การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 591 โทษข้อหาหนัก
ลู่เหอได้ยินที่องค์หญิงจิ่นซิ่วพูดจึงผงะถอยไปสองสาวก้าว ก้มหน้าลงแต่โดยดี แม้ว่าสายตาของนางจะเหลือบเห็น
สีหน้าที่ไม่พอใจของต้วนอวี้หราน ทว่านางก็ต้องก้มหน้ายอมรับการสั่งสอนขององค์หญิง
องค์หญิงจิ่นซิ่วหันไปทางต้วนอวี้หรานด้วยสายตาที่เป็นประกาย “ต้วนอวี้หราน คำพูดของข้า เจ้าได้ยินชัดเจน
หรือยัง?”
องค์หญิงจิ่นซิ่ววางถ้วยนํ้าชาในมือลง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้น หากในจวนต้วนไม่มีต้วนชิงหมิงแล้ว อี๋เหนียงของ
เจ้าก็จะกลายเป็นภรรยาเอก แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นบุตรสาวภรรยาเอกไปโดยปริยาย”
บุตรสาวลูกภรรยาเอกถือว่ามีหน้ามีตาในสังคม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้วนอวี้หรานปรารถนามาโดยตลอด บัดนี้ทุกอย่าง
ใกล้กลายเป็นจริงแล้ว ประกอบกับที่องค์หญิงจิ่นซิ่วชิงชังต้วนชิงหมิง ย่อมไม่มีทางปล่อยนางไปได้อย่างแน่นอน หากไม่
กำจัดต้วนชิงหมิงให้พ้นทาง คุณหนูรองอย่างนางก็ไม่มีที่ยืนในจวน
สายตาของต้วนอวี้หรานเต็มเปียมไปด้วยความหวัง ทว่าต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้ นางจึงโค้งคำนับแสดงความ
เคารพองค์หญิงจิ่นซิ่ว พูดอย่างชอบอกชอบใจ “ขอให้สิ่งที่องค์หญิงพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงเพคะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วปรายตามองดูต้วนอวี้หรานที่เสแสร้งแกล้งทำ ด้วยจิตใจที่ไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่ แต่ภายนอก
กลับไม่แสดงออกมา และเลือกพูดอย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องมาขอบใจข้าหรอก ขอเพียงเจ้าช่วยข้าทำเรื่องให้สำเร็จ ข้า
ย่อมทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง”
เวลาผ่านไประสักหนึ่ง องค์หญิงจิ่นซิ่วได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าจะขอให้เสด็จพ่อแต่งตั้งให้อี๋เหนียงของเจ้าเป็นฮู
หยินจวนต้วน”
เป็นที่รู้กันว่าในราชวงศ์ต้าเซี่ยที่ปกครองมากว่าสองร้อยกว่าปี คนที่ถูกแต่งตั้งเป็นฮูหยินมีมากมายจนนับมิถ้วน
แล้ว ในราชสำนักนั้น หากใครได้รับแต่งตั้งอะไรก็ตาม นับว่าเป็นหน้าเป็นตายิ่งนัก
ในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา มีผู้คนได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยินมิน้อย หากหลิวหรงได้รับแต่งตั้งเป็นภรรยา
เอก ตำแหน่งบุตรสาวลูกภรรยาก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมต้วนอวี้หรานแล้ว
พอคิดมาได้ถึงจุด ต้วนอวี้หรานก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจ และพูดอย่างลืมตัวว่า “จริงหรือเพคะ?”
เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ยินสิ่งที่ต้วนอวี้หรานถามด้วยความสงสัย นางจึงตอบเสียงเย็นชา “หรือเจ้าคิดว่า คำพูด
องค์หญิงอย่างข้าเป็นสิ่งที่เชื่อถือมิได้งั้นหรือ?”
