การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 632 ความจริงที่ซ่อนเร้น
ต้วนเจิ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง “ก็ได้ พ่อจะดูอวี้เอ๋อร์จัดการเรื่องนี้”
บ่าวใช้ในเรือนของต้วนชิงหมิงจึงเข้าไปยกเก้าอี้ออกมาสองตัว เพื่อให้ต้วนเจิ้งนั่งฟัง ส่วนต้วนอวี้หรานกลับไม่มี
กระจิตกระใจนั่งลง ด้วยกับคนกินปูนร้อนท้อง นางยังคงยืนเหม่อข้างหน้าเก้าอี้ โดยไม่นั่งลง
ต้วนอวี้มองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถามขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ การที่จับตัวเจ้านายเป็นตัวประกันถือเป็น
โทษ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้มหน้าตอบเสียงเบา “เรียนคุณชายใหญ่ เป็นโทษสถานหนักเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ทำหน้าขึงขัง “ในเมื่อรู้ว่าเป็นโทษหนัก ทำไมถึงยังกล้าทำ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หน้าซีดไม่รู้จะอ้าปากตอบกลับอย่างไร ในขณะเดียวกัน ต้วนอวี้ก็ยิ้มอยู่ในใจ บ่าวใช้ในเรือนต้วนชิงห
มิงถือว่ารู้เรื่องได้ความ แต่ละคนรู้จักวิธีปกปั้องตัวเอง และเลือกจังหวะไกล่เกลี่ยได้เป็นอย่างดี
การที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เลือกจะสงบนิ่งไม่เอะอะโวยวาย ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง
เพราะโดยปกติแล้ว ถ้ารู้เรื่องฉาวโฉ่ของต้วนอวี้หราน แต่ละคนจะรีบใช้สิ่งนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อเอาชนะ แต่คิดดูให้
ดี หากเป็นเช่นนั้น ย่อมไม่มีเจ้านายคนไหนชอบใจ
ต่อให้ต้วนเจิ้งจะโกรธในเรื่องฉาวโฉ่ที่ต้วนอวี้หรานทำ ทว่าเขาย่อมไม่รังเกียจความจริงที่พูดออกมาอย่างไร้
มารยาทของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ถึงตอนนั้น ต้วนอวี้หรานอย่างมากก็แค่โดนตำหนิ ส่วนนางจะต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ
แต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นบ่าวไหวพริบไว ที่รู้ว่าสิ่งใดควรพูด สิ่งใดไม่ควรพูด และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสงบปากสงบคำ
ประการแรก สิ่งที่ต้วนอวี้หรานทำไปนั้นเป็นเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงจวนต้วน ประการที่สอง ต้วนอวี้หรานเป็นเจ้านาย
หากนางโต้เถียงเอาเป็นเอาตายด้วยเหตุผลที่จริง แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงบ่าวใช้มีหรือจะสู้บุตรสาวนายท่านได้ ถึงตอนนั้น
ต้วนอวี้คงช่วยนางไว้ไม่ได้จริงๆ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เลือกนิ่งเงียบนับเป็นเรื่องถูกต้อง โดยปล่อยให้ความจริงหลุดออกจากปากคนอื่น
แทน เพื่อยืนยันว่านางไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินต้วนอวี้หรานอย่างที่เห็น
การล่วงเกินของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ มองในมุมโทษสถานเบา อาจคิดได้ว่าใส่ร้ายเจ้านาย มองในมุมโทษสถานหนัก คิด
ได้ว่าหมายเอาชีวิตเจ้านายอย่างต้วนอวี้หราน
สายตาต้วนอวี้เขยื้อนมองไปที่ชิวหนิง เอ่ยขึ้น “ข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นบ่าวใช้ระดับสอง”
“เรียนคุณชายใหญ่ ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ชิวหนิงตอบอย่างฉับไว
ต้วนอวี้จึงพยักหน้าก่อนถามขึ้น “ชิวหนิง อย่างนั้น เจ้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียด ห้ามพลาดแม้แต่
จุดเดียวเข้าใจไหม?”
