การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 62 เชวียหนิงหรานมาเยี่ยม
ต้วนอวี้หรานกำลังยืนรับลมฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางดอกไห่ถัง[1] ที่บานสะพรั่ง สีดอกไม้สะท้อนให้ชุดเป็นแดงสด
พระพายพัดผ่านลู่ให้เส้นลมปลิวยุ่งเล็กน้อยเสื้อสีแดงบนตัวนางพลิ้วไหวสะท้อนแสงระยิบระยับ
ความสนใจของนางทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่เรือนกายของไปั๋หย่วนฮ่าว! นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าที่หล่อ
เหลาของเขาอย่างไม่อาจละสายตาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย เห็นถึงความปรารถนาที่พรั่งพรูและอยากพึ่งพาเขา
ชายชุดขาวข้างกายเผยยิ้มออกมาบางๆ แววตาของเขาสะท้อนชุดสีแดงของนางรอยยิ้มที่เปียมไปด้วยเสน่ห์แฝง
ไปด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน ปากกระจับได้รูปเผยออ้าออกเอื้อนเอ่ย “เจ้าก็เฉลียวฉลาดมากเช่นกัน ที่ให้โอกาสพี่ชาย
ได้แสดงฝีมือ!”
เมื่อเด็กสาวได้ยินใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มพลันยิ้มกว้างขึ้นไปอีกคล้ายดอกไห่ถังสีแดงสดใสกำลังหยอกล้อกับ
แสงตะวัน ครั้นเห็นเขามองกลับมารีบก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ทำให้ปินปักผมที่ห้อยระย้าไหลหล่นลงมาบดบัง
ใบหน้า “พี่ไปั๋ชอบพูดเล่นกับอวี้หรานอีกแล้ว!”
เขายิ้มมุมปากยื่นมือออกไปจับมือน้อยนิดของต้วนอวี้หราน ด้วยความอ่อนโยน “พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ? เจ้าฉลาด
หลักแหลมกว่าผู้ใด!”
ฉลาดหลักแหลมกว่าผู้ใด? เช่นนั้น ต้วนชิงหมิงก็เทียบไม่ได้ ใช่หรือไม่?
ใบหน้าสีแดงระเรื่อของนางมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาทันทีในเมื่อพี่ไปั๋คิดว่าต้วนชิงหมิงเทียบนางไม่ได้เช่นนั้นหาก
นางยื่นมือเพื่อจัดการกับต้วนชิงหมิงพี่ไปั๋จะไม่โกรธเกลียดนางใช่หรือไม่?
เพียงแค่นึกถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมาสองมือของนางกลับกำแน่นขึ้นอีกครั้งแม้จะเป็นพี่สาวน้องสาวแต่สองคนนี้กลับ
เป็นศัตรูกัน!หลิวหรงอบรมสั่งสอนนางมาตั้งแต่เล็กจนโต ให้เกลียดต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ พูดถึงความไม่ชอบอาจจะแค่
โกรธเกลียด แต่คงไม่ถึงกับเคียดแค้นชิงชังหรือพูดได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็นศัตรู!
ความเกลียดชังในแววตาของต้วนอวี้หรานยามมองไปยังเรือนต้วนอวี้ ได้แผ่ขยายออกไปเท่าไรก็สุดรู้
ก่อนหน้านี้อาจมีพายุโหมกระหนํ่ารุนแรงทว่าวันนี้กลับไม่เป็นเช่นวันวาน ตอนนี้ท่านแม่ตั้งท้องแล้วท่านพ่อเองก็
ดีใจมากที่จะมีลูกชาย จึงให้ความรักความเอาใจใส่ต่อท่านแม่!ถ้าท่านแม่แอบใช้อุบายสักหน่อย ต้วนชิงหมิงคงเหมือน
เมื่อก่อนที่ทั้งขี้ขลาดและหวาดกลัว
ทว่าต้วนเจิ้งในตอนนี้มีลูกสาวสองคนคือนางและต้วนชิงหมิง จะต้องมีคนหนึ่งที่เป็นคนโปรดส่วนอีกคนจะถูกลืม
หายไปจากความทรงจำนางได้แต่กัดฟันกรอดๆ อันที่จริงนางอยากจะเหยียบอีกฝั่ายให้จมอยู่ใต้เท้าจนเงยหัวไม่ขึ้น
เงาต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิทอดลงสู่ร่างของคนทั้งสองดวงตะวันที่สาดแสงมาตกกระทบ สะท้อนให้เห็นผิวขาว
หมดจดและใบหน้าชั่วร้ายที่มีสายตาไม่สมกับวัย ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย!
