การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 609 ต้วนอวี้ทำสำเร็จ
หลังจากนั้นต้วนชิงหมิงก็ไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้หลิวยวนงุนงงด้วยความไม่เข้าใจ
เป็นที่รู้ว่าไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เชวียหย่งเฉียงย่อมคิดถึงแต่หน้าตาของจวนเชวียมาก่อน โดยไม่ได้ให้ความ
สำคัญกับความคิดเห็นของหนิงหราน เพราะในใจของเชวียหย่งเฉียงต่อให้สูญเสียเชวียหนิงหรานไป ก็มิอาจเสียชื่อเสียง
ไปได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ต้วนอวี้แตกต่างจากเชวียหย่งเฉียง เขามักให้ความสำคัญกับความรู้สึกของหนิงหรานเป็นอันดับ
แรก
คำสัญญาจากปากต้วนอวี้ว่าจะรักเชวียหนิงหรานตลอดไป เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาให้เกิดขึ้น ส่วนเชวียหย่งเฉียง
กลับยืนกรานปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
แต่ด้วยต้วนอวี้มีแต้มต่อที่เหนือกว่า รวมถึงความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์ก็ทำได้ดี คนฉลาดอย่างเขาขอ
เพียงเวลาในการปรับจูนความคิด ย่อมหาวิธีต่อต้านเชวียหย่งเฉียงที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน สุดท้าย ผู้ที่กำชัย
ต้องเป็นต้วนอวี้ ส่วนเชวียหย่งเฉียงก็ต้องยอมยกเชวียหนิงหรานให้แก่เขา
หลิวยวนได้ฟังก็อดหัวเราะออกมามิได้ “ความหมายของเจ้าคือใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง?”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับว่า “บางครั้งอาจไม่ต้องสนวิธีการที่ได้มา สนใจผลลัพธ์ที่ได้มาย่อมสำคัญสุด”
ยกตัวอย่างเช่น การสาบานจะรักใครคนหนึ่งไปตราบเท่าที่มีลมหายใจ
สายตาของหลิวยวนประกายแสงออกมา ถ้าเป็นอย่างที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมา วิธีการแม้สำคัญก็จริง แต่ผลลัพธ์
กลับสำคัญกว่า ดูอย่างเหตุการณ์ต้วนอวี้กับเชวียหนิงหราน
ภายในห้องกลับเงียบสงัดขึ้นมาอีกครั้ง หลิวยวนหันไปมองที่ต้วนชิงหมิง จู่ๆ เขาได้เอ่ยถามขึ้น “ชิงหมิง ที่จริง
แล้ว พี่นับถือใจในความกล้าหาญของอวี้เอ๋อร์ยิ่งนัก”
เปั้าหมายของต้วนอวี้ตั้งเปั้าอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก จึงไม่สนว่าต้องสูญเสียสิ่งใดไปกว่าจะขยับไปถึงเปั้าหมาย ดู
อย่างปัญหาที่เชวียหนิงหรานต้องเจอ ต้วนอวี้ยังคอยยื่นมือออกหน้าเข้าช่วยสุดกำลัง เอาแค่เพียงจุดนี้ หลิวยวนก็มิอาจสู้
ได้แล้ว
ต้วนชิงหมิงยิ้มอ่อนๆ “อันที่จริง อวี้เอ๋อร์อายุยังน้อย จึงสามารถไล่จีบตามตื้อไม่เลิกได้ ถ้าเขาเติบโตกว่านี้อีก
หน่อย เรื่องที่ต้องคิดกังวลจะมีมากขึ้น ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาจะยังกล้าหาญแบบนี้อีกไหม”
ใช่แล้ว ในใต้หล้าแห่งนี้ย่อมไม่มีผู้ใดอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาไปได้ตลอด เมื่อเราเติบโตใหญ่ขึ้นย่อมมีเรื่องหงุดหงิด
รำคาญใจ เรื่องที่ต้องกังวลใจอยู่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นในสายตาของต้วนชิงหมิง ความกล้าหาญของต้วนอวี้ที่เป็นเด็กน้อย
ยังไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นความสุขที่เขาอยากไขว่คว้า
หลิวยวนหน้านิ่งลงไปชั่วขณะ เอ่ยขึ้นว่า “น่าอิจฉาอวี้เอ๋อร์เสียจริงที่กล้าไล่ตามความสุขที่อยากได้”
ชีวิตของคนเรานั้น การพบคนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ถูกไม่ควรคงได้แต่ปล่อยวาง และการได้พบคนที่ไม่ใช่ในเวลาที่ถูกที่