“หลังจากที่คุณหนูใหญ่ออกจากเรือนไป เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รับหน้าที่ดูแลเรือน ในระหว่างที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำลังนั่งเย็บ
ปักอยู่นั้น คุณหนูรองก็พาบ่าวใช้ถือไม้บุกเข้ามาในเรือน จากนั้น คุณหนูรอก็ชี้หน้าต่อว่าพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฉอดๆ บอกว่าพี่
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอาความลับของคุณหนูรองไปโพนทะนาเจ้าค่ะ” ชิวหนิงพูดพลางเหลือบตาไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ส่วนที่เหลือ เนื่องจากต้วนอวี้หรานเข้าไปพูดข้างหูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ทำให้ชิวหนิงได้ยินไม่ถนัดถนี่ จึงมิทราบราย
ละเอียดที่แน่ชัดว่าพูดคุยอะไรกัน
ในเรื่องที่ต้วนอวี้หรานถีบบ่าวใช้กระเด็นชนเสาจนเสียชีวิตนั้น ชิวหนิงพอได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่เรื่องเล่าจะเอามา
เป็นจริงเป็นจังไม่ได้ ต้องมีหลักฐานมายืนยันถึงจะมีนํ้าหนัก
หลังจากที่ต้วนอวี้ได้ฟังเรื่องทั้งหมด ก็พยักหน้ารับทราบ “อืม ข้าทราบแล้ว”
ต้วนอวี้จึงหันหน้าไปถามบ่าวใช้ที่โยนไม้ลง “เจ้าบอกข้ามา เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
บ่าวใช้คนนั้นอายุยังน้อย ด้วยความตกใจจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา ด้วยสีหน้าซีดเผือด “เรียนคุณชายใหญ่ บ่าว
มาทำงานที่นี่เจ้าค่ะ พี่จื่อช่ายบอกบ่าวว่าคุณหนูรองให้มาที่นี่ จากนั้นแจกไม้คนละหนึ่งกระบอก แล้วนำทางพวกบ่าวมา
ที่นี่เจ้าค่ะ”
บ่าวใช้คนนั้นดูมีท่าทางหวาดกลัวต้วนอวี้หราน พอนางพูดได้ไม่ถึงครึ่ง ต้วนอวี้หรานปรายตามอง นางก็รีบ
ปิดปากทันใด
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบ โโยไม่คาดเค้นอะไร ปล่อยให้นางถอยหลังลงไปดังเดิม
หลังจากบ่าวใช้คนนั้นถอยหลังกลับไป ต้วนอวี้ก็ชี้ไปที่บ่าวใช้ที่อายุมากกว่าเมื่อครู่ขึ้นมาหน่อย ถามขึ้นว่า “เจ้า
บอกข้ามาสิ คุณหนูรองให้พวกเอาไม้มาจัดการใคร?”
สีหน้าท่าทางของบ่าวใช้คนนั้นดูไม่สู้ดี นางมองไปที่ต้วนอวี้ พูดด้วยนํ้าเสียงที่ระมัดระวัง “เรียนคุณชายใหญ่ คุณ
หนูรองบอกว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำผิดต่อนาง จึงต้องลงโทษนางเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณหนูรองสั่งให้มาสั่งสอนบ่าวใช้ของคุณหนูใหญ่… ถ้าคุณหนูใหญ่อยู่ที่เรือนจะทำยัง
ไง?”
บ่าวใช้คนนั้นชำเลืองมองต้วนอวี้หราน และเม้มปากแนบแน่น
ต้วนอวี้จึงพูดอย่างเย็นชา “เจ้าจงจำไว้ให้ดี คนที่อยู่ ณ ที่นี้มีหลายคน ถ้าเจ้าไม่พูดความจริงออกมา คนอื่นย่อม
พูดแทนเจ้า หากผู้ใดกล้าโกหก คุณชายใหญ่อย่างข้าจะลงโทษให้หนัก!”
นํ้าเสียงของตัวนึงไม่ได้ดุดัน แต่กลับเชือดเฉือนบาดใจคนที่ฟัง ราวกับมีพลังบางอย่างแผ่ออกมาจากคำพูดของ
เขา ฉะนั้น บรรดาบ่าวใช้ที่ไม่กล้าล่วงเกินต้วนอวี้หราน กลับเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมาแล้ว
ทันทีที่ บ่าวใช้คนนั้นได้ฟังที่ต้วนอวี้กล่าว ก็รีบคุกเข่า คำนับหัวและขอร้องลงกับพื้น “คุณชายใหญ่เจ้าค่ะ คุณหนู
รองบอกพวกบ่าวว่า ดีที่วันนี้คุณหนูใหญ่ไม่อยู่เรือนพอดี เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับหน้าที่เฝั้าเรือน คุณหนูรองจึงพาพวกเรามาที่นี่
เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบ ดีมาก นี่เป็นคำตอบที่แสดงให้เห็นว่าต้วนอวี้หรานทำผิดก่อน
ต้วนอวี้มองไปที่บ่าวใช้คนนั้น พร้อมกับกำลังจะกลับชื่นชม ทว่าต้วนอวี้หรานกลับก้าวพรวดขึ้นมา ยืนเบื้องหน้าต้
วนอวี้ พูดอย่างรีบร้อน “ทำไมไม่มาถามพี่โดยตรงเลยเล่า?”
ต้วนอวี้ชำเลืองเห็นสายตาที่เริ่มไม่ค่อยพอใจของต้วนเจิ้ง “พี่รอง ในฐานะน้องชายจะถามพี่รองอย่างเดียวได้
อย่างไร อีกอย่าง คนอยู่ที่นี่มีตั้งมากมาย จึงสามารถเลือกถามได้… ถ้าพวกนางมีใครพูดโกหกออกมาแม้แต่คำเดียว พี่
รองสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้!”
