การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 611 เรื่องในใจของฮูหยินเชวีย
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นมา พลางปรายตามองหยกชิ้นนี้ที่แม้จะดูงดงาม ทว่าไม่เหมือนกับของที่ใช้เป็นของหมั้น
หมายได้
หรือด้วยความรีบร้อนของเชวียหย่งเฉียงจึงทำให้เขาหยิบของผิดชิ้นผิดให้?
ต้วนชิงหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ในฉับพลันว่า หยกติดตัวเชวียหย่งเฉียงมีลักษณะกลมแบน ราคาสูงลิบลิ่ว แต่หยกที่
อยู่ในมือกลับดูแล้วเป็นคนละชิ้นกัน
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย ต้วนอวี้จึงถามอย่างใคร่รู้ “เกิดอะไรขึ้นท่านพี่ หรือว่าเชวียหย่งเฉียง
หลอกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “มิใช่อย่างนั้นหรอก ของแทนคำมั่นสัญญามีหรือที่เชวียหย่งเฉียงจะกล้าหลอ
กอวี้เอ๋อร์ เก็บหยกชิ้นนี้ไว้ให้ดีอย่าให้แตกเสียหาย จะได้มีใช้ในตอนไปหมั้นหมายเชวียหนิงหราน”
ชิชะ! เชวียหย่งเฉียงช่างกล้าเอาหยกมาจกตาต้วนอวี้ มีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะยอมปล่อยให้เขาทำสำเร็จ!
ระหว่างที่ต้วนอวี้กำลังก้มเก็บหยกชิ้นนั้นอย่างทะนุถนอม ต้วนชิงหมิงกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “อวี้เอ๋อร์ยังมีอีก
อย่าง ถึงแม้พวกเรายังไม่สามารถไปหมั้นหมายถึงจวนเชวียได้ แต่เรื่องก็เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราต้องช่วยกันทำให้
เรื่องนี้แพร่ออกไปอีกทาง”
ต้วนอวี้ตาเปล่งประกายออกมา “แล้วจะทำยังไงดีละท่านพี่?”
เมื่อต้วนอวี้เห็นต้วนชิงหมิงพูดอย่างยิ้มๆ เขาจึงพูดอย่างดีใจออกมา “อย่างนั้นเอาตามที่ท่านพี่ว่าแล้วกัน ทำให้
เรื่องนี้ใหญ่ขึ้นมา ส่วนเรื่องการสอบจอหงวนเดี๋ยวค่อยขยันก็ได้……”
ต้วนชิงหมิงถามขึ้น “อวี้เอ๋อร์ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ คิดแค่ว่าต้องทำให้สำเร็จเข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบอย่างจริงจัง
ขอเพียงต้วนอวี้สอบจอหงวนได้สำเร็จ เรื่องของเขากับเชวียหนิงหรานย่อมเป็นไปได้ ส่วนต้วนชิงหมิงย่อมหาทาง
ให้เชวียหย่งเฉียงยอมให้เชวียหนิงหรานแต่งกับต้วนอวี้อย่างโดยดีตามที่สัญญาไว้
ในเมื่อเชวียหย่งเฉียงวางแผนเล่นแง่กับหยกที่ให้ต้วนอวี้มา โดยไม่ได้คิดให้เชวียหนิงหรานมาแต่งกับต้วนอวี้ตั้งแต่
แรกแล้ว เช่นนั้น ต้วนชิงหมิงต้องเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว
ในครั้งนี้ ต้วนชิงหมิงจะต้องให้เชวียหย่งเฉียงได้เจอดีซะบ้าง เอาให้เขาอ้าปากค้างที่ต้องเสียเปรียบหมดหน้าตัก
ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ปรึกษาหารือกันถึงเรื่องการสอบอย่างไรให้ได้ผลคะแนนที่ดี เพื่อจะได้มาหมั้นหมายเชวีย
หนิงหรานได้อย่างภาคภูมิ
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเชวียหย่งเฉียงได้พาเชวียหนิงหรานกลับจวนเชวีย เขาก็กลับไปตำหนิบุตรชายทั้งสองกับหนิงหรา
นทันที จากนั้นเดินเข้าไปในห้องโถงกับฮูหยินเชวีย
เมื่อทั้งสองคนนั่งลงเป็นที่เรียบร้อย บ่าวใช้ได้ยกนํ้าชาไปให้ ฮูหยินเชวียเอ่ยถามเชวียหย่งเฉียงอย่างเป็นกังวล
“ท่านพี่ เรื่องในวันนี้จะจัดการยังไงดี?”
