การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 598 ต้วนอวี้หรานผลาญสมบัติ
หลังจากต้วนอวี้ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงบอกกล่าว เขาก็พยักหน้าเป็นอันรับรู้
ความพยายามอยู่ที่ตัวเรา สำเร็จหรอไม่ขึ้นอยู่กับฟั้าดิน?
ต้วนอวี้ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ต้วนชิงหมิงคิดเห็น เนื่องจากเขาได้ฝืนฟั้าดินย้อนเวลากลับมามีชีวิตอยู่ในยุค
โบราณ หรือว่าฟั้าดินจะให้เขากับเชวียหนิงหรานได้เกิดมาครองคู่กัน
คำพูดที่ว่าให้ฟั้าดินตัดสินนั้น เป็นเพียงแค่การปลอบประโลมจิตใจของผู้พูดก็เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว
ชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งการต่อสู้จากนํ้าพักนํ้าแรงของตัวเองทั้งสิ้น เพียงแต่สิ่งที่ต้วนอวี้คิดอยู่ในใจขณะนี้กลับ
ไม่ได้เลยบอกต้วนชิงหมิง เขาไม่มีทางบอกความคิดนี้ให้กับต้วนชิงหมิงได้รับรู้ แต่เลือกที่จะเออออห่อหมกไปกับต้วนชิงห
มิง
เพราะอย่างไรเสีย สำหรับต้วนอวี้นั้น ความคิดของเขาอาจไม่ได้รับการยอมรับจากต้วนชิงหมิง เช่นเดียวกับที่เขา
ก็มีบางอย่างที่คิดต่างจากนาง เพราะเป็นคนละดวงจิตและได้รับการอบรมสั่งสอนที่แตกต่างกัน รวมถึงยังมาจากคนละ
ยุคสมัยอีก สรุปแล้ว หากนำความคิดความอ่านของเขามายัดให้ต้วนชิงหมิง นางคงรับไม่ไหวอย่างแน่นอน
ต้วนอวี้ยื่นมือออกไปจับมือต้วนชิงหมิง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ท่านพี่ พวกเราไปกันเถอะ”
เมื่อสองพี่น้องเดินออกไปจากห้อง ก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นเงาคนแวบผ่านจากมุมกำแพง วิ่งหลบไปอีกทาง
ทางด้านต้วนอวี้หรานที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ พอได้ยินที่บ่าวใช้ตัวน้อยคนนั้นเข้ามารายงานอย่างรีบร้อน
ดวงตาของต้วนอวี้หรานพลันเบิกโตทันที นางคว้าปินทองขึ้นมาชิ้นหนึ่ง โยนให้บ่าวใช้ตัวน้อย “นี่คือของที่ข้าให้เจ้า ครั้ง
หน้าถ้ามีเรื่องภายในที่คุ้มค่ามารายงานอีก คุณหนูอย่างข้าจะต้องให้รางวัลเจ้าอย่างงาม”
เสียงปินทองตกกระทบลงพื้นเสียงดังใสกังวานขึ้นมา บ่าวใช้ตัวน้อยรีบเก็บขึ้นมากำไว้แนบแน่นอยู่ในมือ ด้วย
ความดีใจจนใจเต้นรัว… ก็เเค่เรื่องราวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณหนูรองแม้แต่น้อย ยังได้ของให้มากมายถึงเพียงนี้ ฉะนั้น จะ
ให้บ่าวใช้ตัวน้อยที่ไม่เคยเห็นของมีค่า ไม่ดีใจเป็นล้นพ้นได้อย่างไร
บ่าวใช้ตัวน้อยรีบก้มคำนับไปกับพื้นหลายครั้ง และเอ่ยสาบานอย่างมั่นเหมาะ “ขอบคุณคุณหนูรอง ขอบคุณคุณ
หนูรอง… บ่าวจะกลับไปสังเกตคุณหนูใหญ่ทุกคำพูดและการกระทำ จากนั้นจะรีบนำความมารายงานคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานฟังแล้วก็เอ่ยปากชมไปสองสามประโยค จากนั้นก็ผายมือให้บ่าวใช้ตัวน้อยไปได้แล้ว
บ่าวใช้ตัวน้อยยิ้มออกมาด้วยแววตาเป็นประกาย พร้อมกับกำปินทองในมือไว้แน่น
บ่าวใช้ตัวน้อยเดินจากไปแล้ว บ่าวใช้ในเรือนต้วนอวี้หราน ต่างแสดงความรู้สึกไม่พอใจออกมา เนื่องจากพวกนาง
ต่างก็รับใช้ต้วนอวี้หรานมาไม่น้อย ทว่าต้วนอวี้หรานไม่เพียงตบตีและด่าทอ มิหนำซํ้ายังไม่เคยพูดจาดีด้วย ยิ่งไม่ต้อง
นึกถึงการให้ของชิ้นใหญ่ที่มีค่ามีราคาเช่นนี้หรอก
บรรดาบ่าวใช้ต่างหันหน้าสบตากัน ด้วยความไม่ค่อยพออกพอใจเสียเท่าไหร่
เยวี่ยหวากำลังช่วยต้วนอวี้หรานแต่งหน้าสางผม ทั้งฝีมือและนํ้าหนักมือของนางสามารถเกล้าผมขึ้นได้อย่างสวย
สด เยวี่ยหวาเลือกสรรปินไข่มุกอย่างบรรจง พอต้วนอวี้หรานเห็นเข้าก็รู้สึกพออกพอใจ เยวี่ยหวาอดไม่ได้ที่จะถามอย่าง
สงสัย “คุณหนูให้ของมีค่ามีราคาเช่นนี้กับบ่าวใช้พวกนั้นทำไมเจ้าคะ? คุณชายใหญ่ก็แค่พูดเล่นจะไปดูตัวเท่านั้น? เรื่องนี้
มีราคาถึงปืนทองเลยหรือเจ้าคะ?”
