การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 585 ความเสียใจของต้วนอวี้
เชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนเห็นทุกคนไม่ได้รุมล้อมต้วนอวี้แล้ว ด้วยเหตุที่เขาอายุยังน้อย จะถือเอาคำพูดเป็น
จริงจังไม่ได้ มิอย่างนั้นจะถูกคนอื่นถามว่าจิตใจคับแคบ พี่น้องตระกูลเชวียทั้งสองคน จึงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาด้วยใบหน้า
เจื่อนๆ
อย่างไรเสีย อายุของต้วนอวี้ต่างเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของทุกคน ฉะนั้น คำพูดของเด็กน้อยจึงอาจพลาดพลั้ง
ออกมายังไม่ประสีประสา ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูล จะต้องมีพิธีรีตองอย่างเคร่งครัด ทั้ง
การเลือกฤกษ์งามยามดี และการคบหน้าดูใจกันมาอย่างน้อยสองสามปี มิอย่างนั้นคงไม่ง่ายที่จะแต่งงานกัน เช่นเดีย
วกับต้วนอวี้ ที่มีใจรักใคร่หลงใหลเชวียหนิงหรานเพียงฝั่ายเดียว จะถือเอาคำพูดเขามาเป็นสรณะย่อมทำมิได้
ในราชวงศ์ต้าเซี่ย หากบุรุษมีอายุน้อยกว่าภรรยาเอกถือว่าเป็นไปได้ เพียงแต่ต้องตระเตรียมหลายสิ่งให้พร้อม
เพรียง เช่น ชาติกำเนิด ฐานะทางตระกูลที่เหมาะสม การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ให้สองตระกูลแข็งแกร่งยิ่งขึ้น… ตระกูลเช
วียมีฐานะพิเศษต่างจากตระกูลโดยทั่วๆ ไป ต่อให้ต้วนอวี้อยากแต่งงานกับเชวียหนิงหรานจริงคงต้องพ่ายแพ้กับไปไม่
เป็นท่า อย่างไรเสีย อายุของเขาที่น้อยนิดเพียงนี้ รวมกับไร้อำนาจ ยศศักดิ์และคนคอยสนับสนุน จะถือดีอะไรไปพบหน้า
ฮูหยินเชวียได้
ทุกคนต่างส่ายหน้า ด้วยเชื่อว่าการขอแต่งงานของต้วนอวี้ จะสามารถลุล่วงสำเร็จดั่งใจปรารถนา
มีเพียงต้วนอวี้หน้าแดงกํ่าขึ้นมาด้วยความโกรธ เขาถูกทุกคนแปลความหมายที่สื่อสารไป ให้ผิดเพี้ยนไม่ตรง
ประเด็น พอต้วนอวี้อยากอธิบายแก้ต่าง ต้วนชิงหมิงก็จ้องเขม็งมา ส่วนเชวียหนิงหรานก็มีสีหน้าบอกแขกไม่รับบุญแล้ว
ต้วนอวี้ครุ่นคิดดูอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เอ่ยไปเมื่อครู่นั้น ค่อนข้างเกินไปจริง เขาจึงผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
โดยไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา
มาถึงตอนนี้ ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องเชวียหนิงหรานมาพูดล้อเล่นอีกแล้ว ทุกคนต่างหัวเราะกลบเกลื่อนและเปลี่ยน
หัวข้อไปอย่างเนียนๆ
ตั้งแต่ที่หลิวยวนเดินเข้ามานั้น สายตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้จับจ้องไปที่เขาตลอดเวลา ในระหว่างที่หลิวยวนพูดได้
หันหน้ากลับเห็นสายตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ผู้เป็นสหายของต้วนชิงหมิง จ้องมองมาที่เขา การได้มีโอกาสพบหน้าสองสาม
ครั้งทำให้หลิวยวนรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้าของนางขึ้นมา ฉะนั้นจึงเอ่ยทักทายตามมารยาท จากนั้นได้หันไปพูดคุ
ยกลับต้วนอวี้ต่อ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยดีใจกับการที่หลิวยวนพูดคุยเล่นกับนางอยู่นานสองนาน เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่หน้าแดงระเรื่อเอื้อมไปจับมือ
ของต้วนชิงหมิง ราวกับจะบอกนางว่าหลิวยวนให้ความสนใจนางเข้าแล้ว
ต้วนชิงหมิงตบไปที่มือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างเบามือ เพื่อให้นางเก็บอาการนอกหน้านี้เอาไว้บ้าง
