั่งด้านข้าง ส่วนเชวียหนิงหรานได้ลุกไปนั่งที่โต๊ะใหญ่โดยไม่รบกวนการ
สนทนาของทั้งสองคน
ต้วนชิงหมิงมีความตั้งใจดีที่จะช่วยคิดแผนการให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
เป็นที่รู้ว่าในเวลานี้ ท่านย่าไม่ค่อยชอบนางเสียเท่าไหร่ จึงไม่อยากเข้าไปหา แต่ต้วนชิงหมิงกลับบอกให้นางดู
ท่าทางและแนวโน้มว่าใครควรให้ความสำคัญ จากนั้นก็พยายามใช้ใจซื้อ โดนไม่ใช่ใช้วิธีประสบประแจงเอาใจ
เชวียหนิงหรานได้ยินที่ต้วนชิงหมิงแนะนำก็ทำตามโดยดี ในทุกวันนี้แม้ว่าเชวียหย่งเฉียงผู้เป็นบิดาจะไม่พอใจ
เรื่องที่บุตรสาวภรรยาเอกและบุตรสาวลูกอนุแย่งชิงความรักกันมากเพียงใด เขาก็ต้องพยายามทำเป็นมองไม่เห็นบ้าง
เพียงแต่……
เชวียหนิงหรานมองดูท่าทางของเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เนี่ยไฉ่เยวี่ยทำตัวไม่เอาไหน ปวกเปียก
และอ่อนแอ ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะช่วยคิดหาวิธีใดเสนอก็แล้วแต่ นางก็จะยึกยักรีรออยู่นานสองนาน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เชวียหนิงหรานจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมา
ทันใดนั้น ด้านหลังของนางมีเสียงเล็กๆ ดังขึ้น “หนิงหรานถอนหายใจทำไม? มีใครแกล้งอย่างนั้นหรือ?”
เชวียหนิงหรานส่ายหน้าไปมา “อวี้เอ๋อร์วางใจได้ พี่ไม่เป็นอะไร”
ต้วนอวี้ยู่ปากลงและรีบพูดแก้ในทันที “ต้วนอวี้ เรียกข้าว่าต้วนอวี้!”
เชวียหนิงหรานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา และพูดอย่างอ่อนโยนขึ้น “ได้สิ ต้วนอวี้… พี่ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าวางใจ
ได้”
ต้วนอวี้มองไปที่เชวียหนิงหรานด้วยใบหน้ายับยู่ยี่ ช่วงที่ผ่านมานี้ เขาไม่ได้พบหน้าเชวียหนิงหรานมานานแสน
นาน
ประการแรก เขามีเรื่องที่ยุ่งยากคอยต้องจัดการอยู่ตลอด ประการที่สอง เนื่องจากเชวียหนิงซวนและเชวียจื่อซวน
ต่างเอาแต่กันเอาเหมือนกับกันโจร
ต้วนอวี้มองไปที่พี่ชายและน้องชายเชวียคู่นั้น ก็พออ่านความหมายในสายตาของทั้งสองได้ ว่าต้องปั้องกันนํ้าท่วม
ปั้องกันหังขโมย และปั้อกันต้วนอวี้
เพียงแต่เรื่องที่ต้วนอวี้อยากจะทำ มีหรือที่พี่น้องคงแก่เรียนจะสามารถยังยั้งเขาได้
ดูท่าแล้ว ต้องคิดหาวิธี ให้พี่ชายและน้องชายคู่นี้ไปที่อื่นจะได้ไม่ขวางหูขวางตา
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนเดินเข้ามาและหันหน้าส่งสายตาให้กัน จากนั้นเชวียหนิงซวนเดินเข้ามาแทรกตรง
กลาง ระหว่างเชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้ โดยเอื้อมมือเข้ามาโอบไหล่ของต้วนอวี้ พูดขึ้นว่า “ต้วนอวี้ วันนี้ที่เรียกพวกเรา
มาที่นี่ มีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นกัน ไหนเจ้าลองเล่าให้พวกเราทุกคนฟังเสียหน่อย”
ทางด้าน เชวียจื่อซวนดูมีไหวพริบดี เขาจับมือเชวียหนิงหรานเดินไปด้านข้าง โดยไม่ได้ใช้แรงยื้อยุดฉุดกระชากแต่
อย่างใด ต้วนอวี้เอาแต่ชำเลืองมองต้วนชิงหมิงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “ถ้า”
ทางด้าน เชวียจื่อซวนได้พาเชวียหนิงหรานเดินออกไปด้านข้าง โดยไม่ได้ใช้แรงยุดยื้อ เชวียจื่อซวนหันมองไปที่ต้
วนชิงหมิงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย พูดเสียงแหบแห้ง “ถ้าไม่ใช่น้องสาวบอกข้ามาก่อนละก็ ข้าคงนึกว่ามิตรภาพของพวกเจ้าคงพัง
ย่อยยับลงไปแล้ว”
เชวียจื่อซวนประสบความสำเร็จในการดึงความสนใจจากเชวียหนิงหรานมาได้
เชวียหนิงหรานพูดยิ้มๆ “พี่ชายก็พูดเกินไป ไฉ่เยวี่ยมักถูกพี่สาวลูกอนุกับน้องสาวลูกอนุรังแก ยังถูกท่านย่าไม่
ชอบใจเอาอีก ชิงหมิงจึงต้องช่วยคิดหาสารพัดวิธีนะสิ”
เชวียจื่อซวนถามด้วยความฉงนใจ “ทำแบบนี้จะมีประโยชน์ไหม?”
เชวียหนิงหรานยิ้มน้อยๆ พร้อมกับผายมือทั้งสองข้างออกจากตัว และพูดอย่างภาคภูมิ “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูด
มันแล้ว ตอนนี้ เอาเป็นว่าเจ้าลองมาข้าก็จะได้รู้ว่ามีประโยชน์หรือไม่!”