การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 594 บุตรสาวไม่เชื่อท่านแม่แล้ว
หลิวหรงคิดไม่ถึงเลยว่าบุตรสาวที่นางเลี้ยงแต่เล็กจนโต จะมีความคิดที่ลํ้าลึกยากที่นางจะหยั่งรู้ได้ อีกทั้งหลิวหรง
นึกไม่ถึงฐานะอี๋เหนียงของนาง จะทำร้ายบุตรสาวได้มากมายเพียงนี้
แน่นอนว่า หลิวหรงไม่นึกไม่ฝันว่า ต้วนอวี้หรานจะใช้ทุกวิถีทางให้นางได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ
หลิวหรงตะลึงงันกับสิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูดออกมา
ถ้าจะพูดให้แรงเสียหน่อย คงพูดได้ว่าหลิวหรงตกใจกับสิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูด ในสายตาของผู้เป็นแม่นั้นย้อมมอง
บุตรเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ แต่คราวนี้คำพูดของต้วนอวี้หราน เหมือนเป็นการตบหน้าของนางเข้าอย่างจัง หลิวหรงจึง
ทำได้แต่มองบุตรสาวที่นางทะนุถนอมเยี่ยงไข่ในหิน พูดจาอย่างเย็นชาเจ็บแสบไปถึงขั้วหัวใจ จนเอ่ยสิ่งใดออกจากปาก
มิได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าที่เย้ยหยันและดูแคลนของนาง ช่างโหดเหี้ยมและไร้เมตตา
ต้วนอวี้หรานมองไปที่หลิวหรง ก่อนพูดทีละคำอย่างชัดเจน “ท่านแม่จำไว้ให้ดีล่ะ ท่านแม่อยากเป็นอี๋เหนียงไป
ชั่วชีวิตก็เพราะไม่ยอมต่อสู้ แต่ลูกคนนี้มิอาจทำเหมือนท่านแม่ได้ ลูกต้องพยายามเปลี่ยนแปลงฐานะให้ท่านแม่ และตัว
ลูกเองไปพร้อมๆ กัน……”
หลิวหรงต้องพยายามระงับอารมณ์ลง โดยใช้มือลูบที่บริเวณทรวงอกอยู่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
และกดตํ่าว่า “อย่างนั้น หรานเอ๋อร์คิดจะทำยังไงเอ่ย?”
หลิวหรงรู้ว่าภายในใจของต้วนอวี้หรานเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ไม่ว่าจะโน้มน้าวอย่างไรก็ไม่มีทางฟัง วิธี
เดียวที่ทำได้ในเวลานี้ก็คือเออออห่อหมกไปกับต้วนอวี้หราน หลังจากนั้นค่อยหาวิธีหยุดยั้งแผนการ
ต้วนอวี้หรานในเวลานี้ไม่อยากพูดคุยกับหลิวหรงให้มากความแล้ว นางจึงเอ่ยเสียงนิ่ง “เอาล่ะ ท่านแม่ ลูกแค่
อยากบอกเรื่องนี้ให้ทราบก็เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นท่านแม่ไม่ต้องเข้ามาจัดการ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกคนนี้เอง ท่านแม่
ทำหน้าที่อี๋เหนียงให้ดี และรอฟังข่าวดีก็แล้วกัน”
หลิวหรงรู้สึกเหมือนนางถูกมองข้ามไป จึงกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่อย่างกลํ้ากลืนฝืนทน จากนั้นพูดเสียงอ่อยๆ
“อย่างนั้น หรานเอ๋อร์ก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน”
ต้วนอวี้หรานพยักหน้ารับทราบ ตอบกลับว่า “อี๋เหนียงวางใจได้ เมื่อก่อนลูกอาจเสียรู้เสียเปรียบจนเคยชิน
เพราะไม่ใช้สมองคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็อย่าคิดมารังแกลูกได้เหมือนเมื่อก่อนเลย”
แม้จะไม่ได้เจอกับตัว แต่ก็เตรียมรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อก่อนต้วนอวี้หรานอาจไร้เดียงสา ไม่ประสีประสาแผนการชั่วร้ายต่างๆ แต่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ต้วนชิงหมิง
ใช้แผนการต่างๆ นานาเล่นงานนางกลับอยู่หลายครั้งหลายครา บัดนี้ นางจับจุดสิ่งที่ถูกเล่นงานได้แล้ว และเตรียมเอา
แผนการที่เคยโดนเล่นงาน มาปรับเปลี่ยนเพื่อย้อนไปเล่นงานต้วนชิงหมิง
ไม่ว่าหลิวหรงจะพูดอะไรในเวลานี้ ต้วนอวี้หรานย่อมฟังไม่เข้าหู ต่อให้นางพูดปากฉีกถึงรูหูก็ไร้ประโยชน์ จึงได้แต่
ถอนหายใจอยู่เงียบๆ
สิ่งที่ต้วนอวี้หรานอยากพูดก็ได้พูดออกมาจนหมดแล้ว เมื่อหันหน้ากลับมาเห็นหลิวหรงยังอยู่ในห้อง นางจึงพูด
อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ “เอาล่ะ ท่านแม่… วันนี้ลูกเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ขอพักผ่อนก่อนแล้วกัน ท่านแม่ก็
กลับไปพักผ่อนแล้วกัน”
ต้วนอวี้หรานพูดเหมือนเป็นการไล่แขกทางอ้อม หลิวหรงจำต้องจากไป แต่ก่อนที่จะกลับ นางตัดสินใจพูดเสียง
เบาขึ้นว่า “หรานเอ๋อร์คงยังไม่ได้ทานข้าวเย็นใช่ไหม? แม่ก็ยังไม่ได้ทานเหมือนกัน พวกเราไปทานด้วยกันดีไหม?”
