การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 61 คนพูดกันมาก จากข่าวลือจะเป็นความจริง
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 61 คนพูดกันมาก จากข่าวลือจะเป็นความจริง
เซียงเย่เอ๋อร์สวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อนปักลวดลายดอกพุดเล็กๆ รอบตัว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเสื้อผ้าชุด
ใหม่เส้นผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นยกสูงเป็นสองวง เผยให้เห็นลำคอระหงด้านบนเสียบด้วยปินเงินเคลือบทอง ใบหน้าผัด
แปั้งสีขาวและทาปากแดง
หลิวยวนมองนางที่แต่งตัวเช่นนี้คิ้วหนาพลันขมวดมุ่นคลับคล้ายรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์! นางเดินบิดไปบิดมาครั้น
เห็นหลิวยวนมองมาหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นทันที
พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่งแสดงให้เห็นท่าทางที่ขวยเขิน พูดออดอ้อนขึ้นว่า “คุณชาย
หลิวเย่เอ๋อร์มาเยี่ยมเจ้าค่ะ!”
หลิวยวนขมวดคิ้วจนแทบผูกกันได้
บ่าวรับใช้ของต้วนอวี้หรานช่างไร้มารยาทเหมือนนางไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย!เมื่อพบเจ้านายของตนกลับไม่แสดง
ความเคารพ ดันมาแสดงความเคารพคนนอกเช่นเขาก่อนช่างน่าดูแคลนเสียจริง!
นางไม่รอให้หลิวยวนได้เอ่ยปากกุลีกุจอเปิดกล่องอาหารใบน้อยออกมาพูดออดอ้อนเสียงหวานบาดหู “คุณชาย
หลิวนี่เป็นของที่เย่เอ๋อร์เตรียมไว้ให้ท่าน……ได้ยินมาว่าคุณชายหลิวทานอาหารกลางวันได้น้อยมากและอาหารที่คุณชาย
ใหญ่ทานคงไม่ถูกปากเย่เอ๋อร์กลัวว่าคุณชายหลิวจะหิว!”
ยิ่งได้ฟังคำพูดของนางแล้วเขายิ่งไม่สบายใจ
กระทั่งเรื่องทานอาหารกลางวันอิ่มหรือไม่อิ่มยังจะสืบได้อีกเด็กสาวคนนี้แท้จริงแล้วต้องการอะไร! อาหารในเรือน
คุณชายใหญ่ไม่ดีไม่ได้เป็นการบอกเขาหรือว่า เจ้านายของนางเป็นคนโปรดที่สุดในจวนต้วนต่างหาก
เขายังคงขมวดคิ้วแน่นดุจเก่าสีหน้าและท่าทางเคร่งขรึมขึ้น และแม้ภายในใจจะคิดเช่นนี้ทว่ากลับพูดออกไปด้วย
ความเกรงใจ “เช่นนั้น……ข้าฝากเซียงเย่เอ๋อร์เรียนคุณหนูรองด้วยว่า ขอบคุณมาก หลิวยวนรับนํ้าใจไว้แล้วแต่อาหารนี้
โปรดนำกลับไปเถอะ!”
ทันทีที่เขาพูดจบนางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดหน้าอีกครั้งพูดด้วยนํ้าเสียงอ่อนหวาน “โอ้ คุณชายหลิวท่าน
เข้าใจผิดแล้ว……ของเหล่านี้ไม่ใช่คุณหนูรองจัดหาแต่เป็นเย่เอ๋อร์เองเจ้าค่ะ……”
นางหยุดเว้นจังหวะอย่างตั้งใจลอบมองใบหน้าของหลิวยวนก่อนพูดต่อ “อาหารนี้เย่เอ๋อร์ใช้เงินของตัวเองให้
แม่นมในครัวเตรียมไว้สำหรับคุณชายหลิวเจ้าค่ะ!”
เขาพูดปฏิเสธเรียบๆทันที “ขอบใจเซียงเย่เอ๋อร์ที่หวังดีข้ารับนํ้าใจไว้แล้ว……แต่ขอให้เจ้านำอาหารกลับไป ข้าคง
รับไว้ไม่ได้!”
ประโยคที่หลิวยวนพูด ‘รับไว้ไม่ได้’ ทำให้สีหน้าของเซียงเย่เอ๋อร์เปลี่ยนไปทันทีและเริ่มเบะปากร้องไห้ “ฮือๆ”
นางร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดขึ้นเสียงอู้อี้ “คุณชายหลิวยังดูถูกเย่เอ๋อร์อยู่หรือเจ้าคะ?”
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆยิ่งรู้สึกจนปัญญาขึ้นไปอีก “นํ้าใจของเจ้าข้ารับไว้แล้วแต่ชายหญิงนั้นแตกต่าง
ขอให้เจ้าระวังตรงนี้ให้มาก!”
