การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 582 ปัญหาที่พึ่งของเชวียหนิงหราน (2)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 582 ปัญหาที่พึ่งของเชวียหนิงหราน (2)
จะไม่มีประโยชน์ได้อย่างไร?
เมื่อเชวียหนิงหรานได้ทำตามนั้น ในจวนเชวียก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะรังแกนางอีก แม้จะเป็นเชวียหย่งเฉียงก็มักมาหา
เพื่อให้ไปขอร้องท่านย่าในบางเรื่องให้หน่อย ฐานะเชวียหนิงหรานได้เลื่อนลำดับความสำคัญขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงฮู
หยินเนี่ยเลย นางก็พลอยได้รับอานิสงส์จากบุตรสาวไปด้วย นับวันฐานะตำแหน่งจะมีหน้ามีตาในจวนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเชวียจื่อซวนเห็นชีวิตในจวนเนี่ยของน้องสาวดีวันดีคืน เขาก็รู้สึกภูมิใจแทน จึงยื่นมือไปลูบหัวอย่างเอ็นดู
“เอาล่ะ นับว่าน้องสาวพี่เก่งกาจนะเนี่ย”
เชวียหนิงหรานยืดอกยิ้มหน้าบานด้วยความปริ่มเปรมใจ
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเชวียหนิงหราน เชวียจื่อซวนพลันนึกขึ้นมาได้ เมื่อก่อนนางไม่ได้รับความรักเท่าที่ควร
นอกจากเชวียหย่งเฉียงมีความลำเอียงให้แล้ว มิหนำซํ้าท่านย่ายังเกิดในตระกูลที่สูงศักดิ์ จึงรักษากฎระเบียบอย่างเข้ม
งวด เนื่องจากเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนเป็นหลานชายตระกูลเชวีย ทั้งยังได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษจากท่านย่า
ในขณะที่เชวียหนิงหรานกลับไม่ได้โชคดีเช่นนี้ เนื่องจากท่านย่าชอบคนที่ยิ้มไม่เห็นไรฟัน กิริยามารยาทเป็น
กุลสตรี หาใช่เสียงดังเอะอะ เป็นม้าดีดกะโหลกอย่างเชวียหนิงหราน เมื่อใดที่ท่านย่าได้เห็นเชวียหนิงหรานเป็นอันต้อง
ตำหนิ กระทบกระเทียบอย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุผลที่ทำไม เชวียหนิงหรานไม่อยากเข้าใกล้ และอยากหนีหน้าไปให้พ้นๆ
แต่ไม่รู้ว่าเมื่อใด เชวียจื่อซวนพบว่าเชวียหนิงหรานนับวันยิ่งจะได้รับความรักความเอ็นดูจากท่านย่าขึ้นมา มิ
หนำซํ้ายังไม่เห็นนางนำของมีค่ามาให้ท่านย่า แต่เลือกที่จะนำถุงหอมที่ปักด้วยตัวนางเองบ้าง นำอาหารที่ร้อนๆ ทำด้วย
ตัวนางเองบ้างไปให้ท่านย่าทาน
ในตอนแรกเริ่มนั้น เชวียจื่อซวนยังเป็นห่วงว่าเชวียหนิงหรานอาจจะร้องไห้ขี้มูกโปั่งกลับมา แต่พอผ่านไประยะ
หนึ่ง ธัญญาดูเหมือนจะชอบนิสัยที่ตรงไปตรงมาของหลานสาวเข้า เลยมักจะเรียกหานางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เดิมที เชวียจื่อซวนนึกว่าเชวียหนิงหรานคิดได้แล้ว ทว่าดูท่าทางในเวลานี้ คงต้องมีคนคอยช่วยวางแผนการให้
นาง
ไม่ต้องพูดก็พอเดาได้ว่า เชวียหนิงหรานคงรับฟังข้อเสนอและทำตามคำพูดของต้วนชิงหมิง
เชวียจื่อซวนเดินขึ้นไปข้างหน้าเชวียหนิงหราน พร้อมเอ่ยถามขึ้นว่า “น้องพี่ อย่าบอกนะว่าเจ้า ทำตามคำแนะนำ
ของชิงหมิงเพียงผู้เดียว ถึงได้รับความรักความเอาใจใส่จากท่านย่า?”
เชวียหนิงหรานยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยด้วยความดีใจ “จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่”
เชวียจื่อซวนเดินไปนั่งเก้าอี้ และใช้นิ้วชี้ไปเชวียหนิงหรานไปนั่งเก้าอี้ฝังตรงข้าม ก่อนจะพูดยิ้มๆ ออกมา “ไหนพี่
ชายคนนี้ขอฟังหน่อยสิ”
เชวียหนิงหรานกับพี่ชายสองคนนี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชวียจื่อซวนที่เติบโตมาด้วยกัน
นางจึงเล่าทุกอย่างโดยละเอียดถึงสิ่งที่ต้วนชิงหมิงแนะนำทั้งหมดออกมา
เป็นอย่างที่ต้วนชิงหมิงกล่าวมา ท่านย่าไม่รู้ว่าผ่านมากี่ร้อนกี่หนาวแล้ว ประสบการณ์ย่อมเปียมล้น ดังนั้นจะใช้
วิธีเสแสร้งแกล้งทำเป็นผักชีโรยหน้าคงไม่ใช่วิธีในระยะยาว เพราะท่านย่ามองเพียงปราดเดียว ย่อมรู้อย่างเต็มอกว่าใคร
จริงใจใครเสแสร้ง ฉะนั้นหากต้องการได้รับความรักจากท่านย่า ห้ามเสแสร้งแกล้งทำเปั้นอันขาด จะต้องใช้นํ้าใสใจจริง
เพื่อแลกความจริงใจกลับมา
อย่างไรเสีย หากจวนเชวียยังมีท่านย่าอยู่ คงที่จะตัดสินทุกอย่างให้กับหลานๆ ย่อมมีเพียงนางเท่านั้น
แน่นอนว่า ทุกคนย่อมมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก นอกจากต้องใช้ความจริงใจ
เข้าสู้ ยังต้องใช้แผนการอีกนิดหน่อยจึงจะสมบูรณ์แบบ
การที่เชวียหนิงหรานเข้าออกจวนเชวียได้ตามต้องการนั้น เป็นผลมาจากการที่นางทำตามที่ได้รับคำแนะนำ
เชวียจื่อซวนได้ยินดังนั้น เขาก็แอบปรายตามองไปที่ต้วนชิงหมิง ก่อนจะพูดเสียงเบาออกมา “ชิงหมิงเป็นสตรีที่
งดงามทั้งกาย วาจาและจิตใจ มักคิดเผื่อคนอื่นเสมอ ไม่รู้ว่าใครจะมีวาสนาได้ตบแต่งสตรีแบบนี้เป็นภรรยากัน”
เป็นที่รู้ว่าเชวียจื่อซวนที่อยู่ในตระกูลสูงศักดิ์เช่นนี้ หากได้ภรรยาที่มีความสามารถและเฉลียวฉลาด ไม่เพียงจะ
ช่วยตัวเขาได้แล้ว ยังช่วยหาผลประโยชน์ที่ดีให้อีกด้วย
เชวียจื่อซวนเป็นบุตรชายของภรรยาเอก มีภาระหน้าที่อันหนักอึ้งต้องแบกรับไว้ ดังนั้นการเลือกภรรยาคู่ชีวิตของ
เขาจำต้องเลือกสรรคนที่เหมาะสมที่สุด
เชวียจื่อซวนได้แต่ถอนหายใจออกมา การที่ใต้หล้านี้มีสตรีที่ฉลาดเฉลียวเช่นนี้ หากใครได้นางไปย่อมช่วยทำสิ่ง
ต่างๆ ได้มากมาย`
เพียงแต่ว่า ภรรยาในฝันของเชวียจื่อซวนไม่ได้มาจากการตัดสินใจของเขา เพราะว่าภรรยาของเขาต้องแต่ง
เชื่อมสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลให้แน่นแฟั้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนความชอบหรือไม่ชอบนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเอามา
เป็นกังวล
ตระกูลของต้วนชิงหมิงเมื่อเทียบกับตระกูลเชวีย ย่อมห่างชั้นกันไม่ใช่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากตระกูลเชวี
ยมีคุณสมบัติภรรยาของเขากำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว ด้วยเหตุนี้ เชวียจื่อซวนจึงได้แต่ถอนหายใจ โดยที่รู้ว่าจะไม่ได้มี
วาสนาครองคู่กับนาง
เมื่อเชวียหนิงหรานได้ฟังที่พี่ชายชมต้วนชิงหมิงอย่างออกนอกหน้า เลยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รีบเหล่ตามอง “ความ
หมายของพี่ชายคือถูกใจชิงหมิง?”
