การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 607 ห่างความสำเร็จอีกไกลเพียงใด?
ต้วนอวี้ส่ายหน้าไปมาก่อนเอ่ยขึ้น “ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อช่วยรักษาชื่อเสียงหนิงหรานแลจวนเชวียเอาไว้ ซึ่ง
เป็นการแสดงถึงความจริงใจที่กระผมมีให้หนิงหราน”
เชวียหย่งเฉียงหัวเราะอย่างเย็นชา “เจ้าอายุไม่เท่าไหร่ หนวดเครายังไม่ขึ้นเลย ริอาจคิดเรื่องแต่งงาน?”
สิ่งนี้ทำให้เชวียหย่งเฉียงรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมานั้นน่าขันสิ้นดี เขาไม่มีทางเห็นด้วยกับความคิดบ้าๆ นี้
โดยเด็ดขาด
ในที่สุดต้วนอวี้หน้าแดงระเรื่อขึ้นมา เขามิอาจอดทนอดกลั้นอารมณ์ไว้ได้อีกแล้ว จึงตอกกลับเชวียหย่งเฉียง ไป
“ในชีวิตของกระผมหวังเพียงได้แต่งงานกับหนิงหรานเพียงผู้เดียว และไม่มีวันรับภรรยาน้อยมาเป็นคู่ครองอีก
ขอรับ……”
เชวียหย่งเฉียงมองต้วนอวี้ด้วยความรู้สึกที่เกินคาดคิด เขาส่ายหน้าไปมา “คำพูดของเด็กน้อยอย่างเจ้า ลุงจะไม่
เก็บมาคิดเป็นจริงเป็นจัง เห็นแก่ที่เจ้าช่วยหนิงหรานเอาไว้ เรื่องที่คิดไม่ซื่อกับหนิงหราน ลุงไม่คิดเอาเรื่องเพียงแต่ขอ
อย่าได้พูดถึงอีก”
พอเชวียหย่งเฉียงพูดจบลงก็ก้มหน้าจิบชาต่อไป โดยไม่อยากสนใจต้วนอวี้อีกแล้ว บรรยากาศภายในห้องเงียบ
สงัดไปในพริบตา สีหน้าที่แน่นิ่งของเชวียหย่งเฉียงทำเอาเชวียหนิงซวนนั่งไม่ติดกับที่ อยากหาคนมาช่วยต้วนอวี้พูดจน
เต็มแก่ ทว่าเชวียหย่งเฉียงจู่ๆ เอ่ยเสียงเรียบขึ้น “เจ้านั่งนิ่งๆ ไป อย่าไปไหนทั้งนั้น”
เชวียหนิงซวนจึงทำได้แต่นั่งสงบนิ่ง ไม่พูดไม่จา
ต่อให้ความอดทนของต้วนอวี้จะมีมากแค่ไหนก็ตาม เชวียหย่งเฉียงเชื่อว่าด้วยอายุที่น้อยของต้วนอวี้ แค่ไม่สนใจก็
สามารถไล่เขากลับทางอ้อมได้แล้ว
ต้วนอวี้หน้าชาไปหมดแล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมา “ที่แท้ท่านลุงเชวียก็เป็นผู้ใหญ่ที่เชื่อคำพูดไม่ได้นี่เอง”
เชวียหย่งเฉียงหันขวับมาจ้องเขม็งต้วนอวี้ตาเป็นมัน
ต้วนอวี้เอ่ยต่อไปว่า “ท่านลุงเชวียรับปากต้วนอวี้เมื่อครู่นี้แล้วมิใช่หรือ ว่าจะให้หนิงหรานมาแต่งกับกระผม เหตุ
ใดถึงกลับกลอกไปมาละขอรับ?”
เชวียหย่งเฉียงรู้สึกเสียหน้าจึงตอบห้วนๆ กลับไป “ลุงรับปากเจ้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้ากำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย?”
