การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 627 ต้วนชิงหมิงทราบแล้ว?
ที่จริงแล้ว ต้วนชิงหมิงมิได้มีเจตนาจะนำเพียงให้กลับเยวี่ยเจียมากกว่าคนอื่น แต่จากความรู้สึกจากใจของต้วนชิง
หมิงนั้น การที่ใครคนหนึ่งถูกหายตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องระเหเร่ร่อนอยู่ภายนอกเป็นเวลานาน แต่ยังสามารถรักษาความ
ไร้เดียงสาและจิตใจที่บริสุทธิ์ได้อยู่นั้น นับว่าเป็นคนที่หาได้ยากแสนยาก
เยวี่ยเจียหน้าแดงระเรื่อขึ้น พลางเลยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิง “คุณหนูอยากบอกบ่าวว่าเป็นคนโง่เขลาไม่ได้ความ
ใช่ไหมเจ้าคะ?”
“เยวี่ยเจียเอ๋ย การที่เจ้ายังจำความดีของเยวี่ยหวาได้นั้นเป็นเรื่องที่ดี หากคนคนหนึ่งที่เคยดีกับเรา แต่เรากลับจำ
ไม่ได้ คนประเภทนี้ เจ้านายอย่างข้าคงไม่กล้ารับเอาไว้… เจ้าวางใจได้ เยวี่ยหวาก็คือเยวี่ยหวา ส่วนคุณหนูรองก็คือคุณ
หนูรอง ข้อนี้ข้าแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน ไม่เอามาปะปนกันหรอก” ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ
สีหน้าของเยวี่ยเจียจึงแย้มยิ้มในทันใด ทว่าต้วนชิงหมิงกลับส่ายหน้าเล็กน้อย “เยวี่ยเจีย อีกอย่างที่เจ้าต้องจำให้
ขึ้นใจ คืออย่าได้ไว้ใจใครมากเกินไป จนตกหลุมพลางที่อีกฝั่ายขุดไว้ ข้อนี้เจ้ารู้หรือไม่?”
เยวี่ยเจียพยักหน้า ก่อนตอบรับ “คุณหนูเจ้าค่ะ สิ่งที่บ่าวอยากบอกคุณหนูก็คือ นิสัยของเยวี่ยหวานั้น บ่าวรู้อย่าง
กระจ่างแจ้งเจ้าค่ะ นางเป็นคนที่ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ในใต้หล้าแห่งนี้ เรื่องที่ทำให้นางหลั่งนํ้าตาออกได้ นอกจากเรื่องฟั้า
ถล่มดินทลาย ก็คงเป็นเรื่องคนเสียชีวิตนี่แหละเจ้าค่ะ……”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของต้วนชิงหมิงกลับสีเซียวทันใด “เยวี่ยเจีย เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน?”
คนตงคนตายอะไรกัน ฟั้าถล่มดินทลายอีก! เยวี่ยเจีย… เจ้าชักจะเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว
ด้วยความตกใจ เยวี่ยเจียรีบคุกเข่าลงและคำนับพื้นในทันที “คุณหนู บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เอาล่ะ เจ้าลุกขึ้นมาได้ เรื่องนี้ถือว่าผ่านไปแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องพูดถึงมันอีก
เข้าใจไหม?”
เยวี่ยเจียพยายามลุกขึ้นอย่างหมดแรง รีบเข้าไปรินนํ้าชาให้ต้วนชิงหมิง จากนั้นจึงถอยกลับไปยืนที่เดิม
ในระหว่างนั้นเอง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงยังคงนั่งด้วยอิริยาบถสบาย นางจึง
พูดอย่างร้อนใจ “คุณหนู ไม่ได้การแล้ว ไม่ได้การแล้วเจ้าค่ะ……”
ต้วนชิงหมิงถามขึ้นอย่างสงบนิ่ง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน ถึงทำให้เจ้าเสียอาการได้ถึงเพียงนี้?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าแดงกํ่าด้วยความเหนื่อย แต่กลับโดนต้วนชิงหมิงเอ็ดไปหนึ่งยก จนนางหน้าซีด
เหลือสองนิ้ว ก่อนตอบเสียงอ่อย “คุณหนูไม่ได้การแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองถีบคนถึงตายแล้วเจ้าค่ะ……”
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังถึงกับสะดุ้งโหยง รีบถามอย่างร้อนใจ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าแน่ใจว่าข่าวไม่ผิด
พลาด?”
