การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 601 การดูตัวที่แปลกพิลึก
เสียงของเด็กหนุ่มน้อยคนนั้นฟังแล้วเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ราวกับบ่นตัดพ้อกับคนเป็นที่รัก เชวียจื่อซวนและ
เชวียหนิงซวนรู้ไวมากกับคำพูดว่า “ดูตัว” ทันทีที่ได้ยินก็รู้ว่าแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ช่วงที่ผ่านมา จางเย่ถูกกักตัวเป็นเวลานาน แต่ข้อแม้ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ คือต้องมาทานข้าวให้เรียบร้อย
เสียก่อน จางเย่จึงต้องฝืนใจทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บัดนี้ คู่รักของเขาได้ตามหามาถึงที่นี่ ต่อว่าเรื่องการมาดูตัวของเขา ทำให้จางเย่ถึงกับพูดใส่อารมณ์กับเขา แต่เมื่อ
เห็นใบหน้าที่ผิดหวังของเด็กหนุ่มน้อย จางเย่ก็ยอมใจอ่อนลงมา
หลังจากนั้นได้ยินจางเย่พูดอย่างเหนื่อยใจ “ข้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าถูกกักตัว วันนี้หากข้ามากินข้าวตามที่ท่าน
แม่บอกก็จะเป็นอิสระ ส่วนเจ้าก็แค่รออยู่ที่เรือน เสร็จธุระข้าจะรีบไปหาเจ้าในนั้นที”
เชวียจื่อซวนลากเชวียหนิงซวน้อ้อมไปแอบดูสิ่งที่เกิดขึ้นหลังสวนไผ่
ภาพที่เห็นคือจางเย่ยืนปวดหัวกุมขมับอยู่ที่นั่น ดูท่ากำลังปวดหัวกับเด็กหนุ่มน้อยที่รูปร่างผอมแห้ง ก้มหน้า ปาด
นํ้าตาอยู่เบื้องหน้า
เชวียจื่อซวนหันหน้ามามองเชวียหนิงซวน พูดเสียงแหบแห้ง “น้องรองรู้จักเด็กคนนั้นหรือไม่?”
เนื่องจากดูท่าทางที่สนิทสนมกันมากผิดปกติ ทำให้พี่น้องทั้งสองคนรู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มน้อยเป็นคนรักของจางเย่
เชวียหนิงซวนจ้องมองไปิยู่ประเดี๋ยว ก่อนแสยะยิ้มออกมา “มีหรือที่จะไม่รู้… นั่นเป็นเด็กหนุ่มน้อยที่คนพูดกัน
อย่างเเพร่หลายยังไงล่ะ แค่นี้ท่านพี่ยังดูไม่ออกอีกเหรอ”
เชวียจื่อซวนขมวดคิ้วขึ้นด้วยความฉงนใจ
เชวียหนิงซวนกัดฟันพูดออกมา “ท่านพี่ พวกมันสองคนทำเรื่องงามหน้ายิ่งนัก… พวกเราสองคนออกไปสั่งสอน
สักหน่อยดีไหม?”
เชวียหนิงซวนโมโหจนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว จางเย่คนนี้ต่อหน้ามาเผื่อดูตัวน้องสาวเขา แต่ลับหลังกลับแอบมา
พลอดรักกับเด็กหนุ่มน้อยอยู่ที่นี่
สิ่งที่มันทำนี่จะให้เชวียหนิงหรานเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ชื่อเสียงของสองตระกูลจะทำยังไง?
