การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 628 ต้วนอวี้ปล่อยไปตามนํ้า
เป็นที่รู้ว่าบรรดาองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋มีการแบ่งลำดับกันด้วย องครักษที่มี “สุ่ย” ในชื่อจึงมีอำนาจรองจาก
เหยียนหลิ่งอวี๋ ซึ่งได้แก่ ลั่วสุ่ย จิ้งสุ่ย รั่วสุ่ย หลีสุ่ย หมิงสุ่ย ตั้นสุ่ย รวมแล้วทั้งหมดหกคน รองลงมาจะเป็น “หยาง” ใน
ชื่อรวมกันได้สิบหกคน โดยมีจือหยางเป็นหัวหน้าของคนชื่อหยางทั้งหมด บัดนี้ การเคลื่อนย้ายองครักษ์ในเมืองหลวงทุก
แห่งหน ล้วนต้องฟังคำสั่งจากต้วนอวี้เพียงผู้เดียว
จือหยางได้ฟังที่ต้วนอวี้พูดจึงถามขึ้นว่า “คุณชายต้วน เอาอย่างนี้แล้วกัน เรื่องนี้ให้กระผมเป็นคนจัดการดีไหม
ขอรับ?”
บรรดาองครักษ์ลับเหล่านี้ล้วนชำนาญการทำเรื่องที่มิให้ผู้อื่นล่วงรู้เป็นที่สุด ตอนนี้ หากจือหยางออกหน้าจัดการ
ให้แล้วละก็ ต้วนอวี้จะต้องได้คำตอบที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน
ต้วนอวี้โบกมือปฏิเสธ “เรื่องขี้ประติ๋วเช่นนี้ไม่ต้องถึงมือเจ้าหรอก มิอย่างนั้นถือว่าให้หน้าต้วนอวี้หรานมากเกินไป
อีกอย่างไม่เหมาะที่องครักษ์ชุดสุดเยี่ยมต้องเปลืองแรง หากเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาละก็ ต้องมาโทษข้าที่ขี้ช้างจับตั๊กแตน
เป็นแน่ เอาอย่างนี้แล้วกัน เจ้าช่วยข้าไปแพร่สองประโยคให้ทั่ว ที่เหลือก็ปล่อยตามนํ้าไป”
เมื่อกล่าวจบ ต้วนอวี้ได้กระซิบกระซาบกับจือหยางสองสามประโยค
เมื่อจือหยางได้ฟังก็ถึงกับถลึงตาโตขึ้นมา ต้วนอวี้จะใช้ร่างอันไร้วิญญาณของชุนเอ๋อร์ กลับมาหลอกให้ต้วนอวี้
หรานต้องกลัวจนขี้ขึ้นสมอง
จือหยางไม่สนับสนุนในสิ่งที่ต้วนอวี้อยากทำ แต่เขากลับไม่กล้าโต้เเย้งออกมา ด้วยรู้ว่าต้วนอวี้มีวิธีที่จะแถข้างๆ
คูๆ หรือด้วยเหตุผลต่างๆ นานาจนสามารถเอาชนะจือหยางได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งองครักษ์ต่างสัพยอกกันว่า “ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของต้วนอวี้เพียงผู้เดียว”
จือหยางเคยได้เห็นวิธีการของต้วนอวี้มามากกว่าสองครั้งแล้ว เขาจึงยอมรับในแผนการอันแยบยลของต้วนอวี้
อย่างไร้เงื่อนไข ในครั้งก่อนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ถูกล้อมอยู่ในถํ้านํ้าแข็ง ต้วนอวี้ได้วางแผนอันรัดกุม ให้จือหยางหลอกล่ออีก
ฝั่ายจนสามารถเอาชนะมาได้
นับจากเหตุการณ์ครั้งนั้น จือหยางกับต้วนอวี้ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ และเริ่มชอบวิธีและแผนการของต้วนอวี้ขึ้น
เรื่อยๆ
ต้วนอวี้ปิดหนังสือและเอาฟาดลงบนโต๊ะ บ่นพึมพำออกมา “จะให้สอบอะไรกันนักกันหนา ทุกคนต่างรู้กันว่า
หนังสือกับข้านั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน”
สิ่งที่ต้วนอวี้หวาดกลัวมากที่สุด อันดับหนึ่งคือการอ่านหนังสือ อันดับสองก็คือการอ่านหนังสือ อันดับสามก็ยังคง
เป็นการอ่านหนังสือ เพียงแต่การอ่านหนังสือของเขาในครั้งนี้ เพื่อเชวียหนิงหรานเพียงคนเดียว ฉะนั้น ต่อให้เขาหวาด
กลัวการอ่านหนังสือมากมายเพียงใด ก็ต้องก้มหน้าอ่านต่อไปอยู่ดี
จือหยางแอบเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ชำเลืองมองต้วนอวี้แวบหนึ่ง
หากต้วนอวี้สนิทสนมกับเหยียนหลิ่งอวี๋มากขึ้นไปกว่านี้ เขาคงไม่ต้องมากังวลเรื่องการอ่านหนังสือเตรียมสอบจอ
หงวนอะไรนั่น แม้แต่จือหยางก็ยังไม่เข้าใจความคิดของต้วนอวี้ เขายอมทำในสิ่งที่หวาดกลัวมากที่สุด เพียงเพื่อสตรีคน
หนึ่งเท่านั้นไปทำไมกัน?
เรื่องระหว่างต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว บรรดาองครักษ์ลับต่างรับรู้เรื่องนี้กันหมด
แล้ว
ในเวลานี้ จือหยางจึงเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมาเป็นเวลานานกับต้วนอวี้ขึ้น “คุณชายต้วนเป็นคนที่มีความสามารถ
สูงส่ง เหตุใดจึงยอมเสียเวลาอ่านหนังสือไร้ประโยชน์พวกนั้นด้วยขอรับ?”
จือหยางเป็นคนที่ถือดาบท่องใต้หล้าคนหนึ่ง แม้ว่ารู้จักตัวอักษรบ้าง แต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร เขาจึงรู้สึกว่าการอ่าน
หนังสือเป็นเหมือนยาขมสำหรับเขา ดังนั้นจึงคิดมิตกว่า เหตุใดต้วนอวี้ถึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อทุ่มเทกับ
การสอบมากมายถึงเพียงนี้
ต้วนอวี้มองค้อนจือหยางไปหนึ่งดอก “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร……”
จือหยางไม่เข้าใจและไม่อยากทำความเข้าใจความคิดของต้วนอวี้ด้วย เขาคิดเพียงจะชักดาบอันแหลมคม ฟาดฟัน
ไปที่ใดต่างหาก
ต้วนอวี้ได้แต่มองจือหยางอย่างถอดใจ “จือหยาง เจ้าไม่เข้าใจหรอก คนเรานั้นมีชีวิตอยู่ได้ต้องมีสิ่งที่ปรารถนา
และอยากยึดถือไขว่คว้ามิยอมปล่อยกันทั้งนั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นรสชาติความสุขในชีวิตแบบหนึ่ง”
จือหยางหันหน้ากลับมาตอบเสียงเรียบ “ไม่ว่าคนหรือสิ่งของใด กระผมมีแล้วขอรับ”
“เจ้ามีแล้วอย่างนั้นหรือ? ไหนลองเล่ามาให้ข้าฟังหน่อย?” ต้วนอวี้ถามด้วยตาลุกวาว
“คนนั้นคือองค์ชายสาม… ที่กระผมพร้อมใช้ชีวิตปกปั้องและรับคมหอกคมดาบแทนได้ โดยไม่เสียดายชีวิต
ขอรับ” จือหยางตอบเสียงเรียบ
ต้วนอวี้ได้ฟังถึงกับยกมือขึ้นมาเกาหัวยิกๆ “โธ่เอ๊ย… ข้านี่กำลังสีซอให้ควายฟังชัดๆ”
หลังจากนั้น ต้วนอวี้ได้โบกมือไปมา “เอาล่ะจือหยาง เจ้าไปได้แล้ว อย่าลืมที่ข้าสั่งไว้ล่ะ หากนางตุกติกอะไรก็
สามารถสังหารนางได้ทันที”
จือหยางน้อมรับคำสั่ง แล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว
ต้วนอวี้จึงหยิบหนังสือที่สุดแสนจะระอาขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้งหนึ่ง
เช้าตรู่ในวันถัดมา ต้วนชิงหมิงจัดการเรื่องราวทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะพาชิวหนิงกับเยวี่ยเจียออก
เดินทาง วันนี้เป็นวันฉลองวันเกิดของท่านย่าจวนเนี่ย เนี่ยไฉ่เยวี่ยส่งจดหมายเชิญมาตั้งแต่เช้า กำชับให้ต้วนชิงหมิงมา
ร่วมงานให้จงได้ ต้วนชิงหมิงรับปากและออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่
ก่อนที่ต้วนชิงหมิงจะออกเดินทาง ได้กำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ดูแลเรือนให้ดี ทั้งจับตาความเคลื่อนไหวในจวนต้วน
ทุกเรื่อง เนื่องจากต้วนชิงหมิงเกิดสังหรณ์ใจ ช่วงนี้ในจวนสงบเงียบผิดปกติ จนน่ากลัว ดูท่าเรื่องใหญ่จะต้องเกิดขึ้นไม่ช้า
ไม่เร็วนับจากนี้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับปากอย่างว่องไว นางจัดแจงแบกภาระหน้าที่ให้กับบ่าวใช้ในเรือนทำเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะนั่ง
ชมนกชมไม้อยู่ลานหน้าเรือน อากาศในวันนี้สดชื่นเป็นอย่างมาก ใบไม้เขียวขจีได้ผลิใบออกมาจนเต็มต้น แสงตะวัน
อ่อนๆ สาดแสงกระทบลงใบหน้าและเสื้อสีชมพูที่ปักอย่างสวยงาม เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้มหน้าควักผ้าเช็ดหน้าที่ยังปักไม่เสร็จ
ออกมาดู เมื่อรู้สึกว่าแสงตะวันได้เคลื่อนคล้อยสาดแสงลงบนหน้าจนแยงตาไปหมด นางจึงขยับเก้าอี้ถอยไปด้านหลัง
ต้วนชิงหมิงมองสู้แสงแดดที่ส่องแยงตาของนางจนตาพล่ามัวไปชั่วขณะ ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า นางมองไม่ค่อย
ชัดเเล้ว บัดดลนั้น มีเสียงบ่าวใช้พูดขึ้นว่า “คารวะคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เกิดตกลงในทันใด ต้วนอวี้หรานมาที่นี่?