ภายในใจของเยวี่ยหวารู้สึกโกรธๆ ออกมา เนื่องจากปินที่ต้วนอวี้หรานโยนให้บ่าวใช้ตัวน้อย ทำมาจากทองคำ
ล้วน อีกทั้งตัวปินทองยังประดับด้วยไข่มุกไม่น้อย ได้ยินมาว่าราคาของมันสูงลิบลื่ว
ปินทองชิ้นนี้ หลิวหรงสั่งให้คนทำในวันเกิดต้วนอวี้หรานปีที่แล้ว บัดนี้กลับยกให้บ่าวใช้ตัวน้อยที่ไร้ค่า จึงเป็นสา
เหตุที่เยวี่ยหวาไม่ค่อยพอใจนัก
ต้วนอวี้หรานได้ยินก็แสยะยิ้มออกมา “ความคิดความอ่านช่างคับแคบนัก เจ้าลองคิดดูสิ ว่าคุณหนูอย่างข้าจะมี
เงินมากมายถึงขนาดนี้เชียวหรือ ที่เห็นใครก็ให้รางวัลไปเสียหมด… ข้าจะบอกเจ้าให้ นี่เป็นเพียงแค่การโยนหินถามทาง
หากครั้งหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในเรือนต้วนชิงหมิง คนพวกนั้นก็ต้องหางจุกตูดรีบคาบข่าวมาบอกอย่างรวดเร็ว”
รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง บัดนี้ต้วนอวี้หรานตัดสินใจแล้วว่าจะคอยตามสืบทุกความเคลื่อนไหวของต้วน
ชิงหมิง จากนั้นค่อยลงมือเล่นงานนางหา
เยวี่ยหวาได้ฟังก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย พลางพูดด้วยนํ้าเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย “คุณหนูแต่ว่าของที่ให้ไปมีราคาสูง
ลิบลิ่วเช่นนี้ บ่าวใช้พวกนั้นย่อมมีความโลภที่มากขึ้นไปเรื่อยๆ เบี้ยหวัดของพวกเราจะให้คนอื่นแย่งไปอย่างนี้ไม่ได้นะ”
ต้วนอวี้หรานปรายตามองเยวี่ยหวาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “จะกลัวไปทำไม หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่ามรดกตกทอดของต้
วนชิงหมิงนั้น อยู่ในมือของท่านแม่ข้าทั้งหมด? ท่านแม่บอกแล้ว ของเหล่านี้เป็นของข้าทั้งหมด จะหยิบยกไปใช้ได้ตาม
สบายใจชอบ”
เยวี่ยหวาได้ยินก็ชะงักจนไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมา
ทว่าคำพูดนี้ได้เข้าไปถึงหูหลิวหรงอย่างรวดเร็ว กระทั่งนางต้องกัดฟันกรอดๆ ที่บุตรสาวผลาญทรัพย์สมบัติเช่นนี้
ทรัพย์สินที่ติดตัวมาพร้อมติงโหรวตอนออกเรือน กับเงินสองร้อยแปดสิบตำลึง ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลิวหรงเลย
แต่บัดนี้ของทั้งหมดกลับอันตรธานจนแทบไม่เหลือ เงินที่อมไว้ก็ใช้ไปกับการรักษาตัวกับโรคบ้าที่เป็น นางจึงมิอาจใช้เงิน
ได้อย่างมือเติบเหมือนเมื่อก่อน
หลิวหรงที่ได้ยินคนมาเล่าก็ถึงกับตบโต๊ะเสียงดัง “จะเกินไปแล้ว หรานเอ๋อร์พูดแบบนี้ได้ยังไงกัน? หากเรื่องนี้ไป
เข้าหูต้วนชิงหมิงชั้นตํ่านั่น หรือท่านพี่แล้วละก็ จะให้สองคนนั้นคิดยังไง?”