ถ้าต้วนอวี้บอกว่าเชวียหย่งเฉียงเป็นคนที่ใช้ประโยชน์เสร็จก็ทำเป็นไม่รู้จักกัน อันนี้เขาพอยอมรับได้ แต่ตอนนี้ต้
วนอวี้กลับบอกว่าเขาเป็นคนกลับกลอกไปมา มีหรือที่เชวียหย่งเฉียงจะไม่โกรธาออกมา
“เมื่อครู่ท่านลุงรับปากต้วนอวี้แล้วนี่หน่า ขอเพียงกระผมไม่ทำลายชื่อเสียงจวนเชวีย ท่านลุงจะยอมรับทุกอย่าง”
ต้วนอวี้ตอบ
เชวียหย่งเฉียงมองต้วนอวี้ด้วยหางตา “ดูอายุของเจ้าในเวลานี้สิ ยังริอาจคิดเรื่องแต่งงานกับบุตรสาวจวนเชวีย
เรื่องนี้เป็นการรักษาชื่อเสียงให้ชวนเชวียอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้ได้แต่กัดฟันกรอดๆ “เรื่องยศถาอำนาจจวนต้วนย่อมมิอาจสู้จวนเชวียได้ติด ส่วนเรื่องอายุนั้น หระผมแม้
จะอายุน้อย แต่ว่ามีความจริงใจให้หนิงหรานเพียงผู้เดียว ไม่คิดทอดทิ้งนางไปชั่วชีวิตขอรับ”
ในที่สุด เชวียหย่งเฉียงก็ยอมรับผ้าจากมือเชวียหนิงซวนมาซับปากและเสื้อผ้าที่เลอะนํ้าชา พลางพูดส่ายหน้าไป
มา “ลุงไม่มีทางยอมให้หนิงหรานแต่งกับเจ้าหรอก… ผู้คนในใต้หล้าต่างรู้ดีว่าคำสาบนสาบานเป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้มาก
ที่สุด แม้วันนี้สาบานอย่างดิบดี วันพรุ่งคิดกลับคำ แล้วจะไปเอาเรื่องกับเจ้าได้อย่างไรกัน”
ในใจของต้วนอวี้มีความโกรธปะทุอบอวลอยู่ภายใน เมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่แยแสของเชวียหย่งเฉียงก็ยิ่งทำให้ต้วนอวี้
รู้สึกท้อแท้ใจเป็นที่สุด เขาไม่เคยพบไม่เคยเห็นคนเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ให้ความสำคัญกับความสุขของลูก บัดนี้ เขาต้องคิดหา
วิธีโน้มน้าวเชวียหย่งเฉียงที่หัวแข็งให้จงได้
จู่ๆ ต้วนอวี้นึกถึงคำพูดที่ต้วนชิงหมิงบอกเขาก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ เขาจึงประคับประคองสติให้ตั้งมั่นขึ้นมา
ต้วนชิงหมิงเคยเล่าว่าท่านลุงเชวียสนใจแต่หน้าของตัวเองและชื่อเสียงของจวนเป็นสำคัญ ฉะนั้น ต่อให้ต้วนอวี้จะ
พรํ่าพูดว่ารักหนิงหรานมากมายเพียงใดย่อมไร้ประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถ้าบอกว่าทำเพื่อหน้าตาของจวนเชวีย เชวียหย่งเฉียง
ย่อมไม่คิดปฏิเสธอย่างแน่นอน
ด้านนอกประตู ฮูหยินเชวียกับเชวียหนิงหรานต่างยืนฟังอยู่นานสองนานแล้ว ทั้งสองคนต่างได้ยินคำสาบานของต้