ถึงแม้คำพูดเหล่านี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วต้องการเหน็บต้วนอวี้หรานเท่านั้น แต่เปั้าหมายแท้จริงที่ต้องการคือให้ต้วนอวี้
หรานจงรักภักดี ส่วนเรื่องสัญญาที่รับปากไว้จะทำจริงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องขององค์หญิงจิ่นซิ่ว แม้องค์หญิงจะรับปากไป
อย่างนั้นแหละ แต่เมื่อถูกสงสัยในตัว องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงรู้สึกขัดเคืองใจ
เมื่อเห็นองค์หญิงจิ่นซิ่วเหมือนจะโมโหเปั้นผืนเป็นไฟ ต้วนอวี้หรานจึงรีบก้มหน้าด้วยใบหน้าละห้อยหา ไม่เอ่ย
วาจาใดออกมา
องค์หญิงจิ่นซิ่วมองไปที่ต้วนอวี้หราน พยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง “จริงๆ แล้ว สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าทำนั้น
เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เจ้าแค่วางแผนให้คนอื่นเห็นของที่อยู่กับต้วนชิงหมิงก็พอแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้ว”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังก็พูดด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ “ง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?”
เดิมทีองค์หญิงจิ่นซิ่วเก็บต้วนอวี้หรานไว้ เพื่อต้องการให้นางทำเรื่องที่มีความยากลำบากเปั้นพิเศษ แต่กลับนึกไม่
ถึงว่าสิ่งที่ต้วนอวี้หรานต้องทำเพียงแค่เอาถุงหอมที่ติดตัวต้วนชิงหมิงออกมา ให้คนอื่นเห็นเท่านั้น ไม่รู้ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่ว
ต้องการให้ใครเห็นกันแน่
“หม่อมฉันขอสอบถามหน่อยเพคะ ถุงหอมใบนั้นแค่ให้คนสังเหตเห็นก็เพียงพอแล้วหรือเพคะ?” ต้วนอวี้หราน
ถามด้วยความฉงน
องค์หญิงจิ่นซิ่วตอบเสียงเรียบ “อีกสองสามวัน ที่จวนของเจ้าจะมีคนไปเยี่ยมเยือน เจ้าแค่เตรียมตัวให้คนไปจวน
ได้เห็นถุงหอมที่ติดตัวต้วนชิงหมิงก็เพียงพอแล้ว”
ต้วนอวี้หรานฟังแล้วเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่ง แม้นางยังไม่เข้าใจเปั้าหมายขององค์หญิงจิ่นซิ่วทั้งหมด แต่ดูท่าแล้ว
แผนการในครานี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วตั้งใจวางไว้เพื่อต้วนชิงหมิงเป็นพิเศษ
แต่ไม่ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วจะต้องการเล่นงานต้วนชิงหมิงอย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับต้วนอวี้หรานแม้แต่น้อย การ
ลงมือในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในวังหลวงที่น่ากลัวเหมือนครั้งก่อน ฉะนั้นต้วนอวี้หรานจึงไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“อย่างนั้น ขอเรียนถามองค์หญิงยังมีเรื่องอื่นอีกไหมเพคะ?” ต้วนอวี้หรานถามขึ้น
องค์หญิงจิ่นซิ่วส่ายหน้าไปมา ก่อนเอ่ยว่า “ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว หากมีเรื่องอื่นขึ้นมา ข้าจะส่งคนมาบอกเจ้า”
“เรียนองค์หญิง หม่มอฉันเข้าใจแล้วเพคะ” ต้วนอวี้หรานพยักหน้างกๆ`
องค์หญิงจิ่นซิ่วใช้สายตาที่แปลกประหลาดมองไปยังต้วนอวี้หราน ราวกับจะเอ่ยสิ่งใด แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เอ่ย
ออกมา องค์หญิงเพียงแค่ผายมือให้ต้วนอวี้หรานออกไปได้
ต้วนอวี้หรานรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก นางเดินถอยหลังอย่างระวังแล้วปิดประตูให้สนิท
เมื่อต้วนอวี้หรานเดินจากไปแล้ว ภายในห้องจึงเหลือเพียงหัวหน้าบ่าวใช้ลู่เหอและองค์หญิงจิ่นซิ่วเพียงสองคน
ในที่สุด องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ลุกเดินออกมาจากเงามืดตรงมุมห้อง จากนั้นผินหน้าทอดสายตาไปนอกหน้าต่าง คิด
อะไรเรื่อยเปือย
ลู่เหอที่ยืนคอยรับใช้องค์หญิงจิ่นซิ่วอยู่ด้านหลังตลอด เมื่อเห็นองค์หญิงจิ่นซิ่วอารมณ์ไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่ ลู่เหอ
จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “องค์หญิงไม่คิดบอกแผนการนั้นให้ต้วนอวี้หรานรู้หรือเพคะ?”
