การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 622 ท่านหมอจง
ต้วนอวี้หรานเหลือบมองชายคนนั้น พลันขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อมองไปที่ชายคนนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นหมอใน
โรงยาแห่งนี้ แต่พอดูตั้งแต่หัวจรดเท้า จากรอยยิ้มที่ประจบประแจงและร่างกายที่สกปรกของเขา ยังมีท่าทางที่ลามก
แสดงออกมา ซึ่งดูแล้วไม่มีลักษณะภูมิฐานของหมอที่ดูดีแม้แต่น้อย
ต้วนอวี้หรานขมวดคิ้ว และก้าวเข้าไปในห้องอย่างไม่ค่อยเต็มใจ นางสาบานว่า ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้ต้องหาสาเหตุ
อาการปั่วยของหลิวหรงต่อให้ตีนางให้ตายก็ไม่มีทางย่างกรายมาที่แบบนี้เด็ดขาด
หมอท่านนั้นที่ดูเหมือนกระตือรือร้นเอาใจใส่มาก แววตาฉายแววความฉลาดออกมา นอกจากนี้ สายตาของเขา
ยังยอดเยี่ยมอีกด้วย เขานั่งอยู่ตรงนั้น มองปราบเดียวก็รุ้อยู่ในใจว่าคุณหนูสูงศักดิ์ผู้นี้เกิดความไม่พอใจขึ้นมา
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานยืนอยู่ตรงหน้าเขา คนที่ดูเหมือนหมอคนนั้น มองตามสายตาของต้วนอวี้หรานเห็นเก้าอี้
ค่อนข้างสกปรกวางอยู่ เขาจึงรีบลุกออกจากเก้าอี้อย่างว่องไว ข้าไปใช้แขนเสื้อเช็ดเก้าอี้ให้สะอาด จากนั้น เขาก็ยกเก้าอี้
ไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่งสัญญาณว่าต้วนอวี้หรานสามารถนั่งได้
ในขณะที่ทำเช่นนี้เขาก็กล่าวอย่างใส่ใจว่า “คุณหนูรีบนั่งลงเถอะ ข้าน้อยแซ่จง เป็นหมอในโรงยาหมอจงแห่งนี้
ตอนนี้ ข้าน้อยขอเตรียมนํ้าชาให้ก่อน
ต้วนอวี้หรานเหลือบมองหมอคนนั้น ด้วยสายตาที่ไม่อยากแยแสให้ความสำคัญ
ผู้ชายคนนี้เป็นหมอหรือ? หมอมีหน้าตาแบบนี้หรือ? เจอคนไข้ไม่ถามหาโรค กลับบอกว่าขอไปดูนํ้าชาก่อน?
ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบนี้ จะมีความสามารถอะไรกัน อีกอย่างจะรักษาโรคอะไรได้ แต่ในเมื่อมาแล้ว ต้วนอวี้หรานก็
ยังอยากไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้ง
ต้วนอวี้หรานหันกลับไปมองแม่นมหวาง แม่นมหวางที่อยู่ข้างหลังก็แอบเหลือบมองท่านหมอจงที่แปลกหน้าคน
นั้น แล้วก้มศีรษะลงปิดปากเงียบ เห็นได้ชัดว่า แม้เป็นสถานที่เดิม แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับมิใช่ท่านหมอคนเดิม
ท่านหมอจงหันกลับมามองต้วนอวี้หรานแล้วยิ้มเล็กน้อย จากนั้นไปต้มนํ้าร้อนชงนํ้าชา
ต้วนอวี้หรานมองตามหลังหมอจงคนนั้น ได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย นี่มันหมออะไรกัน ผู้ช่วยไม่มีสักคน หากหมอ
ทั้งหมดล้วนชงชากัน ยกนํ้าชา อย่างนั้นใครจะรักษาคนปั่วยกันเล่า
พูดตามตรง หมอเช่นนี้ ในความทรงจำของต้วนอวี้หรานก็เพิ่งได้พบได้เจอเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะว่าท่านหมอ
ก่อนหน้านี้ที่ต้วนอวี้หรานเคยเจอ ล้วนมีผู้ช่วยตามติด แบกกล่องยา มีท่าทางอยากรักษาคนไข้ สรุปแล้ว ช่างแตกต่างกับ
หมอคนนั้นราวฟั้ากับดิน
ไม่เพียงจะแตกต่างกันราวฟั้ากับดิน หมอคนนี้ยังสกปรกโสโครกอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ท่านหมอจงเข้าใกล้ต้วนอวี้หราน บนร่างกายของเขามีกลิ่นเปรี้ยวส่งกลิ่นออกมา เช่นเดียวกับ
ต้นหญ้าที่เน่าเปือยมานานหลายปี ทำเอาต้วนอวี้หรานต้องยกมือปิดจมูกแทบไม่ทัน
ต้วนอวี้หรานมองไปที่เก้าอี้นั้น แสดงท่าทีเก้งๆ กางๆ ไม่ยอมนั่งลง แม่นมหวางเห็นเช่นนั้น รู้ว่าต้วนอวี้หรานกลัว
สกปรกเสื้อผ้า นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองออกมาเช็ดเก้าอี้ไปมาอีกหลายรอบ สุดท้าย แม่นมหวางก็หาผ้าที่สะอาดมา
ปูเบาะ ต้วนอวี้หรานมองแล้วมองอีก ถึงยอมนั่งอย่างฝืนใจ
หมอจงยังคงยุ่งอยู่ข้างใน เหมือนกำลังรื้อค้นใบชา ออกมาเพื่อต้มนํ้าร้อน ต้วนอวี้หรานนั่งอยู่ตรงนั้น ก่อนเอ่ย
ถามเสียงเรียบขึ้น “ชงชาเรื่องแค่นี้ ทำไมยังต้องให้ท่านลงมืออีกเล่า เด็กรับใช้ที่นี้ของท่านแอบไปอู้งานที่ไหนกันแล้ว?”