วันนี้เป็นวันอะไรกันเนี่ย เมื่อประเดี๋ยวนี้เยวี่ยเจียยังพูดถึงคนตายไม่ทันขาดคำ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็มาบอกว่าต้วนอวี้
หรานถีบคนถึงแก่ความตายอีก
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันมองสีหน้าที่ซีดเผือดของเยวี่ยเจีย จากนั้นรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เรื่องจริงแท้แน่นอน
เจ้าค่ะ… วันนี้ตอนบ่ายมีบ่าวใช้คนใหม่ชื่อชุนเอ๋อร์ ยกนํ้าชาเข้าไปให้คุณหนูรอง ไม่รู้ด้วยเหตุอันใด คุณหนูรองเกิดโมโห
จนถีบชุนเอ๋อร์กระเด็นชนเสาถึงแก่ชีวิตเจ้าค่ะ……”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สาธิตเลียนแบบท่าทางการถีบ จนเกือบพลาดมาโดนเยวี่ยเจีย นางจึงรีบดึงเท้ากลับ เอ่ยขอโทษขอ
โพย “เยวี่ยเจีย ขอโทษด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจจะให้โดนเจ้า”
อันที่จริง เยวี่ยเจียไม่ได้สนใจในสิ่งที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เลียนแบบแม้แต่น้อย แต่นางกลับเข้าไปจับมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถาม
ขึ้น “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ว่าอะไรน่ะ บ่าวใช้ในเรือนคุณหนูรองมีคนตายอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว… บ่าวที่ชื่อชุนเอ๋อร์ตายแล้ว แต่คุณหนูรองกลับไม่อยากจ่ายเงินปลอบขวัญ และห้ามมิให้แจ้งครอบครัว
ของชุนเอ๋อร์ คุณหนูรองสั่งให้บ่าวใช้ไปหาบุรุษมาสองคน เพื่อเอาศพของชุนเอ๋อร์ไปโยนในปั่าช้า……” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบ
ต้วนชิงหมิงสีหน้าเคร่งเครียดเป็นที่สุด นางจ้องหน้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอ่ยขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ไหนเจ้าลองเล่าสิ่งที่ได้ยิน
ได้ฟังเมื่อครู่ให้ละเอียดกว่านี้หน่อย”
วันนี้เป็นวันอะไรกันเนี่ย?
เยวี่ยเจียเพิ่งพูดถึงคนตาย เรือนของต้วนอวี้หรานก็มีคนตายแล้วจริงๆ
หากมีบ่าวใช้ในเรือนถึงแก่ความตาย จะต้องให้คนไปแจ้งที่ศาล เพื่อดำเนินการสืบสาวที่มาที่ไป จากนั้นค่อยแจ้ง
ให้ทางครอบครัวมารับศพ จ่ายเงินค่าปลอบขวัญพร้อมกับให้โลงบรรจุศพอีกโลง หากต้วนอวี้หรานสั่งให้คนแบกศพคนที่
เสียชีวิตไปโยนทิ้งในปั่าช้า หากศาลและครอบครัวผู้เสียชีวิตรู้เข้าต้องกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อยแน่นอน
“เรียนคุณหนู วันนี้บ่าวออกไปซื้อของข้างนอก ได้ยินบ่าวใช้ตัวน้อยในจวนคุณหนูรองพูดถึงเรื่องนี้กัน บ่าวจึงทำ
เป็นเลือกของขยับเข้าไปใกล้ จนได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเจ้าค่ะ” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เล่า
จากนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนสำทับเพิ่มเติมขึ้นอีก “คุณหนู บ่าวใช้สองคนนี้ บ่าวเคยเห็นหน้า
คาดตา อีกอย่างเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ บ่าวจึงพาตัวบ่าวใช้ตัวน้อยมาด้วย ตอนนี้พวกนางยืนรออยู่ด้านนอก หากคุณหนูไม่
เชื่อ ให้เรียกพวกนางเข้ามาเล่าให้กระจ่างก็ได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจเสียงค่อนข้างดัง “เอาล่ะ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าไปพาพวกนางเข้ามาแล้วกัน!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบรับคำแล้วสาวเท้าก้าวออกไปตามอย่างรวดเร็ว ทางด้านเยวี่ยเจียก็ดันตามออกไปด้วย “พี่เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ เรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงเยวี่ยหวาไหมเอ่ย?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ส่ายหน้าตอบเพียง “เรื่องนี้พี่ก็ไม่แน่ชัดเหมือนกัน เนื่องจากพี่เอาแต่สนใจประเด็นหลัก เรื่องอื่นนั้น
