การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 63 ดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ (1)
ตระกูลเชวียเป็นถึงตระกูลบัณฑิตที่มีชื่อเสียงทว่าต้วนเจิ้งเป็นเพียงแค่แม่ทัพนายหนึ่ง ที่ต้องอาศัยผลงานการรบ
ถ้าได้เกี่ยวดองกับตระกูลอวี้สื่อ[1] ถึงจะมั่นคง
ดังนั้นสายตาของคนทั่วไปจวนต้วนกับจวนเชวียจึงไม่ได้เกี่ยวโยงต่อกันแม้แต่น้อยต่อให้ต้วนชิงหมิงมีความ
สัมพันธ์ที่ดีกับเชวียหนิงหราน ก็เพียงนิสัยที่เข้ากันได้แต่ต้วนอวี้เป็นบุตรชายคนโตของภรรยาเอก จะมานับญาติมั่วซั่ว
โดยง่ายไม่ได้
เชวียหนิงหรานขมวดคิ้วขึ้นทันทีเมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงดุน้องชาย “ชิงหมิง หรือว่าเจ้าไม่อยากให้ต้วนอวี้เป็นน้อง
ชายข้า?” นํ้าเสียงของนางฟังดูน้อยใจระคนผิดหวัง……ที่แท้ในสายตาต้วนชิงหมิงไม่ได้นับนางเป็นเพื่อนที่จริงใจ? แม้นาง
จะได้รับความเอ็นดูปกปั้องจากพี่ชายและท่านแม่แต่กลับมีความน้อยเนื้อตํ่าใจไม่เคยมีใครได้รู้ กระทั่งเด็กน้อยเรียกนาง
ว่าพี่สาวนางอยากตกปากรับคำเสียทันที คาดไม่ถึงว่าจะถูกต้วนชิงหมิงห้ามปรามไว้
ต้วนชิงหมิงมองไปยังใบหน้าขมขื่นของเชวียหนิงหราน “พี่เชวียก็รู้ว่า ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!”
พวกผู้หญิงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเมื่อเติบใหญ่ขึ้นอาจมีประโยชน์ที่คาดไม่ถึง แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้
หญิงห้ามเกี่ยวโยงไปถึงตระกูล ต้วนอวี้เปิดตัวรับพี่สาว รับพี่ชายอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ถ้ามีใครมาได้ยินเข้า อาจบอกว่าต้
วนอวี้นิสัยน่ารักไร้เดียงสาทว่าถ้าได้ยินไปถึงหูของคนที่มีเจตนาร้าย ไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายอะไรตามมา!
เชวียหนิงหรานมองไปยังต้วนชิงหมิงครู่เดียวพลันนึกถึงข่าวลือมากมายที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ทั้งนิสัยระแวด
ระวังของเด็กสาวตรงหน้าจึงทำให้นางเข้าใจ สูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ เฮือกหนึ่ง พยักหน้าเบาๆ “พี่รู้ความหมายของ
เจ้า ท่านแม่พี่บอกเสมอว่าปลาหมอจะตายเพราะปากให้ระมัดระวังคำพูด แต่จะให้พี่ทำอะไรรอบคอบแบบเจ้า พี่ทำไม่
ได้!”
‘ให้ทำอะไรรอบคอบ’ สู้พูดว่าให้ระมัดระวังทุกย่างก้าวจะดีกว่าทว่าประโยคนี้ต้วนชิงหมิงไม่ได้พูดออกมา!
ต้วนอวี้อายุยังน้อยจึงไม่รู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา ทว่าเห็นพี่สาวยืนฝืนยิ้มจึงรู้ว่าเขาสร้างปัญหาขึ้นแล้ว! จึงรีบร้อน
พูดออกมา “พี่สาว ทั้งหมดเป็นความผิดของต้วนอวี้ ต้วนอวี้พูดผิดไปต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว!” เด็กชายมักจะเห็นผู้เป็นพี่
สาวลำบากอยู่บ่อยครั้งและไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ยิ้มได้ เด็กน้อยคิดอยากจะช่วยรั้งรอยยิ้มเอาไว้แต่คาดไม่ถึงว่ากลับจะ
สร้างปัญหาให้มากกว่า!
ผู้เป็นพี่สาวดึงตัวต้วนอวี้เข้ามากอดและฝืนยิ้มปลอบโยน “ต้วนอวี้ไม่ผิด ต้วนอวี้ทำเพื่อพี่เช่นนั้นพี่จะโทษต้วนอวี้
ได้อย่างไรเล่า”
ช่วงเวลาไม่นานหลิวยวนสอนสิ่งต่างๆ ให้เขาไม่น้อย ต้วนอวี้ในตอนนี้จึงแทบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน!เมื่อเห็นต้วน
ชิงหมิงไม่ได้กล่าวโทษ เด็กชายจึงมีรอยยิ้มออกมาได้พลางหันมาพูดกับนางว่า “ในเมื่อพี่สาวมีแขกอยู่ต้วนอวี้ขอตัว
ลากลับก่อน!”
