การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 610 ของติดตัวเชวียหย่งเฉียง
ตั้งแต่ช่วงบ่ายต้วนชิงหมิงได้ยินหลิวยวนเล่าว่า เชวียหย่งเฉียงตบปากรับข้อเสนอของต้วนอวี้ว่าจะให้เชวียหนิง
หรานแต่งงานกับเขา อีกทั้งเชวียหย่งเฉียงได้ให้ของแทนคำสัญญาชิ้นหนึ่งกับต้วนอวี้ ไว้สำหรับเป็นหลักฐานในการหมั้น
หมาย
เรื่องราวดูเหมือนผ่านไปได้ด้วยดี ต้วนชิงหมิงจึงคิดว่าต้องได้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของต้วนอวี้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่า
ต้วนอวี้กลับมีท่าทางเศร้าสร้อยละห้อยหา
ต้วนชิงหมิงจึงถามอย่างแปลกใจ “อวี้เอ๋อร์ไม่ได้ล้อเล่นพี่ใช่ไหม?”
ต้วนอวี้บางครั้งเป็นคนที่ชอบหลอกลวง เสแสร้งแกล้งทำ ยกตัวอย่างเช่น หลอกให้คนอื่นตายใจแล้วค่อยจากไป
ต้วนอวี้ยังคงสร้อยเศร้าเหมือนไม่มีกระจิตกระใจกับสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดมาแม้แต่น้อย “ท่านพี่ เชวียหย่งเฉียงผู้นี้
ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก เขารับปากก็แล้ว ให้ของแทนคำสัญญาก็แล้ว แต่ก่อนจากยังไม่วายพูดเหน็บอีก”
เมื่อต้วนอวี้นึกถึงเชวียหย่งเฉียงก็ททำได้เพียงเบือนปากออกมา เขาใช้วิธีที่ต้วนชิงหมิงสอนมาโดยบีบเชวียหย่ง
เฉียงให้จนมุม แต่กระนั้นก็ไม่พ้นถูกเหน็บกลับมา ต้วนอวี้จึงพูดเจื๋อนๆ ออกมา “ท่านพี่ ข้าตกหลุมพลางของตาแก่จอม
เจ้าเล่ห์อย่างเชวียหย่งเฉียงแล้วใช่ไหม?”
หากเชวียหย่งเฉียงยอมยกเชวียหนิงหรานให้ต้วนอวี้อย่างง่ายดายก็ดูจะน่าแปลกพิลึก แต่สิ่งที่เชวียหย่งเฉียงทำ
กับต้วนอวี้นับว่าเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขา… อันดับแรกเขาจะเอนอ่อนยอมรับ จากนั้นค่อยหาข้ออ้างมาปฏิเสธ เพียงแต่
ไม่ทราบว่าครั้งนี้ เชวียหย่งเฉียงใช้วิธีไหนในการเล่นงานต้วนอวี้คืน
ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ “ไหนลองเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
อันที่จริง ต้วนชิงหมิงพอคิดออกแล้วว่า เชวียหย่งเฉียงคงใช้วิธีทำให้ต้วนอวี้พูดมิออก เนื่องจากสิ่งที่เชวียหย่งเฉียง
ชอบ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ต้วนชิงหมิงชอบ ฉะนั้น ต้วนอวี้จึงหน้าเศร้าสร้อยละห้อยอยู่แบบนี้
ต้วนอวี้ผายมือทั้งสองข้างออก พูดอย่างจนปัญญา “เชวียหย่งเฉียงบอกว่า ปีนี้จะมีการสอบจอหงวน หากอวี้เอ๋
อร์ทำคะแนนได้ดี ถึงจะมีสิทธิ์ไปสู่ขอที่จวนเชวีย”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วอมยิ้ม พลางยื่นมือออกไปรับถ้วยนํ้าชาที่เยวี่ยเจียยื่นมาให้ “หัวจิตหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่
ย่อมหวังให้บุตรสาวได้แต่งกับคนที่ดีและเก่ง ซึ่งหากยืนอยู่ในจุดของเชวียหย่งเฉียงย่อมไม่ผิดกระไร”
“เห็นได้ชัดว่าเชวียหย่งเฉียงกำลังประวิงเวลาให้นานขึ้นไปอีก อีกตั้งนานกว่าจะถึงการสอบจอหงวน ท่านพี่รู้หรือ
ไม่ว่าน้องอยากแต่งงานกับหนิงหรานจนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว” ต้วนอวี้ยู่ปาก
เดิมที เชวียหย่งเฉียงรับปากต้วนอวี้ว่าจะยกเชวียหนิงหรานให้ กลับนึกไม่ถึงว่าเชวียหย่งเฉียงจะมาไม้นี้
การสอบได้คะแนนดีนั้น ไม่ได้อยู่ในแผนที่ต้วนอวี้วางไว้มาก่อน สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ สำหรับต้วนอวี้ก็คือ หาก
เชวียหนิงหรานยังอยู่จวนเชวียและไม่ได้ตบแต่งกับผู้ใดถือว่ายังวางใจไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นต้วนอวี้จึงได้แต่สร้อยเศร้า จน
ปัญญาหาทางออกมิได้
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็พูดออกดุๆ “อวี้เอ๋อร์ นี่คือความจริงๆ ของเจ้าใช่ไหม?”