เชวียหย่งเฉียงค่อยๆ ยกถ้วยนํ้าชาขึ้นจิบอย่างช้าๆ หลังจากนั้นเขาก็วางถ้วยนํ้าชาลง ก่อนพูดอย่างสบายอก
สบายใจ “ข้าจะทำอะไรได้เล่า ก็เอาตามที่ให้คำมั่นไปก็แล้วกัน”
ฮูหยินเชวียได้ฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก “ถ้าตามที่ท่านพี่ว่ามานั้น คือจะยกหนิงหรานให้คุณชายจวนต้วน?”
เชวียหย่งเฉียงหันมามองฮูหยินเชวีย “ข้าไม่ได้ความหมายแบบนั้นเสียหน่อย!”
“แต่ว่าท่านพี่ให้ของเป็นคำมั่นสัญญาไปแล้ว หรือว่าท่านพี่หลอกคุณชายจวนต้วนไป?” ฮูหยินเชวียเอ่ยถาม
เชวียหย่งเฉียงตอบกลับทันควัน “ข้าไม่ได้หลอกเด็กนั่นเสียหน่อย… เพียงแค่หาเสนอบางอย่างก็เท่านั้นเอง ข้อ
แรก หากเขาไม่รับคะแนนการสอบจอหงวนที่สูงถือว่าไร้วาสนากับหนิงหราน และต่อให้สอบได้คะแนนสูง ข้าก็มีข้ออ้าง
ปฏิเสธไว้แล้ว ข้อสอง ห้ามมาเจอน้าหนิงหรานครึ่งปีจนกว่าจะสอบเสร็จ หากทำไม่ได้ก็ถือว่าวาสนากับหนิงหรานได้จบ
สิ้นลง… ฉะนั้น ฮูหยินวางใจลงได้ อาศัยจังหวะนี้ พวกเรามองหาคนที่เหมาะสมทั้งฐานะและหน้าตา มาหมั้นหมายกับ
หนิงหรานก็สิ้นเรื่อง”
แน่นอนว่าประโยคท้ายสุด เชวียหย่งเฉียงคิดอยู่ในใจโดยที่ไม่ได้บอกให้ฮูหยินเชวียฟัง หยกที่เขามอบให้ต้วนอวี้ได้
ทำบางอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว หากต้วนอวี้หยิบหยกนั้นเพื่อมาขอหมั้นหมายจริง ถึงตอนนั้นคงเป็นที่น่าขันต่อหน้า
ผู้คนไปทั่ว
ฮูหยินเชวียหลับนึกไม่ถึงว่าเชวียหย่งเฉียงจะมีความคิดเจ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้ นางได้พูดอย่างเป็นห่วงเป็นใยขึ้น
มา “แต่เกรงว่าเรื่องที่หนิงหรานได้เจอจากจวนจางนั้น คงทำให้นางเข็ดหลาบกับการดูตัวหมั้นหมาย เอาอย่างนี้แล้วกัน
รอให้เรื่องเงียบไปก่อนค่อยวางแผนหาคนใหม่จะดีไหม?”
เชวียหย่งเฉียงหันไปพูดกับฮูหยินเชวียยังไม่ค่อยสบอารมณ์ “เรื่องของจวนจางได้ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องเอามาอ้างว่า
ส่งผลต่อจิตใจหรานเอ๋อร์หรอก แม้แต้พวกเราก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร การที่บุตรสาวภรรยาเอกจวนเชวียจะแต่งกับผู้ใด
ทุกคนต่างพอเดากันไปได้ เหตุใดต้องทำต้องเอาเรื่องเล็กขี้ปะติ๋วพวกนี้มาเป็นอุปสรรคด้วย?”