เล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่ต้วนอวี้ยังไม่เข้าใจในตอนนี้ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขารู้คือขอเพียงเป็นคนที่พี่สาวอยากคบหาด้วย
ไม่ว่าจะเพราะอะไรย่อมมีเหตุผลเสมอส่วนตอนนี้นางมีธุระ เขาไม่สามารถอยู่พัวพันได้ จึงขอตัวลา! พูดจบก็วิ่งออกไป
นางยิ้มพยักหน้าตอบรับหันไปพูดกับบ่าวรับใช้ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปส่งคุณชายใหญ่หน่อย!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงสื่อจึงรีบไล่ตามต้วนอวี้ออกไป
ต้วนชิงหมิงยังคงยกยิ้มน้อยๆหันมองไปทางเชวียหนิงหรานพลางจูงมือเข้ามานั่งในห้องเชวียหนิงหรานอดที่จะ
มองไปรอบๆ ห้องไม่ได้ พลันขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ในห้องต้วนชิงหมิงแม้จะมีสิ่งของครบครันแต่มองดูก็ทราบว่า ได้รับการปฏิบัติอย่างไรในจวนแห่งนี้! นางกัดฟัน
พูดออกมา “แต่ก่อนข้าคิดว่าต้วนอวี้หรานใช้อำนาจบาตรใหญ่เกินไปแต่ดูท่าทางเจ้าในตอนนี้……ช่างลำบากเสียจริง!”
เด็กสาวตอบกลับ “ชีวิตลำบากเสียหน่อยคงไม่เป็นไร เพียงแต่จากนิสัยของหลิวอี๋เหนียงแล้วคงไม่ยอมปล่อยข้า
ไว้!”
เชวียหนิงหรานตบไปที่หลังมือเด็กสาวเบาๆ “วันนี้ที่ข้ามา เพราะท่านแม่ส่งให้ข้ามา ท่านแม่ได้ยินเรื่องครั้งที่แล้ว
จึงอยากเชิญเจ้าไปเป็นแขกที่บ้าน ทางที่ดีที่สุดควรพาต้วนอวี้ไปด้วย!”
คล้ายวาจาของฮูหยินเชวียประโยคหนึ่งดังขึ้นมาข้างหูของเชวียหนิงหรานว่า ‘ชีวิตคุณหนูต้วนไม่ง่ายเลย’ นางจึง
พูดอย่างโกรธจัดว่า “อี๋เหนียงของเจ้า ถ้ากล้ามากลั่นแกล้งรังแกเจ้าอีกข้าจะมาช่วยเจ้าระบายความโกรธ!”
เด็กสาวยิ้มบางๆด้วยท่าทางสุขุมลุ่มลึก กลับเป็นคนพูดปลอบใจเชวียหนิงหราน “เจ้าวางใจ ข้าจะไม่ยอมให้อี๋
เหนียงมารังแกได้อีกต่อไป”
เชวียหนิงหรานนึกถึงท่าทางของต้วนชิงหมิง พลอยนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นที่องค์ชายสามผู้ไม่ยอมอ่อนข้อ
ให้ผู้ใด แต่กลับยอมช่วยชิงหมิงนี่เป็นสิ่งที่ทำให้นางมั่นใจในความสามารถของเด็กสาวตรงหน้ารวมทั้งนึกไปถึงภาพที่น่า
เวทนาของต้วนอวี้หราน ทำให้เชวียหนิงหรานหัวเราะออกมา “นั่นก็ถูก ดูท่าแล้วน้องสาวลูกอนุ ถ้ามาถึงที่นี่คงมีแต่เสีย
เปรียบจนพูดไม่ออกเป็นแน่!”
แววตาของต้วนชิงหมิงเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน “ถ้านางไม่มาหาเรื่องก็แล้วไป แต่ถ้ากล้าขึ้นมาเมื่อไรข้าก็
จะไม่ปล่อยนางไว้!”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนขอตัวกลับนางหันมากำชับต้วนชิงหมิงอีกครั้ง ‘พรุ่งนี้ให้รีบไปเร็วหน่อย’แล้ว
จึงขยับลุกขึ้นขอตัวลา
ต้วนชิงหมิงออกไปส่งเชวียหนิงหรานถึงหน้าจวนค่อยเดินกลับมาที่เรือนหนิงซูเยี่ยน นั่งได้ประเดี๋ยวเดียวเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ก็เดินเข้ามา “คุณหนู คุณชายใหญ่มีเรื่องให้บ่าวมาบอกเจ้าค่ะ!”
นางก้มหน้าจิบชาพูดขึ้น “ต้วนอวี้หรานทางนั้น มีการเคลื่อนไหวใช่หรือไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้าตอบรับ “ใช่เจ้าค่ะ คุณชายให้บ่าวมาบอกคุณหนูว่าบ่าวรับใช้คุณหนูรองที่ชื่อเซียงเย่เอ๋อร์
คอยมายุ่มย่ามกับคุณชายหลิวหลายวันมานี้นางมาหาถึงเรือนคุณชายใหญ่ทุกวัน เกรงว่าคนส่วนใหญ่จะรู้เรื่องนี้หมด
แล้ว!”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเคร่งขรึมกล่าวว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพี่หลิวและยังชื่อเสียงของจวนต้วนจะให้ถูก
ทำลายด้วยมือของต้วนอวี้หรานไม่ได้!”