“ท่านพี่ก็ทราบดี พวกคุณชายที่มือชื่อเสียง ไม่ได้อยู่ในความสนใจของน้องแม้แต่น้อย” ต้วนอวี้พยักหน้าตอบ
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “นี่เป็นเพียงความคิดของเจ้าเท่านั้น แต่เจ้าเคยพิจารณาถึงจุดที่หนิงหรานอยู่บ้าง
ไหม?”
“ท่านพี่หมายความว่า……” ต้วนอวี้เอ่ยเสียงเรียบ
ต้วนชิงหมิงพูดออกมาอย่างจริงใจ “อวี้เอ๋อร์ ถึงแม้คนจวนเชวียจะรับปากให้เจ้าแต่งงานกับหนิงหราน ทว่าเจ้าจะ
เอาอะไรไปดูแลหนิงหรานทั้งชีวิต? สำหรับสตรีนั้น การที่สามีรุ่งโรจน์ภรรยาย่อมรุ่งโรจน์ตามไปด้วย การที่สามีเสื่อมเสีย
ภรรยาก็เสื่อมเสียตามเช่นกัน! ตอนนี้ คนไร้ผลงานอย่างเจ้าอยากจะไปขอให้เชวียหย่งเฉียงยกหนิงหรานให้นั้นเป็นเรื่องที่
ฝันกลางวัน เจ้ารู้หรือไม่?”
ต้วนอวี้สารภาพออกมาตรงๆ “ท่านพี่การคิดหลายชั้นแบบนี้ ข้ายังไม่ได้ฉุกคิดมาก่อนเลย”
ต้วนชิงหมิงจึงพูดต่อไปว่า “พี่รู้ว่าเจ้าชอบพอหนิงหราน แต่การชอบใครสักคนหนึ่งนั้น ควรมีอะไรให้นางภูมิใจถึง
จะมีความสุขไม่ใช่หรือ?”
“น้องจะให้ความรักกับหนิงหรานทั้งหมดของหัวใจ ไม่ต้องให้นางต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก ไม่ต้องคอยระแวงหึง
หวงว่าจะมีสตรีอื่นมาแย่งความรักจากสามีไป ไม่ต้องให้นางต้องอดๆ อยากๆ น้องจะคอยอยู่เคียงข้างนางตลอดไปตราบ
จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต” ต้วนอวี้ตอบ
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ “อืม ถูกต้องแล้ว สตรีแบบนี้ถึงเรียกได้ว่ามีความสุขอย่างแท้จริง แต่เจ้าเคยคิดมาก่อน
ไหม สตรีคนหนึ่งก็ต้องมีเพื่อนมีสังคม พวกนางเห็นคนที่สูงศักดิ์กว่ามักอวยจนตัวลอย เห็นคนที่ตํ่ากว่ามักเหยียบยํ่าให้
จมดิน การที่พวกนางจะมีจุดยืนได้ ล้วนมาจากฐานะอำนาจ ตำแหน่งที่ผู้เป็นสามีสร้างขึ้น ซึ่งเจ้ามิอาจปฏิเสธความจริงนี้
ได้… อวี้เอ๋อร์ หากหนิงหรานต้องเข้าไปอยู่ในสังคมกลุ่มเช่นนี้ เจ้าจะใช้อะไรให้นางยืดอกพูดได้อย่างภาคภูมิ?”
