การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 593 ท่านแม่กับบุตรสาว (2)
เนื่องจากมีท่านหมอมาช่วยรักษาอาการปั่วยหมอหลิวหรงให้ดีขึ้น ทั้งกำชับนางต้องทานยาตลอดสามเดือนไม่มี
วันหยุด ห้ามร่วมหอกับสามี มิฉะนั้นโรคที่เป็นอยู่จะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง และไม่มีทางรักษาได้อีกเลย นอกจากนี้ยังให้
หลิวหรงทานอาหารรสอ่อนเท่านั้น
การกำชับกำชับของท่านหมอ ทำให้หลิวหรงต้องพยายามกดความปรารถนา ที่จะไปเล่นงานตู้ชิงหรวน และต้อง
หยุดความตั้งใจที่จะไปเดินลอยหน้าลอยตายั่วเย้าต้วนเจิ้งเอาไว้ก่อน ในเวลานี้ หลิวหรงทำได้เพียงเริ่มสร้างพวกในจวน
ขึ้นมาใหม่ เพื่อรอคอยโอกาสกลับาผงาดในจวนต้วนอีกครั้ง
หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลิวหรงจึงอยากมาพบหน้าต้วนอวี้หรานที่ไม่ได้เจอมา
หลายวัน แต่นึกไม่ถึงว่า เมื่อนางเข้ามาในเรือนของต้วนอวี้หราน กลับได้ยินบ่าวใช้ที่เข้าประตู บอกว่าคุณหนูรองออกไป
นอกเรือนตั้งแต่เช้า จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้กลับมา
เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ หลิวหรงถูกยึดอำนาจในการดูแลจัดการจวนต้วนไป ดังนั้นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ภายใน
จวนทั้งหมด จึงเป็นหน้าที่ของต้วนเจิ้งไป ส่วนต้วนชิงหมิงคอยช่วยเหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
หากต้วนเจิ้งมีธุระไปข้างนอก ต้วนชิงหมิงจะเป็นคนดูแลทุกอย่างภายในจวนทั้งหมด ในระยะนี้ ต้วนเจิ้งมีงาน
ค่อนข้างยุ่งเป็นพิเศษ กฎระเบียบต่างๆ ที่หลิวหรงเคยตั้งไว้ก็ถูกยกเลิกไปจนเกือบหมด เช่นเดียวกับวันนี้ที่ต้วนอวี้หรา
นออกไปข้างนอก หากเป็นเมื่อก่อนจำเป็นต้องให้หลิวหรงอนุญาตเสียก่อน มิฉะนั้น ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดออกไปนอก
จวนแม้แต่ก้าวเดียว
หลิวหรงรู้สึกห่วงต้วนอวี้หรานเป็นอย่างมาก ดังนั้นนางจึงรออยู่ในเรือนของหลิวหรง โดยนึกไม่ถึงว่าจะต้องรอ
เป็นเวลาครึ่งค่อนวัน
ท้องฟั้าค่อยๆ มืดมิดลงไปอย่างเชื่องช้า ในใจของหลิวหรงจึงกระวนกระวายใจขึ้นมา พร้อมกับจะส่งคนออกไปตา
มหาต้วนอวี้หรานพอดี ทันใดนั้น ประตูเรือนได้เปิดออก มีบ่าวใช้ตัวน้อยที่เฝั้าประตูได้เอ่ยถามขึ้นว่า “คุณหนูรอง กลับ
มาแล้วหรือเจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หรานตอบ “อืม” ก่อนจะเดินเข้าไปในเรือน
หลิวหรงที่ยืนอยู่ในห้องก็รีบลุกขึ้นยืน เดินไปหาถึงหน้าประตู ถามอย่างอาทร “หรานเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ?”
ต้วนอวี้หรานไม่คิดว่าหลิวหรงจะมาอยู่ที่นี่ได้ นางจึงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าหลิวหรง หลิว
หรงได้เรียกชื่อของต้วนอวี้หรานขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ต้วนอวี้หรานตอบรับและเดินเข้าไปข้างในห้องโดยไม่สนใจหลิวหรง
หลิวหรงเดินตามต้วนอวี้หรานเข้ามาด้านใน มองดูเยวี่ยหวาช่วยนางล้างหน้าล้างตา จากนั้นหลิวหรงได้เดินเข้าไป
ช่วยต้วนอวี้หรานดึงปินหยกออก
ภาพใบหน้าที่งดงาม ผิวพรรณที่เรียบเนียบของต้วนอวี้หราน แม้อายุจะยังน้อย แต่กลับดูเปียมไปด้วยวัยสาวที่
กำลังบานสะพรั่ง
หลิวหรงมองต้วนอวี้หรานในกระจก พลางรู้สึกไหลเคลิ้มไปกับความงามของบุตรสาว
ดูเหมือนว่าต้วนอวี้หรานจะเหน็ดเหนื่อย นางจึงค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า พลางเรียก “ท่านแม่” ขึ้นมาเสียง
เบา
เสียงของนางพูดด้วยความเหน็ดเหนื่อยเต็มประดา ทำเอาหลิวหรงที่หมายหยิบปินหยกชิ้นที่สองออกนั้น ต้องยั้ง
มือเอาไว้ก่อน โดยเปลี่ยนไปช่วยบุตรสาวบีบนวดไหล่อย่างเบามือแทน
นํ้าหนักมือของหลิวหรงที่บีบนวดอยากพอดิบพอดี ทำให้ต้วนอวี้หรานนั่งหลับตาอย่างสบายอารมณ์
เดือนหน้าที่จะถึงนี้เป็นวันเกิดของต้วนอวี้หรานแล้ว ทว่าจากสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้วนเจิ้งไม่เอ็นดูนางเหมือนเมื่อ
ก่อน มีหรือที่จะจัดงานยิ่งใหญ่เหมือนครั้งงานวันเกิดของต้วนชิงหมิง?
