การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 604 ต้วนอวี้กู้หน้า
จางเย่เมื่อเห็นท่านแม่มึนหัวตาลายล้มพับไปกับพื้นก็ตกใจสะดุ้งโหยง เขารีบเข้าไปประคองฮูหยินจางขึ้นมา แต่
คนรักที่อยู่ด้านข้างนึกว่าจางเย่กำลังจะทิ้งเขาไป จึงรีบคว้าชายเสื้อกำไว้แนบแน่น จางเย่หันมองเห็นใบหน้าที่น่าสงสาร
และนํ้าตาที่เอ่อล้นออกมาของคนคู่รัก ทำให้จิตใจอ่อนระทวยลง ไม่แยแสท่านแม่อีกแล้ว
เมื่อเห็นจางเย่ไม่แยแสท่านแม่ ผู้คนที่ห้อมล้อมต่างติฉินนินทากันยกใหญ่ จนจางเย่หน้าเสียพูดมิออกบอกมิถูก
ด้านเชวียหนิงซวนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขารีบเข้าไปประคองฮูหยินจางขึ้นมา
จากนั้นชี้หน้าสาดเสียเทเสียจางเย่ “เจ้าจางเย่ เจ้ายังเป็นคนอยู่ไหม? ท่านแม่ของเจ้าเวียนหัวล้มพับไป เจ้ายังเป็นไม่
แยแสอีกหรือ?”
จางเย่ค้อนขวับ พลางเอ่ยอย่างรังเกียจ “ใครใช้ให้นางหลอกข้ามาดูตัวหมั้นหมายด้วยเล่า… สมนํ้าหน้า!”
ฮูหยินจางถึงกับสะอึกในคำพูดของบุตรสาว จนไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดออกมา
ทางด้านฮูหยินเชวียเตรียมตัวพาเชวียหนิงหรานกลับจวน ผู้คนที่มุงต่างแหวกทางให้เดิน จากนั้นชี้ไม้ชี้มือไปที่จาง
เย่พร้อมกับต่อว่าต่อขาน
เมื่อเชวียหนิงซวนช่วยประคองฮูหยินจางขึ้นมา เชวียจื่อซวนจึงหันมาพูดว่า “ท่านพี่ นี่เป็นเรื่องภายในของจวน
จาง พวกเรามาแค่ทานอาหาร บัดนี้ทานเรียบร้อยแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”
เชวียจื่อซวนรู้ว่าเชวียหนิงซวนกำลังช่วยหาข้ออ้างที่เชวียหนิงหรานต้องจากไปก่อน แต่เมื่อเห็นต้วนอวี้ล่วงเกิน
คนตระกูลจางเพื่อปกปั้องเชวียหนิงหราน ความรู้สึกดีที่เชวียจื่อซวนมีให้เขาก็เพิ่มพูนขึ้นทันตา จึงจำต้องช่วยหาวิธีปก
ปั้องต้วนอวี้
ในตอนนั้นเอง เชวียจื่อซวนตั้งใจพูดเสียงดังลั่นให้ได้ยินกันจนทั่ว “ทุกอย่างที่เกิดก็เพราะต้วนอวี้มาสายนี่เอง
ทำให้ทุกคนต่างเข้าใจผิดกันไปหมด ประเดี๋ยวกลับไปต้องคิดบัญชีกับต้วนอวี้เสียหน่อย!”
ผู้คนที่มุงดูต่างร้องอ๋อเข้าใจเป็นเสียงเดียวกัน จางเย่แค่ชอบเชวียหนิงหรานเพียงข้างเดียว แต่นางกลับมีคู่หมั้น
หมายที่ดูอายุน้อย แต่เต็มเปียมไปด้วยพลังอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
ทุกคนที่มุงดูจึงได้ทราบว่าคนนั้นก็คือต้วนอวี้ และต่างมองเหยียดหยันจางเย่ที่หมายจะแย่งคู่หมั้นหมายคนอื่น
ทำเอาเรื่องวุ่นวายโกลาหลไปหมด แถมยังมีหน้ามาใส่ร้ายคุณหนูเชวียอีก
เมื่อทุกคนต่างชี้หน้าต่อว่าเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จางเย่ก็รู้สึกทนไม่ไหว อยากหาทางวิ่งหนีไป
ในตอนนั้นเอง จางซู่และเชวียหย่งเฉียงได้แหวกทางเข้ามา เห็นสีหน้าของฮูหยินเชวียและฮูหยินจาง บุรุษทั้งสอง
คนต่างตะลึงงันไปชั่วขณะ
เชวียหย่งเฉียงยังไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าจางซู่มองปราดเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าบุตรชายของเขาก่อเรื่อง
เข้าแล้ว ดังนั้นจางซู่จึงรีบเดินเข้าไปตบหน้าจางเย่เข้าอย่างจัง พร้อมกัดฟันโกรธๆ “อกกตัญู เจ้าอยากให้ข้าโกรธจน
ตายใช่ไหม?”
จางเย่มองเห็นท่านแม่เวียนหัวล้มลงไปกับพื้นด้วยความรู้สึกสงสาร แต่พอถูกจางซู่ตบเข้าไปหนึ่งฉาด ความโกรธ
จึงขึ้นหน้า เขาจ้องตาเขม็งไปที่จางซู่ “ใครใช้ให้ท่านพ่อมาวางแผนหลอกข้ามาดูตัวหมั้นหมาย……”
จางซู่ถึงกับตัวสั่นสะเทิ้มด้วยความโมโห พลันตะคอกกลับไป “เจ้า… เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของเจ้าต้องลำบาก
มากเพียงใด กว่าจะเชิญคนตระกูลเชวียออกมาได้ แต่เจ้ากลับ……”
เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าต้องทำอะไร?
เมื่อทราบว่าที่มาที่ไป ฮูหยินเชวียกลับเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง นางหันไปจ้องจางซู่แสยะยิ้มให้ “ใต้เท้าจางช่าง
วางแผนรอบคอบอะไรเช่นนี้ เรื่องครั้งนี้คนตระกูลเชวียจะจดจำฝังใจ วันข้างหน้าจะต้องตอบแทนใต้เท้าจางให้
สาสม……”
ด้วยความพลั้งปากไปเพียงไม่กี่คำของจางซู่ ทำให้ฮูหยินเชวียถึงกับเดือดดาลขึ้นมา เขารีบกลับตัวไปพูด
ตะกุกตะกักขึ้นว่า “พี่เชวีย เรื่องนั้น……”
เชวียหย่งเฉียงแม้จะเชื่อคนง่าย แต่ไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา ในเวลานี้ เมื่อเห็นท่าทางของจางซู่กับจางเย่
ประกอบกับท่าทางของฮูหยิน ทำให้เชวียหย่งเฉียงเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นทันใด จึงหันไปพูดกับจางซู่ “ใต้เท้าจาง ยังต้อง
จัดการเรื่องในตระกูล กระผมเป็นคนนอกไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ยังไงต้องขอตัวลาก่อน”
เมื่อกล่าวจบลง ฮูหยินเชวียก็พาคนเดินจากไป
พอจางซู๋กำลังจะอ้าปากอธิบาย ด้านหลังได้มีเสียงบ่าวใช้ดังขึ้น “ฮูหยิน อูหยินเป็นอะไรไหมเจ้าคะ?”
จางซู่หันหน้าจ้องไปที่ฮูหยินจางที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม พลางถามออกโกรธๆ “ฮูหยินเป็นอะไร?”
ฮูหยินจางชี้ไม้ชี้มือไปที่จางเย่ ก่อนจะหันมาร้องไห้ให้กับจางซู่ “ท่านพี่ เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถ มิอาจสอน
สั่งอบรมให้บุตรชายดีได้เลย”
จางซู่หน้าบึ้งตึงขึงขังขึ้นทันใด เขาพูดเสียงตํ่าเพื่อปลอบใจฮูหยินจาง “ฮูหยิน เวลานี้ไม่ใช่เวลามาตำหนิใคร เดี๋ยว
ข้าจะพาเจ้าอกตัญูนี่ กลับไปสั่งสอนที่จวนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
ทันทีที่จางซู่พูดจบลงก็กลับตัวเปล่งเสียงดัง “เด็กๆ เอาตัวลูกอกกตัญูนี่กลับไปที่จวนที”
หลังจากนั้นจางซู่ก็กลับตัวเดินจากไปโดยไม่เห็นเงา บ่าวใช้ที่ยืนรออยู่ข้างนอกต่างรายงานว่า “นายท่าน คุณชาย
กับเด็กหนุ่มน้อยนั่นไปด้วยกันแล้วขอรับ”
เดิมที จางเย่เห็นท่านพ่อเดินเข้ามา ก็พอเดาได้ว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เขาจึงถือโอกาสตอนที่จางซู่อธิบายเรื่อง
ราวกับตระกูลเชวีย รีบพาตัวเด็กหนุ่มน้อยที่ชื่อจือถิ่งวิ่งหนีไปด้วยกัน
พอจางเย่ได้ยินก็ลมออกหู เขาดึวแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น สั่งการว่า “ไป… ไปไล่ตามตัวมาให้ได้ ไม่ว่าจะหนีไปสุด
ล้าฟั้าเขียว ต้องจับตัวอกตัญูจางเย่กลับมาให้จงได้”
บ่าวใช้เมื่อได้ยินคำสั่งก็รีบหันหลังไล่ตามจับตัว ภายในห้องจึงเหลือเพียงฮูหยินจางและจางซู่ ทั้งสองคนได้แต่
หน้าเสีย ด้วยรู้ดีว่าภายในวันรุ่งขึ้น เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเเพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ถึงตอนนั้น ชื่อเสียงที่สั่งสมมา
อย่างดีงามของจวนจาง ต้องปั่นปีไม่มีชิ้นดี
ทว่าสิ่งที่บุตรชายทำแบบนี้ ไม่รู้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?