หลิวหรงตั้งใจรอต้วนอวี้หรานเลยยังไม่ได้ทานข้าวเย็นจนถึงตอนนี้ เดิมทีนางตั้งใจจะทานข้าวเย็นกันพร้อมหน้า
พร้อมตาแม่ลูก แต่ว่าถูกต้วนอวี้หรานขัดจนหมดอารมณ์ไปแล้ว
นึกไม่ถึงว่า ต้วนอวี้หรานจะไม่แม้แต่หันกลับไปมองหน้าหลิวหรง นางแค่ส่ายหน้าเล็กน้อยและตอบกลับเสียงเบา
“ไม่ล่ะ ลูกทานอิ่มมาแล้ว ตอนนี้อยากพักผ่อนแล้ว หากอี๋เหนียงยังไม่ทานข้าวเย็นก็ไปทานได้ตามสบาย… เยวี่ยหวาออก
ไปส่งอี๋เหนียงหน่อย”
เยวี่ยหวาที่ยืนอยู่หน้าห้องก้มตัวทำความเคารพ พลางเอ่ยอย่างระมัดระวังคำพูด “อี๋เหนียงเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
สีหน้าของหลิวหรงเสียอย่างเห็นได้ชัด นางมองต้วนอวี้หรานที่กำลังนอนตะแคงหันหลังให้ ก่อนจะส่ายหน้าเดิน
ออกไป
ระหว่างที่หลิวหรงก้าวออกจากประตู ได้ขยิบตาให้เยวี่ยหวาทีหนึ่ง จากนั้นเยวี่ยหวาหันไปพูดกับต้วนอวี้หราน
“คุณหนู บ่าวออกไปส่งอี๋เหนียงนะเจ้าค่ะ”
จากนั้น ต้วนอวี้หรานที่นอนอย่างขี้เกียจจึงตอบเพียงว่า “ไม่ต้องไปหรอก ข้างกายอี๋เหนียงมีแม่นมหวางติดตาม
อยู่จะต้องไม่มีเรื่องเกิดขึ้นหรอก เจ้าออกไปส่งที่ประตูเรือนก็เพียงพอแล้ว”
เยวี่ยหวาหน้าแดงขึ้นมา รีบตอบเพียงอ่อย “เจ้าค่ะ” จากนั้นก็ยืนส่งที่หน้าประตูเพียงเท่านั้น
เมื่อหลิวหรงได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ห่อเหี่ยวใจ เดินจากไปด้วยความผิดหวังซํ้าสอง
หลังจากที่หลิวหรงเดินออกไปที่หน้าประตูยังไม่ทันไร เสียงต้วนอวี้หรานก็ดังขึ้นมา “อี๋เหนียง ต่อไปอย่าได้ยื่นมือ
ให้ยาวมากนัก เพราะว่าลูกอาจจำเป็นต้องช่วยตัดทิ้งให้”
หลิวหรงกลับตัวมามอง พูดยิ้มๆ เพียงว่า “หรานเอ๋อร์หมายความว่าอย่างไรกัน? ไม่ว่าเมื่อไหร่เวลาใด แม่คนนี้
ย่อมรักหรานเอ๋อร์เป็นที่สุด”
ต้วนอวี้หรานแสยะยิ้มโดยไม่เอ่ยคำใดตอบ หลิวหรงจึงจำต้องเดินออกจากห้องไป
เมื่อหลิวหรงเดินจากไปแล้ว ต้วนอวี้หรานได้พลิกตัวมาพูดกับเยวี่ยหวา “เยวี่ยหวาฟังข้าให้ดี เจ้าเป็นบ่าวใช้ของ
ข้า ไม่ใช่ของคนอื่น หากเจ้านำเรื่องในวันนี้ไปแพร่งพรายให้คนอื่นรู้ ระวังข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้ง”
เยวี่ยหวารีบก้มหน้าทันที “มิกล้าเจ้าค่ะ” จากนั้นก็ไม่เอ่ยเสียงใดออกมา
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง สีหน้าของหลิวหรงก็ไม่สู้ดี ใบหน้าเต็มเปียมไปด้วยความเศร้าสร้อย
ทางด้านแม่นมหวางก็เดินตามมาหลังไป ก่อนเอ่ยเสียงเรียบขึ้นว่า “อย่าได้กังวลเรื่องของคุณหนูรองเลยเจ้าค่ะ
คุณหนูรองอายุยังน้อย อาจจะคิดอะไรไม่รอบคอบครบประเด็น ตอนนี้อย่าได้ใจร้อนคาดคั้นอะไรเลยเจ้าค่ะ ประเดี๋ยว
บ่าวจะไปตามสืบมาให้เจ้าค่ะ”
เมื่อหลิวหรงกับแม่นมหวางเดินพ้นเรือนของต้วนอวี้หราน จึงเอ่ยอย่างห่อเหี่ยวใจ “ทำไมหรานเอ๋อร์ถึงเปลี่ยนไป
ได้ถึงเพียงนี้?”