“ความหมายของท่านพี่คือ ข้าต้องสอบอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ใช่ไหม?” ต้วนอวี้ถึงกับอ้าปากข้าง
“ปัญหานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะต้องสอบหรือไม่ต้องสอบ แต่อยู่ที่ว่าเจ้ามอบชีวิตแบบไหนให้หนิงหรานต่างหาก
เจ้าเข้าใจหรือยัง?” ต้วนชิงหมิงถาม
“ได้สิ ก็เเค่การสอบเท่านั้น ท่านพี่ ข้าทำได้อยู่แล้ว!” ต้วนอวี้ตอบมั่นใจ
“พี่รู้ว่าเจ้าต้องทำได้อยู่แล้ว อีกอย่างพี่สามารถช่วยเจ้าได้อีกแรง” ต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปาก
ต้วนอวี้เหมือนคิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ แต่เขากลับกดมันลงไป ก่อนจะพูดเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “ท่านพี่อ่าน
หนังสือ ทานข้าวมากกว่าข้าเป็นไหนๆ เรื่องเหล่านี้ต้องขอให้ท่านพี่มาช่วยอีกแรงแล้ว เช่น การทบทวนหนังสือ การวง
จุดที่สำคัญในการสอบ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ “ได้สิ ไม่มีปัญหา”
เนื่องจากในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงแม้จะไม่ได้ออกนอกจวนไปไหน แต่สำหรับการสอบจอหงวนนั้นที่จัดขึ้นทุก
สามปี นางกลับให้ความสนใจอย่างยิ่งยวด ยกตัวอย่างเช่น เนื้อหาที่ใช้สอบในแต่ละครั้ง ชื่อแซ่ของผู้คุมสอบ รวมถึง
หัวข้อคำถาม นางล้วนจดจำได้เป็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ต้วนอวี้รำลึกถึงบทสนทนาระหว่างเชวียหย่งเฉียง ก่อนจะพูดอย่างไม่ยอมใจ “ท่านพี่คงยังไม่รู้ เชวียหย่งเฉียงทำ
เกินไปจริงๆ เขาพูดว่าเพื่อให้ข้าตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตำรา ก่อนถึงการสอบจอหงวนไม่ต้องไปพบหน้าหนิงหราน!”
“ตามความคิดของข้านั้น เชวียหย่งเฉียงตั้งใจกีดกันให้ข้ากับหนิงหรานต้องห่างกัน เพื่อจะได้หาวิธีแยกเราสองคน
ออกจากกัน” ต้วนอวี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
ต้วนชิงหมิงจึงพูดอย่างขึงขังออกมา “อวี้เอ๋อร์ การที่จะได้ครองคู่กันไปยาวนานต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย
หากเจ้าอยากอยู่กับหนิงหรานไปทั้งชีวิต แค่ห่างกันครึ่งปีคงไม่เป็นปัญหาใหญ่อะไร”
ต้วนอวี้บิดตัวไปมาพูดเสียงอ่อยๆ “แต่ไม่ได้พบหน้าหนิงหราน ข้ารู้ใจมันตุ้มๆ ต่อมๆ”
ต้วนชิงหมิงจึงเข้าไปตบบ่าเขาอย่างเบามือหลายที “เรื่องของหนิงหรานเจ้าวางใจได้ อวี้เอ๋อร์ไปพบนางไม่ได้
ประเดี๋ยวพี่ไปพบให้แทนก็ได้นี่ เจ้าวางใจได้ ขอเพียงการสอบจอหงวนในครั้งนี้ได้คะแนนสูง เชวียหย่งเฉียงก็มิอาจมีข้อ
อ้างอันใดมากลับคำ”
ถึงตอนนั้น ต่อให้เชวียหย่งเฉียงอยากกลับคำพูด ต้วนชิงหมิงจะไม่เปิดโอกาสนั้นให้เขาหาข้ออ้างอันใดมาอ้างได้
พอต้วนอวี้เห็นต้วนชิงหมิงกล่าวอย่างมั่นใจ เขาจึงตอบว่า “ได้เลย เอาตามที่ท่านพี่ว่าแล้วกัน”
“อย่างนั้น อวี้เอ๋อร์ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตำรา ส่วนเรื่องที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง” ต้วนชิงหมิงพูด
ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
อยู่ๆ ต้วนอวี้ได้พูดอย่างเป็นห่วงขึ้นมา “ท่านพี่ ถึงตอนนั้นเชวียหย่งเฉียงจะกลับคำพูดไม่ยอมให้หนิงหรานกับอวี้
เอ๋อร์ไหม? หรือไม่ก็เขาจะใช้เวลาครึ่งปีนี้ เสาะหาบุรุษมาแต่งงานกับหนิงหราน โดยไม่รอทำตามสัญญาที่ให้ไว้?”
“ในจุดนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะในมือของเจ้ามีของแทนคำมั่นสัญญาจากเชวียหย่งเฉียงอยู่แล้ว เขาย่อมไม่กล้า
บิดพริ้วอย่างแน่นอน… เพียงแต่พวกเราต้องคิดหาวิธีรับมือแต่เนิ่นๆ” ต้วนชิงหมิงส่ายหน้า
ต้วนอวี้จึงควักหยกขาวบริสุทธิ์ที่ร้อยเชือกออกมาส่งให้ต้วนชิงหมิง “ท่านพี่ นี่เป็นของแทนคำมั่นสัญญาที่เชวีย
หย่งเฉียงมอบให้ข้า”
ต้วนชิงหมิงรับหยกชิ้นนั้นมาดู พบว่าเป็นหยกที่งดงาม รูปทรงโค้งกลมมน สีสันขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้สิ่งใดเจือปน
ด้านล่างมีการแกะตัวอักษรเอาไว้ ทว่ากลับเห็นอย่างเลือนลางไม่ชัดเจน