การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 587 ไปหาหรือไม่ไปหาดี?
ทุกคนในที่นี้หมายถึงผู้คนในใต้หล้า… คนที่ปกติไม่ค่อยมาพบ มาถึงตอนนี้กลับอยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋อย่าง
พร้อมเพรียงกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋กลับไม่พบหน้าใครสักคน ยกเว้นเสียแต่ต้วนชิงหมิงที่เขาปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง นั่น
หมายความว่านางมีความสำคัญต่อเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ไม่น้อย
ฉะนั้นองค์หญิงอวี้หลัวไม่มีทางเชื่อคำพูดของต้วนชิงหมิงโดยเด็ดขาด ต่อให้เชื่อก็ไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจ “เหตุใด
เขาจึงไม่พบหน้าใครเลย ยกเว้นเจ้าด้วยละ?”
ทางด้านหลิวยวนถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก บอกไม่ถูกเลยทีเดียว
“เพราะชิงหมิงมีธุระต้องคุยกับเขา” ต้วนชิงหมิงพูดอย่างจนปัญญา
องค์หญิงอวี้หลัวจึงเชิดหน้าไปทางอื่น “ชิงหมิงเจ้านี่ร้ายกาจจริงเชียว รู้ว่าทุกคนอยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่
กลับไม่พาใครเข้าไปด้านในด้วยแม้แต่คนเดียว”
สีหน้าท่าทางขององค์หญิงอวี้หลัวไม่หลงเหลือความสูงศักดิ์ในคราบขององค์หญิง แต่กับคล้ายคลึงกับเด็กสาวตัว
น้อยที่อยากได้ลูกอมเสียมากกว่า องค์หญิงอวี้หลัวใช้สายตาที่วิงวอน น่าสงสารจ้องมองไปที่ต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงรู้สึกอึดอัดจนทำตัวไม่ถูก นางจึงยกมือขึ้นกดหน้าผากที่ยังเจ็บอยู่ พลางเอ่ยอย่างจนปัญญาขึ้นว่า “ได้
คราวหน้าจะพาองค์หญิงไปด้วยกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่……”
พอองค์หญิงอวี้หลัวได้ยินสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเเย้มยิ้มออกมา “จริงเหรอ?”
ต้วนชิงหมิงมองท่าทางที่เจ้าเล่ห์เพทุบายขององค์หญิงอวี้หลัวแล้ว เกิดอยากเข้าไปตีนางสักทีสองทีให้หายมัน
เขี้ยว
ทำไมต้วนชิงหมิงถึงได้ใจอ่อนรับปากองค์หญิงอวี้หลัวไปอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้?
เป็นที่เล่าลือกันว่า องค์หญิงอวี้หลัวจะไม่มีทางยอมอะไรทั้งสิ้น หากนางยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ บัดนี้
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงรับปากนาง ถูกองค์หญิงอวี้หลัวถือเป็นคำมั่นเหมาะที่ให้ไว้แล้ว
หากองค์หญิงอวี้หลัวคิดเรื่องใดเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา จะต้องทำเรื่องนั้นให้สำเร็จจนได้ คงมีเพียงคนที่เคยรู้จักพูด
คุยกับนางมาเท่านั้น ถึงจะได้รู้ว่านางเป็นคนที่ยากจะสะบัดให้หลุดจากชีวิตได้ยากเพียงใด
องค์หญิงอวี้หลัวในเวลานี้ กระโดดโลดเต้นอยู่ข้างหน้าต้วนชิงหมิงด้วยความดีใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า “ชิงหมิง เจ้า
เตรียมตัวไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋เมื่อไหร่กัน… จะไปตอนนี้หรืออีกประเดี๋ยวค่อยไปกันดี?”
