การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 625 เยวี่ยเจียจอมสะเพร่า
เยวี่ยเจียมองหน้าของเยวี่ยหวาด้วยความแปลกไป นางจึงจับชายเสื้อไว้แน่น พลางเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ข้าไปช่วยเอา
เสื้อผ้าของคุณหนูไปซักมา กำลัวเตรียมตัวกลับไป”
ต้วนชิงหมิงเตรียมนำเสื้อตัวนั้น ไปเป็นของขวัญในงานวันเกิดท่านย่าเนี่ยถึงจวน เพราะนางได้นัดแนะเวลากับ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างดิบดี และตั้งใจแต่งตัวให้เป็นที่ถูกใจของท่านย่าเชวีย แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดประกอบกับเพิ่งเข้าสู่หน้า
ร้อน นางคงไม่มีเวลาสั่งตัดชุดใหม่ได้ทัน จึงสั่งให้เยวี่ยเจียไปนำชุดเก่าของปีที่แล้วไปซักและผึ่งใหม่แทน
ดูเหมือนเยวี่ยหวาไม่อยากตอบคำถามของเยวี่ยเจีย นางชี้นิ้วชี้ไม้ไปที่เยวี่ยเจียพลางหัวเราะไปด้วย “เรื่องนั้น…
เยวี่ยเจียเอ๋ย เจ้าไม่ได้เอาเสื้อมาซักทำความสะอาดให้คุณหนูใหญ่หรอกหรือ ปั่านนี้ยังมัวคุยอยู่นี่ ประเดี๋ยวกลับไปช้า
คุณหนูใหญ่ต้องตำหนิติเตียนเจ้าแน่นอน”
เยวี่ยเจียได้ฟังก็เเสยะยิ้มออกมา “เยวี่ยหวา เจ้าวางใจได้ คุณหนูของพวกเรามิใช่เจ้านายประเภทต่อว่าเรื่องเล็ก
หยุมหยิมแบบนี้”
เยวี่ยเจียรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้มีนายอย่างต้วนชิงหมิง ในเวลานี้ นางยืนเบื้องหน้าเยวี่ยหวาด้วยความรู้สึกเหนือ
กว่าเล็กน้อย
เยวี่ยหวาได้ฟังก็ยิ้มเจื๋อนๆ ออกมา “เหอะ เหอะ! คุณหนูใหญ่เป็นคนใจกว้างมีเมตตา ไม่เคยต่อว่าด่าทอบ่าวใช้
ตามอำเภอใจ สิ่งนี้ข้าย่อมรู้ดี เพียงแต่ว่าเจ้ากำลังยุ่งอยู่มิใช่หรือ? ถ้าหายมานานขนาดนี้แล้ว ประเดี๋ยวไม่มีบ่าวใช้คอย
ปรนนิบัตินะสิ”
คำพูดแต่ละประโยคของเยวี่ยหวาเหมือนเป็นการชี้ให้เยวี่ยเจียรีบไป เยวี่ยเจียรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก จน
ชำเลืองเห็นเงินที่กำอยู่ในมือของเยวี่ยเจียนิดหน่อย พอเยวี่ยหวารู้ถึงสายตาของเยวี่ยซิ่วจับจ้องมาที่มือพลันเกิดความเก
รงกลัวเยวี่ยเจียขึ้นมา
เยวี่ยเจียมองดูรู้สึกว่าสองคนนี้มีท่าทางแปลกพิลึกจากปกติ แต่นาง เยวี่ยเจียและเยวี่ยหวาต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับ
ผิดชอบ ต่อให้เยวี่ยเจียมีเรื่องเกิดขึ้นมาจริง ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนางแม้แต่น้อย
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เยวี่ยเจียจึงหันหน้ากลับมา พร้อมกับหยิบของที่ต้วนชิงหมิงต้องการแล้วจากไป
เมื่อเยวี่ยเจียเดินจากไปแล้ว เยวี่ยซิ่วค่อยถอดหายใจอย่างโล่งอก “ดีที่นางไม่ได้ซักไซร้ไล่ความต่อ”
ส่วนเยวี่ยหวาหันไปมองเยวี่ยเจีย พลางเอ่ยขึ้นว่า “ข้าเชื่อว่านางสามารถถามต่อไปได้……”
ถ้าเยวี่ยเจียยังขืนตามต่อไป อย่างนั้น เรื่องการตายของชุนเอ๋อร์ต้องรู้กันไปทั่ว คุณหนูใหญ่เป็นคนที่มองการณ์
ไกล ทั้งยังไม่มีทางยอมให้ต้วนอวี้หรานจัดการเรื่องชุนเอ๋อร์มั่วซั่ว อย่างไรเสีย การจากไปของชุนเอ๋อร์ ครอบครัวของนาง
ต้องได้เงินชดใช้ชีวิตแทน
เยวี่ยซิ่วได้ยินที่เยวี่ยหวาพูดถึงกับสะดุ้งโหยง ก่อนเอ่ยขึ้น “พี่เยวี่ยหวาไม่กลัวคุณหนูรองรู้เรื่องแล้วมาเอาเรื่อง
