การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 623 การเสียชีวิตของชุนเอ๋อร์
บอกตามตรง ทักษะทางการแพทย์ของหมอนั้นไม่เลวทีเดียว คนที่มาปรึกษาไม่ว่าโรคที่ซับซ้อนเพียงใด ก็สามารถ
รักษาให้หายหมด ดังนั้น แม้ว่าค่ารักษาจะแพงกว่าตลาดทั่วไป แต่ก็ยังมีคนที่มาคอยรักษาอยู่ตลอด ทำให้โรงหมอแห่งนี้
มีคนผลัดเปลี่ยนกันมารักษาโดยตลอด แค่พริบตาเดียวกิจการก็โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง
ไม่ทันไร หลังจากผ่านไปสามเดือน ชายคนนั้นก็บอกหมอจงว่า ครอบครัวของเขามีเรื่องเร่งด่วน จำต้องกลับไป
โดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องจะกลับมาเมื่อไหร่นั้น เขาก็ไม่แน่ใจ แถมยังบอกอีกว่าอย่าทิ้งโรงหมอไว้ว่างเปล่า จึงยกให้หมอจง
ช่วยดำเนินการรักษาคนต่อ ส่วนค่าเช่าเคยจ่ายไปก่อนหน้านี้ ไม่จำเป็นต้องคืนเงินแต่อย่างใด
เขากับท่านหมอจงได้ตกลงกันอย่างดิบดีแล้ว หากเขากลับมาอีก ท่านหมอจงค่อยให้เขาเช่าต่อก็เพียงพอแล้ว
ท่านหมอจงไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของหมอคนนั้นเลยสักนิด ผนวกกับว่าเขาไม่ต้องคืนเงินและยังได้
โรงหมอกลับมาอีก ทำไมจะไม่รับปากด้วย
ดังนั้น ท่านหมอจงจึงตอบตกลงอย่างมีความสุข หมอคนนั้นจากไปอย่างรีบร้อน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไม่พบตัวแล้ว โดย
ไม่ได้เขียนอะไรทิ้งไว้เลย
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังถึงตรงนี้ จึงถามท่านหมอจงเกี่ยวกับที่อยู่ของครอบครัวชายคนนั้น เดิมที นางคิดว่าเรื่อง
การให้เช่าโรงหมอนี้ จะต้องมีหนังสือสัญญาเช่า ทว่าท่านหมอจงเอาแต่ส่ายมือปฏิเสธ บอกว่าเขาไม่รู้อะไรเรื่องอะไรทั้ง
นั้น
ต้วนอวี้หรานรู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
มันก็ใช่ คนที่เห็นแก่เงินขนาดนั้นจะสนใจสิ่งอื่นได้อย่างไร นอกจากเรื่องเงินๆ ทองๆ เกรงว่าทันทีที่หมอคนนั้น
เอาเงินออกมา ท่านหมอจงคนนี้แม้แต่ชื่อแซ่พ่อแม่ของเขาก็คงจำไม่ได้แล้ว
ตอนนี้ หมอคนนั้นหาตัวไม่เจอแล้ว อาการปั่วยของหลิวหรงก็ไม่ดีขึ้น ถ้าให้สรุปในเวลานี้ได้ในประโยคเดียวก็คือ
หลิวหรงถูกหลอก ไม่เพียงแต่ถูกหลอก แต่ยังรับการรักษาไม่ถูกวิธีอีก มิหนำซํ้ายังไม่พูดถึงอาการปั่วยนี้ ว่ายังจะสามารถ
รักษาให้หายได้อย่างไร การหายตัวไปของหมอคนนั้นเป็นเรื่องที่จนปัญญาไปตามตัวได้พบ
ต้วนอวี้หรานนั่งอยู่ตรงนั่น แล้วถอนหายใจยาวๆ
ความหวังสุดท้ายในหัวใจของนางก็แตกสลายลง
หากหมอคนนั้นทักษะด้านการแพทย์ไม่ดี ไม่สามารถรักษาหลิวหรงให้ดีได้ ก็ยังสามารถให้อภัยได้ แต่ถ้าว่าหมอ
คนนั้นมีฝีมือยอดเยี่ยม แต่กลับคิดไม่ดีต่อหลิวหรง ถ้าเช่นนั้นมีเพียงเหตุผลเดียวก็คือ หมอคนนั้นมีเจตนาไม่ดี
ความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจอาจไม่เอาโทษได้ แต่ถ้าจงใจกระทำผิดย่อมต้องจับตัวมาลงโทษ
หลังจากต้วนอวี้หรานถามเสร็จ ก็แสดงใบหน้าสงบนิ่ง จากนั้นพาแม่นมหวางเดินออกไปข้างนอก
หลังจากแม่นมหวางฟังคำเหล่านี้แล้วกลับเริ่มวุ่นวายใจ เพราะสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนคือหลิวหรงจะโดน
หลอกได้ ยิ่งกว่านั้น หากกลับจวนต้วนไปแล้ว ไม่รู้จะอธิบายให้หลิวหรงได้อย่างไร
ต้วนอวี้หรานถามหลายต่อหลายคำถาม แต่ท่านหมอจงคนนั้นถามอย่างไรก็บอกว่าไม่รู้เรื่องเพียงอย่างเดียว โดย
ตอบเพียงคำเดียวว่า “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”
ด้วยเหตุนี้ต้วนอวี้หราน จึงไร้สิ้นหนทางสืบสาวราวเหตุ
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถถามอะไรที่มีค่าได้อีก ต้วนอวี้หรานก็ยืนขึ้นและเดินจากไป เมื่อเดินขึ้นรถม้า ในใจของต้วน
อวี้หรานได้แต่คิดว่าจะหาหมอใจดำคนนั้นเจอได้อย่างไร จะมีวิธีใดที่สามารถหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้ เพื่อล้างแค้นให้หลิว
หรง และสามารถระบายความโกรธที่นางมี
ส่วนแม่นมหวางกลับรู้สึกเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิดมา นางมิกล้าตามหลังต้วนอวี้หรานเลย กลัวว่าคุณหนูโมโหขึ้น
มา ก็จะพาลโมโหใส่นางก่อน
ต้วนอวี้หรานรีบจากไป สิ่งที่นางไม่เห็นคือ ท่านหมอจงเหลือบมองซ้ายทีและขวาทีเพื่อดูว่ามีใครอยู่หรือไม่ ก่อน
จะปิดประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นเข้าไปในซอยด้านหลังโรงยา เดินไปอีกหน่อยจะพบห้องที่ตํ่าลงไปกับพื้น
แสงในห้องนั้นสลัวมีแสงไม่เพียงพอ คนที่มองไปก็เวียนหัวเล็กน้อย ท่านหมอจงเคาะประตูเบาๆ แล้วยืนอยู่ที่หน้า
ประตูอย่างเรียบร้อย ก่อนจะสอดสายตาเข้าไปด้านใน กระซิบกระซาบว่า “อาจารย์ คุณหนูนั้นไปแล้วขอรับ”
ในห้องมีเสียง “อืม” ส่งออกมาเบาๆ จากนั้น ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ อีก
ท่านหมอจงคิดแล้วคิดอีก ทันใดนั้นก็ถามขึ้น “ท่านอาจารย์ ศิษย์ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมท่านต้องการให้ลูกศิษย์
ไปหลอกลวงคุณหนูท่านนั้นด้วยขอรับ?”
คุณหนูคนนั้น แม้ว่าภายนอกดูมีแผนการร้าย แต่พอดูอายุของนาง ก็แค่เด็กอายุสิบปีไม่น่าเกิน แผนการในใจของ
นางคงไม่ได้ลุ่มลึกอะไร เหตุใดท่านอาจารย์ถึงต้องลงมือวางแผนปั้องกันด้วยตัวท่านเองด้วยขอรับ?
ในห้องมีเสียงไอจางๆ ดังออกมา “เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเจ้า จำไว้ เจ้ามีหน้าที่ดูแลโรงหมอให้ดีก็พอ ไม่ว่ามีใครมา
ถามหา เจ้าแค่ทำตามที่ข้าบอกไว้ก็เพียงพอ”
แม้ว่าเสียงจะแผ่วเบา แต่แฝงด้วยนํ้าเสียงที่ดุดัน เมื่อท่านหมอจงคนนั้นได้ยิน รีบตอบรับและเดินกลับไป
จากนั้นภายในห้องมีเสียงถอนหายใจลึกๆ ดังออกมา มีคนคนหนึ่งพึมพำขึ้นว่า ” ใช้แผนการแบบนี้ไปจัดการกับ
คนโง่เขลาเช่นนั้น……ต้วนอวี้ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้ากำลังคิดทำอะไรอยู่
ปัญหาคือ ต้วนอวี้จะคิดยังไง ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ เรื่องนั้นสำเร็จไปแล้ว
ต้วนอวี้หรานกลับไปที่จวนต้วน ด้วยความรุ้สึกถอดใจ แม่นมหวางขอตัวก่อนเมื่อเดินใกล้ถึงหน้าประตูเรือนต้วนอ
วี้หราน ต้วนอวี้หรานชักสีหน้า โบกมือให้นางไปได้ ส่วนนางกลับถอนหายใจแล้วเดินเข้าห้องไป โดยไม่พูดไม่จากับใคร
เป็นครึ่งค่อนวัน