เชวียหนิงซวนกำลังจะพุ่งตัวออกไปจัดการ เดชะบุญที่เชวียจื่อซวนคว้าไว้ทันจึงพูดเตือนสติขึ้น “น้องรองอย่า
ใจร้อนไป การทำอะไรอย่างไม่คิดให้รอบคอบ อาจทำให้เรื่องเลวร้ายลง……”
“เรื่องเลวร้ายอะไรกัน? อย่างมากเรื่องดูตัวก็แค่ยุติลง หนิงหรานจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับมันอีกต่อไป” เชวียหนิง
ซวนฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ
เชวียจื่อซวนได้แต่ส่ายหน้า “น้องรองคิดเรื่องง่ายเกินไปหน่อย… เจ้าลองคิดๆ ดู หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ชื่อเสียง
ตระกูลจางย่อมเสียหาย ซึ่งชื่อเสียงหนิงหรานก็ต้องพลอยแปดเปือนไปด้วยอีกคน”
เพราะฉะนั้น เรื่องการมาดูตัวย่อมต้องขัดขวางไม่ให้ไปถึงขั้นแต่งงาน มิอย่างนั้น คนจะเอาไปใส่สีตีไข่พูดกันอย่าง
สนุกปาก ถึงตอนนั้นเชวียหนิงหรานจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างไร
เชวียหนิงซวนได้ฟังถึงกับจุกจนพูดมิออกเลย
เชวียจื่อซวนจึงใช้แรงลากเชวียหนิงซวนออกมาให้ไกล เพื่อจะได้ไม่ต้องไปยุ่งย่ามกับคนรักคู่นี้
เชวียหนิงซวนจึงหันมาพูดอย่างไม่พอใจกับเชวียจื่อซวน “ท่านพี่ก็เห็นแล้วนิ จางเย่คนนั้นนิสัยใจคอเป็นอย่างไร
หากหนิงหรานแต่งเข้าจวนจางไป ชีวิตไม่รู้จะตกอยู่ในสภาพแบบไหนกัน”
เชวียจื่อซวนนิ่งสงบไม่พูดไม่จา เรื่องนี้คิดได้ไม่ยากเลย หากเชวียหนิงหรานออกเรือนไปกับจางเย่ ต้องแห้งเหี่ยว
นอนเฝั้าห้องอยู่เดียวดายทุกคํ่าคืน จากนั้นจะถูกจางเย่ทอดทิ้งไม่แยแส ถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าแม่สามีอาจต่อว่าด่าทอที่มิ
อาจรั้งหัวใจของผู้เป็นสามีไว้ได้
ในใต้หล้าแห่งนี้ ไม่มีความยุติธรรมให้กับสตรี ดังนั้นการเกิดเป็นสตรีจึงต้องมีความยากลำบากมากกว่า
เชวียหนิงซวนได้แต่มองเชวียจื่อซวนอยู่สักพัก ก่อนจะกัดฟันพูดมา “มิได้เด็ดขาด เรื่องนี้ข้าต้องให้ท่านแม่ทราบ
มิอาจเอาชีวิตของน้องสามหนิงหรานมาล้อเล่นได้……”
เชวียหนิงซวนตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องยุติการดูตัวในวันนี้ให้จงได้ เขาทนเห็นน้องหนิงหรานใช้ชีวิตอย่างไร้
ความสุขกายสุขใจมิได้โดยเด็ดขาด
เมื่อเชวียหนิงซวนกำลังจะเข้าไปเล่นงานอีกครั้ง กลับถูกเชวียจื่อซวนจับเอาไว้ เชวียจื่อซวนจึงพูดขึ้นว่า “เห้อ
น้องรอง เรื่องนี้ต้องวางแผนระยะยาว หากเจ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า ท่านแม่ไม่มีทางฟังคำอธิบายเจ้า มิหนำซํ้าอาจถูกท่าน
พ่อลงโทษเอาได้ เจ้ารู้หรือไม่?”
“ข้าไม่กลัว ขอเพียงหนิงหรานมีความสุข ข้าจะถูกท่านพ่อลงโทษอย่างไรก็ยอมทั้งนั้น” เชวียหนิงซวนพูดเสียง
แข็ง
เชวียจื่อซวนถึงกับส่ายหน้าในความดื้อด้านของน้องชาย “หรือว่าน้องรองยอมโดนลงโทษ โดยไม่สนชื่อเสียง
หน้าตาของตระกูลและหนิงหราน? เคยคิดบ้างไหม การทำแบบนี้ของเจ้ามิอาจช่วยหนิงหรานได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้
เรื่องวุ่นวายจนคุมไม่ได้ เข้าใจไหม?”
“หรือว่าการที่พวกเราเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้หนิงหรานเดินไปสู่ทะเลเพลิง เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว
อย่างนั้นหรือ?” เชวียหนิงซวนพูดด้วยสีหน้าที่แดงกํ่า
เชวียจื่อซวนส่ายหน้าอย่างหงุดหงิดใจ “มิใช่อย่างนั้นแน่นอน……”
ทั้งเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนต่างก็รักและเอ็นดูน้องสาวคนนี้เป็นที่สุด จึงหวังเพียงให้น้องสาวมีแต่ความสุข
บัดนี้ เชวียหนิงหรานพบกับเรื่องจางเย่เข้า ทำเอาพวกเขาทั้งสองคนคิดหาทางออกที่เหมาะสมยังไม่ได้ จึงเกิดความรู้สึก
พ่ายแพ้ขึ้นมา
เชวียหนิงซวนยกมือเกาหัวพลางพูดโดยไม่ได้คิด “เห้อ! ถ้ารู้ว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ ยอมให้ต้วนอวี้ออกหน้ามา
จัดการเรื่องบ้าบอพวกนี้ก็น่าจะดี!”
ทันทีที่เชวียหนิงซวนได้ยินสิ่งที่เชวียจื่อซวนเอ่ยขึ้น ดวงตาก็เปล่งแสงแห่งความหวังขึ้น “น้องรอง เจ้าว่าอะไร
นะ?”