อย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้หรานกำชับแล้วว่าการตายของชุนเอ๋อร์ต้องไม่มีใครรู้ใครเห็นทั้งสิ้น บัดนี้ หากต้วนชิงหมิงรู้เข้าต้องยื่นมือ
เข้ามาแทรก ถึงตอนนั้นเยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วคงต้องโดนลงโทษอย่างหนัก
ความโหดร้ายของต้วนอวี้หราน เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วต่างหวาดกลัวกันขึ้นใจ ดังนั้น สิ่งแรกที่เยวี่ยซิ่วเป็นกังวล
มากที่สุดคือจะโดนต้วนอวี้หรานลงโทษจนมีจุดจบแบบที่ชุนเอ๋อร์เจอไหม
เยวี่ยหวาฟังที่เยวี่ยซิ่วพูดอยู่นานโดยไม่โต้ตอบสิ่งใด จนเวลาผ่านล่วงเลยไปนาน จู่ๆ เยวี่ยหวาได้เอ่ยขึ้น “เยวี่ย
ซิ่ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเรา ชุนเอ๋อร์และบรรดาบ่าวใช้ในจวนต้วน ล้วนเป็นคนที่ยากจนทั้งสิ้น พวกเราต่างใช้แรงกายสอง
มือแลกเบี้ยหวัดในแต่ละเดือน ทั้งยังต้องดูอารมณ์ของเจ้านายด้วย หากใครได้เจ้านายที่ดีก็ถือว่าเป็นบุญแก่ตกับตัวยิ่ง
นัก”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เยวี่ยหวากลับหัวเราะขึ้นมาและมองไปที่เยวี่ยซิ่ว “เยวี่ยซิ่ว หากวันใด เจ้านายโกรธจัดจนไล่
ข้าออกจากจวนต้วน หรือถูกโบยจนถึงความตาย เจ้าจะลุกขึ้นมาช่วยข้าไหม?”
เยวี่ยซิ่วรีบตอบเสียงดังลั่น “พี่เยวี่ยหวาวางใจได้ ข้าจะพยายามห้ามเจ้านายอย่างเต็มกำลัง และไม่ให้ไล่พี่เยวี่ย
หวาออกจากจวนต้วนไปไหนทั้งนั้น”
เป็นที่รู้ว่าในบรรดาบ่าวใช้ในจวน นิสัยใจคอของเยวี่ยหวานับว่าไม่เลว ดูท่าแล้ว สิ่งที่เยวี่ยซิ่วตอบเสียงดังลั่นเมื่อ
ครู่ คงมาจากความใจจริง
เยวี่ยหวายกมือขึ้นลูบหัวเยวี่ยซิ่วพลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน “เอาล่ะ เยวี่ยซิ่ว ประเดี๋ยวพี่จะสอนเจ้า… อีกประเดี๋ยว
เมื่อสองคนนั้นแบกร่างไร้วิญญาณของชุนเอ๋อร์มาแล้ว เจ้าก็พูดอย่างนี้……”
เยวี่ยหวากระซิบกระซาบข้างหูเยวี่ยซิ่วถึงวิธีการ จากนั้นนางก็จับมือเยวี่ยซิ่วกำชับอีกครั้งอย่างตั้งใจ “เยวี่ยซิ่ว
เจ้าจงจำไว้ว่า ต้องพูดให้ดูเหมือนว่าหลุดปากโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เข้าใจไหม?”
“พี่เยวี่ยหวาวางใจได้ ข้ารู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร” เยวี่ยซิ่วพยักหน้ารับ
เยวี่ยหวาสำทับอีกครั้งว่า “เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจนะ อย่าพูดเกินหรือพูดขาดแม้แต่คำเดียว จำได้หรือยัง?”
เยวี่ยซิ่วพยักหน้ารับอีกครั้ง เยวี่ยหวาจึงพูดอย่างโล่งใจ “อย่างนั้น เจ้าก็รีบไปเสียเถอะ หากกลับไปช้า คุณหนู
รองจะลงโทษเอาได้”
บ่าวใช้ในจวนต้วนต่างรู้ดีกันว่า ต้วนอวี้หรานมีจิตใจคับแคบยิ่งกว่าต้วนชิงหมิงอย่างเทียบกันไม่ติด ต้วนชิงหมิงไม่
ค่อยลงโทษบ่าวใช้ตามอำเภอใจ แต่ต้วนอวี้หรานกลับต่างออกไป โดยที่ชอบระบายอารมณ์และใส่อารมณ์กับบ่าวใช้
ฉะนั้น บ่าวใช้ใต้บัญชาของนางจึงขอเพียงว่าไม่เป็นคนโชคร้ายคนนั้นก็พอใจแล้ว
เยวี่ยซิ่วเงยหน้าขึ้นถามเยวี่ยหวาจากใจจริง “พี่เยวี่ยหวา ถ้าข้าพูดแบบนี้จริง จะได้เงินมาช่วยชุนเอ๋อร์จริงอย่าง
นั้นหรือ?”
เยวี่ยหวาพยักหน้ารับ “ใช่แล้วเยวี่ยซิ่ว ถ้าทำตามที่พี่บอกไป ครอบครัวของชุนเอ๋อร์จะได้รับเงินชดเชยแน่นอน”
ทันทีที่เยวี่ยซิ่วได้ฟังก็ดีใจรีบไปทำตามที่กำชับไว้ ส่วนเยวี่ยหวากลับยืนนิ่ง เม้มริมฝีปากอยู่ที่เดิม จากนั้นได้รีบวิ่ง
ตามไปทางที่เยวี่ยเจียเดินไปเมื่อพักใหญ่ๆ
บางเรื่อง ถึงแม้เยวี่ยหวามิสามารถบอกเยวี่ยเจียได้ แต่บางเรื่องเยวี่ยเจียกลับช่วยชุนเอ๋อร์ได้มากกว่าเยวี่ยซิ่ว
มากมาย
การที่เยวี่ยหวาทำแบบนี้มิใช่จะตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อต้วนอวี้หราน เพียงแต่ถ้าครอบครัวของชุนเอ๋อร์ได้รับเงินไป
อย่างน้อยที่สุดก็สามารถต่อลมหายใจของครอบครัวยืดไปได้อีก
ถึงแม้เยวี่ยหวาจะพอทราบผลลัพธ์ของการกระทำว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่ มิหนำซํ้ายังต้องถูกต้วนอวี้หรานลงโทษ
อีก แต่เยวี่ยหวามิอาจใจจืดใจดำได้ นางมิอาจทนดูบรรดาบ่าวใช้ที่อยู่ด้วยกันอย่างพี่น้อง ต้องมาจบชีวิตอย่างไม่เป็น
ธรรมจากฝีมือของต้วนอวี้หราน
ทางด้านเยวี่ยเจียได้เดินกลับเอาเสื้อผ้ามาส่งให้ต้วนชิงหมิง หลังจากนั้น นางก็ยืนนิ่งโดยไม่เอ่ยวาจา แต่ดูเหมือน
กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
ต้วนชิงหมิงกำลังอ่านหนังสืออยู่ นางจึงไม่ได้สนใจท่าทางของเยวี่ยเจีย ทว่าชิวหนิงกลับเห็นท่าทางที่ผิดแปลกไป
ของเยวี่ยเจีย จึงอดหัวเราะเยาะมิได้ “เยวี่ยเจีย เจ้ากำลังเหม่อลอยอะไรอยู่?”
ชิวหนิงเรียกเยวี่ยเจียติดๆ ถึงสองครั้ง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไร จนกระทั่งชิวหนิงเรียกเสียงสูงเป็นครั้งที่
สาม เยวี่ยเจียถึงรู้สึกตัว “ห๊ะ… ว่าอะไรนะ?”
ชิวหนิงรีบเข้าไปคว้ามือของเยวี่ยเจียมา หัวเราะไปตำหนิไป “เจ้านี่นะ ปล่อยให้ข้าเรียกอยู่นานสองนาน ก็ไม่
สนใจข้าแม้แต่น้อย… กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่?”
เยวี่ยเจียแอบชำเลืองมองไปที่ต้วนชิงหมิงครั้งหนึ่ง และตอบกลับว่า “เมื่อครู่ข้าเจอเรื่องหนึ่งที่รู้สึกน่าแปลกยิ่ง
นัก”
“เรื่องประหลาดอะไร? แมวจวนไหนตีกัน หรือว่าหมาจวนไหนหายไป?” ชิวหนิงหัวเราะคิกคัก
เป็นที่รู้กันในเรือนของต้วนชิงหมิง เยวี่ยเจียนั้นอายุน้อยและติดนิสัยเด็กมากที่สุด ฉะนั้น เรื่องที่นางพบเจอจึงเป็น
เรื่องที่แปลกประหลาดสำหรับนาง และน่าดึงดูดความสนใจทั้งนั้น
ชิวหนิงเคยบอกว่าเยวี่ยเจียนั้น ช่างใสซื่อ ไร้เดียงสา จนเกือบถูกมองว่าซื่อบื้อแล้ว
ต้วนชิงหมิงได้เอ่ยขึ้น “คนโง่เขลาก็มีความสุขแบบคนโง่เขลา คนขี้เกียจก็มีความสุขแบบคนขี้เกียจ ส่วนคนที่ขยัน
พากเพียรและเฉลียวฉลาด มักจะไม่ค่อยโชคดีเท่าไหร่”