การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 596 ผู้ดูแลจวน
เป็นที่รู้ว่าต้วนอวี้อายุยังไม่ถึงเจ็ดปีดี ทั้งยังไม่ได้มีท่านแม่คอยเอาใจใส่ ส่วนท่านพ่อก็งานรัดตัวจนไม่มีเวลาให้ ถึง
แม้พี่สาวจะเอ็นดูและมอบความรักให้ แต่ด้วยอายุที่น้อยเช่นกัน การพูดคุยเรื่องการหมั้นหมายอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่
คิดไว้
อีกเรื่อง การที่เจ้านายจะแต่งงานย่อมเป็นเรื่องมงคลน่ายินดี แต่การวิพากษ์วิจารณ์เจ้านายลับหลังถือเป็นความ
ผิด ซึ่งแบ่งได้เป็นความผิดสถานเบา คือการไม่รู้จักกฎระเบียบ ความผิดสถานหนัก คือการสร้างข่าวลือให้เสื่อมเสีย
ฉะนั้นต้องได้รับการโบยอย่างหนัก
แม่นมหวางที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนอวี้ เห็นเขามีสีหน้าโกรธๆ นางจึงรีบเข้าไปขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ จากนั้น
หันมาหยิกแขนบ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองที่แขนจนเขียวไปหมด แถมต่อว่าอย่างรุนแรง “พวกเจ้าสองคนปากไม่มีหูรูดหรือยัง
ไง ตั้งแต่เช้าตรู่ตะวันยังไม่ขึ้น ก็แอบวิ่งมาหลบงานอยู่ที่นี่แล้ว มิหนำซํ้ายังวิจารณ์คุณชายใหญ่อีก!”
แม่นมหวางยิ่งด่ายิ่งสนุกปาก เลยด่าทอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง “พวกเจ้าคุกเข่าลงประเดี๋ยวนี้!”
บ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองคนคุกเข่าลงในทันที พลางใช้มือลูบไล้แขนที่ถูกหยิกจนเขียวเป็นจั้มๆ นํ้าตาเอ่อไหลแต่ไม่พูด
สิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว
แม่นมหวางต่อว่าไปด้วย หันสลับมองต้วนอวี้ไปด้วย “คุณชายใหญ่วางใจได้เจ้าค่ะ กลับไปบ่าวจะสั่งสอนให้บ่าวที่
ปากไม่มีหูรูดสองคนนี้ให้เองเจ้าค่ะ”
จากนั้น หันหน้ากลับมาจ้องเขม็งบ่าวใช้ตัวน้อย “เดี๋ยวกลับไป พวกเจ้าเจอดีแน่!”
ต้วนอวี้หันไปมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เขาเอ่ยขึ้น “แม่นมหวางรู้จักกฎระเบียบดีเสียจริง หากเรื่องนี้ถูกคนอื่นเอาไป
พูดต่อ ว่าจวนต้วนทารุณบรรดาบ่าวใช้ จนมิกล้ามีปากมีเสียงอะไรเลยกระมัง?”
ทันทีที่แม่นมหวางได้ฟัง ก็สะดุ้งโหยงอยู่เหมือนกัน นางรีบตอบกลับทันควัน “เรียนคุณชายใหญ่ มิใช่อย่างนั้น
เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้จึงพูดต่อด้วยสีหน้าโกรธๆ ต่อไปว่า “ยิ่งไปกว่านั้น คุณชายอย่างข้าล้วนพูดแต่ความจริง พวกนางทั้งสองก็
พูดความจริง วันนี้คุณชายอย่างข้าจะไปดูตัวจริงๆ หากแม่นมหวางจะลงโทษพวกนางที่กระทำความผิด หากแม่นมหวาง
ทำผิดเช่นกันควรทำยังไงดี?”
“เรียนคุณชายใหญ่ บ่าวหวังดีกับเจ้านายมาโดยตลอด หวังว่าคุณชายใหญ่จะเห็นแก่ความจงรักภักดี อปล่อยบ่าว
ไปเถอะเจ้าค่ะ” แม่นมหวางวิงวอนขอร้อง
ต้วนอวี้จึงแสยะยิ้มออกมา “หากในจวนต้วนแห่งนี้มีคนจงรักภักดี และทำอะไรโดยคาดเดาใจของเจ้านายอย่าง
แม่นมละก็ จวนต้วนคงวุ่นวายไม่เป็นท่าเป็นแน่?”
ในตอนนั้นเองจู่ๆ ต้วนอวี้ได้ถามขึ้น “การที่บ่าวใช้ริอาจเดาใจเจ้านาย และใส่ร้ายคนอื่นต่อหน้าต่อหน้าเจ้านาย
เช่นนี้ มีโทษสถานใด?”