เด็กหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่าต้วนอวี้หรานคิดเช่นไรทว่าเรื่องการแก่งแย่งชิงดีกันในจวนต้วนนั้นเขาไม่เคยคิดที่จะหยุดยั้ง
หรือห้ามปราบแต่อย่างใดเพราะสำหรับเขาเรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องไล่หลิวยวนออกไปจากจวนต้วนก่อน! ส่วน
เรื่องอนาคตถ้าต้วนชิงหมิงไม่มีความเชื่อใจของคนในจวนต้วน จะต้องมาพึ่งพิงเขาโดยง่าย!หากประสบโอกาสดีที่เขาสา
มารถดึงต้วนชิงหมิงมาเป็นพวกได้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้นางกลับไปด้วย!
เด็กหนุ่มตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอย่างไรก็ตามจะต้องแต่งกับต้วนชิงหมิงให้ได้! ผู้หญิงที่ไม่ยอมสยบให้เขาโดยง่าย
อย่างนางช่างเป็นความรู้สึกท้าทายกว่าผู้หญิงที่ยอมให้เขาโดยง่ายยิ่งนัก
สำหรับต้วนอวี้หรานหากนางยินยอมที่จะแต่งแล้วเป็นอนุภรรยาจริง เขาก็รับได้เพราะดูรูปร่างหน้าตาหลิวหรง
แล้ว อีกหน่อยนางก็คงงดงามไม่แพ้กัน!และยิ่งต้วนอวี้หรานหลงใหลในตัวเขาเช่นนี้ แทบจะไม่ต้องเปลืองแรงแถมได้หญิง
งามกลับไปอีกคน เช่นนั้น จะไม่มีความสุขได้อย่างไรกัน!
ไปั๋หย่วนฮ่าวมองอีกฝั่ายด้วยสายตาเย้ยหยันต้วนอวี้หรานใจกล้าไม่กลัวสิ่งใด แต่กลับโง่เขลาไม่มีความคิดผู้หญิง
แบบนี้ถ้าได้มาเป็นด่านหน้าช่วยเขาจัดการเรื่องต่างๆคงจะเป็นลูกมือที่เชื่อฟังไม่น้อย
…
ทันทีที่เห็นต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาในเรือนหนิงซูเยี่ยนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เอ่ยออกมาอย่างดีใจ “คุณหนู!คุณหนูเชวียมา
หาเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อยพี่สาวเชวียมาหรือ? รีบไปนั่งก่อนเถอะ!
วันนี้เชวียหนิงหรานสวมชุดกระโปรงสีฟั้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยสีขาวรอบตัว ผ้าคาดเอวสีขาวนวลเผยให้เห็น
เอวที่คอดกิ่วได้รูปเกล้าผมขึ้นสูงปักด้วยปินดอกเหมยสีขาวเข้าชุด แม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเรียบหรู!
ทันทีที่ได้พบหน้าเชวียหนิงหรานนางก็รีบเข้าไปต้อนรับขับสู้ “เหตุใดพี่ไม่บอกหรือให้บ่าวมาแจ้งก่อน น้องจะได้
ออกไปต้อนรับ!”
เชวียหนิงหรานเผยรอยยิ้มออกมา “ต้อนรับอะไรกันล่ะ พี่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ทาง ถ้าให้พี่รอคงรอจนทนไม่ไหว!”
นิสัยของเชวียหนิงหรานนั้นตรงไปตรงมานางยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ!
ต้วนชิงหมิงมองไปยังเชวียหนิงหรานอย่างอดที่จะอิจฉาไม่ได้ที่มีท่านแม่คอยอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี จึงมีพื้น
ฐานนิสัยดีที่ทั้งบริสุทธิ์และจริงใจ!เป็นความสุขที่นางปรารถนามาทั้งสองชาติ แต่กลับไม่มี! พูดได้ว่าเชวียหนิงหรานทำให้
นางรู้สึกสบายอกสบายใจและยังทำให้นางรู้สึกอิจฉาได้อีกด้วย!
เด็กสาวรู้จักนิสัยของเชวียหนิงหรานจึงยิ้มให้เล็กน้อยพลางจับมือพากันเดินเข้าเรือนไป
“พี่สาว……” เสียงต้วนอวี้เรียกดังมาจากด้านหลัง
ต้วนอวี้เรียกว่า ‘พี่สาว’ หาใช่ ‘พี่สาวคนโต’ทำให้นางอบอุ่นใจขึ้นมา จึงหันกลับหลังไปอย่างช้าๆ พูดด้วยรอยยิ้ม
“ต้วนอวี้ มาหาพี่สาวนี่!”
เขายิ้มหัวเราะขึ้นแทบจะมองไม่เห็นดวงตา “หึๆ” ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาว ครั้นได้เห็นเชวียหนิงหรา
นที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงรีบยืนตัวตรง กล่าวอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับ พี่สาว!”