ปัญหาใหญ่ในเวลานี้ คือพวกนางแต่ละคนยอมพูดความจริงออกมา โดยชี้เปั้าความผิดทั้งหมดมาให้ต้วนอวี้หราน
ด้วยเหตุนี้นางจะแก้ไขอย่างไรได้?
ต้วนอวี้หรานได้ฟังเช่นนั้น เลือดแดงฝาดที่อยู่บนหน้านาง กลับมลายหายไปในพริบตา
ต่อหน้าต้วนเจิ้ง ต้วนอวี้และทุกคน ย่อมไม่มีใครบังอาจกล้าปันนํ้าเป็นตัว
แต่เหตุใดเรื่องทั้งหมดจึงเป็นแบบนี้ หรือว่าเรื่องนี้รั่วไหลมีคนรู้ล่วงหน้า?
สีหน้าของต้วนอวี้หรานเหยเกขึ้นไปอีกจนดูแทบมิได้ ทว่านางยังอยากแก้ตัวให้กับตัวนางเอง นึกไม่ถึงเลย ต้วน
เจิ้งที่ยืนด้านข้างรีบพูดตัดบทฉับขึ้นมา “เอาล่ะ หรานเอ๋อร์ ในเมื่อพ่อยกเรื่องนี้ให้อวี้เอ๋อร์จัดการตัดสิน เช่นนั้น เรื่อง
ทั้งหมดก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่อวี้เอ๋อร์ ถ้าเจ้ายังไม่รู้สึกเหนื่อยล้าและหายตกใจแล้ว ก็จงอยู่ฟังต่อไปแล้วกัน”
พอสิ้นเสียงต้วนเจิ้ง ต้วนอวี้หรานถึงกับทรงตัวไม่อยู่ ผงะถอยหลังไปสองก้าวเต็มๆ
นางปากแข็งจนพูดไม่ออกแล้ว บ่าวใช้แต่ละคนต่างจ้องเอาความผิดมาให้นาง
เป็นที่รู้กันว่า คุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่ล้วนเป็นบุตรของภรรยาเอก หากคุณชายใหญ่รับหน้าที่จัดการเรื่องนี้
ย่อมเอนเอียงไปทางคุณหนูใหญ่ ส่วนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ติดตามคุณหนูใหญ่มาเป็นเวลานาน จึงเปรียบเสมือนมือซ้ายมือขวา
ฉะนั้น จะให้เกิดเรื่องขึ้นกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มิได้เด็ดขาด
ส่วนต้วนอวี้หรานนั้น เริ่มจากถีบบ่าวใช้ชนเสาถึงแก่ความตาย ตอนนี้ยังมาหาเรื่องเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อีก การโทษใน
ครั้งนี้คงมาแบบสถานหนัก หากบ่าวใช้คอยเข้าข้างคุณหนูรอง มีหวังต้องรับโทษนั้นไปพร้อมคุณหนูรอง
ต้วนอวี้ยิ้มจางๆ ออกมา หันไปมองบ่าวใช้คนนั้น “คุณหนูรองมาสืบทราบว่า คุณหนูใหญ่ไม่อยู่ที่เรือน จึงพาพวก
เจ้ามาสั่งสอนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงที่นี่ พวกเจ้าทุกคนก็ตามมาแต่โดยดี ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” บ่าวใช้คนนั้นตอบรับ
ต้วนอวี้จึงถามต่อไป “คุณหนูรองพรวดบุกเข้ามาในเรือนของคุณหนูใหญ่ เพื่อจะให้พวกเจ้าตีนางให้ถึงแก่ความ
ตาย ใช่ไหม?”
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” บ่าวใช้คนเดิมตอบ
ต้วนอวี้ฉวยโอกาสถามต่อเนื่อง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ยอมให้คุณหนูรองตีนางตายแต่โดยดี ด้วยรู้ว่านางไม่มีความผิด
ด้วยเหตุนี้จึงเข้าไปจับตัวคุณหนูรอเป็นตัวประกัน เพื่อถ่วงเวลาให้นายท่านมาที่นี่ สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมด เป็นเช่นนี้หรือไม่
อย่างไร?”
“ใช่ เจ้าค่ะ” บรรดาบ่าวใช้พวกนั้นยังไม่เข้าใจสิ่งที่ต้วนอวี้ต้องการสื่อ แต่ความจริงล้วนเป็นอย่างที่ต้วนอวี้พูด
พวกนางจึงยอมรับกันแต่โดยดี
ต้วนอวี้หันหน้ากลับมาสบตาต้วนเจิ้งเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ บัดนี้ ลูกได้ถามทุกอย่างจนกระจ่างหมดแล้ว ที่มาที่ไปของ
เรื่องทั้งหมดเกิดจากคุณหนูรอง ใช้พวกนางให้มาตีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ตาย ดังนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงต่อต้านและหาทางถ่วง
เวลารอจนกว่าท่านพ่อจะมาถึงขอรับ”