หลิวจื๋อผู้เป็นบิดาของหลิวยวนคนนั้นคาดหวังกับลูกชายคนนี้มาก ว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ดังนั้นจะปล่อย
ให้หลิวยวนเสียชื่อเสียงในจวนต้วนไม่ได้เด็ดขาดเพราะไม่แน่ว่าถึงตอนนั้น อาจจะส่งผลร้ายต่อทุกคนในจวนต้วน!
ในเมื่อไปั๋หย่วนฮ่าวสมรู้ร่วมคิดกับต้วนอวี้หรานมาจัดการกับหลิวยวนเช่นนี้นางจะใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง
เอาสิ่งที่เขาและน้องสาวต่างมารดาคิดจะใส่ร้ายหลิวยวนกลับไปคืนให้ไปั๋หย่วนฮ่าวแทน ถึงตอนนั้นต้วนชิงหมิงจะดูสิว่า
เขายังจะมีหน้ากล้าอยู่ในจวนต้วนต่อไปหรือไม่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ เรื่องนี้ถ้าไม่รีบจัดการก่อน รอให้ถึงหูนายท่านคุณชายหลิวจะแย่เอาได้!”
เด็กสาวยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย “ข้าจะต้องให้ท่านพ่อได้รู้!”
ใช่แล้วเรื่องนี้ถ้าต้วนเจิ้งได้รู้ จะไล่ไปั๋หย่วนฮ่าวออกไปอย่างไร? ถ้าไม่ไล่ไปั๋หย่วนฮ่าวออกไป เช่นนั้นจะเปิดเผย
ฐานะของหลิวยวนได้อย่างไร?
เรื่องทั้งหมดต้องให้เป็นไปทีละขั้นทีละตอนนางไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทั้งหมด แต่ในตอนนี้ต้วนอวี้หราน
หยิบยื่นโอกาสให้แล้ว นางจะต้องทำให้สำเร็จ!
ต้วนชิงหมิงไตร่ตรองเพียงชั่วครู่ก็เรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ยื่นหูมา กระซิบสุ้มเสียงเบาหวิวให้ได้ยินเพียงสองคนนาง
พยักหน้ารับตลอดเวลาที่ได้ฟัง จนสุดท้ายพูดออกมา “คุณหนูวางใจได้บ่าวจะทำให้สำเร็จเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับและโบกมือเบา “รีบไปเถอะ ขืนช้ากว่านี้จะไม่ทันการ!”
ไปั๋หย่วนฮ่าวกับต้วนอวี้หราน!!!ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องของนาง ทั้งต้วนอวี้ และหลิวยวน อย่าง
นั้นจะมาโทษข้าว่าไม่เกรงใจไม่ได้!
ส่วนความฝันของหลิวหรงที่จะมีลูกชายก็ควรจะจบลงได้แล้ว?
เช่นนั้นถ้าสองสามเรื่องนี้เกิดขึ้นพร้อมเพรียงกัน จวนต้วนจะต้องคึกคักเป็นพิเศษแน่นอน
เดิมทีนางคิดถึงความรู้สึกและให้อภัยต้วนเจิ้งแล้วคิดอยู่ว่าจะปกปิดเรื่องของหลิวหรงเป็นความลับต่อไปแต่
ท่าทางของผู้เป็นบิดาในวันนั้น ทำให้นางเสียใจไม่น้อย ในตอนนี้เด็กสาวจึงตัดสินใจแล้วว่า จะให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
พร้อมกัน!
…
ความมืดมิดเข้าปกคลุมเร็วกว่าทุกวันทว่านี่คือราตรีในช่วงฤดูหนาว ไม่นานแสงไฟในจวนต้วนก็ดับลงหมดเหลือไว้
เพียงพระพายยามราตรีลอดผ่านทะลุประตูเข้ามาแล้วผ่านไป
ในเวลานี้เองมีเงาลับๆ ล่อๆ โผล่ออกมาที่ระเบียงทางเดินของจวนต้วน!เงานั้นเดินอ้อมองครักษ์ที่เฝั้าจวนไปย่อง
แอบไปทางห้องเล็กห้องหนึ่งที่สวนดอกไม้ด้านหลัง!
ที่นั่นเป็นห้องเล็กๆไม่มีใครอยู่ ประตูแง้มเปิดตามแรงลม เงานั้นผลักประตูเข้าไปอย่างระวังเห็นเพียงห้องที่ว่าง
เปล่า พลันมีเงาอีกร่างที่ยืนขึ้นมาตรงหน้าต่างเงาคนที่มาทีหลังปิดประตูลงอย่างระวัง จากนั้นค่อยๆ ก้าวเดินไปหาเงาดำ
ที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง!
…
[1]อวี้สื่อ คือ ตำแหน่งเสนาบดี