บ่าวใช้หนุ่มตัวน้อยที่ติดตามต้วนอวี้อยู่ข้างหลัง ตอบเสียงเรียบนิ่ง “เรียนคุณชายใหญ่ การใส่ร้ายคนอื่นถือเป็น
โทษสถานหนัก ตามกฎจวนต้วนแล้ว จะต้องถูกโบยสามสิบไม้”
“ทำตามนั้นแล้วกัน” ต้วนอวี้พูดอย่างไร้ปราณี
เมื่อพูดจบลงก็เดินเข้าไปในห้องโถงเรือนต้วนชิงหมิง
ในตอนนั้นเอง ด้านนอกประตูเยวี่ยหวาได้เดินเข้ามาอย่างว่องไว ทำความเคารพต้วนอวี้ จากนั้นหันไปพูดกับ
แม่นม “แม่นมหวาง อย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ แม่นมก็อายุมากปูนนี้แล้ว ทำไมหัวยังร้อนง่ายถึงเพียงนี้อีก?
การลงโทษบ่าวใช้ตัวน้อยสองคนนี้ไม่ได้ผิดอะไรเลย เพียงแต่การวางอำนาจบาตรใหญ่ ดุด่า ลงไม้ลงมือบ่าวใช้ต่อหน้าเจ้า
นายนั้นถือว่าไม่เหมาะไม่ควรเลย เช่นนี้คุณชายใหญ่จะเห็นใจแม่นมหวางได้ยังไง?”
แม่นมหวางกะพริบตาปริบๆ ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่สีหน้าเศร้าหวังให้เยวี่ยเจียช่วยขอร้องให้นาง “พี่เยวี่ยเจีย ช่วย
ขอร้องคุณหนูใหญ่ให้ยกโทษให้ข้าหน่อยเถิด ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของพี่เยวี่ยเจียเลย”
เยวี่ยเจียฟังแล้วได้แต่ส่ายหัว “แม่นมหวางยังไม่เข้าใจสถานการณ์หรือ ที่จริงแล้วแม่นมกำลังขอร้องให้คุณหนู
ใหญ่ยกโทษให้ เหตุใดจะถือว่าข้ามีบุญมีคุณกับแม่นมด้วยเล่า แม่นมนี่กำลังจะทำให้ข้าต้องลำบากใจรู้ไหม?”
ทันใดนั้น สีหน้าของแม่นมหวางก็หมดอะไรตายอยาก ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีกเลย
ด้านเยวี่ยเจียได้ไอกระแอ่มออกมา ก่อนเอ่ยขึ้น “คุณหนูใหญ่บอกว่าคุณชายใหญ่ลงโทษได้ถูกต้องแล้ว การที่
ลงโทษบาปใช้ต่อหน้าเจ้านายอย่างไม่ถามที่มาที่ไปถึงโทษนั้น เป็นการละเมิดกฏจวนต้วนที่เมตตาบ่าวใช้ทุกคน ส่วนบ่าว
ชายตัวน้อยทั้งสองคนก็ถือว่ามีความผิด ในการวิจารณ์เจ้านายซึ่งหน้า ฉะนั้นทั้งหมดต้องได้รับการลงโทษ”
มาถึงตรงนี้ เยวี่ยหวาก็พูดเสียงนิ่มลง “แม่นมหวางอายุมากแล้ว จึงมิอาจทนการโบยสามสิบไม้ไหว คุณหนูใหญ่
เห็นแก่ความดีความชอบที่เคยทำมา ให้แม่นมไปรับเบี้ยหวัด กลับบ้านเกิดไป”
ทันทีที่แม่นมได้ฟัง ก็รีบคำนับลงกับพื้น “คุณหนูใหญ่ โบยบ่าวเถิดเจ้าค่ะ บ่าวไม่อยากกลับบ้านเกิด ที่นั่นไม่มีใคร
อยู่แล้ว หากบ่าวกลับไปจะพึ่งพาอาศัยใครได้ละเจ้าคะ?”
ในจวนต้วนแห่งนี้ให้ความเมตตาต่อบ่าวใช้ แถมมีเบี้ยหวัดที่มากกว่าจวนอื่นอีก มีหรือที่แม่นมหวางจะเต็มใจกลับ
บ้านเกิดไป
แต่การกระทำของแม่นมหวางในวันนี้ เพื่ออยากแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ให้ต้วนอวี้ได้เห็นเพียงเท่านั้น กลับนึกไม่ถึงว่าการ
หวังประจบเลียแข้งเลียขาจะให้นางต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง
แม่นมหวางร้องห่มร้องไห้เป็นเผาเต่า เยวี่ยเจียจึงเข้าไปประคองแม่นมหวางขึ้นมา และพูดอย่างหนักแน่น “แม่
นมหวาง ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตัดสินใจไปแล้วก็กลับบ้านเกิดไปเสียเถอะ คุณหนูใหญ่บอกว่าเมตตาให้เบี้ยหวัดถึงสองเดือน
เลย”
เมื่อแม่นมหวางรู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินในคราวนี้ได้แล้ว นางยกมือขึ้นปาดนํ้าตา และหันหน้าทำความ
เคารพไปทางห้องที่ต้วนชิงหมิงอยู่ จากนั้นค่อยเดินออกไป
เยวี่ยเจียหันหน้ากลับมามองและเดินเข้าไปประคอง บ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองคนที่คุกเข่าตัวสั่นระริก พร้อมกำชับขึ้น
ว่า “อายุของพวกเจ้ายังน้อย เข้าจวนต้วนได้ไม่นาน นับจากนี้ต้องระมัดระวังทุกคำพูดทุกการกระทำ ต้องรู้ว่าสิ่งใดพูดได้
สิ่งใดพูดไม่ได้ เข้าใจไหม?”