เป็นที่รู้กันว่าคำพูดที่ให้ระวังตัวให้มาก เป็นคำที่ค่อนข้างแรงหากเป็นหญิงสาวทั่วไปที่ได้ยินคงจะรีบถอยแต่เซียง
เย่เอ๋อร์ผู้นี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรกเห็นเด็กหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้ จิตใจนางก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วยิ่งได้ฟังที่ต้วนอวี้
หรานบอกว่าจะยกนางให้กับหลิวยวน จึงอยากจะเข้ามาใกล้ชิดทำให้เขามีใจต่อนางบ้าง!
นํ้าตาพลันไหลรินออกมาไม่ขาดสายเมื่อได้ฟังถ้อยคำของเขาพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบังใบหน้าแอบชำเลือง
มองใบหน้าได้รูปหล่อเหลาปากบางเป็นกระจับแนบสนิท สมส่วนอย่างพอดีของหลิวยวน……ชายหนุ่มผู้นี้แม้สวมชุด
สีนํ้าเงินเข้มเกือบดำสนิทยังไม่อาจปิดกั้นความสง่างามได้ ทว่าท่าทางรูปร่างก็ไม่ด้อยไปกว่าคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์
ท่านอื่น!
นางใช้สายตาทอดมองไปยังหลิวยวนยิ่งมองก็ยิ่งใหลหลง ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้!
“โอ้วๆ คุณชายหลิว……จู่ๆ เย่เอ๋อร์ก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเจ้าค่ะ……” นางพูดไปพลางเอียงตัวไปทางอีกฝั่าย
เด็กหนุ่มเห็นนางไม่รักในเกียรติของตนจึงโกรธหน้าดำหน้าแดง ทว่ากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมา!
ต้วนอวี้ที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่นานจึงแอบยื่นมือออกไปผลักชามนํ้าแกงที่เด็กสาวผู้นี้นำมา พลันร้องขึ้นมาอย่าง
ตกใจ “ไอ๊หยา! พี่หลิวระวังด้วย เซียงเย่เอ๋อร์ชนนํ้าแกงหกหมดแล้ว!”
นางรีบก้มลงดูเห็นถ้วยนํ้าแกงที่นำมาตะแคงหกเลอะเทอะนํ้าแกงที่ร้อนไหลลงเสื้อผ้าชุดใหม่ที่นางใส่มาอีกทั้ง
อาหารทั้งหมดก็ถูกนํ้าแกงไหลลงไปผสม จนไม่สามารถกินได้แล้ว!
นางเสียดายอย่างมากใช้มือยกถ้วยตั้งขึ้นมาอย่างรีบเร่ง กุลีกุจอหยิบจานอาหารที่นํ้าแกงยังไม่ไหลไปผสมออก
อย่างรีบร้อนด้วยท่าทางน่าเวทนา!
เด็กชายตัวน้อยจึงส่งสัญญาณให้หลิวยวนถอยไปด้านหลังสองสามก้าวมองเซียงเย่เอ๋อร์อย่างระมัดระวังตัว หญิง
คนนี้ไม่รู้จักคำว่ายางอายอย่าให้นางเข้ามาใกล้เด็ดขาด!
เซียงเย่เอ๋อร์เสียดายอาหารเหล่านี้เพราะใช้เงินส่วนตัวถึงหนึ่งตำลึง แต่กลับถูกชนจนหกไม่เป็นท่า!ถ้วยจานชามที่
ได้ขอหยิบยืมมาจากห้องครัวถ้าเกิดตกแตกเสียหายคงจะต้องใช้คืนเป็นเงินทั้งสิ้น
นางกุลีกุจอหยิบถ้วยนํ้าแกงขึ้นมาพลางมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความเสียใจ “คุณชายหลิว……”
เขากำลังกังวลว่าจะไม่สามารถปลีกตัวออกจากเซียงเย่เอ๋อร์ได้ จึงรีบโบกมือ “เสื้อผ้าของเจ้าเลอะหมดแล้วรีบ
กลับไปก่อนเถอะ! ที่นี่เดี๋ยวข้าจัดการเอง!”
นางจนปัญญากระทืบเท้าอยู่หลายที ค่อยถือกล่องอาหารเดินจากไป เมื่อเด็กหนุ่มหันหลังกลับมาจึงเห็นต้วนอวี้
มองเขาด้วยรอยยิ้ม “พี่หลิวครั้งนี้น้องช่วยพี่ แล้วพี่จะขอบคุณข้าอย่างไรดี?”
…
เห็นเซียงเย่เอ๋อร์ถือกล่องอาหารออกมาจากเรือนต้วนอวี้ด้วยสีหน้าหงุดหงิด อีกด้านหนึ่งหลังพุ่มไม้ ปรากฏเงา
สองร่างขึ้นมา!
หนึ่งในเงานั้นพูดว่า “พี่ไปั๋ดูสิ เซียงเย่เอ๋อร์ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย น้องบอกพี่แล้วถ้าจะเลือกบ่าวควรเลือกที่เห็น
แล้วสบายหูสบายตา บ่าวอย่างเซียงเย่เอ๋อร์ดูก็รู้ว่าไม่อยู่ในสายตาของหลิวยวน!”
อีกคนพูดแบบไม่รีบร้อน “พี่ตั้งใจให้เซียงเย่เอ๋อร์ไป!”