คราวนี้หลิวหรงถูกหลอกแล้ว ต้วนอวี้หรานก็กลับมามือเปล่า ทำให้นางอารมณ์เสีย ไม่รู้จะระบายความขัดข้องใจ
นี้ออกมาอย่างไร
ประจวบเหมาะบ่าวใช้ในเรือนต้วนอวี้หรานที่ชื่อชุนเอ๋อร์เข้ามาพอดี นางยกชามาให้ต้วนอวี้หราน ด้วยความ
หวาดกลัวคุณหนูรองจนตัวสั่นสะเทิ้ม นางวางถ้วยนํ้าชาไว้บนโต๊ะต่อหน้าต้วนอวี้หรานอย่างระมัดระวัง จากนั้นหันหลัง
เพื่อขอตัวออกไป
ต้วนอวี้หรานยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่ เนื่องจากการออกข้างนอกในวันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน และเดินทางค่อนข้าง
เร่งรีบ ต้วนอวี้หรานจึงเกิดกระหายนํ้าอย่างมาก ในเวลานี้เมื่อเห็นว่ามีนํ้าชายกมาให้ นางจึงยื่นมือข้างหนึ่งจับถ้วยนํ้าชา
รวดดื่มจนหมดในคราวเดียว
แต่คิดไม่ถึงว่า เมื่อต้วนอวี้หรานยกถ้วยนํ้าชาดื่มไปคำเดียวเท่านั้น กลับถูกนํ้าร้อนลวกปาก นางพ่นนํ้าชาออกมา
จากนั้น รีบใช้มือพัดปลายลิ้นของนางที่ถูกลวกจนแดง
บ่าวใช้คนนั้นถูกต้วนอวี้หรานพ่นนํ้าชาใส่หน้าเลอะตัวไปหมด แต่นางกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับเขยื้อน ใน
ที่สุด หลังจากที่ต้วนอวี้หรานล้างปากด้วยนํ้าเย็นก็พอทุเลาความเจ็บแสบลงมาได้ นางมองไปที่บ่าวใช้โดยไม่พูดอะไร
เพียงแค่เดินไปต่อหน้านาง เหยียดขาของเธอออกมา ถีบไปที่ตัวของบ่าวใช้ “เจ้าไม่มีตาหรือไง ถึงกล้าที่เอานํ้าร้อนขนาด
นี้มาให้คุณหนูอย่างข้าดื่ม เจ้าอยากให้ข้าโดนลวกตายใช่หรือไม่?”
บ่าวใช้คนนั้นไม่ทันตั้งตัว นางถูกต้วนอวี้หรานถีบจนตัวลอยไปชนกับเสา เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว จนขยับเขยื้อน
ไม่ไหวไปพักหนึ่ง
เยวี่ยซิ่วรีบวิ่งเข้ามาดูเนื้อตัวของชุนเอ๋อร์ ทันใดนั้น ตาเหลือกด้วยความตกใจ รีบหันไปพูดกับต้วนอวี้หราน “คุณ
หนู ไม่ดีแล้ว บ่าวใช้คนนี้ไม่หายใจแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ยิน นางถึงกับตกใจไปชั่วขณะหนึ่ง จนพูดเสียงหลง “เป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่ได้ใช้แรงมาก
ขนาดนั้น!”
เยวี่ยซิ่วคิดในใจว่า ขนาดบอกว่าไม่ได้ใช้แรงมากขนาดนั้น แต่ชุนเอ๋อร์กลับกระเด็นจนตัวลอยไปชนกับเสา ถ้าคุณ
หนูใช้แรงเต็มกำลังคงลอยขึ้นฟั้าไปแล้วกระมัง
คำพูดนี้เยวี่ยซิ่วได้เพียงแต่คิดอยู่ในใจเท่านั้น ไม่สามารถปริปากพูดออกมาได้ เยวี่ยซิ่วสีหน้าซีดขาว วิ่งมาตรง
หน้าต้วนอวี้หรานและพูดว่า “คุณหนูตอนนี้ทำอย่างไรดีเจ้าคะ… ดูเหมือนนางจะหมดลมหายใจแล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานเกิดกลัวขึ้นมาบ้าง แต่นางพยายามรวบรวมความกล้า จ้องเขม็งไปที่เยวี่ยซิ่ว “เจ้ากลัวอะไร มันเอา
นํ้าร้อนมาลวกปากข้าจนเกือบตายอยู่แล้ว ข้าแค่ถีบมันครั้งเดียว เพื่อระบายอารมณ์ ใครจะไปรู้ว่ามันจะอ่อนแอขนาด
นี้?”
เมื่อฟังคำพูดของต้วนอวี้หราน เยวี่ยซิ่วถึงกับหมดคำพูดในทันที
แต่ในเวลานี้ เป็ช่วงสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา เยวี่ยซิ่วคิดแล้วคิดอีก ก่อนพูดขึ้นว่า “คุณหนูเจ้าคะ ตอนนี้คนก็
ตายไปแล้ว คุณหนูรีบคิดดูว่าจะจัดการกับเจ้าชุนเอ๋อร์อย่างไรดีเจ้าคะ?”