เมื่อท่านหมอจงได้ฟังจึงตอบกลับสั้นๆ “มีเด็กรับใช้ที่ไหนกัน โรงหมอแห่งนี้ เพียงพอที่จะเลี้ยงข้าคนเดียวเท่านั้น
ที่นี่จึงมีเพียงแค่ข้าอยู่คนเดียวมาโดยตลอด”
ต้วนอวี้หรานก้มหน้าก้มตาลงเล็กน้อย แต่กลับมองไปหาแม่นมหวางอย่างเย็นชา หัวของแม่นมหวางยิ่งลดลงไป
อีก ไม่กล้าพูดอะไร เพราะจนถึงตอนนี้ แม่นมหวางไม่รู้พูดอะไรจริงๆ ทุกอย่างที่นี่ต่างจากตอนแรกที่นางมาอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่ท่านหมอคนนี้ กับท่านหมอที่มีวางมาดคนนั้นที่พบเหมือนเป็นคนละคน ดังนั้น ทันทีที่แม่นมหวางเดินก้าว
ข้ามประตูมา นางรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่นางไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนดี
ไม่นานนํ้าชาก็ถูกยกออกมา แม่นมหวางรับนํ้าชามาและช่วยเทใส่ถ้วยให้ต้วนอวี้หราน ต้วนอวี้หรานมองไปที่ขอบ
ถ้วยมีสีดำติดอยู่ ในถ้วยก็มีคราบเหลืองติดอยู่เช่นกัน ทำให้นางพูดไม่ออก และไม่กล้าแม้แต่จะยื่นมือออกไปสัมผัส
แม่นมหวางสังเกตเห็นความผิดปกติของถ้วยนี้ได้อย่างรวดเร็ว นางวางถ้วยชานี้ไว้ข้างๆ อย่างกระอักกระอ่วน
จากนั้นถอยไปอยู่ด้านหลังต้วนอวี้หรานโดยไม่ขยับเขยื้อนกาย
ท่านหมอผู้นี้เตรียมกระดาษเรียบร้อย ดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะตรวจต้วนอวี้หรานแล้ว ต้วนอวี้หรานไม่ได้ยื่นมือ
ของนางออกไป แต่พูดแผ่วเบาว่า “ข้ามาที่นี้ก็เพราะว่ามีเพื่อนแนะนำมา ได้ยินมาว่าที่นี้มีหมอที่เก่งมากท่านหนึ่ง ดังนั้น
ข้าจึงมาเพราะชื่อเสียง แต่ฟังจากที่เพื่อนเล่ามา ดูเหมือนจะไม่ใช่ท่าน”
เมื่อหมอท่านนั้นได้ยิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน เขารีบชะงักมือของเขากลับ พึมพำว่า “อีกแล้ว มาหา
หมอคนนั้นอีกแล้วสิ!”
ต้วนอวี้หรานมองไปที่หมอคนนั้น พูดว่า “อะไรกัน มีผู้คนมากมายมาที่นี่เพื่อตามหาเขาเหมือนกับข้า?”
