การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 613 ความคิดของเชวียหนิงหราน
เมื่อฮูหยินเชวียเห็นสีหน้าของเชวียหย่งเฉียงพลันทราบได้ทันทีว่านางพูดผิดไปแล้ว ดังนั้น นางจึงรีบยืนขึ้น
หัวเราะกลบเกลื่อน “ท่านพี่ก็ทราบดีนี่เจ้าค่ะ เสี่ยเซินไม่ได้หมายความอย่างที่พูด”
เชวียหย่งเฉียงขมวดคิ้วชำเลืองมองฮูหยินเชวีย โดยไม่เอ่ยวาจา
ฮูหยินเชวียยังคงหัวเราะกลบเกลื่อน “ท่านพี่ เซี่ยเสินคิดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาได้เจ้าค่ะ คุณชายจางกับจื่อซวนเป็น
สหายคนสนิทกัน และยังเคยมาที่จวนเชวียเราด้วย คุณชายจางอายุรุ่นราวเดียวกันกับหนิงหราน เพียงแต่ว่า……”
เพียงแต่ว่าตอนนี้ เชวียหนิงซวนไม่ได้ไปมาหาสู่กันเนิ่นนานแล้ว
ฮูหยินเชวียหันมองดูท่าทีของเชวียหย่งเฉียงอย่างระแวดระวัง โดยไม่กล้าพูดคำใดต่อไป
ในความเป็นจริง ในราชสำนักมีขุนนางนับร้อย ขุนนางระดับสี่ก็มีมากมายดาษดื่น ฮูหยินเชวียเคยเห็นหน้าคาดตา
คุณชายจางจื่อเฟยมาแล้ว แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด พักหลังนี้เหมือนเขามีปัญหากับเชวียหนิงซวนนิดหน่อย จึงไม่ได้ไปมา
หาสู่กันเหมือนที่เคย
ฮูหยินเชวียทราบเป็นอย่างดี การประเมินคุณชายจางของนาง อาจเทียบกับสายตาของเชวียหย่งเฉียงไม่ได้
หากนางบอกว่าคุณชายจางผู้นี้ไม่ผ่าน คราวหน้าเชวียหย่งเฉียงมีเรื่องเช่นนี้อีก คงมิยอมมาปรึกษาหารือกับนาง
เป็นแน่
อย่างไรเสีย ฮูหยินเชวียกำลังช่างใจอยู่หลายวันว่าอยากได้ต้วนอวี้มาเป็นลูกเขย ทว่าหากคิดเผื่อวันข้างหน้าของ
บุตรสาว นางย่อมไม่ปฏิเสธคนที่มีสิ่งต่างๆ ดีกว่า
ฉะนั้น ฮูหยินเชวียสามารถนัดฮูหยินจางมาที่จวนเชวียตามที่เชวียหย่งเฉียงปรารถนา โดยถือโอกาสดูนิสัยใจคอ
ความรู้ความสามารถคุณชายจางไปพร้อมกันทีเดียว
“อืม เรื่องนี้รบกวนฮูหยินไปจัดการให้หน่อย เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!” เชวียหย่งเฉียงพูดอย่างรอคอย
ฮูหยินเชวียรีบตอบกลับ “ได้เจ้าค่ะ อีกสองสามวันก็เป็นงานวันเกิดของเซี่ยเสินพอดี ถึงตอนนั้นเสี่ยเซินจะเทียบ
บัตรเชิญไปที่จวนจาง”
“วันเกิดของฮูหยินใกล้เข้ามาแล้วอย่างนั้นหรือ?” เชวียหย่งเฉียงพูดอย่างประหลาดใจ
ฮูหยินเชวียได้แต่ตอบกลับหน้าแดง “ใช่แล้วเจ้าค่ะ… ช่วงนี้ท่านพี่ค่อนข้างยุ่ง เซี่ยเสินจึงไม่อยากเอานำเรื่องนี้ไป
รบกวนใจ”
“ฮูหยินพูดอะไรกัน งานวันเกิดฮูหยินทั้งทีต้องจัดให้ยิ่งใหญ่ไปเลย” เชวียหย่งเฉียงมองไปที่หน้านาง
“ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ” ฮูหยินตอบ
จากนั้นเชวียหย่งเฉียงได้พูดคุยกับฮูหยินเชวียอีกนิดหน่อย เพื่อกำชับลายละเอียดต่างๆ ก่อนจะขอตัว
ฮูหยินเชวียเดินออกมาส่งเชวียหย่งเฉียงถึงหน้าประตู หลังจากที่เชวียหย่งเฉียงเดินออกไป ในใจของนางก็เต็มไป
ด้วยความผิดหวัง นานเท่าไหร่แล้วที่เชวียหย่งเฉียงไม่ได้พักค้างคืนที่เรือนของนาง ในช่วงนี้ฮูหยินเชวียเอาแต่รำลึกถึง
เรื่องราวในอดีตด้วยความละเหี่ยใจ
ฮูหยินเชวียเริ่มลงมือเขียนรายชื่อในบัตรเทียบเชิญ โดยไม่ลืมเขียนส่งให้ฮูหยินจาง แม้ว่าจางจื่อเฟยกับจางซู๋จะแซ่
เดียวกัน แต่ในหลายๆ ด้านจางซู่เทียบไม่ได้เลย ฉะนั้นฮูหยินเชวียจึงมีความมั่นใจในการพบหน้าครั้งนี้
คำพูดของเชวียหย่งเฉียงได้ล่องลอยไปเช้าหูเชวียหนิงหรานอย่างรวดเร็ว จนนางไม่กล้าเข้าไปถามเชวียหย่งเฉียง
ต่อหน้า ทว่ากลับเลือกโล่ไปถามฮูหยินเชวียในเช้าตรู่ของวันถัดไป
เมื่อเชวียหนิงหรานไปก็พบฮูหยินเชวียกำลังสางผมอยู่ ฮูหยินเชวียจึงได้ถามยิ้มๆ ขึ้นมา “หนิงหรานมาช่วยแม่
หยิบปินกุหลายให้หน่อย”
เชวียหนิงหรานไม่ตอบรับใดๆ ได้แต่เดินเข้าไปช่วยหยิบปินกุหลาบใส่เสียบให้ฮูหยินเชวีย จากนั้นจึงถือโอกาส
ถามเสียงเบาขึ้น “ท่านแม่รู้เรื่องหมดแล้วสิน่ะ”
ฮูหยินเชวียชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงนิ่งเรียบออกมา “เจ้ารู้เรื่องแล้วหรือ?”
เชวียหนิงหรานเม้มริมฝีปากแนบแน่น “ลูกรู้แล้ว ท่านพ่อท่านแม่ตั้งใจผิดคำสัญญาณ หมายเอาลูกไปแต่งกับ
คุณชายจางอะไรนั่น!”
ฮูหยินเชวียได้แต่ถอนหายใจหันหน้าไปอีกทาง เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานนํ้าตาคลอ กัดริมฝีปากแน่น
ฮูหยินเชวียจึงผายมือให้บ่าวใช้ที่ยืนอยู่ทุกคนออกไปด้านนอก ให้เหลือเพียงแม่ลูกสองคนเท่านั้น
“หนิงหราน อย่าหาว่าแม่พูดมากเลย ต้วนอวี้นั่นมีอะไรดีอย่างนั้นหรือ? ทำเอาลูกของแม่นึกถึงอยู่นั่นแหละ?”
เชวียหนิงหรานก้มหน้าปาดนํ้าตาช้าๆ เอ่ยเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่ ลูกก็มิรู้หรอกว่าต้วนอวี้เป็นคนดีไหม ลูกรู้เพียง
ว่าลูกอยู่ที่ไหร ต้วนอวี้มักเข้ามาปกปั้องลูก บัดนี้ แม้เขาอายุยังน้อย แต่ไม่ว่าลูกต้องการสิ่งใด เขาจะหามาให้เสมอ เมื่อ
ก่อน ลูกคิดเหมือนกันว่าเขาอายุน้อยเกินไป ไม่เหมาะจะเป็นสามี ทว่าผ่านเรื่องของจางเย่มา ลูกจึงได้รู้ชีวิตยังมีคนที่พึ่ง
ผิงได้……”
ฮูหยินเชวียใช้มือลูบหัวของเชวียหนิงหรานอย่างเบามือ “หรานเอ๋อร์บอกแม่มาสิ ว่ามีแค่เหตุนี้เท่านั้น ไม่ใช่ว่าลูก
มีใจให้ต้วนอวี้แล้ว?”
เชวียหนิงหรานพูดทั้งๆ ที่ตาทั้งสองข้างยังแดงกํ่า “ลูกก็ไม่รู้เหมือนกัน ลูกรู้เพียงแต่ว่าในเมื่อท่านพ่อรับปากไป
แล้ว ลูกก็ทำได้แต่รอ แต่เหตุใดจู่ๆ ถึงกลับคำแล้วเจ้าคะ?”
ฮูหยินเชวียพูดถอดใจ “หรานเอ๋อร์ยังไม่เข้าใจแม่สินะ… ขอเพียงลูกมีความสุข ให้แม่ทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น แม้ต้วน
อวี้ดูแล้วเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีคนอื่นที่ดีกว่า?”