จางเย่เอาแต่ส่ายหน้า ถอนหายใจ มองไปที่ฮูหยินจางอย่างเหนื่อยใจ
อีกอย่างพอเชวียหย่งเฉียงกำลังจะพาฮูหยินเชวียกลับไป ผู้คนที่มุงดูต่างก็เตรียมตัวแยกย้ายเช่นกัน
ด้านต้วนอวี้ได้จับมือของเชวียหนิงหรานไว้แนบแน่น ราวกับกลัวนางจะหายตัวไปอย่างไรอย่างนั้น
จู่ๆ ด้านหลังผู้คนได้มีเสียงเรียกขึ้นอย่างใสกังวาน “หลานหลิวยวน คารวะท่านลุงเชวีย”
เชวียหย่งเฉียงกลับตัวไปมองก็เห็นหลิวยวนบุตรชายของหลิวจื๋อ เรียกเขาว่า “ท่านลุง” ด้วยมีตำแหน่งในราช
สำนักที่อยู่ในระดับเดียวกัน
ความประทับของเชวียหย่งเฉียงที่มีต่อหลิวจื๋อนั้นไม่ค่อยสู้ดี จึงพาลลงไปที่ตัวหลิวยวนด้วย
หลิวยวนพยายามแสดงสีหน้าที่จริงใจออกมา ทว่าเชวียหย่งเฉียงกลับเตรียมตัวเดินผ่านไปโดยไม่คิดแม้แต่จะ
ปรายตามอง หลิวยวนจึงพูดเบา “ท่านลุงช้าก่อน ช่วยฟังกระผมพูดอะไรเสียหน่อยเถอะขอรับ”
เชวียหย่งเฉียงถึงกับตะลึงงันที่หลิวยวนพูดอย่างนอบน้อม เพราะโดยปกติแล้ว หลิวจื๋อมักพูดไม่ค่อยดีใส่เชวียหย่ง
เฉียง แต่ตอนนี้กลับมาพูดขอร้องวิงวอน เชวียหย่งเฉียงจึงอยากรู้ว่าในใจของหลิวยวนนั้นกำลังวางแผนสิ่งใดอยู่
หลิวยวนจึงตอบกลับไป “ไม่ขอปิดบังท่านลุงนะขอรับ วันนี้มีสหายเชิญกระผมมาที่นี่ และเมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น
โดยไม่ได้ตั้งใจ เกรงว่าจะเป็นข่าวลือแพร่ไปทั่วเมืองหลวง… หากท่านลุงยังขืนเดินออกไปด้วยความโมโห ผู้คนที่มุงดูย่อม
ทายกันไปต่างๆ นานา กระผมจึงอยากเชิญท่านลุงเข้าไปพูดคุยที่ห้องเป็นการชั่วคราว เพื่อปรับอารมณ์ให้เย็นลง และ
ปล่อยให้ท่านปั้าเชวียกับเชวียหนิงหรานไปแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่”
เชวียหย่งเฉียงได้ฟังเห็นว่าเข้าท่าจึงพยักหน้ารับ เขาหันตัวกลับไปมองเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวน เห็นบุตร
ชายทั้งสองเต็มไปด้วยความโมโห ฮูหยินเชวียเลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชวียหนิงหรานที่นํ้าตา
ทำให้แปั้งที่ผลัดหน้าอยู่ไหลเยิ้มลงมา แม้ว่าต้วนอวี้จะช่วยซับนํ้าตาให้นางแล้ว แต่เมื่อมองดูก็พอจะรู้ว่าร้องไห้มาแล้ว
เชวียหย่งเฉียงเกิดลังเลใจขึ้นมา หลิวยวนจึงเดินก้าวออกมาข้างหน้า “ท่านลุงวางใจได้ขอรับ… กระผมเคยได้รับ
การช่วยเหลือจากคุณชายทั้งสองและคุณหนูเชวีย จึงเอาชีวิตรอดมาได้ ตอนนี้ยวนเอ๋อร์แค่อยากตอบแทนบุญคุณก็
เท่านั้นเองขอรับ……”