ต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนเป็นลูกรับลูกส่งที่เข้ากันอย่างเป็นปีเป็นขลุ่ย เพียงไม่นานนัก ทุกคนก็ถูกทั้งสองคนดึงไป
พูดคุยเรื่องอื่นจนสำเร็จ ปล่อยให้เรื่องต้วนอวี้หายเข้าไปในกลีบเมฆ
ทางด้านต้วนอวี้ได้แต่ยืนมองเชวียหนิงหรานด้วยสายตาน่าสงสาร ที่ถูกนางเหมือนปฏิเสธกลายๆ เนื่องจากคำพูด
เล่นของต้วนอวี้ทำให้เชวียหนิงหรานถูกเชวียจื่อซวนเรียกตัวกลับไปยืนด้านข้าง โดยไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวไปไหนอีก
หลิวยวนเห็นท่าทางที่เศร้าสร้อยของต้วนอวี้ จึงคิดหาทางสัพยอกเขากลับ ส่วนเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เดินขึ้นไปด้านหน้า
ผสมโรงกับหลิวยวน
เนื่องจากต้วนอวี้ถูกคนอื่นพูดขัด และเปลี่ยนความหมายออกมา จนเสียอารมณ์ไปหมด
พูดได้ว่า วันนี้ทั้งวันมีเรื่องดีเพียงไม่กี่เรื่อง นอกจากต้วนอวี้จะเลี้ยงอาหารรับรองทุกคนเป็นอย่างดีแล้ว ยังบอก
ความลับของตัวเองเกี่ยวกับการค้าออกไปมิน้อย แน่นอนว่า ความลับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรมากนัก แต่ต้วนชิงหมิงก
ลับตั้งใจฟังและจดจำจนขึ้นใจ
เมื่อทุกคนได้ดื่มกินอาหารกันอย่างสำราญจนอิ่มหมีพีมันแล้ว เวลาก็ล่วงเลยบ่ายคล้อยเป็นช่วงบ่ายแล้ว
พี่น้องตระกูลเชวียอยากจะพาเชวียหนิงหรานออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไปใจจะขาด โดยสายตาที่พวกเขามองมา
ราวกับไม่อยากเสวนากับเขาแม้แต่ประโยคเดียว
อันที่จริง เชวียหนิงหรานอยากเดินไปบอกต้วนอวี้ว่าขอตัวกลับก่อน แต่ถูกเชวียหนิงซวนตัดหน้าทำไปเสียก่อน
สรุปแล้วเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนมีความคิดตรงกัน ที่จะไม่ให้ต้วนอวี้เข้าใกล้เชวียหนิงหรานอีก
ต้วนชิงหมิงอำลาเชวียหนิงหรานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะจากกันไป นางยังมิลืมกำชับเชวียหนิงหรานให้ไป
เจอกันในงานวันเกิดท่านย่าจวนเนี่ย เชวียหนิงหรานตอบรับอย่างยิ้มแย้ม โดยบอกขอตัวกลับไปบอกกล่าวฮูหยินเนี่ยเสีย
ก่อน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เข้าไปจับมือเชวียหนิงหราน พูดว่ารอนางกลับไปที่จวนแล้ว จะให้ท่านแม่ส่งหนังสือเชิญให้ต้วนชิงห
มิงเป็นแขกผู้มีเกรียรตื
มีเพียงต้วนอวี้ผู้เดียวที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้อง เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานกำลังจะเดินไปกับพี่ชายทั้งสองคน ความรู้
สึกของต้วนอวี้ก็ตกมาอยู่ที่ตะตุ่ม พี่น้องตระกูลเชวียต้องการกีดกันเขาให้ห่างจากเชวียหนิงหราน ถ้าไม่มีต้วนชิงหมิงคอย
พูดยํ้าเตือนสติให้อดทนอดกลั้นเอาไว้ มีหวังต้วนอวี้คงวิ่งไปสวมกอดเชวียหนิงหรานไม่ให้จากไป
เชวียจื่อซวนขอบอกขอบใจหลิวยวนกับต้วนชิงหมิงที่เดินออกมาส่ง ก่อนที่เขาจะจากไปได้ส่งสายตาที่มีนัยยะให้
กับหลิวยวน ราวกับต้องการยํ้าเตือนว่าเรื่องพูดได้ เรื่องใดพูดไม่ได้
หลิวยวนเอาแต่ยิ้มจางๆ ไม่แสดงความรู้สึกออกมา ด้วยยังไม่เข้าใจนัยยะที่เชวียจื่อซวนต้องการสื่อ
ภายใต้การเร่งรีบของเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวน รถม้าของจวนเชวียได้ขับมาหยุดด้านหน้าโรงเตี๊ยมอย่าง
ว่องไว
ต้วนอวี้ยืนมองรถม้าเคลื่อนผ่านไปจนลับสายตา
ทางด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่กำลังอำลาต้วนชิงหมิง ทว่าสายตาของนางกลับไปจับจ้องอยู่ที่หลิวยวนทั้งหมด ด้วยความ
รู้สึกไม่อยากจากลา