องค์หญิงอวี้หลัวอยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋จนมิอาจอดทนรอได้ไหวอีกต่อไปแล้ว
“อวี้หลัวใจร้อนเกินไปหน่อยแล้วกระมัง” ต้วนชิงหมิงกุมหัวพูด
“ไม่รีบๆ ที่จริงไม่รีบแม้แต่น้อยเลย ขอเพียงชิงหมิงพาข้าไปพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋สักเพียงครู่เดียวก็เพียงพอแล้ว
หากมีคนอื่นถามขึ้นมา ก็ตอบไปว่ามีธุระต้องพบเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ได้แล้วสิ?” องค์หญิงอวี้หลัวส่ายหน้าไปมา
……ในคราวนี้ ต้วนชิงหมิงอึ้งกิมกี่จนพูดไม่ออกแม้แต่ถ้อยคำเดียว
องค์หญิงอวี้หลัวไม่สนใจว่าต้วนชิงหมิงจะคิดอย่างไรกับนาง นางยื่นมือออกไปจับข้อมือต้วนชิงหมิง พลางหันไป
พูดกับหลิวยวนที่ยืนบังขวางทาง “ขอทางหน่อย ขอทางหน่อย”
หลิวยวนรีบหลีกทางให้องค์หญิงอวี้หลัวทันที และพึมพำกับตัวเขาเอง “ถ้าข้าเป็นเจ้าต้องรอให้ต้วนชิงหมิงพูดจน
จบเสียก่อน”
องค์หญิงอวี้หลัวนิ่งงันไปทันตา นางไม่ค่อยคุ้นเคยบุรุษด้านหน้าที่ปกติดูอ่อนโยน แต่ฝีปากกลับเจ็บแสบถึงทรวง
ได้ยินที่เขาเรียกชื่อ “ชิงหมิง” เพียงสั้นๆ ผนวกกับภาพที่ดึงกันไปดึงกันมาเมื่อครู่ ทำให้องค์หญิงอวี้หลัวคิดว่า
บุรุษนี้ต้องคุ้นเคยต้วนชิงหมิงเป็นอย่างดี
ในตัวของต้วนชิงหมิงมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าหลิวยวนก็ยังอยากอยู่ใกล้ และจะนับประสา
อะไรกับองค์หญิงอวี้หลัวด้วยเล่า
เหยียนหลิ่งอวี๋มองหลิวยวนหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว “เจ้าเป็นใครกัน?”
หลิวยวนพูดอย่างมีมารยาท “เรียนองค์หญิง กระผมนามว่าหลิวยวน”
“หลิวยวนอย่างนั้นหรือ?”
องค์หญิงอวี้หลัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องออกมาเสียงดังลั่น “หลิวยวน… ข้ารู้จักเจ้า องค์หญิงจิ่นซิ่วอยาก
อภิเษกกับเจ้าแต่ก็ไม่สำเร็จ จนสุดท้ายองค์หญิงจิ่นซิ่วได้มาหาเรื่องต้วนชิงหมิง เพื่อระบายความแค้นเคืองที่มีอยู่ออก
กระทั่งองค์หญิงอวี้หลัวอย่างข้า อดทนดูต่อไปไม่ไหวจำต้องเข้าไปช่วยเหลือ… หลิวยวน เจ้าทำร้ายจนได้เจ็บแสบไม่น้อย
ทีเดียว”
สายตาของหลิวยวนแข้งทื่อขึ้นมาเล็กน้อย เขานึกไม่ถึงว่าองค์หญิงอวี้หลัวจะกล้าพูดออกมาตรงๆ โดยไม่สนใจ
หน้าอินทร์หน้าพรหมใดทั้งสิ้น
ต้วนชิงหมิงรู้สึกขวยเขินขึ้นมาเล็กน้อย จนต้องพูดห้ามปรามออกมา “อวี้หลัว!”