เชวียหนิงหรานก้มหน้าเอ่ยละลํ่าละลัก “ลูกไม่กลัวที่บอกกับท่านแม่ ลูกจะแต่งกับต้วนอวี้นี่แหละ ไม่ว่าท่านพ่อ
ท่านแม่จะไปหมั้นหมายลูกกับใคร ลูกไม่มีวันแต่งงานด้วยเป็นอันขาด”
“ที่พูดมาจริงแท้หรือไม่?” ฮูหยินเชวียขมวดคิ้วถามขึ้น
เชวียหนิงหรานตอบกลับด้วยสีหน้าแดงกํ่า “บุรุษคนอื่นดีหรือไม่ดีลูกไม่รู้หรอก ลูกรู้แต่ว่าต้วนอวี้รับปากแล้วจะ
ไม่รับอนุ และรักลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น……”
เชวียหนิงหรานเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเชวีย “ท่านแม่ ตั้งแต่ที่ลูกโตขึ้นมา เห็นท่าพ่อรับอี๋เหนียงมาคนแล้วคนเล่า
จิตใจของท่านแม่มีแต่ความทุกข์ระทม พูดได้ว่าชีวิตแบบนี้ลูกกลัวยิ่งนัก… แต่เมื่อได้ยินคำสาบานจากปากต้วนอวี้ที่จะไม่
รับอนุ และมีลูกเป็นภรรยาเพียงผู้เดียวไปทั้งชีวิต ใจของลูกก็เป็นของเขาโดยไม่เหลือพื้นที่ให้บุรุษอื่นอีกแล้ว……”
สายตาฮูหยินเชวียชะงักไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยอย่างปลงๆ “หรานเอ๋อร์รู้หรือไม่ คำสาบานของบุรุษเป็นเหมือน
บุปผาแรกแย้ม ดูตอนแรกสวยสดงดงาม แต่เมื่อเด็ดลงมาดอมดมแล้ว ก็ไม่ชื่นชมเหมือนแรกเริ่มอีก?”
“ท่านแม่ ลูกรู้ว่าบุรุษส่วนใหญ่ล้วนเป็นเช่นทีท่านแม่ว่ามา แต่ลูกเชื่อในตัวต้วนอวี้ หาใช่คนแบบไม่” เชวียหนิง
หรานตอบ
คราวนี้ ฮูหยินเชวียเลือกจ้องไปที่เชวียหนิงหรานที่ดื้อรั้น “ลูกเอ๋ย ต้วนอวี้อายุยังน้อย ฉะนั้นคำพูดของเด็กน้อย
จะยึดเอาเป็นจริงเป็นจังได้นานเสียเท่าไหร่กัน?”
เชวียหนิงหรานตอบอย่างจริงจัง “ท่านแม่อย่ามองแต่ว่าต้วนอวี้อายุน้อย ตอนที่เขาอยู่กับลูก ลูกกลับรู้สึกว่าเขา
เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเสียอีก เขายังมีความคิดความอ่านและการกระทำโตกว่าลูกในหลายๆ ด้าน”
ดูเหมือนเชวียหนิงหรานกลัวฮูหยินเชวียไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด จึงรีบเอาตัวเข้ามารับประกัน “ท่านแม่ พี่ชายทั้ง
สองล้วนเข้าใจต้วนอวี้เป็นอย่างดี หากท่านแม่ไม่เชื่อในสิ่งที่ลูกพูดมา เช่นนั้นก็ไปสอบถามพี่ชายทั้งสองคนก็ยังได้……”
ฮูหยินเชวียตบไปที่ฝั่ามือของเชวียหนิงหรานอย่างเบามือ “เจ้าลูกคนนี้นี่ มีหรือที่แม่จะไม่เชื่อ เพียงแต่ลูกก็รู้นี่
หน่า ใต้หล้าหามีสิ่งใดแน่นอนนิรันดร์ไม่ หรือว่าลูกหมายฝากทั้งชีวิตให้กับต้วนอวี้… อย่างนั้น ลูกคิดบ้างหรือไม่ หลัง
จากสอบจอหงวน หากต้วนอวี้ไม่ได้คะแนนสูงก็ไม่มีโอกาสมาสู่ขอหมั้นหมายได้… ถึงตอนนั้นลูกจะทำยังไง?”
เชวียหนิงหรานส่ายหน้าไปมา “ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอนท่านแม่ ลูกเชื่อใจต้วนอวี้ว่าเขาต้องทำได้อย่าง
แน่นอน……”