การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 584 เธอคือดวงใจ
ต้วนอวี้กะพริบตาปริบๆ ด้วยแววตาที่ใสซื่อ แต่ภายในนั้นกลับเปียมไปด้วยความได้ใจที่แอบโผล่ออกมา
ต้วนอวี้ไม่สนใจอย่างอื่น เขายังคงจับจ้องไปที่ต้วนอวี้หราน พูดอย่างกระชั้นชิด “หนิงหรานพูดต่อไปสิ ถ้าโรง
เตี้ยมนี้เป็นของข้าจริง เจ้าจะว่ายังไง? ยินยอมที่จะออกเรือนด้วยกันเลยไหม?
ต้วนอวี้ยู่ปากพูด ทั้งสีหน้า แววตาของเขาจริงจังเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าเชวียหนิงหรานต้องออกเรือนไปกับเขา
ผู้คนภายในห้องต่างตกตะลึงกับคำพูด จนอยากหัวร่อออกมาให้เสียงดังไปทั่ว
เจ้าเด็กหนุ่มน้อยอายุไม่กี่ปี ริอาจพูดคุยถึงเรื่องแต่งงงแต่งงาน
เชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนต่างตาแดงกํ่าด้วยความโมโห ในเวลานี้เชวียหนิงซวนกำลังจะเข้าไปต้วนอวี้พูดให้รู้
เรื่อง ทว่าเชวียจื่อซวนกลับดึงเอาไว้ เชวียหนิงซวนหันหน้ากลับมามองต้วนอวี้แรงๆ พร้อมกับขบริมฝีปากไว้แน่น
ต้วนอวี้คนนี้พูดเกินไปแล้ว… พูดเกินไปจริงๆ การพูดเล่นแบบนี้แม้จะมาจากปากเด็กน้อย แต่สำหรับปกติแล้ว
สามารถทำลายชื่อเสียงไปได้ในพริบตา การที่ต้วนอวี้พูดเล่นเช่นนี้ ถ้าไปเข้าหูของคนอื่นที่ไม่หวังดี อาจนำไปพูดจนนาง
เสียหายได้ จากการที่นางพูดอย่างไม่มีหูรูด
เชวียหนิงซวนไม่พอใจ ส่วนเชวียจื่อซวนกลับไม่พอใจมากกว่า หากเชวียหนิงซวนเดินเข้าไปจัดการต้วนอวี้ อาจทำ
ให้เชวียหนิงหรานเสียหน้ามากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เรื่องนี้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่หากเชวียหนิงซวนกับเชวียจื่อซวน
ทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนคงคิดว่าเป็นเพียงการหยอกเย้าเท่านั้น
ดังนั้น เชวียจื่อซวนไม่เพียงพูดโน้มน้าวเชวียหนิงซวนเท่านั้น เขายังแสดงใบหน้าที่หยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน
ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
ต้วนอวี้แม้จะไร้เดียงสา แต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เรื่องชื่อเสียงของเชวียหนิงหราน จะให้ต้วนอวี้นำมา
พูดเป็นเรื่องเล่นสนุกปากไม่ได้โดยเด็ดขาด
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับไม่เห็นด้วยที่ต้วนอวี้พูดเล่นออกมาแบบนั้น และเมื่อนางกำลังจะอ้าปาก
ตำหนิต้วนอวี้ กลับเลือกที่จะฝืนตัวเองไม่ให้พูดออกไป
เหมือนกับที่เชวียจื่อซวนกล่าวไว้ หากเรื่องนี้ไม่มีคนนำเอาเรื่องเอาความ ทุกคนก่อนจะลืมไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้า
ต้วนชิงหมิงเข้ามาผสมโรงด้วย ต้วนอวี้จะต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวันกับสิ่งที่พูดเล่น จนอาจนำไปสู่ความเคลือบแคลงสงสัย
ของทุกคนได้
ทางด้านเชวียหนิงหรานนั้น ใบหน้าของนางแดงจนทั่ว เมื่อนางหันหน้าไปสังเกตสายตาของทุกคน ก็เกิดความ
รู้สึกไม่พอใจต้วนอวี้ขึ้นมาเช่นกัน
แต่ว่าการโต้เถียงเอาชนะคะคานให้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่เชวียหนิงหรานถนัดถนี่เอาเสียเลย นับประสาอะไรกับการรับมือ
ต้วนอวี้ที่จับนางไม่ปล่อย
หากปล่อยให้ต้วนอวี้พูดเพ้อเจ้อไปเรื่อยเช่นนี้ นางคงกระอักกระอ่วนใจจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่กัดริมฝีปาก กระทืบ
เท้าตึงตังไม่พูดไม่จา
ความสนใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยตกไปอยู่ที่หลิวยวนทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าต้วนอวี้จะพูดอะไร นางก็ไม่ได้สนใจหรือให้ความ