เชวียหนิงหรานได้เห็นต้วนอวี้ก็รู้สึกชอบพอจากใจจริง! นางรีบเข้าไปจับที่มือเด็กน้อยหันหน้ามาถามต้วนชิงหมิง
ว่า “นี่คือต้วนอวี้ใช่หรือไม่?”
แววตาต้วนชิงหมิงเปียมด้วยความเอ็นดูนางยิ้มตอบ “นอกจากเขาก็ไม่มีใครอีกแล้วที่กระโดดเป็นลิงร้างข้างขอ
เช่นนี้”
เด็กน้อยได้ยินที่พี่สาวพูดก็รีบแย้งกลับไป “พี่สาวพูดผิดแล้วต้วนอวี้ไม่ใช่ลิง ต้วนอวี้เป็นแค่เด็กน้อยเท่านั้น!”
พูดจบก็ยู้ปากเล็กน้อยออกมาละม้ายว่านางไม่ไว้หน้าเขาต่อหน้าคนอื่น!
เชวียหนิงหรานเห็นท่าทางของต้วนอวี้ยิ่งมีความสุขไปใหญ่ “พี่ก็ว่าต้วนอวี้พูดถูก……ถ้าเจ้าเชื่อฟังกว่านี้ก็จะ
เหมือนเด็กน้อยมากขึ้น!”
ที่ว่าถ้าเชื่อฟังมากกว่านี้ก็เหมือนเด็ก? คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นการพูดอ้อมๆ ว่าต้วนอวี้เป็นลิงน้อย!ต้วนอวี้ไม่ฟัง
แล้ว เขายืดตัวขึ้น พูดว่า “พี่สาวทั้งสองช่วยกันแกล้งต้วนอวี้ ต้วนอวี้จะโกรธแล้วนะ!”
โอ้วเด็กน้อยยังรู้จักบ่นอีกหรือ?
เชวียหนิงหรานเข้าไปอุ้มต้วนอวี้ขึ้นมาด้วยความมันเขี้ยวและหันไปยิ้มให้ต้วนชิงหมิง “ข้าก็อยากมีน้องชาย
เหมือนกัน……อิจฉาเจ้าเสียจริง!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อย “แต่ว่า พี่มีพี่ชายนี่หน่า!”
เชวียหนิงหรานมีพี่ชายสองคนและนางเป็นลูกสาวคนเดียวในจวนเชวีย โดยปกตินางจะได้รับความเอ็นดูเป็น
พิเศษทว่าตอนนี้เมื่อเห็นต้วนอวี้ กลับรู้สึกอิจฉาต้วนชิงหมิงที่มีน้องชายขึ้นมาไม่ได้
นางทำปากมุ่ย “มีพี่ชายจะมีประโยชน์อย่างไร? ชอบคอยมองว่าข้าเป็นเด็กน้อย!” พี่ชายทั้งสองของเชวียหนิง
หรานเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นคนหนึ่งบู๊คนหนึ่งบุ๋น ขณะที่นางได้รับการเอาใจมากเกินไปทำให้ไม่มีอะไรได้ดี ดัง
นั้นเมื่อพูดถึงพี่ชาย นางมักจะรู้สึกไม่มีความสุข!
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าเชวียหนิงหรานมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับพี่ชายทั้งสองในเวลานี้ยังได้ยินนางพรํ่าบ่นพึมพำถึงพี่
ชายไม่ขาดปาก ในใจจึงแอบลองคิดดูว่าถ้านางมีพี่ชายบ้างก็คงดี คงไม่ต้องอยู่ในสภาพที่ลำบากเช่นนี้
เพียงแต่ทุกคนเกิดมาด้วยบุพกรรมที่แตกต่างกัน ใช่ว่าอยากได้อะไรก็จะได้ไปเสียทุกอย่าง
คิดได้เท่านี้เด็กสาวจึงยกยิ้มขึ้นพลางเอ่ย “การมีพี่ชายก็มีข้อดีของมัน ส่วนการมีน้องชายก็มี……แต่จะปวดหัว!”
ต้วนอวี้อยู่ในอ้อมอกของเชวียหนิงหรานเขามองนางและมองต้วนชิงหมิงไปด้วย จู่ๆ พูดแทรกขึ้นมาว่า “พี่
สาว……เอาพี่ชายของพี่ มาเป็นพี่ชายของข้า ข้าถึงจะเป็นน้องชายของพี่!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ขมวดคิ้วขึ้นและต่อว่าในทันที “ต้วนอวี้จะเสียมารยาทไม่ได้!”
…
[1]ดอกไห่ถัง หรือในภาษาอังกฤษ Chinese Flowering Crabapple เป็นพืชตระกูลแอปเปิลมีดอกสีแดงหรือ
ชมพู บานใช่ช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม