การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 630 แผนแยบยลของต้วนอวี้
ต้วนอวี้หรานพูดโกรธๆ ขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน?”
“คุณหนูรองอาจจะยังไม่รู้ ชุนเอ๋อร์ตายไปแล้วก็จริง แต่นางมาเข้าฝันบ่าวเล่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ว่าคุณ
หนูรองใช้ให้คนนำนางไปโยนทิ้งไว้ในปั่าช้า ปล่อยให้หนู งู และไส้เดือนกัดกินร่างกายของนาง ชุนเอ๋อร์จึงอยากให้บ่าวไป
ช่วยนางออกมา……” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยิ้มอย่างน่ากลัว
พอต้วนอวี้หรานได้ฟัง ก็ง้างมือฟาดเข้าไปที่หน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างจัง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าบังอาจมาหลอก
ข้า?”
ในใต้หล้าแห่งนี้ มีผีสางอะไรที่ไหนกัน
คนอย่างต้วนอวี้หรานไม่มีทางเชื่อ คำพูดเพ้อเจ้อของบ่าวชั้นตํ่าอย่างแน่นอน
หลังจากที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถูกตบเข้าไปฉาดหนึ่ง หูของนางอื้ออึงไปหมด เลือดที่ริมฝีปากกระฉูดออกมา เลอะเปรอะ
เปือนเสื้อผ้าชุดใหม่ไปทั่ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ พูดอย่างสะใจขึ้นมา “หรือว่าคุณหนู
รองไม่เคยฝันถึงชุนเอ๋อร์บ้างหรือเจ้าคะ? เมื่อคืนนี้ชุนเอ๋อร์ยังบอกบ่าวในฝันอยู่เลย นางไปยืนร้องไห้ตรงหน้าต่างห้องคุณ
หนูรองตลอดทั้งคืน… หรือว่าคุณหนูรองไม่ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นนั้น… อีกอย่าง ตอนที่ชุนเอ๋อร์ตาย สวมเสื้อแขนยาวสี
แดงชาด กระโปรงยาวสีเขียว บนศีรษะเสียบปินทองเหลือง นางใส่รองเท้าสีเขียวปักลวดลาย ที่ปลายรองเท้ามีรูเล็กๆ รู
หนึ่ง พร้อมกับรองเท้าที่เปียกชุ่มนํ้า… คุณหนูรอง หรือว่าชุนเอ๋อร์ที่มาเข้าฝันบ่าวจะผิดคน คุณหนูรองช่วยบอกหน่อย
เถอะ ว่าที่บ่าวบอกรูปพรรณสัณฐานนั้นถูกต้องหรือไม่เจ้าคะ?”
ทันใดนั้น สีหน้าของต้วนอวี้หรานพลันซีดขาวในบัดดล
ขนาดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่นางกลับบอกรายละเอียดได้อย่างชัดเจนทุกจุด
ทำเอาต้วนอวี้หรานจิตใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่เป็นจังหวะด้วยความหวาดกลัว
หรือว่าชุนเอ๋อร์จะมาเข้าฝันบ่าวชั้นตํ่าจริง?
นางไม่ยอมใจจึงไปเข้าฝันบ่าวชั้นตํ่า เพื่อร้องทุกข์ หวังทวงความยุติธรรมอย่างนั้นหรือ?
สายตาของต้วนอวี้หรานเริ่มลอกแลกไปมา นางเห็นบ่าวใช้ที่ยืนเต็มเรือนต่างก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่
สายตาของพวกนางกลับเต็มไปด้วยความแค้นเคือง จนต้วนอวี้หรานถึงกับไปไม่ถูก ถีบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าไปอีกครั้งอย่าง
สุดแรง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าบังอาจสร้างเรื่องมาหลอกคุณหนูอย่างข้า เจ้าอยากตายใช่ไหม? บ่าวชั้นตํ่าอย่างเจ้าดูสนิทสนม
กับชุนเอ๋อร์ดีนี่หน่า ตอนนี้ ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่กับมันเอง แล้วค่อยมาเข้าฝันข้าพร้อมๆ กันล่ะ!”
เมื่อสิ้นเสียงของต้วนอวี้หราน นางโบกมือให้บ่าวใช้ที่ยืนอยู่ สั่งออกมาว่า “ตีมันให้ตาย!”
หลังจากนั้น ต้วนอวี้หรานก็เดินถอยหลังออกมา
ในเวลานี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้รวบรวมพละกำลังที่มีทั้งหมดลุกยืนขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดต้วนอวี้หราน จากนั้นดึงปิน
ปักจากมือต้วนอวี้หราน จี้ไปที่อกของต้วนอวี้หราน พูดขู่บ่าวใช้ที่จะเข้ามาตีนาง “อย่าเข้ามา!”