เด็กสาวมองที่ไปั๋หย่วนฮ่าวด้วยความฉงน “ทำไมถึงทำเช่นนั้นล่ะ?” ดูจากท่าทางหลิวยวนที่ทึ่มบื้อไม่เข้าใจความ
รักบ่าวรับใช้อย่างเซียงเย่เอ๋อร์ต่อให้ยกให้หลิวยวน เขาก็ยังไม่มีทางเอา!
เดิมทีต้วนอวี้หรานแค่อยากเลือกบ่าวรับใช้หน้าตาดีคนหนึ่งไปหลอกล่อคบหาดูใจกับหลิวยวนจากนั้นจับจุด
อ่อนของเขา เพื่อให้เขาอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าตาย ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือไปั๋หย่วนฮ่าวกลับเลือกบ่าวรับใช้ซื่อบื้ออย่างเซี
ยงเย่เอ๋อร์มาใช้งาน
เขามองยังอีกฝั่ายยิ้มออกมาอย่างสดใสในใจพลางคิดต้วนอวี้หรานนี่ช่างโง่เขลาเสียจริง ถ้าต้วนชิงหมิงอยู่ที่นี่คงไม่
ถามอะไรมากมายก็คงเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ หาได้ต้องอธิบายให้มากความไม่
คิดถึงตรงนี้พลันนึกถึงภาพต้วนชิงหมิงที่มีท่าทางสนิทสนมกับหลิวยวน เขากัดฟันกรอดๆอย่างสุดจะทน ต้วนชิงห
มิงเจ้าต้องเป็นของข้าเท่านั้น!
“เจ้ายังจำที่เคยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ที่ว่านายท่านต้วนให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากที่สุด ถ้าเกิดหลิวยวนกับเซี
ยงเย่เอ๋อร์สนิทสนมกันขึ้นมาแน่นอนว่าจะต้องมีคนไปรายงานนายท่านลุงถึงตอนนั้นน้องก็ไม่ต้องกังวลว่าหลิวยวนจะถูก
ไล่ออกจากตวนจ้วนอย่างไร?”
เด็กสาวร้อง “อ๋อ” ออกมาด้วยความเข้าใจแต่ในใจกลับเสียใจขึ้นมาเพราะเปั้าหมายของนางไม่เพียงจะขับไล่หลิว
ยวนออกไปเท่านั้นแต่นางต้องการให้ต้วนชิงหมิงเสื่อมเสียชื่อเสียงไปพร้อมกันอีกด้วย!
แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างปกปิดไม่มิดของเด็กสาวเบื้องหน้าทำไมเขาจะไม่รู้ ว่านางเกลียดชังต้วน
ชิงหมิงมากมายขนาดไหน!แต่ทว่าต้วนอวี้หรานที่เสแสร้งไม่เป็น จะเอาอะไรไปต่อกรกับต้วนชิงหมิงได้? หากอีกฝั่าย
อยากเล่นงานนาง เกรงว่าหากถูกขายไปคงเห็นต้วนชิงหมิงช่วยอีกฝั่ายนับเงินเป็นแน่!
ภายในใจของไปั๋หย่วนฮ่าวดูถูกดูแคลนต้วนอวี้หรานอย่างมากทว่าภายนอกกลับไม่แสดงอาการใดออกมาให้เห็น
กลับพูดเสียงอ่อนโยน “น้องลองคิดดู เคยได้ยินที่คนพูดว่า ‘คนพูดกันมากมายจากข่าวลือจะเป็นความจริง’ หรือไม่ขอ
เพียงชื่อเสียงของหลิวยวนเสียหาย โดยให้คนไปปล่อยข่าวลือในจวนต้วนว่าต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนสนิทสนมกันเกินไป
ถึงเวลานั้นต่อให้ต้วนชิงหมิงไปอยู่ต่อหน้าต้วนเจิ้งแค่พูดใส่ไฟไม่กี่ประโยค เช่นนั้นยังต้องกังวลว่าต้วนชิงหมิงจะได้เป็นคน
โปรดอยู่อีกหรือ”
แท้จริงแล้วจุดประสงค์ของเด็กหนุ่มเพียงแค่อยากจัดการหลิวยวนเขารู้ดีว่าต้วนอวี้หรานไม่ใช่คู่ต่อกรของต้วนชิง
หมิงแม้แต่น้อยดังนั้นเขาจึงไม่กลัวว่าต้วนชิงหมิงจะถูกต้วนอวี้หรานเล่นงาน!
ทว่าเขาจะไม่ยอมให้เด็กสาวตรงหน้ามาทำให้เรื่องเสียแน่นอน!
นางฟังคำพูดไปั๋หย่วนฮ่าวได้แต่พยักหน้าไม่หยุดจากนั้นจึงพูดออกมาอย่างมีเหตุผล “ยังไงพี่ไปั๋ก็ฉลาดที่สุด……
ทว่าชื่อเสียงของพี่สาวถูกทำลายจนหมดยิ่งมีเรื่องนี้เข้าไปอีก ยิ่งทำให้ท่านพ่อต้องโกรธนางมากขึ้นไปอีก”