การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 592 ท่านแม่กับบุตรสาว (1)
เมื่อต้วนอวี้หรานเดินออกมาก็รีบสาวเท้าก้าวเดินอย่างรวดเร็ว เพื่อกลับไปให้ถึงจวนต้วนก่อนหน้าต้วนชิงหมิง
ทว่านางเดินเลี้ยวหัวมุมไปกลับพบว่ารอบด้านทั้งสี่ ไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว จึงเลือกเปลี่ยนเส้นทางการกลับจวน
เส้นทางที่ต้วนอวี้หรานเดินไปดูเหมือนว่าไม่ใช่ทางกลับจวน แต่ดูเหมือนนางกำลังจะไปพบใครหรือทำอะไรสัก
อย่างหนึ่ง
พอต้วนอวี้หรานเลี้ยวซ้ายทีเลี้ยวขวาที จนสุดท้ายเดินเข้าไปในเรือนที่ดูแสนธรรมดา เรือนนั้นปิดประตูแนบสนิท
ด้านในเงียบสงัด ก่อนจะเข้าไปต้วนอวี้หรานหันหลังมองเพื่อดูว่ามีใครที่แอบสะกดรอยตามมาบ้างไหม เมื่อไม่เห็นผู้ใด
สะกดรอยตามมา นางจึงเคาะประตูเบาๆ หลายครั้ง
ในเรือนด้านในแง้มเปิดประตูออก พอคนที่อยู่ด้านในเห็นต้วนอวี้หราน พลันถามนางเสียงแผ่วเบาขึ้น จากนั้นนาง
ก็หยิบของบางอย่างออกมาจากเสื้อด้านในยื่นให้อีกฝั่าย พออีกฝั่ายเห็นก็รีบเก็บไปทันที ไม่นานต้วนอวี้หรานก็เดินกลับ
ออกไปถนนที่มีคนพลุกพล่านดังเดิม
ต้วนอวี้หรานเดินออกไปเลี้ยวเข้าไปที่ร้านนํ้าชาหลี่จี้ ในขณะที่เยวี่ยหวารอนางอย่างร้อนใจไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาในร้าน เยวี่ยหวาถึงกับโล่งอก รีบพูดออกมา “คุณหนูกลับมาแล้ว บ่าวร้อนใจเสีย
แทบแย่เลยเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่เช้าต้วนอวี้หรานได้ปล่อยให้เยวี่ยหวาอยู่ที่นี่ โดยบอกว่ามีธุระต้องจัดการ นางจึงได้แต่นั่งรออยู่ตรงนี้ ไม่
กล้าไปไหนทั้งนั้น ด้วยยังเป็นห่วงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับต้วนอวี้หราน ดังนั้นการนั่งรอเพียงหนึ่งยามสองยาม ช่างยาวนาน
เหมือนนั่งรอคืนสองคืนอย่างนั้น
บัดนี้ ต้วนอวี้หรานกลับมาแล้ว ในใจเยวี่ยหวาเลยเหมือนยกภูเขาออกจากอก นางรีบยกถ้วยนํ้าชาไปให้ต้วนอวี้
หรานดื่มดับกระหาย
ตลอดทางที่ผ่านมา ต้วนอวี้หรานทั้งเดินทั้งวิ่งด้วยความรีบร้อน จนเหงื่อไหลไคลย้อยออกมาทั้งตัว นางรับถ้วยนํ้า
ชาที่เยวี่ยหวายื่นให้ ดื่มจนหมดภายในพรวดเดียว
ต้วนอวี้หรานวางถ้วยนํ้าชาลงบนโต๊ะ พลางพูดกับเยวี่ยหวาขึ้น “เยวี่ยหวา ข้าหิวแล้ว เจ้าไปหาของทานเล่นให้ข้า
หน่อย”
เยวี่ยหวารีบรับคำ จากนั้นเรียกให้เสี่ยวเอ้อที่เพิ่งเดินผ่านไปให้หยุด และสั่งของทานเล่นไปนิดหน่อย
เยวี่ยหวายังรู้สึกสงสัยถึงการหายไปตั้งครึ่งค่อนวันของคุณหนู แต่นางไม่กล้าเอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อนางหันหน้ากลับมาได้พบรองเท้าของต้วนอวี้หรานเลอะสกปรกไปหมด เสื้อผ้าติดเศษดินเศษฝุั่นมามาก ดู
แล้วเหมือนเดินไปไม่น้อย เยวี่ยหวาจึงจดจำไว้ในใจโดยไม่ได้พูดออกมา
จากนั้นเยวี่ยหวารีบถือกานํ้าชาเข้าไปรินชาในถ้วยให้ต้วนอวี้หรานดื่มอีกหลายต่อหลายแก้วจนดับกระหาย
นํ้าเหงื่อที่ไหลรินออกมาตรงใบหน้า ทำเอาแปั้งที่ผลัดไว้หลุดลอกออกมา เยวี่ยหวาจึงต้องรีบนำผ้าเช็ดหน้าเข้าไป
ซับเหงื่อ และผลัดแปั้งแต่งหน้าให้ต้วนอวี้หรานใหม่