บรรดาบ่าวใช้ต่างลังเลใจหยุดยืนไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใช้เรี่ยวแรงที่มีกอดต้วนอวี้หรานจนเกือบหายใจไม่ออก นางพยายามดิ้นขัดขืนพร้อมกับต่อว่าต่อขาน
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เราอยากจะตายอย่างนั้นหรือ? ถึงกล้าจับข้าเป็นตัวประกัน… ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!”
“คุณหนูรอง บ่าวจับตัวคุณหนูมาเป็นตัวประกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน… มีแต่คุณหนูที่มาหาเรื่องถึงที่นี่ ทั้งยังสั่งให้
บ่าวใช้มาตีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หวังให้สิ้นใจอีก… ตอนนี้ บ่าวยังอยู่ดีมีสุข คุณหนูรู้สึกผิดหวังไหมเจ้าคะ?” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถาม
เสียงเรียบ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จับต้วนอวี้หรานเป็นตัวประกันเอาไว้ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พี่น้องทุกคน ชุนเอ๋อร์เป็นบ่าวใช้ของคุณ
หนูรอง แต่เพราะคุณหนูรองอารมณ์ไม่ดีจึงถีบชุนเอ๋อร์ชนเสาถึงแก่ความตาย เดิมที การที่เจ้านายลงโทษบ่าวใช้ต้องใช้
เหตุและผล แต่คุณหนูรองทำชุนเอ๋อร์ตาย ไม่เพียงไม่แจ้งให้ทางการทราบ เงินทำขวัญครอบครัวและโลงศพก็ไม่คิดให้
แต่คุณหนูรองกลับไปจ้างบุรุษสองคนมาพาศพชุนเอ๋อร์ไปโยนในปั่าช้า… ยิ่งไปกว่านั้น คนในครอบครัวยังมิทราบเรื่อง
การจากไปของชุนเอ๋อร์อีก จนสุดท้าย คุณหนูใหญ่มีเมตตา เข้าไปช่วยเหลือให้ถูกต้องแทนคุณหนูรอง ให้ทั้งเงินทำขวัญ
ครอบครัวชุนเอ๋อร์ พร้อมกับโลงศพอย่างศพ แต่มาทีหลังกลับมีคนเอาเรื่องนี้ไปพูดกัน คุณหนูรองกลับมาบอกว่าเป็น
ความผิดของบ่าว… แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมาจากชุนเอ๋อร์เข้าฝันบ่าว พร้อมกับร้องห่มร้องไห้ด้วยความเสียใจหนัก
หนา บ่าวถึงได้นำเรื่องนี้เล่าให้คุณหนูใหญ่ฟัง… พวกเจ้าทุกคนลองคิดดูแล้วกัน ต่อไปใครจะกล้ารับใช้ปรนนิบัติ กล้าภักดี
ด้วย ใครจะรับประกันละว่ากรณีของชุนเอ๋อร์ในวันนี้ จะไม่ใช้พวกเจ้าในวันข้างหน้า? พี่น้องทุกคน พวกเจ้าจงตาสว่างได้
แล้ว……”
คำพูดสาธยายที่ยืดยาวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ล้วนเป็นความจริงที่เห็นกันประจักษ์ตา ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่นางพูดจริง
แท้แน่นอน ข้อนี้บรรดาบ่าวใช้ต่างคิดตรงกัน จึงทิ้งไม้ที่อยู่ในมือลงและเริ่มซุบซิบกัน ก่อนจะมีคนถามขึ้นว่า “สิ่งที่เล่ามา
นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของคุณหนูรอง แต่คุณหนูรองกลับให้พวกเราตีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จนตาย”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว มีเจ้านายแบบนี้ด้วยเหรอ? ตัวเองทำผิดไม่ยอมรับ กลับให้ตีคนอื่นให้ตาย”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว อีกหน่อยพวกเราต้องระวังตัวให้มากแล้ว อย่าเข้าใกล้เจ้านายแบบนี้……”
“ใช่ๆๆ มีหนึ่งชีวิตเท่ากัน แต่นึกไม่ถึงว่าคุณหนูรองกลับโหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงเพียงนี้……”
……
เสียงเห็นด้วย เสียงสงสัยถามขึ้นอย่างมิขาดสาย ทำเอาต้วนอวี้หรานแผดเสียงด้วยความโกรธ “พวกเจ้าไปอย่าไป
เชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์”
บรรดาบ่าวใช้ในจวน พอเห็นต้วนอวี้หรานแผดเสียงดังลั่น ต่างถอยหลังกันคนละหนึ่งก้าว ด้วยความหวาดกลัว
ราวกับต้วนอวี้หรานเป็นงูอสรพิษที่อยู่เบื้องหน้า
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงพูดอย่างเย็นชา “บ่าวเพ้อเจ้อหรือเจ้าคะ? ชุนเอ๋อร์ไม่ได้ไปเข้าฝันคุณหนูรองจริงหรือ แต่นางกลับ
มาบอกบ่าว ว่าจะติดตามคุณหนูรองไปทุกหนทุกแห่ง ตราบจนวันสุดท้ายในชีวิตของคุณหนูรองเจ้าค่ะ……”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดอย่างเยือกเย็นออกมา ชั่วขณะนั้น ต้วนอวี้หรานเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา จึงรีบเบี่ยงประเด็นอื่น
แทน “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้ากล้าจับข้าเป็นตัวประกัน ต่อให้เจ้านายของเจ้ากลับมาก็ไม่มีทางช่วยได้!”