ท่านหมอจงสีหน้าซีดไปถนัดตา ก่อนบ่นว่า “เขาเช่าโรงหมอของข้าเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น รักษาหายคนจำนวน
ไม่น้อย ดังนั้น คนปั่วยเหล่านี้ จึงมาตามหาเขา เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยู่แล้ว ก็กลับกันไปหมด
ในใจของหมอจงท่านนี้ดูเหมือนจะเดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย “เชอะ! หมอคนนั้นมีดีอะไรกัน มันก็แค่เก่งกว่าข้าเล็ก
น้อยก็เท่านั้นเอง
ความสามารถของท่านหมอคนนั้นคงดีกว่าท่านหมอจงอยู่มิน้อย แต่เมื่อเห็นความเดือดาลของท่านหมอจงนั้น ก็
พอจะเข้าใจความรู้สึกได้
หลังจากเอาแต่ถอนหายใจออกมา ท่านหมอจงหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เอ่ยว่า “ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครกล้า
มาหาข้ารักษาโรคอีก กิจการที่บรรพบุรุษของข้าดำเนินมาได้ดีหลายชั่วอายุคน คงถูกข้าทำลายลงแล้วในวันนี้”
ท่านหมอจงทั้งบ่นไปด้วย ถอนหายใจไปด้วย ดูท่าทางแล้ว เขาคงเสียเปรียบอยู่มิน้อย อย่างไรก็ตาม ต้วนอวี้หรา
นไม่มีเวลามานั่งฟังหมอจงเล่าความเสียใจโศกเศร้าหรอก นางขัดจังหวะหมอจง ถามอย่างเย็นชาว่า “ท่านบอกว่า……
หมอคนนั้นรักษาคนหายได้ไม่น้อยหรือ?”
รักษาผู้คนหายจำนวนมิน้อย ย่อมแสดงฝีมือการรักษาที่เก่งกาจ แต่หลิวหรงกลับกลายเป็นแบบนั้น เห็นแบบนี้
แล้ว หมอจงคงไม่ได้มีความจงใจจะปิดบัง
ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจของต้วนอวี้หรานเต้นรัวขึ้นมาเล็กน้อย
บนใบหน้าของหมอจง สีแห่งความโกรธนั้นยิ่งหนักขึ้น เขามองไปที่ต้วนอวี้หรานโดยไม่ได้พูดอะไร
ต้วนอวี้หรานหันหน้าไปส่งสัญญาณให้แม่นมหวางทีหนึ่ง
แม่นมหวางพยักหน้าแสดงให้รู้ว่าเข้าใจแล้ว นางก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง เอาถุงเงินที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกจาก
อ้อมแขนของนาง แล้ววางไว้บนโต๊ะเบาๆ ต่อหน้าหมอจง แท่งเงินที่มีสีเงินสว่างนี้ มีค่ามากถึงห้าตำลึง หมอจงจ้องมอง
ตาไม่กะพริบ เงินห้าตำลึงนี้ เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเปิดโรงหมอรักษานานแค่ไหนกว่าจะหาได้มา ดูเหมือนว่า ถ้าได้รับเงิน
นี้ไป ก็สามารถใช้ดื่มกินไปได้อีกช่วงระยะหนึ่งทีเดียว
หมอจงดีใจจนเขาอยากจะเข้าไปคว้ามันมา แต่ต้วนอวี้หรานกลับเอื้อมมือไปกดเงินแท่งนั้นไว้ เมื่อเห็นดวงตาที่
จ้องเป็นมันของหมอจง ต้วนอวี้หรานก็พูดทีละคำว่า “ข้าถามอะไรท่าน ท่านก็ตอบมา จากนั้นสิ่งนี้จะเป็นของท่าน”
ท่านหมอจงพยักหน้าอย่างดีใจ ก็แค่เพียงคำถามไม่กี่คำเท่านั้น ไม่ได้เสียหายสักหน่อย ทั้งยังไม่ต้องเสียเงินอีก
พอตอบคำถามเสร็จแล้ว ยังจะได้รับเงินก้อนนี้อีก มีหรือที่ท่านหมอจงจะพลาดได้
เมื่อเห็นหมอจงพยักหน้างกๆ เหมือนไก่จิกข้าวกิน สายตาของแม่นมหวางพลันแสดงอาการดูถูก……โธ่เอ้ย! ไม่
เคยเห็นเงินหรือไง นี่เป็นเพียงเศษเงินเท่านั้น จะดีใจอะไรขนาดนี้
ต้วนอวี้หรานถามว่า “ข้าอยากรู้ทุกอย่าง……ทุกอย่างเกี่ยวกับหมอคนนั้น ท่านต้องบอกข้าทุกเรื่อง จำไว้ห้าม
ตกหล่นเด็ดขาด”
หมอจงคนนั้นพยักหน้ารับ จากนั้นก็เริ่มเล่ามันออกมา
ปรากฏว่า ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีหมอคนหนึ่งแซ่จงเหมือนกันได้มาที่นี้ บอกว่าถูกใจโรงหมอของเขา ต้องการที่จะ
เช่าเป็นเวลาสามถึงห้าปี ในตอนแรกหมอจงไม่เห็นด้วย แต่เพราะอีกฝั่ายจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมาก และจ่ายครั้งแรก
เป็นเวลาทั้งปี หลังจากที่หมอจงคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาได้ทั้งเงินทองและยังได้แอบขี้เกียจอีก จึงตอบตกลง
อย่างไม่รีรอ
หลังจากชายคนนั้นเข้ามาในโรงหมอแล้ว ก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมายนัก เพียงแต่ชวนเพื่อนสองสามคนมาอย่าง
รวดเร็ว จากนั้นก็เปิดกิจการทันทีเลย