ฮูหยินเชวียยังคงมีสีหน้าที่เป็นกังวล ทว่านางจนปัญญาที่จะโน้มน้าวเชวียหย่งเฉียง ดังนั้นนางจึงครุ่นคิดอยู่สักพัก
ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เรื่องที่เกิดขึ้นกับจวนจางในวันนี้ เป็นความผิดของเชี่ยเสินเอง ที่ไม่ได้ดูให้ละเอียดถี่ถ้วน ครั้งหน้าเชี่ย
เสินจะเสาะหาคู่ครองที่เหมาะสมกับหนิงหราน ทั้งหน้าตาและฐานะที่ทัดเทียมมาให้จงได้”
เหมือนตอนนี้ เชวียหย่งเฉียงไม่อยากได้ยินชื่อจวนจางเข้ามาในโสตประสาท เขาจึงโบกมือไปมา “เรื่องในจวน
พวกนี้ รบกวนฮูหยินเป็นธุระจัดการให้ด้วย หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าขอตัวไปห้องหนังสือก่อน”
ทันทีที่ฮูหยินได้ฟังก็ถึงกับจุกจนพูดมิออก ด้วยนางรู้อยู่แก่ใจว่าเชวียหย่งเฉียงมิได้ตั้งใจไปห้องหนังสือ แต่กำลังจะ
ไปห้องของอนุที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ต่างหาก
ถึงแม้ฮูหยินเชวียอยากเอ่ยปากห้าม ทว่าก็ทำอะไรมิได้ นางจึงก้มหน้าตอบกลับเสียงแผ่วเบา “เชี่ยเสินน้อมส่ง
ท่านพี่”
นี่เป็นน้อยครั้งที่เชวียหย่งเฉียงจะหันหน้ากลับมาพูดกับฮูหยินเชวีย “ฮูหยิน หากมีเวลาว่างก็ไปดูแล โน้มน้าวหรา
นเอ๋อร์ให้มากๆ การเกิดเป็นบุตรสาวต้องเชื่อฟังคำสั่งและสอนของท่านพ่อท่านแม่กับแม่สื่อแม่ชัก ส่วนเรื่องไม่เป็นเรื่องก็
อย่าให้นางคิดเพ้อฝันให้มาก”
“เชี่ยเสินรับทราบแล้ว” ฮูหยินเชวียตอบเสียงเบา
บัดดลนั้น ภายในใจของฮูหยินเชวียก็เปียมล้นไปด้วยความทุกข์ระทม การเชื่อฟังคำสั่งและสอนของท่านพ่อท่าน
แม่ เชื่อคำพูดของแม่สื่อแม่ชัก ล้วนนำมาซึ่งอนุภรรยาที่มีเป็นโขยง แก่งแย่งหักสวาทช่วงชิงความรักกัน!
สภาพแบบดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไปในสังคม แต่ฮูหยินเชวียมิอยากให้หนิงหรานต้องมาตกอยู่ใน
สภาพหน้าชื่นอกตรมอย่างผู้เป็นแม่!
เมื่อคิดเหตุและผลได้ดังนี้ ฮูหยินเชวียก็ถอนหายใจออกมาด้วยความละเหี่ยใจ… ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาด! นางจะไม่มี
วันยอมให้หนิงหรานต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนนางเป็นอันขาด!