วนอวี้ รวมทั้งสิ่งที่เชวียหย่งเฉียงไม่ไว้หน้าต้วนอวี้ จนสุดท้าย ฮูหยินเชวียรู้สึกประทับใจกับคำพูดของต้วนอวี้ ในขณะที่เช
วียหนิงหรานอยากบุกเข้าไปช่วยเต็มประดา
การที่ต้วนอวี้เข้ามาขอแต่งงานกับเชวียหย่งเฉียงซึ่งๆ หน้า เขาย่อมไม่มีทางรับปากอย่างแน่นอน ด้วยภายในใจ
ของเชวียหย่งเฉียงเห็นแก่หน้าตาของจวนเชวียมาเป็นที่หนึ่ง มากกว่าบุตรสาว ด้วยเหตุนี้ หากต้วนอวี้ต้องการโน้มน้าวเช
วียหย่งเฉียงจำต้องคิดถึงจุดยืนของจวนเชวียเป็นที่ตั้ง
เชวียหนิงหรานหมายจะเปิดประตูพุ่งเข้าไปด้านในห้อง แต่ถูกฮูหยินเชวียจับแขนห้ามเอาไว้ นางมิกล้าส่งเสียงร้อง
ได้แต่ชี้ไปข้างในห้องและชี้ไปที่หัวใจของนาง ด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์`
ฮูหยินเชวียใช้แรงดึงหนิงหรานให้เดินออกมา เมื่อเห็นว่าไกลพอสมควรแล้ว มองซ้ายมองขวาไม่มีใคร จึงกะซิบ
กระซาบขึ้นมา “หรานเอ่อร์ หากลูกชอบพอต้วนอวี้จริง ตอนนี้ยิ่งไม่ควรเข้าไปด้านในเด็ดขาด ลูกต้องปล่อยให้ต้วนอวี้
รับหน้ากับเรื่องนี้ด้วยตัวเขาเอง ด้วยอายุของเขาที่ยังน้อยอยู่ หากเรื่องขอแต่งงานกับท่านพ่อยังทำไม่สำเร็จ ต่อให้เป็น
แม่เองก็ไม่มีทางยอมให้ลูกแต่งกับเขาเป็นอันขาด”
เชวียหนิงหรานฟังแล้วก็พูดอย่างร้อนใจออกมา “ท่านแม่……”
เหตุใดท่านแม่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือรวดเร้วปานนี้?
หรือว่าจวนต้วนไม่สมฐานะกับจวนเชวีย นางจึงไม่มีหวังได้ครองคู่กับต้วนอวี้?
หรือว่าต้วนอวี้อายุยังน้อย ท่านพ่อท่านแม่จึงดูถูกดูแคลนเขา?
ด้วยเหตุผลข้อกังขาต่างๆ นานา ทำให้เชวียหนิงหรานอยากเดินเข้าไปบอกต้วนอวี้ถึงวิธีการที่จะเอาชนะ
หากเป็นเมื่อก่อน เชวียหนิงหรานไม่มีทางคิดเรื่องแต่งงานออกเรือนกับต้วนอวี้เด็ดขาด แต่เมื่อผ่านเรื่องของจาง
เย่มาแล้ว เชวียหนิงหรานกลับพบว่าเรื่องใหญ่ในการแต่งงานมักดูเพียงแค่อายุ ฐานะอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าขันสิ้นดี
ตอนที่นางถูกจางเย่ต่อว่าสาดเสียเทเสีย ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยแม้แต่คนเดียว โชคดีที่ต้วนอวี้ยื่นมือเข้ามา
ช่วยปกปั้องนางเอาไว้ โดยใช้วิธีที่รักษาหน้าตาและชื่อเสียงของนางเอาไว้ได้ทั้งหมด
ชีวิตของคนเราก็มีเพียงเท่านี้ บางครั้งไม่ต้องการให้อีกฝั่ายช่วยเหลืออะไร แต่พอต้องการให้อยู่ข้างกาย แม้ช่วย