แม่นมหวางก้าวขึ้นไปสองก้าว พูดอย่างระมัดระวังที่สุด “คุณหนูรองอาจเคยชินกับการใช้ของที่ดีมาตั้งแต่เยาว์วัย
จึงอาจมีการใช้เงินมือเติบไปบ้าง แต่ถ้าไม่ให้ของที่ราคาสูง มีหรือที่จะซื้อใจคนได้ ในทางกลับกันคุณหนูรองก็โต มีความ
คิดเป็นของตัวเองแล้ว ยังไงก็อย่าเข้มงวดมากจนเกินไปเลยเจ้าค่ะ”
หลิวหรงถอนหายใจแรงอย่างโกรธๆ “ข้าก็ไม่อยากเข้มงวดกับนางมากหรอก แต่เจ้าดูหรานเอ๋อร์สิ ทำอะไรให้ข้า
วางใจได้บ้าง ประเดี๋ยวทะเลาะจะเล่นงานต้วนชิงหมิง ประเดี๋ยวก็จัดการคนนั้นคนนี้ คนเป็นอี๋เหนียงอย่างข้า มีหรือที่มิ
อยากให้บุตรสาวได้ดี หากหรานเอ๋อร์ยังคงหัวดื้อรั้นอยู่แบบนี้ ข้ากลัวใจว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับนาง”
แม่นมหวางพูดยิ้มๆ “คุณหนูรองมีนิสัยเหมือนอี๋เหนียงนี่แหละเจ้าค่ะ เป็นคนตรงไปตรงมา เก็บทุกอย่างไว้ในใจ
กลัวผู้ใหญ่จะเป็นห่วง… อี๋เหนียงวางใจเถอะเจ้าค่ะ มีบ่าวอยู่ทั้งคนไม่มีทางปล่อยให้คุณหนูรองเสียเปรียบอย่างแน่นอน
เจ้าค่ะ”
ในใจลึกๆ ของแม่นมหวางเริ่มรู้สึกเสียดาย ปินทองที่ต้วนอวี้หรานโยนให้บ่าวใช้ตัวน้อยสองคนนั้น ต่อหน้าบ่าวใช้
คนอื่น แสดงให้เห็นว่าคุณหนูรองใจใหญ่และรักหน้าตาเป็นอย่างมาก
แม่นมหวางยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ ถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยว ด้วยไม่รู้ว่าคุณหนูรองจะผลาญ
ทุกอย่างให้หมดสิ้นไปถึงไหน
แต่ว่าคำพูดเหล่านี้แม่นมหวางกลับไม่กล้าพูดให้หลิวหรงฟัง ได้แต่ยิ้มเออออห่อหมกไปด้วย “อี๋เหนียงวางใจได้
เจ้าค่ะ จวนต้วนถึงแม้จะไม่ใช่ตระกูลรํ่ารวยมากมายอะไร ทว่าสิ่งของที่คุณหนูรองให้แก่บ่าวใช้ก็ยังมีเหลืออยู่อีกมาก
เจ้าค่ะ”
หลิวหรงรู้สึกละเหี่ยใจ “ไหนเจ้าพูดมาสิ ทรัพย์สินของติงโหรวตกไปอยู่ในมือของใคร ถ้าตกไปอยู่ในมือต้วนชิงห
มิงชั้นตํ่านั่นแล้วละก็ ทำไมนางไม่เอาออกมาอวด แต่ถ้าไม่ได้อยู่ที่นาง แล้วมันจะไปอยู่กับใครได้?”
หลิวหรงหยุดพูดลงไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าว่ามาสิ หลิวเซี่ยงนี่ไม่รู้สืบไปถึงไหนแล้ว ข้าให้เวลาตั้งนานยัง
สืบมิได้เรื่องได้ความอีก”
เมื่อพูดถึงทรัพย์สินแต่งงานที่มาพร้อมติงโหรว แม่นมหวางจะระมัดระวังทุกคำพูด และมองสีหน้าของหลิวหรง
ก่อนเสมอ “อี๋เหนียงอย่าได้กังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ แม้ทรัพย์สินเหล่านี้จะถูกคนอื่นเอาไปบางส่วน แต่ทุกปีหลังฤดูใบไม้ร่วง
จะต้องจดรายได้เข้าบัญชี ถึงตอนนั้น ใครที่เอาทรัพย์สินของติงโหรวมา คนนั้นก็คือหัวขโมย อี๋เหนียงค่อยคิดหาวิธีเล่น
งานก็ยังไม่สายเจ้าค่ะ”