เรื่องนั้นสำหรับต้วนอวี้หราน ต้วนชิงหมิง แม้กระทั่งคนในจวนต้วนจะเป็นเรื่องที่ใหญ่จนน่าตกใจ ทว่าเรื่องนี้องค์
หญิงไม่คิดจะบอกต้วนอวี้หราน ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าต้วนอวี้หรานจะเปลี่ยนใจไปช่วยต้วนชิงหมิงหรือเปล่า
องค์หญิงจิ่นซิ่วมองไปที่ลู่เหอพลางพูดด้วยเสียงเย็นชา “เจ้าคิดว่า ถ้าข้าบอกต้วนอวี้หรานไปจะมีประโยชน์
อะไร?”
หมากตัวหนึ่งหากใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถเปลี่ยนแปลงผลได้อย่างมหันต์ ส่วนเรื่องที่ยังมาไม่ถึงก็ไม่เกี่ยวอะไร
กับต้วนอวี้หราน
ลู่เหอคิดๆ ดูแล้วก็พูดอย่างกังวลใจออกมา “องค์หญิง ลองคิดดูนะเพคะ ถ้าจวนต้วนถูกสั่งตรวจสอบ ทุกคนใน
จวนต้องไปอยู่ในคุก ถึงตอนนั้น ถ้าต้วนอวี้หรานเผลอสารภาพความจริงทุกอย่างออกมา องค์หญิงจะยังทำตามสิ่งที่องค์
หญิงสั่งไว้ไหมเพคะ?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วนำคำพูดลู่เหอกลับมาใคร่ครวญอย่างจริงจัง ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “ข้าจะส่งคนคอยเตือนสติ
นางอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้นางทำอะไรที่ไม่ได้อยู่ในแผนเป็นอันขาด”
ในเวลานี้ ลู่เหอทำได้เพียงพยักหน้าเป็นการรับทราบ
จากนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วจึงพูดพึมพำออกมา “คำพูดของเจ้าช่วยเตือนสติข้าไว้… ช่วงที่จวนต้วนและต้วนชิงหมิงยัง
ไม่ล้ม ต้วนอวี้หรานต้องห้ามเป็นอะไรทั้งนั้น!”
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับต้วนอวี้หรานเสียก่อน ใครจะช่วยองค์หญิงเล่นงานต้วนชิงหมิง ให้ร้องวิงวอนขอชีวิตเล่า
ดูท่าแล้ว การใช้หมากตัวหนึ่งให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องใส่ใจเสียหน่อย เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา
“องค์หญิงวางใจได้เพคะ ถึงตอนนั้นส่งคนไปคอยติดตามเตือนสตินาง ให้ทำตามแผนที่รับปากองค์หญิงไว้ เพื่อจะ
ได้รับความคุ้มครองก็ได้แล้วเพคะ” ลู่เหอพูดยิ้มๆ
“อืม เอาตามที่เจ้าพูดมาแล้วกันลู่เหอ” องค์หญิงจิ่นซิ่วพยักหน้าเห็นด้วย
“เพคะ” ลู่เหอตอบรับอย่างแข็งขัน
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความเฉลียวฉลาดของลู่เหอ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องต้องหมดทำหมด ทำเพียงครึ่งเดียวก็เพียง
พอแล้ว
เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วกล่าวจบลงได้ลุกขึ้นยืน และก่อนจากไป นางได้หัวเราะเยาะอย่างสะใจขึ้น “ชิชะ วางแผน
ทำร้ายองค์ชาย โทษเพียงข้อหานี้ก็ทำให้จวนต้วนต้องจบเห่แล้ว ถึงตอนนั้นทั้งต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานต้องตาย
ทั้งหมด”
ไม่ว่าต้วนชิงหมิงที่น่าชิงชัง หรือว่าต้วนอวี้หรานที่โง่เขลา กระทั่งคนในจวนต้วนทุกชีวิต ต้องจบชีวิตลงในคราว
เดียวกันทั้งหมด
เมื่อได้ยินที่องค์หญิงจิ่นซิ่วพูดออกมา ลู่เหอแอบตัวสั่นระริกออกมา จากนั้นรีบก้มหน้าเข้าไปยื่นมือให้องค์หญิง
จิ่นซิ่วจับ และนำทางกลับ