สำคัญแม้แต่น้อย
ส่วนพี่น้องตระกูลหนิงเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา พูดจาโผงผาง พวกเขาไม่รู้สึกว่าต้วนอวี้พูดสิ่งใดไม่เหมาะสม
ฉะนั้นจึงไม่ได้เข้าไปผสมโรงหมายเล่นงานต้วนอวี้
ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบงันกันหมด มีเพียงหลิวยวนที่อมยิ้ม และหันมองสีหน้าของเชวียหนิงหราน ทันใดนั้น เขา
พูดยิ้มๆ ขึ้น “อวี้เอ๋อร์ ครั้งนี้เจ้าทำผิดไปแล้ว”
ต้วนอวี้กะพริบตาปริบๆ ราวกับไม่เข้าใจว่าการที่เขาพูดอยากแต่งงานกับเชวียหนิงหรานเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรเสีย ถ้าเขาตัวโตกว่านี้เสียหน่อย ก็คงจะลักพาตัวเชวียหนิงหรานไปด้วยกัน ในตอนนี้ เขาพูดอย่างอ้อมค้อมมาก
ที่สุดแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าคำพูดส่วนไหนผิดไป
หลิวยวนหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้ต้วนอวี้ ด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “หากเจ้าอยากแต่งงานกับสตรี จำต้องทำ
ตามธรรมเนียมในสังคม โดยเชิญแม่สื่อไปพูดคุยกับบิดามารดาของฝั่ายหญิง ไม่ใช่ทำอย่างที่เจ้าเป็นอยู่ โดยถามฝั่ายหญิง
ว่า ยินยอมแต่งกับเจ้าไหมโดยที่นางก็ไม่ทันตั้งตัว”
ต้วนอวี้ยกมือขึ้นเกาหัว พูดกันตามตรง เขายังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น สิ่งที่เขาคิดเพียงอย่างเดียว ก็คือหากเชวียหนิง
หรานยินยอมแต่งกับเขา ก็สามารถพูดกันโดยตรงได้ทันที……
หลิวยวนเห็นใบหน้าที่มึนงงของต้วนอวี้ จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความละเหี่ยใจ “อวี้เอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อ
เสียงของสตรีนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด การที่เจ้าบีบบังคับให้หนิงหรานสัญญิงสัญญานั้น ก็เท่ากับกำลังทำลายชื่อ
เสียงของนางรู้ไหม?”
หลิวยวนพูดด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยนและหวังดี จากนั้นเชวียหนิงหรานได้หันไปมองต้วนอวี้ เพื่ออยากฟังความคิด
เห็นของเขาว่าจะพูดอย่างไร
ทางด้านพี่น้องตระกูลเชวียต่างสงบนิ่งโดยไม่เอ่ยวาจา มาถึงตอนนี้ สิ่งเดียวที่พวกเขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง คือ
การพาเชวียหนิงหรานมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้
พี่น้องทั้งสองคนต่างหันหน้ามองตากัน และถอนหายใจโดยไม่ได้นัดแนะ… พวกเขาหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้
จะไม่ถูกเอาไปพูดต่อ ให้เป็นเรื่องสนุกปากของคนอื่นๆ หรือเกิดทำลายชื่อเสียงของเชวียหนิงหราน
พี่น้องตระกูลหนิงนับว่าเป็นคนที่ความคิดไม่ได้สลับซับซ้อนแต่อย่างใด ในเวลานี้ เมื่อเขาได้ยินที่หลิวยวนพูดออก
ก็เข้าใจได้ในทันที ดังนั้น พวกเขาทั้งสองเดินเข้าไปล้อมรอบต้วนอวี้แล้วปลอบใจว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ต้วนอวี้ก็ไปสู่ขอคุณ
หนูเชวียถึงจวนเลยสิ จะได้ไม่เป็นการทำลายชื่อเสียงและจะได้อุ้มนางกลับจวนต้วนได้เลย……”
พี่น้องตระกูลเชวียพูดทีเล่นทีจริงไปอย่างนั้นแหละ แต่นึกไม่ถึงว่า ต้วนอวี้ฟังแล้วกลับพูดขึ้นทันใด “ใช่แล้ว เดี๋ยว
ต้วนอวี้จะไปพูดเื่องนี้กับฮูหยินเชวีย… หนิงหรานวางใจได้ ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ ต้วนอวี้จะไปสู่ขอถึงที่จวนเชวียเลย”
เชวียหนิงหรานฟังแล้วไม่รู้จะตอบอย่างไรดี จะตอบก็กลัวจะดูไม่ดี ไม่ตอบก็ดูจะไม่ดี นางได้แต่หน้าแดงขึ้นมา