ในระหว่างที่เยวี่ยหวากำลังง่วนอยู่กับการผลัดแปั้ง เพื่อไม่ให้คนที่จวนต้วนดูออกว่าไปทำอะไรมา ต้วนอวี้หรานก
ลับคิดอะไรไปเรื่อยเปือยแล้ว
การออกมาข้างนอกในวันนี้ของต้วนอวี้หราน ไม่ใช่มาเพื่อหาองค์หญิงจิ่นซิ่วเพียงอย่างเดียว เพราะหลังจากที่นาง
ประสบกับเรื่องราวในวังหลวงครั้งก่อน ต้วนอวี้หรานเข้าใจอยากทองแท้แล้วว่า อย่าได้ทำให้สตรีที่อยู่ในวังหลวงไม่พอใจ
มิอย่างนั้นชีวิตอาจจะหาความสงบสุขไม่ได้อีกเลย
แต่ต้วนอวี้หรานกลับไม่อยากปล่อยเหยื่ออย่างองค์หญิงจิ่นซิ่วไป นางจะช่วยองค์หญิงจิ่นซิ่วทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
ให้สำเร็จ หลังจากนั้นค่อยหาวิธีใช้องค์หญิงจิ่นซิ่วคืนบ้างก็เท่านั้นเอง
ในที่สุดวันนี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วก็ยอมสัญญากับต้วนอวี้หรานแล้ว แต่ในใจของต้วนอวี้หรานกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
นัก
เรื่องที่องค์หญิงจิ่นซิ่วชิงชังต้วนชิงหมิงนั้น ต้วนอวี้หรานพอรู้มามิมากก็น้อย ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วตั้งใจจ้องเล่นงานต้
วนชิงหมิงให้แพ้ราบคาบ
ต้วนอวี้หรานยินดีที่จะเล่นงานต้วนชิงหมิงโดยไม่มีทางใจอ่อนเด็ดขาด นางยินดีใช้ทุกวิถีทาง หรือหยิบยืมอำนาจ
จากคนอื่นมาทำให้ต้วนชิงหมิงซวยให้ได้ แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งคือ คนที่ซวยต้องมีแต่ต้วนชิงหมิง จะมาสั่นคลอน
ตำแหน่งและผลประโยชน์ของต้วนอวี้หรานมิได้เป็นอันขาด
องค์หญิงจิ่นซิ่วอยากควบคุมต้วนอวี้หรานอยู่ห่างๆ ในจุดนี้ต้วนอวี้หรานเองก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ส่วนเรื่องที่องค์หญิง
จิ่นซิ่วชิงชังต้วนชิงหมิงนั้นเป็นเรื่องจริง สรุปแล้ว องค์หญิงจิ่นซิ่วกับต้วนอวี้หรานต่างมีความสัมพันธ์ที่ต่างฝั่ายต่างได้
ประโยชน์ร่วมกัน
เมื่อดูท่าทีขององค์หญิงจิ่นซิ่วที่มีต่อเรื่องนี้ ต้วนอวี้หรานเข้าใจได้ทันทีว่าองค์หญิงต้องการยิงปืนนัดเดียวได้นก
สองตัว นกตัวแรกคือต้วนชิงหมิง ส่วนตัวที่สองก็คือต้วนอวี้หรานนั่นเอง
ทว่าจุดที่ต้วนอวี้หรานยังคิดหาคำตอบไม่ออก คือจะใช้ประโยชน์จากถุงหอมอย่างไร ทำไมองค์หญิงจิ่นซิ่วถึงเอ่ย
ด้วยนํ้าเสียงที่มีความมั่นใจอย่างเปียมล้นด้วย
การที่องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่ได้เชื่อใจต้วนอวี้หรานนั้น ต้วนอวี้หรานย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจเช่นกัน
พูดได้ว่า พอถุงหอมใบนั้นมาถึงมือของต้วนอวี้หราน นางก็ตรวจดูด้านนอกด้านในของถุงหอมอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เดิมทีนางคิดว่า ภายในถุงหอมจะต้องผสมยาพิษบางอย่างเข้าไป เพื่อทำลายร่างกายให้ต้วนชิงหมิงเจ็บปั่วยขึ้นมา
แต่ว่าต้วนอวี้หรานได้คิดดูอยู่หลายทาง ในที่สุดได้ข้อสรุปว่า ถุงหอมใบนี้ไม่เพียงจะไม่มีพิษ อีกทั้งส่วนผสมยัง
เป็นของที่มีราคาสูงลิบลิ่ว หากสตรีโดยทั่วไปนำไปใช้ติดตัว จะช่วยให้สมองโล่งปลอดโปร่ง อีกทั้งมีผลให้หน้าตาผิว
พรรณดูสดใสเปล่งปลั่ง