องค์หญิงอวี้หลัวเห็นท่าทางที่ยากต่อการตัดสินใจของต้วนชิงหมิง ถึงรู้ได้ว่าสิ่งที่พลั้งปากออกไปตรงๆ เป็นสิ่งที่ยัง
ทำไม่ถูกต้อง
นางจึงพูดอมยิ้มออกมา “ชิงหมิงกลับไปที่ราบทุ่งหญ้ากับข้าเสียเถอะ ที่นั่นเจ้าอยากจะพูดอะไรก็ทำได้เต็มที่ โดย
ไม่ต้องกลัวจะไปล่วงเกินใคร แต่ต้าเซี่ยแห่งนี้ คำพูดเพียงประโยคเดียวสามารถตีความไปได้ต่างๆ นานา”
ต้วนชิงหมิงยิ้มคิกคักออกมา “ที่จริงแล้ว ชิงหมิงอยากไปที่ราบทุ่งหญ้าเสียเหลือเกิน”
องค์หญิงอวี้หลัวไม่รีบร้อนที่จะตอบต้วนชิงหมิงกลับ นางเลือกที่จะมองหลิวยวนบนลงล่าง ล่างขึ้นบนอีกครั้ง
จากนั้นพูดอย่างเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน “หลิวยวนใช่ไหม? เจ้าบอกมาสิกำลัง ว่ากำลังคิดอะไรเกินเลยกับต้
วนชิงหมิงใช่ไหม?
สัมผัสที่หกของสตรีนั้นค่อนข้างแม่นยำเป็นอย่างยิ่ง การที่องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่ชอบหน้าต้วนชิงหมิง จะต้องเป็น
เพราะหลิวยวนมีใจปฏิพัทธ์ให้ต้วนชิงหมิง หรือไม่ก็พูดได้ว่า ต้วนชิงหมิงกลับกลายเป็นศัตรูคู่หัวใจขององค์หญิงจิ่นซิ่วไป
โดยปริยาย ฉะนั้น หลิวยวนมีใจให้ต้วนชิงหมิงจริงไหม?
มาถึงตรงนี้ องค์หญิงอวี้หลัวดึงต้วนชิงหมิงเข้ามาหลบที่ด้านหลังของนาง พร้อมกับพูดเตือนหลิวยวนออกมา
“หลิวยวนข้ามาเพื่อหาภรรยาให้กับพี่ชายของข้า เจ้าอย่าได้คิดเกินเลยกับต้วนชิงหมิงเป็นอันขาด!”
สีหน้าที่จริงจังขององค์หญิงอวี้หลัวทำเอาต้วนชิงหมิงถึงกับขมวดคิ้วจนใบหน้าเครงเครียด
ดูท่าแล้ว องค์หญิงอวี้หลัวคงมองต้วนชิงหมิงเป็นทรัพย์สินส่วนตัว อีกทั้งยังคอยสังเกตอยู่เสมอว่ามีบุรุษใด ได้
แวะเวียนเข้ามาหาต้วนชิงหมิงบ้าง
หลิวยวนถึงกับชะงักด้วยรู้ว่าถูกองค์หญิงอวี้หลัวต้อนเสียจนมุมไปแล้ว
เป็นที่รู้ว่าองค์หญิงอวี้หลัวเป็นคนพลิกแพลงเก่ง ไหวพริบว่องไว ทำเอาหลิวยวนงงงวยจนไปไม่ถูก
ต้วนชิงหมิงกลัวว่าหลิวยวนที่ยืนอยู่ด้านข้างจะพูดจาไม่สมควรออกมา ด้วยถูกองค์หญิงอวี้หลัวพูดเหน็บแนมดัก
หน้าดักหน้า นางจึงรีบเข้าไปดึงชายเสื้อขององค์หญิงอวี้หลัว พูดเตือนสติว่า “องค์หญิงบอกอยู่เมื่อครู่มิใช่หรือ อยากไป
หาเหยียนหลิ่งอวี๋?”
ทันทีที่องค์หญิงอวี้หลัวได้ยิน รีบดึงต้วนชิงหมิงเข้ามาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “ไปกันเลยสิ พวกเราไปตอนนี้เลยจะ
ได้ไหม?”