ควรก็เรื่องที่น่าเศร้าใจเช่นกัน พูดก็พูดเถอะ การที่จะได้เจอคนที่ใช่ในเวลาที่ถูกที่ควรต่างหาก ถึงจะทำให้คนเรามีความ
สุขไปทั้งชีวิต
ความโชคดีของเชวียหนิงหรานอยู่ตรงที่นางได้พบคนที่ใช้อย่างต้วนอวี้ ในเวลาที่เหมาะเจาะ ฉะนั้นพวกเขาจะต้อง
ครองคู่ได้อย่างมีความสุข
ต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปากนิดๆ กับการที่หลิวยวนอิจฉาต้วนอวี้ ส่วนนางก็อิจฉาเชวียหนิงหรานที่ได้พบคนดีอย่างน้อง
ชายของนาง
ในชีวิตของสตรีนั้น การที่มีใครสักคนหนึ่งยินดีเข้ามาช่วยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ต่อให้ท้ายที่สุดเขาอาจกลายเป็น
ผุยผงไป แต่นั่นถือเป็นความโชคดีและความปลื้มปริ่มของสตรีไปทั้งชีวิต
ไม่มีสตรีคนใดที่ไม่อยากได้รับความสุขแบบนั้น แต่สำหรับเชวียหนิงหรานนั้น นางเป็นเหตุผลหลักที่ต้วนอวี้ยินดี
เอาตัวเข้ามาช่วยปกปั้อง
เรื่องนี้ทำเอาหลิวยวนและต้วนชิงหมิงต่างมองหน้าและส่งยิ้มให้แก่กัน
ในเวลานี้พวกเขาทั้งสองคนได้แต่รอฟังข่าวดีของต้วนอวี้และเชวียหนิงหรานอย่างใจเย็นในห้องที่ไม่เป็นที่สนใจ
แสงภายในห้องดูเหมือนจะสลัวขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจึงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง พบว่าตะวันได้เคลื่อน
คล้อยจากฝังหนึ่งไปสู่อีกฝังหนึ่ง บรรยากาศในตอนนี้โพล้เพล้เหลืองอร่ามไปทั่วนภา
สายตาของต้วนชิงหมิงหยุดชะงักลงเล็กน้อย ด้วยต้วนอวี้กับเชวียหย่งเฉียงสนทนากันเป็นเวลาถึงหนึ่งชั่วยาม
เต็มๆ
สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นในรูปแบบไหนก็มิทราบได้
ไม่รู้ว่าท้ายที่สุด คนที่ชนะจะเป็นต้วนอวี้หรือเชวียหย่งเฉียงกัน?
เดิมทีหลิวยวนอยากถามต้วนชิงหมิงว่าเหตุใดต้วนอวี้ถึงยังไม่ออกมา ทว่าเมื่อเห็นหน้าของต้วนชิงหมิง เขากลับ
ยิ้มออกมาทันใด “ชิงหมิงไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เวลาผ่านไปตั้งเนิ่นนาน ในห้องยังคงเงียบสงบอยู่ก็เท่ากับไม่มีอะไร
เกิดขึ้น”
ทันใดนั้นหลังจากที่ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ บ่าวใช้หนุ่มที่ติดตามหลิวยวนมาด้วย ได้เอ่ยจากหน้าประตูห้องขึ้น
“คุณชายหลิว คุณชายรองจวนเชวียมาแล้วขอรับ” `
หลิวยวนเลิ่กลักนั่งไม่ติดกับที่แล้ว แต่ต้วนชิงหมิงกลับคว้าแขนของเขาเอาไว้ เอ่ยเสียงตํ่าว่า “พี่หลิวออกไปพบ
กับคุณชายรองจวนเชวียข้างนอกเถอะ”
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากอคติของเชวียหย่งเฉียงที่มีต่อต้วนชิงหมิง ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ต้วนชิงหมิงจะไม่มีวัน
ปรากฏตัวต่อหน้าใครทั้งนั้น
หลิวยวนเข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการ เขาพยักหน้ารับ แล้วพูดให้บ่าวใช้ติดตามได้ยิน “ข้าทราบแล้ว
จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ก่อนเดินออกไป หลิวยวนได้ตบมือต้วนชิงหมิงอย่างเบามือแล้วเดินออกไป
ต้วนชิงหมิงนั่งอยู่ในห้องด้วยจิตใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะการนั่งอยู่ในห้องจิบนํ้าชา ทำให้นางไม่ทราบความ
เคลื่อนไหวด้านนอกแม้แต่น้อย บัดนี้ เรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้นก็ยังมิทราบได้
ทว่าเหตุใดหนอ ที่เชวียหนิงซวนกลับมาหาหลิวยวนถึงห้องนี้ แทนที่จะเป็นต้วนอวี้?