บ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองคนพยักหน้ารับทราบอยู่หลายต่อหลายที ก่อนจะก้มหน้าถอยหลังเดินออกไป
พอเยวี่ยเจียหันหน้ากลับมาเห็นต้วนอวี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม จึงพูดยิ้มๆ “คุณชายใหญ่ เข้ามาดื่มชาด้านในก่อนเถอะ
เจ้าค่ะ คุณหนูของพวกเราประเดี๋ยวก็แต่งตัวเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หันหน้ามองแม่นมหวางเดินอย่างอาลัยออกไปจนลับตา เขาจึงหันหน้ากลับมามองบ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองที่
ตัวสั่นระริก ด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้น เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงพูดลอยๆ ว่า “สิ่งที่ข้าทำไปนั้น ไม่รู้ว่าผิดหรือ
ไม่?”
ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดถือว่าทุกคนมีความเท่าเทียมเสมอภาค ต่อให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถโต้แย้งได้ แต่
หลังจากที่ย้อนเวลากลับมาในอดีต สิ่งที่ต้วนอวี้ไม่ชอบที่สุดคือ เอะอะก็ลงไม้ลงมือ ต่อว่าด่าทอสาดเสียเทเสีย แต่ตอนนี้
เขาลงโทษแม่นมหวาง ถึงขั้นขับออกจากจวนไป บ้านเกิดของนางก็ไม่มีใครดูแล ในใจของต้วนอวี้เลยรู้สึกไม่สบายใจขึ้น
มา
เยวี่ยเจียรู้ว่าต้วนอวี้กำลังกังวลกับเรื่องใดอยู่ นางพบว่าตัวนางนั้นโชคดีเหลือเกินที่มีเจ้านายที่เมตตาถึงเพียงนี้
นางรีบเชิญต้วนอวี้เข้ามาด้านใน พูดด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้ม “คุณชายใหญ่ไม่มีความผิดหรอกเจ้าค่ะ แม่นมหวางนั้น
ทำเกินเหตุไปจริงๆ ที่ลงไม้ลงมือ ต่อว่าบ่าวใช้อย่างรุนแรงต่อหน้าเจ้านาย จึงถือว่าเป็นโทษสถานหนัก แต่คุณหนูบอกว่า
ด้วยอายุที่มากของแม่นมหวาง มิอาจทนรับโทษโบยได้ถึงสามสิบไม้ ด้วยกลัวอาจถึงแก่ชีวิตได้ ที่สำคัญแม่นมหวางยัง
เป็นนกสองหัว ต่อหน้าอยู่ฝั่ายคุณหนูใหญ่ ลับหลังอยู่ฝั่ายหลิวหรง ครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะไล่นางออกจากจวนต้วน
ด้วยเหตุผลที่สมนํ้าสมเนื้อ”
ในสมัยโบราณนั้น การเขียนสัญญาไม่ได้เป็นการรับประกันอะไรในชีวิต หากเจ้านายชอบก็จะเอาไว้ หากไม่ชอบ
หรือขวางหูขวางตา ก็จะขับออกจากจวน ไม่ก็ขายออกไป แต่แม่นมหวางอายุมากแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงเลือกปล่อยให้นาง
กลับบ้านเกิดแทน
ต้วนอวี้ตอบ “เอาะ” เสียงเบา พร้อมกับมีสีหน้าที่เศร้าสร้อย เขารู้ว่าการดูแลจัดการภายในจวน การลงโทษบ่าว
ใช้นั้น เขามิอาจสู้ต้วนชิงหมิงได้ เห็นทีเรื่องนี้ต้องดูท่านพี่เป็นแบบอย่าง
เยวี่ยเจียรู้ว่าต้วนอวี้มีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีย์ และเจ้าคิดเจ้าแค้นด้วย สิ่งที่เขาไม่ชอบเห็นมากที่สุด คือการก
ลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่า แม้ว่าตอนนี้แม่นมหวางจะถูกขับออกจากจวนไปแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เย
วี่ยเจียพูดเชิญต้วนอวี้เข้ามานั่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นยกถ้วยนํ้าชาเข้ามาให้
ต้วนอวี้มองไปรอบๆ ห้อง ก็เห็นต้วนชิงหมิงยังคงอยู่ในห้องนอน เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “เยวี่ยเจีย ท่านพี่ตื่นตั้งแต่
เมื่อไหร่กัน?”
ปกติแล้ว ต้วนชิงหมิงเคยชินกับการตื่นนอนตอนเช้าตรู่ตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น และทุกครั้งที่เขามาก็จะพบต้วนชิงห
มิงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยรอเขามาทานอาหารเช้าด้วยกัน