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงหงายไพ่ที่สำคัญอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมา องค์หญิงอวี้หลัวกลับลืมสิ่งที่จี้ถามหลิวยวนไป
เสียสนิท
บัดนี้ ภายในใจและสายตาขององค์หญิงอวี้หลัว มีสิ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นมา นั่นก็คือเรื่องของเหยียนหลิ่งอวี๋
หลิวยวนยืนอยู่ที่เดิม พร้อมกับมองต้วนชิงหมิงที่ฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
เมื่อก่อนนี้ หลิวยวนมักคิดเสมอว่าหลิวยวนเป็นคนไม่ทำอะไรตามกฎเกณฑ์ แต่ในเวลานี้ หลิวยวนกลับพบว่า ต้
วนอวี้ยังห่างชั้นกับองค์หญิงอวี้หลัวเป็นเท่าตัว
พอเห็นท่าทางองค์หญิงอวี้หลัวที่จริงจังตั้งใจ อยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ให้จงได้ ต้วนชิงหมิงจึงถอนหายใจออก
มา “องค์หญิง เชื่อคำพูดของชิงหมิงหรือไม่?”
องค์หญิงอวี้หลัวกะพริบตาปริบๆ เอ่ยว่า “พูดตามตรงแล้ว ข้าไม่เชื่อเลย!”
ในทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงถึงกับอึ้งจนพูดไม่ถูก
องค์หญิงอวี้หลัวจึงสำทับเพิ่มขึ้นมา “แต่ถ้าเจ้าพาข้าไปพบเหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าถึงจะเชื่อ!”
สิ่งที่องค์หญิงอวี้หลัวพูดออกมานั้น เป็นการตอกยํ้าถึงการไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมให้ถูกสลัดทิ้ง ฉะนั้นคำถามแบบ
นี้มักไม่มีคำตอบ
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่ดึงดันขององค์หญิงอวี้หลัวแล้ว ต้วนชิงหมิงได้แต่อดทนอดกลั้น และเรียบเสียงปกติต่อไป
“ชิงหมิงขอพูดตรงๆ เลยนะองค์หญิง เหยียนหลิ่งอวี๋ยังไม่สะดวกพบใครในตอนนี้ หากองค์หญิงรับฟังคำพูดของชิงหมิงก็
จงอย่าเพิ่งไปเลย ต่อให้อยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋มากเพียงใด ควรรอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อนสักระยะหนึ่ง หากยืนยัน
ว่าจะไปให้ได้ เกรงว่าจะเป็นการสร้างเรื่องมากกว่า”
องค์หญิงอวี้หลัวได้ฟังแล้วก็กัดริมฝีปากใคร่ครวญ ชั่งใจกับสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดมา
ทางด้านหลิวยวนมิกล้าตอบคำถามใดขององค์หญิงอวี้หลัวอีกแล้ว แต่พอเห็นนางมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
หลิวยวนจึงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นว่า “คำพูดชิงหมิงถูกต้อง… การที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่พบหน้าใครจะต้องมีเหตุผลในตัวของมัน
หรือไม่ก็มีบางอย่างที่พูดออกมาให้ใครฟังมิได้ หากองค์หญิงยังคงยืนกรานบีบบังคับจิตใจต้วนชิงหมิง คงต้องมาถึงทาง
แยกในชีวิตกันแล้ว”
คำพูดของหลิวยวนทำให้องค์หญิงอวี้หลัวถึงกับงงงวยขึ้นไปอีก นางแค่อยากพบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋สักครั้งหนึ่ง
ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง แต่ไม่ได้อยากผิดใจกับเหยียนหลิ่งอวี๋
ในเมื่อหลิวยวนเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง ถึงเวลาที่องค์หญิงอวี้หลัวจะต้องลดความอยากพบหน้าลงไปให้ได้
ยังมีต้วนชิงหมิงที่ถึงแม้จะทำตัวน่าชิงชัง แต่พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานกลับไม่เคยหลอกเขา
องค์หญิงอวี้หลัวกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ “เชอะ! พวกเจ้าล้วนสกัดดาวรุ่งของข้า ไม่ให้ไปพบหน้าเหยียนหลิ่ง
อวี๋ก็ตามใจ”