พูดตามตรง ของที่มีค่ามีราคาเช่นนี้ หากนำไปให้ต้วนชิงหมิงถือว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นต้วนอวี้หราน
แอบคิดขึ้นมาในใจว่า องค์หญิงจิ่นซิ่วเกลียดต้วนชิงหมิงเข้ากระดูกดำ คงไม่มีทางส่งของที่ราคาสูงลิบลิ่วเช่นนี้ให้อย่าง
แน่นอน
ถึงแม้ว่าต้วนอวี้หรานยังไม่รู้ถึงวิธีการใช้ถุงหอมที่จะให้ต้วนชิงหมิง ทว่านางก็ยังคงจะนำถุงหอมที่องค์หญิงจิ่นซิ่ว
ให้นี้ไปติดไว้ข้างกายต้วนชิงหมิงตามคำสั่ง
เรื่องของถุงหอมนั้น ต้วนอวี้หรานดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือต้องคอยดูองค์หญิงจิ่นซิ่วจะใช้ไม้ไหน
เล่นงานต้วนชิงหมิงแล้ว
อันที่จริงนั้น ต้วนอวี้หรานหาใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่ใครคิด นางย่อมรู้ความน่ากลัวในการร่วมมือครั้งนี้
รอให้เรื่องนี้สำเร็จลุล่วง นางจะไม่ขอยุ่งช่วยเหลือองค์หญิงจิ่นซิ่วอีก แต่ข้อเสนอที่องค์หญิงจิ่นซิ่วหยิบยื่นให้นั้น ช่างล่อ
ตาล่อใจนางเหลือเกิน จนนางอยากทำเรื่องนี้ให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
แต่ต้วนอวี้หรานรู้ดีอยู่แก่ใจ การที่ถือคำสัญญาปากเปล่ากับองค์หญิงจิ่นซิ่ว นับว่ายังไม่หนักแน่นเพียงพอ นางจึง
คิดถึงคนหนึ่งขึ้นมาได้ ในระหว่างที่ต้วนอวี้หรานพยักหน้ารับปากองค์หญิงจิ่นซิ่วงกๆ เรียบร้อยแล้ว นางก็ได้นำเรื่องราว
ไปทั้งหมดไปเล่าให้อีกคนหนึ่งฟัง คนคนนั้นยืนดียื่นมือช่วยเหลือต้วนอวี้หราน หากมีภัยที่คืบคลานเข้ามาจวนตัว
สิ่งที่เหลืออยู่ในเวลานี้ ก็มีเพียงความแค้นความชิงชังระหว่างคนคนนั้นกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว ไม่เกี่ยวกับต้วนอวี้หรา
นแม้แต่น้อย
พอดื่มชาเรียบร้อยจนดับกระหายแล้ว ต้วนอวี้หรานก็หยิบของทานเล่นขึ้นมากินจนจุใจ หลังจากนั้นก็พาเยวี่ย
หวากลับจวนต้วน
เมื่อต้วนอวี้หรานกลับถึงจวนนั้น ท้องฟั้าโพล้เพล้จนเกือบมืดมิดไปทั่วแล้ว เยวี่ยหวาได้เข้าไปแอบถามคนที่เฝั้า
ประตูจวน จึงได้รู้ว่าต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้กลับมาแล้ว นอกจากต้วนเจิ้งที่ต้องไปราชการข้างนอกยังไม่กลับ ก็ดูเหมือน
จะเหลือเพียงต้วนอวี้หรานคนเดียวที่ยังไม่กลับเข้าจวน
ต้วนอวี้หรานเดินเข้าประตูจวนดุ่มๆ กลับไปที่เรือน โดนที่หลิวหรงได้นั่งรอนางอยู่ที่นั่น
หลิวหรงในช่วงนี้มีสภาพที่ซูบซีด ซีดเซียว ผอมลงอย่างผิดหูผิดตาเป็นอย่างมาก
โรคที่หลิวหรงเป็นอยู่นั้นได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะต้องใช้เงินทองไปมากมายจนเกือบสิ้นเนื้อ
ประดาตัว แต่ถ้าแลกกับอำนาจและความรักที่สูญเสียไป เงินทองที่เสียไปนั้นถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา
หลิวหรงยังเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าตู้ชิงหรวนหรือติงโหรวจะกลับมา ขอเพียงหลิวหรงยังอยู่ในจวนต้วน สตรีที่กุมอำนาจ
ในจวนยังต้องเป็นนางอยู่วันยังคํ่า
เดิมที หลิวหรงตั้งใจว่าหลังจากที่นางรักษาตัวจนหายดีแล้ว จะรีบลงมือดึงหัวใจของต้วนเจิ้งให้กลับมาที่นาง แต่
ความคิดนี้กลับเป็นอันต้องยุติลง