“ข้าพูดว่า ถ้าให้ต้วนอวี้ออกหน้ามาจัดการเรื่องบ้าบอพวกนี้ก็คงดี… อย่างน้อยแม้ต้วนอวี้จะน่ารำคาญไปบ้าง แต่
ก็ยังดีที่มีต้วนชิงหมิงจัดการอยู่ ยังไงก็คงไม่กล้ารังแกหนิงหราน……” เชวียหนิงซวนพูด
เชวียจื่อซวนหัวเราะชอบใจออกมา หลังจากที่ได้ยินผู้เป็นน้องเอ่ยออกมา “น้องรอง… ชิงหมิงช้าเร็วก็ต้องแต่งงาน
ออกเรือน เรื่องของต้วนอวี้ นางจะช่วยจัดการได้มากน้อยเท่าไหร่กันเชียว? พูดก็พูดเถอะ พี่ว่าต้วนอวี้ดีกว่าจางเย่เป็น
ไหนๆ แต่น่าเวียดาย……”
“เสียดายอะไรหรือ?” เชวียหนิงซวนกะพริบตาถาม
เชวียจื่อซวนจึงตอบกลับไปว่า “เสียดายตรงที่สองคนนี้ ฟั้าดินไม่ได้กำหนดให้มาคู่กันนะสิ”
“ทำไมกัน เพราะต้วนอวี้อายุน้อยกว่าอย่างนั้นหรือ?” เชวียหนิงซวนถามอย่างไม่ยอมใจ
เชวียจื่อซวนส่ายหน้าไปมา “ไม่เพียงเหตุผลด้านอายุเพียงอย่างเดียว น้องรองคิดดูดีๆ จวนต้วนกับจวนเชวีย
ตระกูลไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน คิดหรือว่าท่านพ่อจะยอมรับ ท่านแม่จะเห็นด้วย อีกอย่างท่านย่าจะคิดเห็นยังไง?”
ถูกต้องแล้ว ต้วนเจิ้งนั่นเกิดเป็นแม่ทัพ แต่ไม่มีที่พึ่งที่ช่วยใดในเมืองหลวง จึงมิอาจช่วยเหลือจวนเชวียได้ ที่สำคัญ
ที่สุดคือ ฮูหยินเชวียไม่มีทางยอมปล่อยบุตรสาวให้แต่งไปจวนต้วน ที่ไร้ซึ่งภรรยาเอก
เชวียจื่อซวนหาเหตุผลมาพูดกับเชวียหนิงซวน จนอีกฝั่ายเข้าใจเหตุผลทั้งหมด จากนั้นเชวียหนิงซวนจึงพูดปลอบ
ใจพี่ชาย “ท่านพี่ ความปรารถนาที่อยากแต่งกับต้วนชิงหมิง คงเป็นไปได้ยาก”
ในฐานะที่เชวียหนิงหรานเป็นบุตรสาวภรรยาเอก ยังต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงเพียงนี้ ไม่ต้องพูดถึงบุตร
ชายภรรยาเอกอย่างเชวียจื่อซวนเลย ว่าจะยากเย็นมากเพียงใด
เชวียจื่อซวนฝืนตอบแบบยิ้มๆ “เอาล่ะ พวกเรากลับมาพูดถึงหนิงหรานกันเถอะ ทำไมพูดพูดไปพูดมาถึงโยงมาถึง
พี่ได้?”
เชวียจื่อซวนพูดอย่างชัดเจน “พี่เห็นด้วย ถ้าคนคนนั้นเป็นต้วนอวี้ แต่น่าเสียดาย เรื่องที่เขากับหนิงหรานจะได้
ครองคู่เป็นเรื่องที่มิมีทางเกิดขึ้นได้”
เรียบร้อยเสียก่อน ส่วนเรื่องของต้วนอวี้ค่อยว่ากัน” เชวียหนิงซวนเสนอแนะ
ถูกต้องแล้ว ต้วนอวี้จะได้ครองคู่กับเชวียหนิงหรานหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำให้เร็วที่สุด
คือขัดขวางมิให้การดูตัวลามไปถึงการหมั้นหมาย มิฉะนั้นชีวิตของเชวียหนิงหรานในวันข้างหน้า จะไม่มีทางมีความสุขไป
ชั่วชีวิต
เชวียจื่อซวนพูดอย่างหมายมั่นปันมือ “เพื่อหนิงหรานแล้ว ในครั้งนี้ต้องให้ต้วนอวี้เข้ามาก่อกวน เพื่อให้ท่านพ่อ
และท่านแม่รู้ธาตุแท้คนอย่างจางเย่ให้จงได้!”
“ท่านพี่… น้องแค่กลัวว่าต้วนอวี้จะทำรุนแรงเกินเหตุจนคุมมิได้หรือเปล่า?” เชวียหนิงซวนแสดงความกังวล
เชวียจื่อซวนตอบนิ่งๆ “ไม่หรอก เจ้าแค่บอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงชื่อเสียงของหนิงหราน ต้วนอวี้ก็ไม่มีทางทำ
อะไรรุนแรงเกินเหตุอย่างแน่นอน……”