แม่นมหวางเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณหนูคิดดูนะเจ้าค่ะ ถึงแม้คุณหนูต้วนอวี้หรานจะกันทุกทาง แต่
เมื่อคิดๆ ดูแล้ว การที่คุณหนูต้วนอวี้หรานสามารถดูแลปกปั้องตัวเองได้นั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
หลิวหรงพยักหน้าเข้าใจ ทว่าสีหน้าดูแทบไม่ได้เลย
ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินกลับนั้น หลิวหรงได้พรวดขึ้นว่า “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีทางรู้ได้หรานเอ๋อร์คิดทำ
อะไร… แม่นมหวางรีบไปสืบมาให้แน่ชัด หรานเอ๋อร์ของข้าไปพบใครมาบ้าง พูดกับใครบ้าง เอามาให้ละเอียด”
“เจ้าค่ะ” แม่นมหวางตอบรับ จากนั้นขอตัวรีบไปดำเนินการ
หลิวหรงผินหน้ามองนภาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จู่ๆ นางก็พึมพำขึ้น “หรานเอ๋อร์โตแล้วจริงๆ หวังว่าอย่า
ทำให้แม่คนนี้ผิดหวังแล้วกัน”
สายลมปลายฤดูใบไม้ผลิได้พัดโชยลูบไล้ไปตามใบหน้าของหลิวหรง
แผนการที่ต้วนอวี้หรานคิดใช้เล่นงานต้วนชิงหมิงนั้นยังห่างชั้นกันมาก สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ไม่ว่าต้วนอวี้หรา
นคิดอยากทำสิ่งใด ในฐานะหัวอกแม่ย่อมเต็มใจช่วยอย่างไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
ระหว่างที่หลิวหรงพึมพำอยู่นั้น แม่นมหวางที่อยู่ด้านหลังกำลังจะไป ได้เอ่ยขึ้นว่า “ในช่วงนี้ ให้คนไปติดตามคุณ
หนูต้วนอวี้หรานเอาไว้เสียหน่อย หากคุณหนูเกิดเรื่องอันใดขึ้น จะได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเจ้าค่ะ”
หลิวหรงรู้ดีว่าชีวิตของคนเรานั้นย่อมล้มลุกคลุกคลานเป็นเรื่องธรรมดา แม่นมหวางจึงได้รับการแต่งตั้งจากหลิวห
รงให้มีหน้าที่และอำนาจในการดูแลช่วยเหลือต้วนอวี้หรานอย่างเต็มที่
แม่นมหวางตอบรับเสียงเบา “ได้เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นเพียงครู่เดียว แม่นมหวางได้เสริมขึ้นว่า “คุณหนูวางใจได้ บ่าวดูคุณหนูต้วนอวี้หรานเติบโตขนาดนี้
ย่อมไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องขึ้นไม่คาดคิดขึ้นมาเป็นอันขาดเจ้าค่ะ”
หลิวหรงพยักหน้ารับทราบ
ลูกสาวเติบใหญ่เลือกจะไม่เชื่อฟังผู้เป็นแม่แล้ว ดูท่าต้วนอวี้หรานอยากใช้เรี่ยวแรงที่นางมีสยายปีกบินขึ้นท้อง
นภาด้วยกำลังที่มี เช่นนั้น ในฐานะของผู้เป็นแม่ย่อมคอยปกปักรักษาอยู่ข้างหลัง และถางทางให้ราบเรียบ
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้กลับมาถึงจวนต้วนก่อนต้วนอวี้หราน บรรดาบ่าวใช้ต่างทำความสะอาดเรือน
กันอย่างเงียบเชียบ แม้แต่ก้าวเท้าเดินยังย่องเบา เพื่อจะได้ไม่รบกวนการอ่านหนังสือของต้วนชิงหมิง
โต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าต้วนชิงหมิงนั้น เต็มไปด้วยกองหนังสือตำราที่กระจัดกระจายเต็มไปหมด มีทั้งตำราแพทย์
หนังสืออ่านเล่น……