เมื่อก่อนนั้น ต้วนอวี้หรานมาที่เรือนจะมีต้วนชิงหมิงคอยรับมือ แต่ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงไม่อยู่ที่เรือน คนที่มีอำนาจ
มากที่สุดในเรือนจึงกลายเป็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนางก็ต้องรับหน้าพึ่งตัวเองไปก่อน
ต้วนอวี้หรานเดินมาที่เรือนต้วนชิงหมิง ด้วยใบหน้าที่กระฟัดกระเฟียด เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้มตัวทำความเคารพ
ต้วนอวี้หรานก็ยกเท้าขึ้นถีบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์โดยไม่ยั้งคิด “ไอ้บ่าวชั้นตํ่า บังอาจมาเล่นงานข้า!”
เนื่องจากสายตาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำลังพล่ามัวอยู่พอดี เมื่อต้วนอวี้หรานยกเท้าขึ้นถีบเต็มกำลัง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึง
หลบไม่ทัน กระเด็นลอยไปไกลโข
จากนั้น ต้วนอวี้หรานปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถามอย่างเดือดดาล “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้ามิอยาก
ตายดีใช่ไหม? อย่าคิดนะว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กระเด็นกระดอนไปกับพื้นหลายตลบ จนมึนหัวไปหมด สิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูดอย่างเดือดดาลจึงฟังไม่
ถนัดถนี่ นางจึงถามขึ้น “คุณหนูรองพูดอะไรนะเจ้าคะ? บ่าวฟังไม่ชัดเจนเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานหน้าบูดหน้าเบี้ยวจ้องเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ด้วยความเดือดดาลที่เพิ่มสูงขึ้น “เจ้านี่มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่ง
นํ้าตาจริงๆ … ได้! วันนี้ข้าจะให้เจ้านอนตายตาหลับเลยเชียว!”
เมื่อต้วนอวี้หรานกล่าวจบลง ไปโบกมือไปข้างหน้า “เอาตัวพวกมันสองคนขึ้นมา”
หลังจากนั้น บ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองคน จึงถูกโยนเข้ามาด้านข้าง
สภาพของบ่าวใช้ตัวน้อยทั้งสองถูกตบตีจนสะบักสะบอมทั้งตัว จนหน้าเขียวชํ้าไปหมด ตามเนื้อตามตัวมีรอยแผล
กระจัดกระจายจนทั่ว ดูท่าคงรองมือรองตีนต้วนอวี้หรานมาก่อนแล้ว
เวลานี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาโดยแสดงออกจากสีหน้า นางหันไปพูดกับต้วนอวี้หราน “คุณหนูรอง
หมายความว่าอะไร? ทำไมต้องลงโทษพวกนางด้วยเจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หรานแสยะยิ้มออกมา “เพราะเจ้าเสแสร้งแกล้วงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะสิ… อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้เรื่องว่า
บ่าวชั้นตํ่าอย่างเจ้ามาเค้นความจริงจากปากบ่าวใช้สองคนนี่ แล้วคาบข่าวไปบอกเจ้านายของเจ้า จากนั้นเจ้านายของเจ้า
ก็เเพร่ข่าวลือไปทั่ว จนข้าถูกท่านพ่อลงโทษ ถ้าไม่ใช่บ่าวชั้นตํ่าอย่างเจ้ากับเจ้านายร่วมมือกันคงไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น!”