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอดถอนใจ จากนั้นยกมือขึ้นลูบอกไปมา
เมื่อหลิวยวนเดินออกมาจากห้อง ได้พบเชวียหนิงซวนมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มปริ่มเปรม
เชวียหนิงซวนพูดยิ้มๆ ออกมา “เรื่องในวันนี้ขอบคุณพี่หลิวมาก ตอนนี้น้องสาวได้เจอคนที่ดีแล้ว จึงตั้งใจมา
ขอบคุณพี่หลิวโดยเฉพาะ……”
พอหลิวยวนได้ยินเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาตอบยิ้มๆ “เป็นเพราะพวกเจ้าช่วยพี่ไว้ก่อน พี่แค่เลือกเวลานี้ใน
การตอบแทนก็เท่านั้น”
“พวกเรากำลังจะกลับแล้ว ท่านพ่อจึงให้ผมมาบอกลาพี่หลิวก่อน” เชวียหนิงซวนบอก
“ไม่เป็นไรหรอก ฝากบอกท่านลุงด้วยว่าพี่ขอบคุณมาก” หลิวยวนกำชับ
เชวียหนิงซวนฉีกยิ้มกว้างออกมา และตั้งใจส่งสายตาเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะจากไป
เมื่อเชวียหนิงซวนเดินจากไปแล้ว หลิวยวนรีบผลักประตูเข้ามา ต้วนชิงหมิงรีบลุกชึ้นมาถามอย่างร้อนใจ “เป็นยัง
ไงบ้าง เรื่องสำเร็จไหม?”
“ดูท่าแล้วเรื่องน่าจะสำเร็จไปได้ด้วยดี” หลิยวนตอบ
จากนั้น หลิวยวนชี้ออกไปข้างนอก ถามขึ้น “พวกเราไปดูอวี้เอ๋อร์กันเถอะ?”
ต้วนชิงหมิงเอาแต่ส่ายหน้า “ไม่ได้เด็ดขาด การที่พี่หลิวมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ดูช่างบังเอิญไปหน่อย คนขี้สงสัย
อย่างเชวียหย่งเฉียงจะต้องเอะใจเป็นแน่ ดังนั้นชิงหมิงออกไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ส่วนพี่หลิวสามารถกลับได้และถือ
โอกาสในการไปรํ่าลาคนตระกูลเชวีย จากนั้นค่อยพาอวี้เอ๋อร์กลับไปส่งที่จวนต้วน ประเดี๋ยวดึกๆ ชิงหมิงจะกลับไปคน
เดียว”
ความขี้ระแวงสงสัยของเชวียหย่งเฉียง ในความสัมพันธ์ของหลิวยวน ต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้และเชวียหนิงหราน เช
วียหย่งเฉียงอาจคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนที่ต้วนชิงหมิงวางไว้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เชวียหย่งเฉียงรู้สึกไม่ชอบใจเป็นที่สุด
เพราะฉะนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวล ต้วนชิงหมิงทำได้เพียงเป็นผู้ฟัง ห้ามเข้าไปผสมโรงออกหน้าให้ใครเห็นเป็น
อันขาด
หลิวยวนพยักหน้ารับทราบ “ชิงหมิงพูดมาก็ถูกทั้งหมด อย่างนั้นเอาตามที่เจ้าคิดไว้แล้วกัน”
หลังจากนั้น หลิวยวนก็เดินออกไปด้านนอก เพื่ออำลาคนตระกูลเชวียทุกคน และถือโอกาสพาต้วนอวี้ที่สีหน้าไม่
ดีใจไม่เสียใจกลับไปด้วยกัน
ส่วนต้วนชิงหมิงยังคงนั่งรอให้นภาปกคลุมไปด้วยความมืดมิดเสียก่อน จากนั้นค่อยย่องกลับจวนต้วน
เมื่อนางเดินกลับมาถึงเรือนของนาง กลับพบต้วนอวี้มานั่งรอรับแล้ว
หลังจากที่หลิวยวนมาส่งต้วนอวี้ถึงจวนต้วนแล้ว เขาก็มีธุระต่อจึงขอตัวกลับจวนก่อน
พอต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาในเรือน กลับรู้สึกถึงบรรยากาศที่อึมครึมแปลกไป นางถึงถามยิ้มๆ “อวี้เอ๋อร์กำลังจะ
พาสตรีผู้งดงามกลับมาอยู่ที่จวนด้วยกัน ไฉนเลยดูท่าทางแล้วไม่ค่อยมีความสุขเท่าที่ควรด้วยเล่า?”