ต้วนชิงหมิงมองตามสายตานั้นไป ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา จากนั้น นางเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูเนี่ยไฉ่เยวี่ย
โดยเริ่มจากความรู้สึกตะลึงงัน จากนั้นแววตาเปล่งประกายแสงระยิบระยับออกมา
จากนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยจ้องมองไปที่ต้วนชิงหมิง ก่อนจะหน้าแดงกับการบอกลาหลิวยวน เพื่อกลับจวนไป
ทางด้านพี่น้องตระกูลหนิงก็ขอตัวกลับเช่นกัน ต้วนอวี้จำต้องบอกลาอย่างจำใจ หนิงจ้งจวี่ไม่ได้พูดอะไรออกมา มี
เพียงหนิงเปั่าจวี่พูดขึ้นว่า “น้องต้วนอวี้ หากเจ้าชอบแม่นางเชวียจริง ก็รีบตามจีบเสีย พี่เชื่อว่าเจ้าต้องทำได้แน่”
ความสามารถของต้วนอวี้ไม่ธรรมดา ไม่เพียงเคยเล่นงานพวกเขาจนมึนตึบมาก่อน ยังมีวิธีคิดที่แปลกประหลาด
แตกต่างจากผู้อื่น ฉะนั้นถึงแม้อายุของต้วนอวี้ยังน้อยอยู่ แต่พี่น้องตระกูลหนิงกลับไม่กล้าดูถูก
ต้วนอวี้ฝืนยิ้มแห้งออกมา พลางคิดในใจว่าเขาก็ทำเต็มที่แล้ว แต่คงต้องหาวิธีการอื่นเพิ่มเติมเสริมแต่งเข้ามา
หนิงจ้งจวี่พูดยิ้มๆ “น้องต้วนอวี้ แม่นางเชวียเปั้นคนดี เจ้าต้องพยายามให้มากนะรู้ไหม”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบ
จากนั้นพี่น้องหนิงไม่รู้จะพูดคุยเรื่องใดแล้ว จึงโบกมืออำลาและเดินขึ้นรถม้าไป
ในเวลานี้ หน้าประตูโรงเตี๊ยมเหลือเพียงต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้และหลิวยวนเพียงสามคน
เมื่อเห็นต้วนอวี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หลิวยวนจึงพูดเสียงแผ่วเบาขึ้น “ชิงหมิง พี่มีบางอย่างที่อยากพูดกับ
เจ้า”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเอ่ยว่า “ได้สิ พวกเราไปคุยทางนั้นแล้วกัน”
“ประเดี๋ยวพี่ไปส่งเจ้ากับอวี้เอ๋อร์กลับจวนแล้วกัน เพียงแต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับระหว่างเราสอง จะให้อวี้เอ๋อร์รุ็
ไม่ได้เด็ดขาด เจ้าเข้าใจไหม?” หลิวยวนพูด
การพูดแบบนี้แสดงว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงต้วนอวี้ ต้วนชิงหมิงพลางหันไปมองต้วนอวี้ที่กำลังหน้าเศร้าสร้อย
ละห้อยหา จากนั้นจึงตอบหลิวยวนกลับไป “ได้สิ เข้าใจแล้ว”
หลิวยวนกับต้วนชิงหมิงเดินออกมาคุยกันไกลพอสมควร หลิวยวนจึงเล่าบทสนทนาระหว่างเชวียจื่อซวนกับเชวีย
หนิงซวนที่หน้าประตูเมื่อครู่นี้ออกมาอย่างละเอียดทุกคำพูด ให้ต้วนชิงหมิงได้รับฟัง
ในที่สุดหลิวยวนได้เล่าเรื่องจางเย่เป็นเรื่องท้าย “จางเย่ผู้นั้น พี่ก็เคยเห็นหน้าคาดตา เขามีชื่อเสียงในเรื่อง
วิตถาร… หากหนิงหรานออกเรือนไปกับเขาต้องไม่มีความสุขอย่างแน่นอน พี่คิดว่าอวี้เอ๋อร์จริงใจกับหนิงหรานจากใจ
จริง… ชิงหมิงต้องช่วยคิดหาวิธีช่วยให้น้องชายกับหนิงหรานได้ครองคู่กันถึงจะถูกต้อง”
หลิวยวนอยากให้สองคนนี้ได้คู่ครองกันมากกว่า ในสายตาของเขาการที่ได้คบหากับคนที่จริงใจ เรื่องอายุไม่ใช่สิ่ง
สำคัญที่สุด แม้ต้วนอวี้อายุจะน้อย แต่ความคิดความอ่านกลับโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นหลิวยวนจึงชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินที่หลิวยวนพูดออกมา ต้วนชิงหมิงรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย “พี่หลิวยวนวางใจได้ สองคนนั้นคนนึงเป็น
สหายคนสนิท ส่วนอีกคนเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของข้า จึงไม่มีทางมองดูอย่างนิ่งเฉยแน่นอน”