ถึงแม้เชวียหนิงหรานรู้ดีว่าเชวียจื่อซวนชื่นชมต้วนชิงหมิงมากมายเพียงใด ทว่านางอดไม่ได้ที่จะยั่วเย้าเชวียจื่อ
ซวนเสียหน่อย
หากใครได้แต่งกับต้วนชิงหมิงย่อมมีบุญวาสนาไปทั้งชีวิต คำพูดนี้เชวียหนิงหรานเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทว่าคนที่
แต่ไหนแต่ไรมาไม่ค่อยเอ่ยปากชมใครง่ายๆ อย่างเชวียจื่อซวนกลับพูดชื่นชมจนเชวียหนิงหรานรู้สึกแปลกใจ
เชวียจื่อซวนตกใจจนตัวสะดุ้งโหยงที่ได้ยินน้องสาาวพูดเช่นนั้น จึงรีบก้มหน้าตำหนิผู้เปั้นน้องทันที “คำพูดแบบนี้
เจ้าอย่าได้เอาไปซี้ซั้วที่ไหนล่ะ!”
บรรดาคนที่สนิทกับเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างรู้กันทั่ว ว่าเขาให้ความสำคัญต้วนชิงหมิงยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจเสียอีก ใน
ขณะเดียวกัน เชวียจื่อซวนก็มีฐานะเป็นสหายที่เติบโตมาด้วยกันกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ดังนั้นพอรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋มีใจปฏิ
พัทธ์ต่อต้วนชิงหมิง ในตอนนั้นเขารีบเปลี่ยนความคิดมองต้วนชิงหมิงเป็นน้องสาวเช่นเดียวกับเชวียหนิงหราน
“พี่ชาย… น้องสาวคนนี้อยากให้พี่ถูกใจต้วนชิงหมิง… สตรีที่ดีทุกอย่าง ควรได้พบเจอที่พึ่งพิงที่ดี!” เชวียหนิงหรา
นพูดอย่างละเหี่ยใจ
เชวียหนิงหรานยังคงพูดเสริมต่อไปว่า “อย่างน้อยนางคงจะเลือกคนอย่างพี่ชาย ที่รู้จักเอาอกเอาใจ ใส่ใจและ
ห่วงใย”
เชวียจื่อซวนยิ้มเจื่อนๆ โดยที่ไม่ได้พูดกลับแต่อย่างใด
ในความเป็นจริง ทุกคนในใต้หล้าล้วนมีคู่ชีวิตไว้พึ่งพิงกันทั้งนั้น หากฟั้าดินมิได้กำหนดมา ต่อให่อีกฝั่ายรักกัน
มากมายเพียงใด สุดท้ายต้องจากกันไปอยู่
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ก็ดูเหมือนไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยกันต่อไป
หลังจากนั้น เชวียจื่อซวนหันไปเห็นต้วนอวี้กับเชวียหนิงซวนกำลังถกเถียงกัน โดยที่ไม่มีใครยอมใครแม้แต่คน
เดียว
เชวียจื่อซวนเชื่อว่า วันข้างหน้าต้วนอวี้จะไม่มีทางยอมใครอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดาย วันข้างหน้าช่างดูเหมือน
ไกลออกไป ไกลมากเสียจน คนเริ่มโตอย่างเชวียหนิงหรานรอไม่ไหวแล้ว
เชวียหนิงหรานได้หันไปเห็นต้วนอวี้กับเชวียหนิงซวนต่างจ้องเขม็งกัน นางเห็นเชวียหนิงซวนมีใบหน้าที่แดงกํ่าขึ้น
มา ราวกับโมโหโกรธา เพียงแต่ต้วนอวี้ยังคงเงียบสงบเก็บอารมณ์อยู่
ต้วนอวี้มีความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วเย้าพอสมควร หากอีกฝั่ายมาตอนเขาอารมณ์ไม่ดี หรือไม่ก็ถูกคนท้าทาย
ขึ้นมา เขาไม่มีทางจะหงุดหงิดใส่อีกฝั่ายก่อน
เมื่อหันหน้ากลับมา เชวียหนิงหรานต้องรีบหลบสายตาให้กับเชวียจื่อซวนที่มองมา “พี่ชาย… ดูพี่รองทะเลาะกับต้
วนอวี้สิ”
เชวียจื่อซวนยิ้มจางๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “เป็นเรื่องชิงดีชิงเด่นของเด็กน้อยทั้งสองคน……”
เปั้าหมายของเชวียหนิงหรานที่ต้องการให้เชวียจื่อซวนคอยสนใจ ทว่าทั้งสองคนนั้นยังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงไป
หมด
สายตาของเชวียหนิงหรานพลันหยุดแน่นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง
เชวียจื่อซวนกำลังเตือนสตินาง ต้วนอวี้ยังคงเป็นน้อย การมีฝีปากดีและใจกล้านี่แหละคือต้วนอวี้