หลิวหรงส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ในตอนนี้เอง ต้วนอวี้หรานค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ มองไปทางหลิวหรง “ท่านแม่เชื่อใจลูกสาวคนนี้หรือไม่?”
“แม่จะไม่เชื่อใจหรานเอ๋อร์ได้อย่างไรกัน ในใจของแม่นั้น หรานเอ๋อร์ยอดเยี่ยมที่สุด” หลิวหรงฝืนยิ้ม
ต้วนอวี้หรานจึง “เหอะๆ” ออกมา และพูดอย่างไม่ดีใจเสียเท่าไหร่ “ลูกอยากฟังสิ่งที่ใจท่านแม่คิดจริงจัง ขอ
ท่านแม่อย่าพูดเอาใจลูกอีกเลย”
“หรานเอ๋อร์ อยากพูดอะไรกันแน่ลูก?” หลิวหรงมองกระจกที่สะท้อนใบหน้าต้วนอวี้หราน
ต้วนอวี้หรานจึงหัวเราะออกมา ไม่เสียแรงที่เป็นท่านแม่ ไม่ว่านางจะคิดเรื่องใดย่อมมิอาจปิดบังท่านแม่ได้แม้แต่
น้อย`
ต้วนอวี้หรานเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำในทุกคำพูด “ท่านแม่เชื่อลูกหรือไม่ อีกไม่นาน ลูกจะกลายเป็นลูกสาว
ภรรยาเอก ส่วนท่านแม่จะกลายเป็นฮูหยินจวนต้วน……”
คำสัญญาอื่นที่มีกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว ต้วนอวี้หรานไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมาทั้งหมด
ความคิดความอ่านของหลิวหรงนั้น ต้วนอวี้หรานมองออกทะลุปรุโปร่ง ในใจของหลิวหรง นางเป็นได้แค่เด็กน้อย
ที่ยังไม่โต หากนางยังขืนสัญญานู้นสัญญานี่อีก หลิวหรงคงไม่มีทางเชื่อคำพูดของนาง
เมื่อได้ยินที่ต้วนอวี้หรานเอ่ยออกมา หลิวหรงจึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ นางเลิกตาโตมองไปที่ต้วนอวี้หราน พูด
หวั่นๆ ออกมา “หรานเอ๋อร์ๆๆ ลูกอยากทำอะไรกันแน่ แม่บอกลูกแล้วมิใช่หรือ ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นยังมีแม่อยู่ตรงนี้
ลูกอย่าได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย”
ต้วนอวี้หรานตอบด้วยนํ้าเสียงไม่ค่อยพออกพอใจ “ท่านแม่พูดอะไรเนี่ย… หรือว่าลูกสาวคนนี้ทำอะไรก็ไม่ได้
เรื่อง?”
“หรานเอ๋อร์ก็รู้ว่าแม่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น… แม่เพียงแต่อยากให้ลูกมีความสุข แคล้วคลาดปลอดภัย แค่นี้แม่
ก็พอใจแล้ว” หลิวหรงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ต้วนอวี้หรานรีบสวนกลับอย่างไร้เยื่อใย ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย “ลูกอยากถามท่านแม่สักประโยค ความสุขคือ
อะไร? ความสุขสงบปลอดภัยคืออะไร? ทุกอย่างเป็นเพราะเกิดเป็นลูกอี๋เหนียง จึงไม่มีหน้ามีตาในสังคม บัดนี้ ท่านแม่
มีหน้ามาบอก อยากให้ลูกมีความสุข แคล้วคลาดปลอดภัยอีกเหรอ… ขอถามท่านแม่หน่อยเถอะ ลูกสาวของอี๋เหนียงจะ
เอาอะไรไปสู้ลูกสาวภรรยาเอกได้?”