ด้วยความขวยเขิน และกระทืบเท้าตึงๆ ก่อนเดินไปหลบหลังต้วนชิงหมิง
ทางด้านต้วนชิงหมิงได้หันไปตำหนิต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์ วันนี้เจ้าทำเกินไปแล้วจริงๆ ถ้าเจ้ายังขืนสร้างเรื่องแบบนี้อีก
ข้ากับหนิงหรานจะไม่สนใจเจ้าแล้วนะ”
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยความจริงจังขึงขัง
ต้วนอวี้ยู่ปาก พลางหันไปมองเชวียหนิงหรานที่หน้าแดง ก้มหน้าโดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไร
ต้วนชิงหมิงโกรธขึ้นมาแล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับยิ้มอย่างสะใจ นางไปพร้อมกับจับมือต้วนชิงหมิง พูดขึ้น “ชิงหมิง ข้า
ว่าต้วนอวี้อยากแต่งงานขึ้นมา เจ้าจะต่อว่าต่อขานไปทำไม? บุรุษนั้นมีจิตใจแน่วแน่มั่นคงย่อมเป็นสิ่งดี และการรู้จักรับ
ผิดชอบนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้วนอวี้กล้าทำกล้ารับถือว่าเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง”
ต้วนชิงหมิงหันมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยแล้วพูดอย่างลับลมคมใน “ไฉ่เยวี่ยอย่าชมต้วนอวี้เลย ขืนยังชมเขาอยู่คงตัวลอยใน
อีกไม่ช้ากระมัง… ชื่อเสียงของสตรีนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การที่ต้วนอวี้พูดเช่นนี้ย่อมทำลายชื่อเสียงของเชวียหนิงหราน”
เดิมทีเนี่ยไฉ่เยวี่ยแค่พูดไปอย่างนั้นแหละ นึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงกลับสวนกลับมาเช่นนี้ จนนางสะอึกจนพูดไม่ถูก
ทางด้านหลิวยวนได้ฟังทุกอย่างที่ทุกคนพูดหมดแล้ว เขาจึงหันหน้าไปพูดกับทุกคนว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ อวี้เอ๋อร์
ยังเป็นแค่เด็กน้อยเท่านั้น คำพูดของเขาอย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังนักเลย ไม่กี่วันก่อน ข้ายังโดนอวี้เอ๋อร์หลอกว่าจะไม่
แต่งงาน จะคอยอยู่เป็นเพื่อนข้าทั้งชีวิต”
คำพูดของหลิวยวนทำเอาทุกคนในที่นั้นต่างหัวเราะชอบใจออกมา
อย่างไรเสีย ต้วนอวี้เป็นเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง หากถือคำพูดของเขาเป็นจริงเป็นจัง ก็คงไม่ต่างอะไรกับเด็ก
น้อยอย่างเขา
ต้วนชิงหมิงในเวลานี้จึงค่อยๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก
คำพูดของหลิวยวนเมื่อครู่ ช่วยให้บรรยากาศของเชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้ผ่อนคลายลง ต่อให้เรื่องนี้มีคนนำไป
พูดต่อก็คงไม่ได้เสียหายอะไรเลย อีกอย่างทุกคนในที่นี้ก็ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย การเอาเรื่องของเด็กน้อยอย่างต้วนอวี้ไปพูด
ต่อคงเป็นเรื่องที่หาสาระสำคัญไม่ได้เลย
หนิงจ้งจวี่เป็นคนที่ฉลาดเฉลียว เมื่อหลิวยวนพูดออกมา เขาก็รีบพูดสำทับขึ้น “ใช่แล้ว ใช่แล้ว คำพูดของเด็ก
น้อยเอาเป็นจริงเป็นจังไม่ได้เลย น้องรองของกระผมยังเคยบอกจะแต่งกับสตรีที่อยู่จวนติดกัน แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ก็ร้อง
จะแต่งกับบ่าวใช้ที่เพิ่งเข้าจวนมาใหม่แทน……”
หนิงเปั่าจวี่ได้ยินหน้าพลันแดงระเรื่อขึ้นมา “ทำไมพี่ใหญ่ต้องชอบเอาเรื่องข้ามาพูดเล่นอย่างนี้ด้วย?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนฟังอยู่หัวเราะคิกคักออกมา “พวกเจ้าทั้งสองพูดเช่นนี้ ทำให้ข้านึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ลูกของพี่
สาวลูกพี่ลูกน้องนั้น อายุยังไม่เท่าไหร่ ไม่กี่วันก่อน ข้าไปเยี่ยมนางที่จวน พอลูกของนางได้เห็นน้องสาวผู้อยู่ในฐานะปั้า ก็
เพ้อเจ้ออยากแต่งงานกับปั้าตัวเอง……”