รอให้คุณหนูสอบถามก็จะทราบเอง
พอเยวี่ยเจียได้ฟังสีหน้าก็ไม่สู้ดี จึงได้แต่เดินสาวเท้าตามหลังไปอย่างเงียบเชียบ
เยวี่ยเจียหวังเพียงให้เยวี่ยหวาอยู่รอดปลอดภัย ด้วยคิดถึงมิตรภาพที่เคยมีให้กันมาจึงอยากช่วยเยวี่ยหวาสักครั้ง
หนึ่ง แต่พอเกี่ยวโยงไปถึงชีวิตคนยิ่งยากจะเข้าไปช่วยเหลือ ต่อให้คนหนึ่งปั่วยทรมานด้วยโรคภัยไข้เจ็บ คนที่ดูแลก็มิอาจ
รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นได้ สิ่งที่เยวี่ยเจียทำได้ในเวลานี้เพียงอย่างเดียว คือการนั่งรอผลด้วยใจที่สงบนิ่ง
ต้วนชิงหมิงเรียกบ่าวใช้ตัวน้อยสองคนนั้นเข้าไป จากนั้นสอบถามไล่ความอยู่เป็นเวลานาน จึงปล่อยพวกนางกลับ
ไป หลังจากนั้น ต้วนชิงหมิงเรียกให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปทำธุระบางอย่างแทนนาง จนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับจวนมาดึกดื่นคํ่าคืน
ขณะที่ต้วนชิงหมิงนั่งรออยู่ ทั้งสองคนเดินเข้าห้องพูดคุยกันเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน
เรื่องนี้เยวี่ยเจียมิกล้าใครเอ่ยถาม ต้วนชิงหมิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ไม่ได้บอกเช่นกัน
ในระหว่างนั้น ต้วนอวี้หรานก็ยังคงจ้องหอง ยิ่งยโสดังเดิม ส่วนเยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วก็ง่วนอยู่กับหน้าที่ ราวกับ
เรื่องที่ชุนเอ๋อร์ตายไปนั้นได้ผ่านไปแล้วก็ถือว่าผ่านไป ไร้ร่องรอย
ในที่สุด เรื่องนี้ก็ลอยไปเข้าหูของต้วนอวี้เข้าจนได้
ในช่วงเวลานั้น ต้วนอวี้กำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบอยู่ พอได้ยินที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด เขาก็หัวเราะ
ชอบใจขึ้นมา “ข้ารู้แล้ว ต้วนอวี้หรานฆ่าคนเข้าแล้ว ส่วนท่านพี่ข้ากลับอยากทำเรื่องให้ถูกต้อง จะได้ไม่เสื่อมเสียมาถึงชื่อ
เสียงจวนต้วน จึงแอบจัดการเรื่องนี้อยู่เงียบๆ … การที่ช่วยรักษาชื่อเสียงจวนต้วนเป็นเรื่องดี การที่ท่านพี่ช่วยเหลือเป็น
เรื่องงาม แต่ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเงียบเชียบ ต้วนอวี้หรานย่อมได้ใจ เพราะฉะนั้น คนอย่างต้วนอวี้ต้องช่วยเข้าไปขยี้
หน่อยแล้ว”
ด้านหลังของต้วนอวี้มีชายชุดดำยืนอยู่ ชายคนนี้เป็นองครักษ์ประจำตัวเหยียนหลิ่งอวี๋คนหนึ่ง ซึ่งเหยียนหลิ่งอวี๋
สั่งให้ทำตามคำสั่งของต้วนอวี้ในทุกเรื่อง สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋แล้ว องครักษฺของเขาแต่ละคนสามารถฝากฝังชีวิตไว้ได้
พวกเขายอมพลีกายถวายชีวิตให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋โดยไม่คิดเสียดาย
องครักษ์ผู้นี้จึงเหมาะสมกับต้วนอวี้ยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้น องครักษ์ผู้นี้ยังมีลูกน้ององครักษ์มากกว่าครึ่งกระจายตัว
อยู่ในเมืองหลวงทุกตรอกซอกซอย เพื่อรวบรวมข่าวกรองที่ต้วนอวี้อยากทราบ ฉะนั้น หากเขาต้องการทราบข่าวใด เรื่อง
ใด ย่อมง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเป็นไหนๆ
ชายชุดดำที่ชื่อจือหยางผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ไม่ต่างกับลั่วสุ่ยมากนัก และมีความแข็งแกร่งเหมือนกับจิ้งสุ่ย หน้าที่
หลักของจือหยางคือดูแลต้วนอวี้โดยเฉพาะ บัดนี้ คนที่เขาให้แทรกตัวเข้ามาในจวน ได้นำเรื่องของต้วนอวี้หรานถีบ
คนจนตายมารายงานให้ต้วนอวี้รับทราบ