“เรื่องนี้คุณหนูรองมิต้องเป็นห่วงบ่าวหรอกเจ้าค่ะ บ่าวทำถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่คิดมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว แต่ถ้าเอาคุณ
หนูรองไปเป็นเพื่อนอีกคน อย่างน้อยชุนเอ๋อร์ก็จะดีใจมากขึ้นเจ้าค่ะ” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบไม่ลังเล
ทุกคำพูดของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ล้วนตมีชื่อชุนเอ๋อร์ผสมอยู่ในเกือบทุกประโยค ทำเอาต้วนอวี้หรานถึงกับขนุกขนพอง
ขึ้นมา นางพยายามดิ้นให้หลุด แต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รูปร่างสูงใหญ่ มีกำลังมากกว่า ต้วนอวี้หรานจึงมิอาจขัดขืนได้ ในที่สุด ต้
วนอวี้หรานตะโกนอย่างรีบร้อย “พวกเจ้ายืนบื่ออะไรกันอยู่ ไปตามท่านพ่อให้ข้าเดี๋ยวนี้……”
ในเวลานี้ มีเพียงต้วนเจิ้งที่สามารถช่วยชีวิตนางได้ หากไม่มีรีบไปตามต้วนเจิ้งมา ชีวิตอันน้อยนิดของต้วนอวี้หรา
นคงต้องจบลงตรงนี้เป็นแน่แท้
พอบรรดาบ่าวใช้ได้ยินต่างมองหน้ากันและกัน ทว่าไม่มีใครขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย จนสุดท้าย บ่าวใช้ที่ยืนอยู่
ด้านหลังสุดได้โยนไม้ลง แล้ววิ่งไป
บ่าวใช้คนนั้นดูเหมือนว่าจะวิ่งไปรายงานต้วนเจิ้ง ด้วยรู้ว่าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นในจวน คนที่มีอำนาจตัดสินทุกสิ่ง
ก็คือต้วนเจิ้ง อีกอย่างต้วนอวี้หรานเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของต้วนเจิ้ง ไม่ว่าอย่างไร เขาย่อมไม่เข้าข้างเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ดังนั้น
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ย่อมเสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่อง
ส่วนบรรดาบ่าวใช้คนอื่นต่างเริ่มพูดโน้มน้าวเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ การจับตัวเจ้านายเป็นตัวประกัน มีโทษ
โบยจนตาย เจ้ายังไม่รับปล่อยคุณหนูรองอีก ประเดี๋ยวนายท่านมา เจ้าอาจไม่รอดนะ “”
มีคนในกลุ่มนั้นพูดขึ้นอีกว่า “ใช่แล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าปล่อยคุณหนูรองเสียเถอะ มิอย่างนั้น ชีวิตของเจ้าอาจ
รักษาไว้มิได้”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แสยะยิ้มให้ต้วนอวี้หรานที่อยู่ในอ้อมอก “แม้ชีวิตของบ่าวใช้จะชั้นตํ่าเพียงใด แต่มิใช่ใครจะมาหยาม
เกียรติได้ง่ายๆ ถ้าข้ามีความผิดน้อมรับการลงโทษ ต่อให้ต้องถูกโบยจนตาย ข้าจะไม่ร้องออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ถ้าข้า
ไร้ซึ่งความผิดอันใด เจ้านายที่ยุติธรรมก็ไม่ควรลงโทษข้า”
ได้ฟังที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดเสียงดังลั่นออกมา ทุกคนต่างก้มหน้าเศร้าสร้อย เห็นด้วยกับสิ่งที่นางพูด
ส่วนต้วนอวี้หรานยังคงพยายามดิ้นอย่างสุดชีวิต ด่าทอด้วยวาจาหยาบคาย “บ่าวชั้นตํ่า ถ้ายังไม่ปล่อยข้า
ประเดี๋ยวท่านพ่อมา ข้าจะฟั้องว่าต้วนชิงหมิงสั่งให้เจ้าทำแบบนี้……”
พอเอ่ยถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา สีหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับเต็มไปด้วยความโหยหา จากนั้นนางพูดอย่างไร้ความรู้สึก
“คุณหนูรอง อย่าลืมนะว่าคุณหนูวิ่งเข้ามาหาเรื่องคุณหนูใหญ่ถึงในเรือน มิใช่คุณหนูใหญ่ไปหาเรื่องคุณหนูรองถึงจวน
เดี๋ยวรอให้นายท่านมา พวกเราทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกัน ดูสิว่านายท่านจะช่วยใครกันแน่……”