อะไรไม่ได้อย่างน้อยก็คอยอยู่เคียงข้าง บัดนี้ ต้วนอวี้มาอยู่ที่นี่แล้ว มิหนำซํ้ายังอยู่ในช่วงที่เชวียหนิงหรานยากลำบากเป็น
ที่สุด นางจึงเริ่มมีใจให้ต้วนอวี้ขึ้นมาบ้างนิดหน่อย
ฮูหยินเชวียเห็นสีหน้าบุตรสาวที่ประทับใจในตัวต้วนอวี้อย่างออกนอกหน้า นางจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ใช่แล้ว
ประโยคที่ว่าจะครองคู่เพียงสองไปจนวันสุดท้าย ฟังแล้วแม่เองก็ซาบซึ้งใจ แต่สิ่งที่ท่านพ่อพูดมาก็ถูก คำสาบานย่อมไร้
ความหมายหากกลับคำพูดขึ้นมา”
หากจวนเชวียกับจวนต้วนดองกันเมื่อไหร่ ย่อมมีคนคอยครหาต่างๆ นานามากกว่านี้หลานร้อยหลายพันเท่า
ถ้าต้วนอวี้ยังไม่ผ่านด่านในการโน้มน้าวเชวียหย่งเฉียงได้ มีหรือที่เขาจะสยบเสียงครหาของผู้คนได้?
เชวียหนิงหรานเกิดรู้สึกใจคอไม่ค่อยสู้ดี จึงเลือกยืนอยู๋ตรงนี้ไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น
“หนิงหราน การที่ลูกไม่เข้าไปในห้อง นับเป็นการช่วยเหลือต้วนอวี้อย่างมากแล้ว” ฮูหยินเชวียพูดจริงจัง
เชวียหนิงหรานมองฮูหยินเชวียด้วยความงงงวย
ฮูหยินเชวียจึงเอ่ยขึ้น “ลูกของคิดๆ ดูนะ ท่านพ่อของลูกไม่ยอมให้แต่งกับต้วนอวี้อะไรนั่น หากลูกเข้าไปในเวลานี้
ท่านพ่ออาจเลือกจูงมือลูกเดินออกจากห้องไป นั่นเท่ากับต้วนอวี้หมดโอกาสที่มีทั้งหมด”
พอเชวียหนิงหรานได้ฟังก็ถึงกับพูดมิออก
ฮูหยินเชวียเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูเชวียหนิงหรานอย่างแผ่วเบา “ลูกเอ๋ย ในใจของคนเป็นแม่นั้น ย่อมไม่ได้
สนใจหน้าตา ชื่อเสียงอะไรพวกนั้นเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือลูกมีความสุขพอไปทั้งชีวิตหรือเปล่า ฉะนั้น แม่อยากให้ลูกได้
เจอคู่ครองที่ดี ที่รักลูกเพียงผู้เดียวไปทั้งชีวิต… หรานเอ๋อร์จงจำไว้ให้ดีนะลูก บุรุษทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่า ได้มาง่ายก็
ทิ้งได้ง่าย ได้มายากย่อมรักษาไว้เนิ่นนานเสียหน่อย… หากลูกเข้าไปข้างในตอนนี้จะช่วยได้มากเท่าไหร่กันเชียว หรือว่า
ลูกไม่เชื่อใจว่าต้วนอวี้จะทำได้สำเร็จ?”
เชวียหนิงหรานก้มหน้าก้มตาไม่ตอบสิ่งใดออกมา
ฮูหยินเชวียจึงถือโอกาสจูงมือนางเดินไปอีกห้องหนึ่ง “หนิงหราน ฟังแม่ให้ดีนะลูก เรื่องในวันนี้ต้องปล่อยให้ต้วน
อวี้เผชิญหน้าเพียงคนเดียวเข้าใจไหม?”
เชวียหนิงหรานเม้มปากแนบแน่น มองไปที่ประตูอย่างละห้อยหา ด้วยอยากโบยบินเข้าไปช่วยต้วนอวี้ใจจะขาด