ทันใดนั้น ฮูหยินเชวียแวบคิดถึงคำพูดของต้วนอวี้ขึ้นมาได้ เขาบอกว่าจะมอบความรักให้นางเพียงผู้เดียว ตราบ
ลมหายใจสุดท้ายมาพรากจากกัน
รักเดียวใจเดียวไปชั่วชีวิต มีเพียงแค่สองเรา
สิ่งนี้เป็นความฝันที่สตรีทุกผู้คนต่างปรารถนาอยู่ในใจส่วนลึกที่สุด ทว่าสตรีไม่มากก็น้อยต้องคอยมองดูสามีรับ
อนุภรรยาเข้ามาในจวนคนแล้วคนเล่า ส่วนภรรยาเอกได้แต่นอนเฝั้าเรือนไปอย่างเดียวดาย
ฮูหยินเชวียค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า ภาพในมโนทวารปรากฏภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของต้วนอวี้ขึ้นมา ถึงแม้
ใบหน้าดูอ่อนวัยไร้เดียงสา แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจัง ไม่รู้ด้วยเหตุใด ฮูหยินเชวียกลับปักใจเชื่อคำพูดของต้วนอวี้ว่า
ต้องทำได้อย่างที่ลั่นวาจาเอาไว้
ฮูหยินเชวียหายใจออกด้วยความเชื่องช้าและแผ่วเบา หากเทียบกับคุณชายเหล่านั้นที่จะมีอนุเป็นโขยงอย่าง
แน่นอน การที่ต้วนอวี้สารภาพออกมาจากหัวใจย่อมมีค่ามีราคามากกว่าเป็นไหนๆ
มาถึงจุดนี้ ฮูหยินเชวียกุมมือแน่นโดยไม่รู้ตัว นางตัดสินใจหนักแน่นต้องหาวิธีช่วยให้ต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานได้
ครองคู่กัน เพื่อให้บุตรสาวของนางไม่ต้องมาชิงรักหักสวาท กับสตรีคนอื่นที่มาขอใช้สามีร่วมกัน……
เช่นเดียวกับเชวียหย่งเฉียงย่อมมีการตัดสินใจและวางแผนของเขา ฮูหยินเชวียก็ย่อมมีความมุ่งมั่นยืนหยัดในการ
ตัดสินใจเช่นกัน
ในเช้าวันถัดมา ทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองหลวงมีเรื่องหนึ่งได้ถูกพูดถึงไปทั่ว
เรื่องนั้นถูกคนใส่สีตีไข่เข้าไปอย่างมีอรรถรส คนที่เล่าต่อๆ กันไปก็เล่าอย่างออกรสออกชาติ ทำเอาผู้ฟังต่างเคลิ้ม
เคลิบและติดใจกัน
โดยเรื่องที่เล่าปากต่อปากกันนั้น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในร้านอาหารเทียนฝูั่เมื่อวานนี้เอง มีทั้งสาเหตุของเรื่อง
รายละเอียดเหตุการณ์บทสนทนา รวมไปถึงผลลัพธ์ในตอนจบต่างแพร่สะบัดออกไป ราวกับได้เห็นมาด้วยสองตาอย่างไร
อย่างนั้น
สาเหตุของเรื่องราวมาจากคุณชายจวนจาง เป็นพวกนิยมชมชอบไม้ปั่าเดียวกัน จึงด่าทอสาดเสียเทเสียให้กับบุตร
สาวภรรยาเอกจวนเชวียอย่างไม่ไว้หน้า
จนกระทั่งบุตรสาวภรรยาเอกชาไปทั้งตัว ไม่รู้จะโต้เถียงกลับอย่างไรดี แต่จุดสำคัญกลับอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก
ระหว่างที่คุณชายจางไม่ไว้หน้าคุณหนูเชวียอยู่นั้น ว่าที่สามีของนางกลับปรากฏตัวขึ้นสั่งสอนจางเย่ไปยกใหญ่ อีก
ทั้งว่าที่สามียังได้รับของแทนคำมั่นสัญญาจากจวนเชวีย โดยรอให้การสอบจอหงวนในครั้งนี้ผ่านไปด้วย ก็สามารถมา
สู่ขอหมั้นหมายคุณหนูเชวียได้ทันที
ผู้คนที่เล่าต่อๆ กันมา มิทราบว่าใครเป็นคนเล่าเรื่องก่อนเป็นคนแรก รู้เพียงแต่ว่าแรกเริ่มเดิมทีไม่มีใครล่วงรู้มาก
นัก แต่ผ่านไปได้ไม่ถึงสองวัน ทั้งคนตระกูลสูงศักดิ์ ขุนนางน้อยใหญ่ รวมถึงชาวบ้านต่างเล่าขานกันอย่างสนุกปาก