หลิวหรงสะอึกจนพูดมิออก กับสิ่งที่ต้วนอวี้หรานสวนกลับมา
ปินหยกที่นางเพิ่งดึงออกมา ได้ร่วงหล่นลงพื้นดัง “เพล้ง” แตกออกเป็นสองส่วน
ใบหน้าที่ซีดเป็นไก่ต้ม แววตาที่สร้อยเศร้าหมดอาลัยตายอยากของหลิวหรง เผยให้เห็นว่านางแทบไม่อยากเชื่อ
กับหูว่าต้วนอวี้หรานจะพูดเช่นนี้ออกมา
หลิวหรงมองไปที่กระจก เห็นสายตาต้วนอวี้หรานจับจ้องมา นางจึงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบหัว “หรานเอ๋
อร์……”
ด้วยฐานะของอี๋เหนียงก็เป็นที่ดูถูกดูแคลนของคนมาไม่น้อยแล้ว ในเวลานี้กลับถูกบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนพูด
แทงใจดำ เหมือนเอามีดแหลมมากรีดแผลเก่าจนเลือดไหลซิบๆ ออกมาไม่หยุด
ต้วนอวี้หรานพูดต่ออย่างเย็นชาว่า “ท่านแม่ ต่อไปให้ลูกดูแลท่านเอง… ลูกจะช่วยส่งท่านแม่ ให้ยืนในตำแหน่ง
ภรรยาเอกอย่างมั่นคง จากนั้นลูกก็กลายเป็นบุตรสาวภรรยาเอกอย่างออกหน้าออกตาได้แล้ว……”
หลิวหรงได้ฟังเช่นนั้น พลันเข้าใจในสิ่งที่ต้วนอวี้หรานอยากทำทั้งหมดแล้ว
แต่ว่าในจวนต้วนยังมีอีกหลายด่านที่ต้องผ่าน คนแรกคือต้วนชิงหมิงจอมเจ้าเล่ห์ คนต่อมาเป็นตู้ชิงหรวน
สำหรับต้วนอวี้หรานท่ยังไม่เคยเผชิญโลกกว้างมาก่อน การหมายจะเล่นงานทั้งสองคนนี้อาจหมายถึงต้องเอาชีวิต
เข้าแลก!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิวหรงรีบจับแขนของต้วนอวี้หรานไว้แน่น พูดอย่างร้อนใจ “หรานเอ๋อร์ อย่าได้ทำอะไรโดย
ปราศจากการวางแผนรอบด้าน หากมีเรื่องอะไร พวกเราแม่ลูกค่อยปรึกษาหารือกันดีไหม? แม่ขอร้องล่ะ!”
ต้วนอวี้หรานในเวลานี้ มีทั้งความมั่นใจ ฉลาดเฉลียว หัวรั้นและแผนการเล่นงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งดี ทว่าต้อง
ดูว่าจะใช้แผนการเล่นงานใคร
ไม่ต้องอื่นไกลเลย เอาแค่ตู้ชิงหรวนเพียงคนเดียวก็เพียงพอให้ต้วนอวี้หรานต้องกุมขมับแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ต้วน
เจิ้งในเวลานี้เอนเอียงไปที่ตู้ชิงหรวน ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้เป็นหลัก หากต้วนอวี้หรานทำอะไรที่เป็นผลร้ายกับคนเหล่า
นั้น ต้วนเจิ้งย่อมไม่มีทางเห็นใจเข้าข้างอย่างแน่นอน
หลิวหรงได้ขอร้องวิงวอนจากใจจริง แต่ต้วนอวี้หรานกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย นางปัดมือของหลิวหรงออกอย่างไร้
เยื่อใย พลางเอ่ยอย่างเย็นชา “ถ้าท่านแม่ไม่มัวแต่กลัวหน้าพะวงหลังอยู่แบบนี้ พวกเราก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์
เช่นนี้หรอก ท่านแม่ต้องการให้วางแผนระยะยาวค่อยลงมือ ลูกขอถามหน่อยเถอะ พวกเราต้องอดทนอดกลั้นไปถึงเมื่อ
ไหร่กัน? ปีนี้ลูกอายุใกล้จะสิบปีแล้ว พอหลังจากอายุสิบปีก็ต้องเริ่มมองหาคู่ครองหมั้นหมาย หรือว่าท่านแม่ต้องการให้
ลูกแต่งในฐานะบุตรสาวลูกอนุ ไปเป็นภรรยารอง ภรรยาน้อยของคนอื่น?”
ต้วนอวี้หรานจ้องมองและเอ่ยอย่างชัดเจน “ท่านแม่ ลูกขอพูดเสียหน่อยแล้วกัน… หากท่านแม่ยินดีเป็นอี๋เหนียง
ไปตลอดก็เป็นเรื่องของท่านแม่ ส่วนลูกไม่มีทางยอมออกเรือนไปแล้ว อยู่ในฐานะอี๋เหนียงโดยเด็ดขาด……”
พอสิ้นเสียงต้วนอวี้หรานที่กล่าวมายืดยาว หลิวหรงก็ตะลึงงันจนไปต่อไม่ถูกเลย